แนะนำตั้งศูนย์บริการชาวต่างชาติตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชนบท

เพื่อเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามายังพื้นที่ชนบทที่มีจำนวนประชากรลดลงนั้น มีบางคำแนะนำแนะว่าควรจัดให้มี “บริการการย้ายถิ่นฐานแบบกำหนดเองได้” ให้สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าพัก อาทิเช่น กลุ่มแรงงานต่างชาติ กลุ่มหญิงย้ายถิ่นฐานหลังแต่งงาน หรือแม้แต่กลุ่มนักศึกษาต่างชาติ

ต่างชาติตั้งถิ่นฐาน

ลิมดงจิน (임동진 교수) ศาสตราจารย์ด้านการบริหารรัฐกิจจากมหาวิทยาลัยซ็อนชุงฮยาง (순천향대학교) ประกาศผลการสำรวจต่างชาติ 360 คนจากต่างชาติทั้งหมด 4,130 คนในเมืองนนซาน, ชุงช็องนัมโดเมื่อปลายปีที่แล้วไว้ดังนี้

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ศาสตราจารย์ลิม (임동진 교수) เผยว่า “เรากำลังพยายามแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ต่ำและมีแต่ประชากรสูงอายุภายในประเทศทั้งที่เป็นประเทศที่มีรายได้สูง จนต้องเปิดรับผู้อพยพเข้ามาในประเทศ แต่ทั้งนี้ก็มีผู้อพยพหลายชีวิตเลือกที่จะอาศัยอยู่รอบเมืองอย่างหนาแน่น”

“มีแนวโน้มจากการวิจัยเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวิธีการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพในพื้นที่นอกเมืองที่เริ่มจะมีปัญหาร้ายแรงขึ้น”

ต่างชาติตั้งถิ่นฐาน

นนซานเป็นหนึ่งใน 89 พื้นที่ๆเป็น “พื้นที่ที่จำนวนประชากรลดลง” จากการสำรวจทั่วประเทศที่เพิ่งมีการสำรวจไปโดยกระทรวงการบริหารราชการและความมั่นคง

จากการสำรวจพบว่า บริการที่จำเป็นที่สุดสำหรับการตั้งถิ่นฐานของแรงงานต่างชาติก็คือ “การออกมาให้คำปรึกษาเรื่องที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิต (46.1%)”

ผู้อพยพที่ย้ายถิ่นฐานหลังแต่งงานตอบว่า “จำเป็นต้องมีการให้การศึกษาและการสนับสนุนด้านภาษาเกาหลี (37.1%)” และนักเรียนต่างชาติตอบว่า “ควรมีการขยายโปรแกรมเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนเกาหลี (48%)

บริการที่สองที่จำเป็นสำหรับการตั้งถิ่นฐานคือ “การขยายระยะเวลาพำนัก” สำหรับแรงงานต่างชาติ, “นโยบายประสานความขัดแย้งภายในบ้าน”ในกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานหลังการแต่งงาน, และ “การเสริมสร้างโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาเกาหลี” ในกลุ่มนักเรียนต่างชาติ

จากผลการสำรวจความพึงพอใจมีการแบ่งระดับความพึงพอใจของต่างชาติเป็น 5 ระดับ พบว่าผู้ร่วมตอบคำถามนั้นมีความพึงพอใจสูงในลำดับการบริการทางการแพทย์ (3.47 คะแนน) พึงพอใจในระบบข้าราชการสถาบันของรัฐ (3.44 คะแนน) และการบริการล่ามและการแปล (3.32 คะแนน)

ต่างชาติตั้งถิ่นฐาน

ผู้ย้ายถิ่นฐานหลังแต่งงานแล้วได้ให้คะแนนสูงสุดด้วยคะแนน 13.18 ในแง่ของความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) เช่น การคมนาคมขนส่ง สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย รองลงมาคือแรงงานต่างชาติมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ 11.96 คะแนน และนักศึกษาต่างชาติ 8.04 คะแนน

ศาสตราจารย์ลิมกล่าวว่า “จะเห็นได้ว่าความต้องการในด้านบริการตั้งถิ่นฐานของชาวต่างชาติแตกต่างกันไปตามประเภทของการเข้าพัก เมื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้ว จึงสามารถสรุปได้ว่า จำเป็นต้องมีการจัดให้มี ‘บริการแนะนำการย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานแบบกำหนดเอง’ ได้ตามความเหมาะสมกับประเภทของผู้อพยพ “

เกาหลีวางแผนรับมือโอมิครอนปีหน้า ‘คาดลดการใช้บัตรผ่านวัคซีนบางแห่ง’

รัฐบาลเกาหลีจะจัดโครงสร้างการเว้นระยะห่างทางสังคมในปีหน้าใหม่เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์โควิดกลายพันธุ์โอมิครอน

แผนรับมือโอมิครอน

ทางการได้เผยว่าพวกเขากำลังเตรียมการล่วงหน้าเพื่อป้องกันก่อนที่ไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนจะกลายมาเป็นสายพันธุ์ในเกาหลี

นอกจากนี้รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะค่อยๆ ลดขอบเขตของการใช้บัตรผ่านวัคซีนตามสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่ำลง

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม รัฐบาลเกาหลีได้ประกาศแผนงานสำหรับการตอบสนองด้านการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ประจำปี 2022

1.การจัดระเบียบสังคมใหม่ ค่อยๆ ผ่อนปรนการกักกัน ขยายการดูแลรักษาตัวที่บ้าน และเพิ่มเตียง 6,900 เตียง

รัฐบาลเกาหลีเผยถึงการมุ่งเน้นที่การลดจำนวนผู้ป่วยหนักและลดการเสียชีวิต

โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าโอมิครอนนั้นมีพลังการขยายพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าการกลายพันธุ์แบบธรรมดา แต่มีอัตราป่วยวิกฤตที่ต่ำกว่า จึงได้มีการตัดสินว่าจะมีข้อจำกัดในการใช้มาตรการกักกันที่เข้ากับสถานการณ์โอมิครอนในปัจจุบันที่กำลังขยายพันธุ์อย่างรุนแรง

ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีจึงวางแผนที่จะจัดทำแผนใหม่เพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมโดยมุ่งเน้นการประเมินอัตราการเตรียมเตียงผู้ป่วย, อัตราการแพร่ระบาดของโอมิครอน, และอัตราการฉีดวัคซีนครั้งที่ 3 ในสถานการณ์การแพร่เชื้อโอไมครอนซึ่งเป็นการเตรียมการอย่างครอบคลุม

แผนรับมือโอมิครอน

จำนวนบัตรผ่านวัคซีนที่มีการนำมาใช้กับสถานอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์จะค่อยๆ ลดลงในปีหน้าเช่นกัน รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการใช้บัตรผ่านวัคซีนตามสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงในการกักกันโรคต่ำ

นอกจากนี้ จะมีการเสริมสร้างระบบการตอบสนองทางการแพทย์โดยเน้นการให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้านแทนและมุ่งเน้นให้การรักษาผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล

อีกทั้งได้มีสถาบันทางการแพทย์กว่า 300 แห่งที่เปิดให้ตรวจสุขภาพผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ได้ทุกวัน และให้การรักษาแบบไม่ต้องเผชิญหน้าและหากจำเป็นก็จะมีการออกใบสั่งยา นอกจากนี้ยังมีคลินิกกว่า 70 แห่งทั่วประเทศที่เปิดให้ผู้ป่วย COVID-19 ที่ต้องการการรักษาแบบตัวต่อตัวเข้ารับการรักษาได้

แผนของรัฐบาลเกาหลีคือการเพิ่มเตียงรักษา 6,900 เตียงภายในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อให้มีเตียงรักษารวมทั้งหมดที่ 24,702 เตียง แม้ว่าจะมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 10,000 รายต่อวันและเป็นผู้ป่วยอาการหนักที่ร้ายแรงก็สามารถรักษาได้อย่างปลอดภัย

 

2. จัดสรรวัคซีน 90 ล้านโดส / ยารักษา 1 ล้านเม็ด รวมคลินิกตรวจคัดกรองและศูนย์คัดกรองชั่วคราว

รัฐบาลเกาหลีเน้นย้ำว่าจะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้เพียงพอในปีหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ

ในปีหน้า มีแผนจะลงทุน 2.6 ล้านล้านวอนเพื่อซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 90 ล้านโดส อาทิไฟเซอร์ 60 ล้านโดส, โมเดอร์น่า 20 ล้านโดส และวัคซีนสัญชาติเกาหลีอย่างวัคซีนเอสเคไบโอซายส์ (SK Bioscience) 10 ล้านโดส

จะมีการแนะนำการใช้ยารักษาแบบรับประทาน 1 ล้านเม็ดเพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อในผู้ป่วยที่อาการหนัก

นอกจากนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนและยารักษาสัญชาติเกาหลีอย่างแข็งขัน โดยมีการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 545.7 พันล้านวอนเพื่อการพัฒนา อีกทั้งมีการตั้งเป้าจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 สัญชาติเกาหลีในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

แผนรับมือโอมิครอน

มีการวางแผนที่จะร่นระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการสืบสวนทางระบาดวิทยาลง โดยคาดว่าจะใช้วิธีสืบหาเส้นทางผู้ติดเชื้อน้อยลงซึ่งเดิมทีใช้เวลาหนึ่งถึงสองวันแต่จะร่นลงให้เหลือน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง

ท้ายที่สุดรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งจะขยายทีมสอบสวนทางระบาดวิทยา โดยการใช้พลกำลังทหารและตำรวจเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนทางระบาดวิทยาเพิ่มเติมด้วย