ผีน้อย ในเกาหลีพุ่งทะลุสถิติ “400,000 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

จากสถิติผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีตอนนี้มากถึง 400,000 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระทรวงยุติธรรมเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถึงสถิติประจำปีของหน่วยบริการตรวจคนเข้าเมืองพบยอดผู้อพยพผิดกฎหมาย 395,068 คนอาศัยอยู่ในเกาหลี (ยอดล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2022) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการกักกันโรค ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คนทุกเดือน

ผีน้อย

สัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายในหมู่ชาวต่างชาติทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในปี 2019 ก่อนจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ซึ่งนี่หมายความว่า 20% ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน (ณ กรกฎาคม 2022 จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 2,081,350 คน)

ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในบรรดาแรงงานต่างชาติ E-9 ที่หมดสัญญาจ้างแล้วเลือกที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โอ จองอึน หัวหน้าสถาบันตรวจคนเข้าเมืองและพหุวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฮันซอง กล่าวว่า “นี่เป็นผลมาจากการสะสมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโควิด-19 พอผ่านพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักไปแล้วก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ต่อ เพราะพวกเขาคิดว่าหากกลับบ้านเกิดไปก็คงจะยากลำบากกว่านี้”

ผีน้อย

ในความเป็นจริง 34.3% ของผู้อพยพผิดกฎหมายเป็น ‘ชาวต่างชาติที่เคยได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว’ ที่ได้รับบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (วีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน) ซึ่งพวกเขาสามารถอยู่ได้นานกว่า 90 วัน

จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 135,000 คน ณ เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีที่แล้ว (ยอด 120,000 คน)

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคอีกครั้ง

อันที่จริง มีอีกกรณีที่พบว่ามีชาวไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านทางเกาะเชจูได้เริ่มขาดการติดต่อหรือพยายามหางานทำอย่างมิชอบด้วยกฎหมายด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

ผีน้อย

ศาสตราจารย์คิมโดฮยอน (Kim Do-kyun) จากมหาวิทยาลัยฮัลลา (Halla University) กล่าวว่า “ปัญหาพื้นฐานที่สุดคือยังคงมีความต้องการผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่ขาดแคลนกำลังคนขั้นวิกฤติซึ่งจำต้องจ้างพวกเขา แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม ”

“การเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายอาจทำให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนและลดประสิทธิภาพการดูแล ดังนั้นขั้นตอนการออกวีซ่าและการจัดการชายแดนควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ นอกจากนี้ในระยะยาวงานที่ต้องการกำลังคนจากต่างประเทศควรเสริมด้วยช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่านี้”

ทีมกำกับและควบคุมชาวต่างชาติในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน จำเป็นต้องออกปราบปรามผู้คนคิดเป็น 1,300 คนต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แม้ว่าจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย เพื่อเข้าช่วยในงานปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ก็ยากที่จะปราบปรามผู้ที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ดี

โอจองอึนกล่าวว่า “การขยายอุปทานแรงงานต่างชาติอาจนำไปสู่การโต้แย้งเรื่องที่ต่างชาติเข้ามาแบ่งงานชาวเกาหลี แต่หากเราจัดหากำลังคนที่จำเป็นได้ผ่านการวิเคราะห์ตลาดการจ้างงานโดยละเอียดมันจะเป็นวิธีการที่จะจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน”