ยอดผีน้อยพุ่ง 1.8 เท่า “ปราบปรามน้อยลง 4.9 เท่า”

 

คังกียุนผู้ร่างกฎหมายของรัฐสภายืนยันว่าจำนวนคนต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าพำนักเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.8 เท่า (87%) เมื่อเทียบกับปี 2016 ในขณะที่จำนวนการปราบปรามของรัฐบาลลดลง 4.9 ครั้ง (คิดเป็น 390% จากแต่ก่อน) จากเดิมที่กวาดล้างกว่า 28,784 รายเหลือเพียง 5,867 ราย

ผีน้อย

คังกียุน กล่าวว่า ณ ปีที่แล้วมีผู้อยู่อาศัยอย่างไร้วีซ่าพำนักอยู่ 392,196 คนในเกาหลีซึ่งเพิ่มขึ้น 181,886 คน หรือ 87.6% จาก 208,971 ในปี 2016

หากแบ่งตามสัญชาติพบประเทศไทยครองแชมป์อาศัยอยู่โดยไม่มีวีซ่ามากที่สุดคิดเป็น 38.6% (151,468) ของผู้ไม่มีวีซ่าพำนักทั้งหมด ซึ่งนั่นเพิ่มขึ้น 2.7 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้อพยพที่พำนักในประเทศโดยไม่มีวีซ่าจากชาติอื่นๆ ด้วย อาทิ จีน, เวียดนาม, มองโกเลีย, และฟิลิปปินส์

ในทางกลับกันกระทรวงยุติธรรมได้ลดการปราบปรามผู้อาศัยโดยไม่มีวีซ่าลงเหลือเพียง 4.9 เท่า (390%) ใน 5 ปีที่ผ่านมาจากเดิมทีปราบปรามอยู่ที่ 28,784 รายในปี 2016 เหลือ 5,867 รายเมื่อปีที่แล้ว

ผีน้อย

คังกียุนกล่าว
“ในกรณีของแรงงานต่างชาติที่พำนักโดยไม่มีวีซ่า พวกเขามักอาศัยอยู่ในความมืด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับให้กลับประเทศ เพื่อความปลอดภัยของชาวเกาหลี ผู้อพยพเข้าเมืองโดยไม่มีวีซ่าพำนักควรได้รับการปราบปรามและควรแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองอย่างโดยมิชอบกฎหมายซะที”

คังกียุนมีความคิดที่จะบอกว่าจำนวนคนต่างชาติที่พำนักโดยไม่มีวีซ่านั้นเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการปราบปรามลดลง

แต่อย่างไรเสียทางเราก็จะขออธิบายเพิ่มเติม เพราะคังกียุนไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุข้างต้น แต่เป็นเพียงการแจ้งผลลัพธ์เท่านั้น

กระทรวงยุติธรรมมักกระทำโดยละเลยต่อสิทธิมนุษยชนในระหว่างที่มีการปราบปราม ดังนั้นจึงต้องการลดผู้อพยพเข้ามาโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยการออกนโยบายให้มีการสมัครใจเดินทางออกจากประเทศมากกว่าการปราบปรามที่มากเกินไป ในขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทำให้กระทรวงยุติธรรมล้มเหลวในการปราบปรามมากขึ้น เพราะต้องการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้จำนวนการปราบปรามต้องจำต้องลดลงไปด้วย

ผีน้อย

นอกจากนี้เมื่อโควิด -19 แพร่ระบาดในแทกู คนไทยจำนวนมากต้องการเดินทางออกจากเกาหลี แต่การเดินทางออกนอกประเทศเป็นเรื่องยากเนื่องจากมีเที่ยวบินน้อยลงคนไทยที่ไม่มีวีซ่าพำนักจึงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แม้ว่าพวกเขาเองจะต้องการก็ตาม

หากการปราบปรามเพิ่มขึ้นตามที่คังกียุนกล่าวอ้างและผู้อพยพที่ไม่มีวีซ่าพำนักจำนวนมากก็จะถูกจับได้ตามมาด้วยปัญหาความอิ่มตัวของที่พักพิงของชาวต่างชาติที่ถูกรวบตัวมาและรอขับออกจากประเทศอีก ปัญหาตรงนี้ก็ควรที่จะได้รับการแก้ไขก่อน

หากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเมื่อไหร่ กระทรวงยุติธรรมจะเพิ่มการปราบปรามผู้อพยพที่ไม่มีวีซ่าพำนัก ใครที่พำนักโดยไม่มีวีซ่าก็จะถูกส่งกลับประเทศเพราะการปราบปรามแทนการออกจากประเทศเพราะกลัวสถานการณ์โควิด

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

คิมบูกย็อม นายกคนใหม่ย้ำ ‘ทบทวนสิ่งจูงใจในการฉีดวัคซีน’

 

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมนายกรัฐมนตรี คิมบูกย็อม (김부겸 국무총리) ที่เพิ่งเข้ารับการแต่งตั้งใหม่ออกมากล่าวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน COVID-19 ไว้ว่า
“เราจะขอทบทวนถึงสิ่งจูงใจต่างๆอย่างย่อสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19”

“ภายใต้สมมติฐานที่ว่าหากมีรับวัคซีนแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการกักตัว จะมีการเร่งหารือเกี่ยวกับการยอมรับร่วมกันเรื่องการฉีดวัคซีนกับประเทศหลัก ๆ “

ฉีดวัคซีน

ตัวอย่างเช่น หากมีการหารือเกี่ยวกับการยอมรับร่วมกันในการฉีดวัคซีนกับประเทศไทย คนไทยที่รับวัคซีนแล้วเดินทางเข้าเกาหลีจะได้รับการยกเว้นการกักตัวหากเดินทางเข้าสู่เกาหลี หรือ ในทางตรงกันข้ามคนเกาหลีก็จะสามารถได้รับการยกเว้นหากได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลีแล้วจะเข้าไปยังประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี คิมบูกย็อม กล่าวในการตอบสนองต่อคำแนะนำล่าสุดของหน่วยงานด้านสุขภาพของสหรัฐอเมริกาเรื่องการถอดหน้ากากภายในอาคารว่า
“หากการฉีดวัคซีนดำเนินไปอย่างจริงจัง ประชาชนก็จะคาดหวังว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันกลับมาฟื้นตัวทุกวัน เกาหลีจะกลายเป็นประเทศที่ฟื้นชีวิตประจำวันตามไปด้วย”

“ประชากรมากกว่า 50% ในสหราชอาณาจักรได้รับการฉีดวัคซีนรอบแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขากังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของสายพันธุ์ COVID-19 จากอินเดีย ทำให้การปิดล้อมทำได้ยากขึ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันโรคเป็นสิ่งสำคัญ ก็จะต้องมีการปฏิบัติตามกฎการกักกันขั้นพื้นฐานอย่างละเอียด “

ฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ ซอนย็องแร (Son Young-rae) เจ้าหน้าที่กักกันโรคกล่าว
“ขณะนี้เรากำลังพิจารณาแรงจูงใจในการฉีดวัคซีนในหลาย ๆ ด้าน”

“ถ้าคุณได้รับการฉีดวัคซีนตอนนี้ผู้สูงอายุจะปลอดภัยมากขึ้น และมีชีวิตที่อิสระมากขึ้น ได้โปรดเข้าร่วมการฉีดวัคซีน เพราะนั่นจะทำให้คุณสามารถรับประทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อน ๆ และไปเที่ยวไหนต่อไหนได้อย่างอิสระ”

ฉีดวัคซีน

การจองการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ถึง 74 ปีจะสามารถทำได้จนถึงวันที่ 3 มิถุนายน โดยมีการจองการฉีดวัคซีนของผู้มีอายุตั้งแต่ 70 ถึง 74 ปี(58%), อายุ 65 ถึง 69 ปี (48.5%), และอายุ 60 ถึง 64 ปี (28.4%) (ข้อมูล ณ เวลา 00:00น. วันที่ 16 พ.ค. )

การฉีดวัคซีนโควิด -19 สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมถึง 19 มิถุนายน และการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 59 ปีหรือต่ำกว่าจะเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2), แหล่งข่าว(3)