เริ่มกันยายนนี้! บินเชจูต้องลงทะเบียนผ่าน K-ETA

กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจนำระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) เข้ามาปรับใช้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังเกาะเชจูตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป พร้อมชี้แจงว่าการปรับใช้ระบบดังกล่าวประสงค์เพื่อแยกนักท่องเที่ยวต่างชาติตัวจริงและผู้ประสงค์แอบเข้าเมืองในคราบนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจากกันด้วยความปรารถนาดีและปกป้องความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี

โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงยุติธรรมได้จัด “การบรรยายสรุปเพื่อสร้างความเข้าใจให้พลเมืองภายในเกาะเชจูได้เข้าใจถึงระบบการอนุญาตเดินทางเข้าเมืองเพื่อท่องเที่ยวผ่านระบบ K-ETA” ณ หอประชุมชั้น 1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชจู และประกาศว่าจะมีการปรับใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ไปจนถึงใช้ช่วงสิ้นปี

เดิมทีเกาะเชจูเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเกาหลีใต้ การผ่อนคลายหลังสถานการณ์โควิดของประเทศในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการปรับใช้ระบบ K-ETA ร่วมกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นในการเปิดการท่องเที่ยวจึงได้อนุญาตให้ประเทศที่มีสนธิสัญญาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ใช้วีซ่ากว่า 112 ประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (B-1 และ B-2-1)สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวได้สะดวกเช่นเคย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการเริ่มต้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – เชจู เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวไทยจำนวนมากแห่บินเข้ามาพร้อมกลุ่มทัวร์ก่อนจะมีการหายไปจากกลุ่มทัวร์ระหว่างท่องเที่ยวโดยมิทราบสาเหตุเพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถิติพบ ชาวไทยกว่า 94 คนคิดเป็น 16.5% แอบหนีกลุ่มทัวร์ที่เดินทางเข้ามากว่า 568 คน (สถิติจากวันที่ 2-15 สิงหาคม 2565) ซึ่งทางด้านกองตรวจคนเข้าเมืองเชจูก็ได้รวบตัวผู้แอบเข้าเมืองได้ 2 ราย ณ ท่าเรือเชจู อีกด้วย

K-ETA

ในขณะเดียวกันจากสถิติของทางตม.เชจูเผย ชาวไทย 822 คน (52.4%) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มทัวร์และผู้เดินทางเข้าด้วยตนเองจากทั้งหมด 1,390 คน (52.4%) ที่บินตรงจากกรุงเทพฯมายังเกาะเชจู ถูกปฎิเสธเข้าเมือง ด้วยเหตุผลหลักคือ “วัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองไม่ชัดเจน” ในขั้นต้นสายการบินเชจูแอร์ได้หันมาปรับเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เชจูลงในช่วงเดือนนี้ (สิงหาคม 2565)

กระทรวงยุติธรรมกำลังพิจารณาใช้ระบบ K-ETA กับประเทศที่มีปัญหาระหว่างประเทศที่สามารถเข้าผ่านระบบปลอดวีซ่าของเชจูได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีปัญหา แต่เราวางแผนที่จะรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในเชจูอย่างเพียงพอก่อนที่จะใช้ระบบ K-ETA

K-ETA

แม้จะมีคำอธิบายจากกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมการบรรยายสรุปในวันนั้นแสดงความกังวลว่า “ถ้าใช้ระบบ K-ETA นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่กล้ามาที่เชจูหรือเปล่า”

กระทรวงยุติธรรมกล่าวเน้นย้ำว่า “การแนะนำระบบ K-ETA มาใช้อาจลดจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเชจู แต่จะไม่ลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดประสงค์หลักของกระทรวงยุติธรรมที่นำไประบบนี้มาใช้กับเกาะเชจูก็เพื่อความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี”

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว