เกาหลีหันปลูกพื้นเขตร้อน “มะละกอสร้างผลกำไรดี”

 

ฮวังซุนกอน วัน 59 ปี ชาวสวนมะละกอในอิซาน-รี, วารย็อง-มย็อน, อันดง, คย็องซังนัมโด (경북 안동시 와룡면 이상리) มีพื้นที่เพาะปลูกโรงเรือนไวนิล 3,300 ตร.ม. เขาเกษียณอายุจากการเป็นพนักงานออฟฟิศเมื่อปี 2010 ก่อนจะหันมาลงมือท้าทายฝีมือตนเองผ่านการทำฟาร์มอย่างจริงจัง ในตอนแรกต้นทุนการให้ความร้อนสูงต่อสวนมะละกอนั้นต้องลงทุนไปมากกว่ารายได้ที่ได้จากการขายมะละกอ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับผลกำไรตอบแทนมาทันที แต่เขาได้มีการปรับปรุงโครงสร้างกำไรโดยการหาอุณหภูมิที่เหมาะสมให้กับสวนมะละกอ

ภายในฟาร์มจะเก็บเกี่ยวมะละกอดิบกัน และมะละกอดิบพออยู่ระหว่างนำเข้ามันก็มักจะสุกระหว่างการขนส่ง

มะละกอ

นายฮวังกล่าว
“ครอบครัวหลากวัฒนธรรมที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักจะมองหามะละกอดิบมาทำส้มตำ แต่ก็ยากที่จะจัดหามะละกอดิบๆกันเองในต่างแดน ที่นี่จึงได้ดึงดูดลูกค้าที่มาจากครอบครัวหลากวัฒนธรรมโดยเฉพาะประเทศไทย และธุรกิจนี้ก็สร้างกำไรได้ดี อีกทั้งเสริมสร้างประสบการณ์ภายในฟาร์มด้วย”

ฟาร์มทั้งหมดที่เขามีนั้นมีกว่า 197 แห่ง แบ่งปลูกพืชกึ่งเขตร้อนภายในคย็องซังบุคโดและขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นทุกปี ผลไม้เมืองร้อน เช่น มะละกอและมะเดื่อฝรั่งมีการเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจาก 16.4 เฮกตาร์ในปี 2016 เป็น 34.7 เฮกตาร์ในปีนี้

มะละกอ

โดยเฉพาะมะละกอ, ผักบุ้ง, กีวี่, กล้วย, มะระขมและมันแกวกำลังเจริญเติบโตและมีการเพาะปลูกในกว่า 19 แห่งในคย็องซังบุคโด รวมถึงฟาร์ม 36 แห่งใน คย็องจู(경주), 26 แห่งในโกรย็อง(고령), 22 ฟาร์มในโพฮัง(포항) และ 17 ฟาร์มในคย็องซาน(경산).

อีกทั้งเมืองคย็องซังนัมโดยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชกึ่งเขตร้อนตั้งแต่ปีนี้ และเป้าหมายก็คือการลงทุน 146.2 พันล้านวอนซึ่งเป็นงบประมาณที่คาดว่าจะทุ่มให้กับกิจการนี้ยาวไปจนถึงปี 2025 เรียกได้ว่ามากกว่าพื้นที่เพาะปลูกถึง 4 เท่า

และอีกสาเหตุหนึ่งที่มีการปลูกพืชกึ่งเขตร้อนกันมากขึ้นนั้นก็เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี ซึ่งเป็นเหตุมาจากภาวะโลกร้อนด้วยนั่นเอง

มะละกอ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

อยากไปทำงานในฐานะ แรงงานตามฤดูกาลแล้ว

 

ชาวนากลุ่มหนึ่งออกมารวมตัวกันประท้วงในเมืองแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์ พวกเขาเรียกร้องขอให้รัฐบาลอนุญาตให้พวกเขาได้ไปทำงานในพื้นที่ชนบทในประเทศเกาหลีใต้

ประชาชน 1,000 คน ประท้วงที่หน้าศูนย์การประชุมในตาร์ลัก, เกาะลูซอน, ประเทศฟิลิปปินส์

มีการเขียนป้ายเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘양구에서 일하고 싶다.’ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นชาวนาที่เคยทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด (강원도 양구)

แรงงานตามฤดูกาล

[Nelson Lampa / ชาวนาในเมืองทาร์ลัก , ประเทศฟิลิปปินส์]
“ฉันเคยเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปีที่แล้ว ฉันเองก็เคยไปเกาหลีมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ประสบการณ์ของฉันในเกาหลีช่วยฉันได้มาก มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากได้กลับไปอรกฉันจะได้เข้าไปหาเงินและหาประสบการณ์เพิ่มเติมด้วย ในการทำฟาร์มนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฉัน เพราะฉันได้เรียนรู้หลายอย่างในเกาหลี ฉันหวังว่ารัฐบาลเกาหลีใต้, กระทรวงต่างประเทศ, และผู้ว่าการทาร์ลัก จะช่วยเราเริ่มสนับสนุนโปรแกรมแรงงานตามฤดูกาลรอบใหม่นี้ด้วย

พวกเขาประท้วงเพราะพวกเขาไม่สามารถเดินทางไปเกาหลีได้เป็นเวลากว่า 2 ปีติดต่อกันแล้ว เพราะสถานการณ์โควิด -19

แรงงานตามฤดูกาล

[Amel della Cruz / ชาวนาในทาร์ลัก ประเทศฟิลิปปินส์]
“ ฉันทำงานในเกาหลีเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ตัวฉันเองอยากจะทำงานที่เกาหลีเพื่อจะได้ค้ำจุนครอบครัวที่ยากจนในประเทศตัวเอง ได้โปรดช่วยให้ฉันได้กลับไปทำงานที่เกาหลีอีกครั้งเถอะ แม้ว่าการทำงานในไร่ในสวนที่เกาหลีนั้นยากลำบากแต่ฉันก็ยังอยากจะกลับไปเกาหลีอยู่ดี เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของฉัน”

พวกเขามักจะได้รับการฝึกอบรมในเมืองทาร์ลักก่อนจะถูกส่งมายังเกาหลี ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกล่าวว่าพวกเขาจะต้องมีการปฏิบัติตามแนวทางการกักกันของรัฐบาลเกาหลีอย่างเคร่งครัดแม้จะเป็นแรงงานตามฤดูกาลที่กลับเข้าประเทศก็ตาม แต่ความต้องการที่อยากจะกลับเข้าอีกครั้งแม้เป็นตามแบบเคร่งครัดกฎก็ยังถูกมองข้าม

Maria Leigh / เจ้าหน้าที่ของเมืองทาร์ลัก (เจ้าหน้าที่โครงการแรงงานตามฤดูกาล)
“เรากำลังดำเนินโครงการส่งชาวนาไปยังยางกู เมืองนี้ต้องการแรงงานเนื่องจากโควิด -19 จึงขาดแคลนแรงงาน ทำให้มีความต้องการแรงงานตามฤดูกาลสูง และทางเรากำลังยื่นเรื่องขอให้แรงงานตามฤดูกาลเข้าไปทำงานในเมืองยางกู ซึ่งทางเมืองเองก็ต้องการแรงงานตามฤดูกาลเช่นกัน และเกษตรกรเองก็จะต้องปฏิบัติตามกฎของรัฐบาลเกาหลี”

แรงงานตามฤดูกาล

รัฐบาลท้องถิ่นทาร์ลัก ยังให้การสนับสนุนระบบแรงงานตามฤดูกาลแถมยังให้ความช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยมต่อพลเมืองทาร์ลัก อีกต่างหาก

ในระบบแรงงานตามฤดูกาลเมื่อก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องมีการรับประกันจากรัฐบาลกลางก่อน แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถจัดส่งแรงงานตามฤดูกาลได้เป็นการเฉพาะโดยมีเพียงการค้ำประกันจากรัฐบาลท้องถิ่นเท่านั้น

ประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะส่งชาวนาโดยใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลอยู่ และในหลายประเทศรัฐบาลท้องถิ่นทั้งสองประเทศต่างก็ได้ใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลผ่านการทำ MOU แล้ว

เราหวังว่ารัฐบาลท้องถิ่นในประเทศไทยจะหันมาให้ความสนใจกับระบบแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีและนำระบบแรงงานตามฤดูกาลเข้ามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว