ตัดสินแล้วเหตุต่างชาติดับคาบ้านพักเพราะอากาศติดลบ

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอพยพของเกาหลีใต้ยินดีที่ได้ทราบถึงการตัดสินว่าแรงงานต่างชาติชาวกัมพูชาที่ดับอย่างน่าสงสารคาที่พักเมื่อปลายปี 2020 (สองปีก่อน) สามารถได้รับเงินชดเชยประกันอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม อีกทั้งพวกเขาได้ขอให้ช่วยกันคิดมาตรการพื้นฐานที่รัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต

 ต่างชาติดับคาบ้านพัก

คณะกรรมการว่าด้วยการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมในหอพักของแรงงานต่างชาติ (이주노동자 기숙사 산업재해 사망 대책위원회) ได้ออกความเห็นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม และกล่าวว่า “การอนุมัติอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมได้รับการตัดสินเป็นเวลาสองปีห้าเดือนหลังจากการจากไปขอ งนางสาวซกเฮง แรงงานต่างชาติชาวกัมพูชา ถึงแม้คำตัดสินมาช้าแต่ก็เป็นที่น่าโล่งใจ”

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2020 นาง ซกเฮง ถูกพบว่าเสียชีวิตในบ้านไวนิลในโพชอน, คย็องกีโด (경기도 포천)

ในเวลานั้น สภาพอากาศค่อนข้างหนาวและ -20 องศา โรงเรือนที่ถูกคลุมด้วยพาสติกไวนิลไม่อุ่นพอที่จะอยู่ในสภาพอากาศหนาวจัดเช่นนั้น นอกจากนี้เธอยังเข้ามาทำงานในสถานที่ทำงานนั้นแล้วเกือบ 5 ปีแต่ไม่เคยได้รับการเข้าตรวจสุขภาพในที่ทำงานมาก่อนเลย (직장 건강검진)

ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปีที่แล้ว (2021) ซึ่งเป็นวันครบรอบปีแรกของการจากไปของเธอ ครอบครัวเธอได้ทำการยื่นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอึยจองบู เพื่อขอรับค่าชดเชยในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม (산업재해) รวมถึงค่าชดเชยสำหรับผู้เสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในงานศพ และยื่นเรื่องไปยังกองสวัสดิการแรงงานเกาหลี (근로복지공단 의정부지사).

ก่อนที่ไม่นานมานี้ สำนักงานสวัสดิการและชดเชยแรงงานเกาหลีจะได้ระบุว่า นางสาวซกเฮง จากไปด้วยสาเหตุจากการทำงาน

 ต่างชาติดับคาบ้านพัก

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอพยพกล่าวว่า “ในขณะนั้นกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ไม่ได้เปิดการสอบสวนว่าเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง แต่กลับเผยว่าเป็น ‘การเสียชีวิตเนื่องจากโรคประจำตัว’ และนายจ้างก็ถูกปรับไปเพียง 300,000 วอน ครอบครัวผู้ประสบภัยในกัมพูชาก็ไม่รู้เช่นกันว่าพวกเขาควรยื่นเรื่องรับเงินประกันอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมหรือไม่”

“โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็น ‘ความคร่าชีวิตภายในสังคม’ ที่ผสมผสานกับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่ย่ำแย่ของแรงงานต่างชาติในเกาหลี และสถานการณ์ที่พวกเขา (แรงงานต่างชาติ) ไม่สามารถแม้แต่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพเพราะพวกเขาไม่มีประกันสุขภาพ ตั้งแต่นั้นมา รัฐบาลก็เริ่มมีการออกมาตรการมาเช่นกัน แต่แรงงานต่างชาติจำนวนมากก็ยังคงอาศัยอยู่ในอาคารชั่วคราวเช่นเดิม”

“ความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานสำหรับโศกนาฏกรรมอยู่ที่รัฐบาลและเจ้าของธุรกิจ เราขอสนับสนุนอย่างยิ่งให้รัฐบาลออกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานต่างชาติต้องอยู่เสมือนถูกบังคับให้จากโลกนี้ไป”

 ต่างชาติดับคาบ้านพัก

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานระบุ 31.7% (5,300) จาก 15,773 สถานที่ทำงานที่ได้รับใบอนุญาตให้มีการจ้างงานแรงงานต่างชาติในปี 2020 เพิ่มขึ้น 21.4% จากปีก่อนหน้า

30% ของที่พักของแรงงานต่างชาติ ยังคงเป็นโรงเรือนแบบบ้านพักไวนิลหรือคอร์เทนเนอร์ที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนและความเย็นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการดับเพลิงกรณีฉุกเฉินอยู่

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว