ลูกจ้างต่างชาติเศร้า! ยื่นฟ้องนายจ้างจิ๊ก เงินบำนาญ กว่า 7 ล้านวอน

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว คอร์ทนีย์ วัย 28 ปี (นามแฝง) คิดว่าเกาหลีเป็นประเทศที่สวยงาม เมื่อเทียบกับฟิลลิปปินส์ประเทศบ้านเกิดของเขาหรือประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆใกล้เคียง เพราะที่นี่เป็นประเทศหนึ่งที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและชาวเกาหลีในสื่อก็ดูเหมือนจะมีมารยาทที่ดี ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้ามาทำงานในไปเกาหลีและใช้ชีวิตในฐานะแรงงานข้ามชาติในดินแดนที่เขาปรารถนา โดยเขาเข้ามาตั้งแต่ปี 2559

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเข้าใจเกี่ยวกับเกาหลีในตอนแรกก็ได้พังทลายลงใน 3 ปี เพราะนายจ้างแอบขโมยเงินแห่งชาติตลอด 3 ปีของเขาไปอย่างลับๆ

คอร์ทนีย์ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแห่งหนึ่งในโพช็อน จังหวัดคย็องกีโดเมื่อวันที่ 3 เดือนที่แล้วกล่าวว่านายจ้างเป็นคนโกหก (นายจ้างหญิง)” และเธอไม่จ่ายเงินกุกมินย็อนกึมให้ผมเลย (เงินบำนาญแห่งชาติสำหรับแรงงาน)”

เงินบำนาญ แห่งชาติเกาหลี

เขาทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตแห่งหนึ่งในกิมโป, คย็องกีโด มาเป็นเวลา 3 ปี โดยทำงานมีวันหยุดแค่ 2 วันต่อเดือน เวลาพักผ่อนคือช่วง 20:00 – 05:00 . ในทุกๆวัน ซึ่งเงินเดือนที่ตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านกว่าวอน และนายจ้างก็จะหักค่าประกัน, ค่ากองทุนกุกมินย็อนกึม และอื่นๆ รวมหลายแสนวอนทุกเดือน

ตามหลักการแล้ว แรงงานต่างชาติที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 60 ปี ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีจะต้องลงทะเบียนในโครงการเงินบำนาญแห่งชาติ (กุกมินย็อนกึม) เช่นเดียวกับแรงงานเกาหลี อย่างไรก็ตาม หากคุณลงทะเบียนในกองทุนบำนาญแห่งชาติน้อยกว่า 10 ปี คุณจะได้รับเงินคืนเป็นก้อนเมื่อออกเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดการคืนเงินแบบเหมาจ่ายเป็นการชำระเบี้ยประกันพร้อมดอกเบี้ยเป็นก้อน หากคุณขอคืนเงินและเดินทางกลับก็จะไม่สามารถรักษาสิทธิ์การเป็นสมาชิกกองทุนบำนาญแห่งชาติได้อีกต่อไป

คอร์ทนีย์ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดจึงต้องการเงินคืนจากกองทุนบำนาญแห่งชาติแต่กลับมาพบความจริงว่านายจ้างไม่เคยชำระเบี้ยกองทุนนี้ให้กับเขาเลย และมากกว่านั้นนายจ้างยังเป็นผู้ลิบเงินก้อนนั้นเข้ากระเป๋าตัวเองเสียอีก

เขาพยายามยื่นฟ้องนายจ้างของผ่านศูนย์ช่วยเหลือแรงงานอพยพในท้องถิ่น และในปี 2020 ศาลแขวงอินชอนตัดสินว่านายจ้างต้องคืนเงิน 7,466,040 วอน (เงินบำนาญแห่งชาติที่ค้างชำระ) ให้กับคอร์ทนีย์” แต่ผ่านมาเกือบสองปีไม่มีวี่แววว่าจะได้รับคืนเลย

เงินบำนาญ แห่งชาติเกาหลี

ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือตอนนี้วีซ่า E-9 ของเขาจะหมดอายุแล้วแต่เนื่องจากการฟ้องร้องยืดเยื้อ เขาพยายามต่ออายุวีซ่า แต่รัฐบาลให้ได้แค่วีซ่า G-1 ซึ่งเป็นประเภทวีซ่าที่ไม่อนุญาตให้ทำงานในประเทศ ตอนนี้เขาเองต้องหาเงินค่ารักษาพยาบาลให้พ่อที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกที่ฟิลิปปินส์ แต่เขากลับต้องมาอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเพราะวีซ่าที่ถืออยู่

คอร์ทนีย์ซึ่งยังคงมีเงินหลายล้านวอนที่ยังไม่ได้คืนจากการฟ้องร้องนายจ้างกล่าวว่าการให้วีซ่า G-1 เป็นการแจ้งจากรัฐให้ออกนอกประเทศไปโดยไม่ได้รับเงินกุกมินย็อนกึมหรือเพื่อเป็นการบังคับให้เขาต้องกลายมาเป็นผีน้อยที่มิใช่แรงงานโดยชอบด้วยตามกฏหมายหรือ?”

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมอธิบายว่าวีซ่า G-1 เป็นวีซ่าชั่วคราวที่ได้รับเมื่อจำต้องอยู่ในเกาหลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ส่องเงื่อนไข แรงงานกึ่งทักษะ จ้างงานระยะยาว ตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่?

จากการประกาศของทางกระทรวงแรงงานจัดจ้างงานและแรงงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้เสนอเงื่อนไขการจ้างแรงงาน EPS ประเภทใหม่ภายใต้ชื่อ แรงงานกึ่งทักษะ ที่สามารถได้สิทธิ์ทำงานในเกาหลีใต้เป็นระยะเวลานานถึง 10 ปีโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเศหลังสิ้นสุดระยะเวลาจ้างงาน 4 ปี 10 เดือน ตามระบบ EPS ประเภทแรงงานไร้ฝีมือ (E-9) เดิม

แรงงานกึ่งทักษะ

เราลองมาดูเงื่อนไขหรือคุณสมบัติของผู้ที่สามารถรับสิทธิ์นี้ได้กันดังต่อไปนี้

ข้อกำหนดพิเศษสำหรับแรงงาน EPS กึ่งทักษะในการรับสิทธิ์การจ้างงานระยะยาว

เงื่อนไขด้านประสบการณ์ :

  1. แรงงานในสถานประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตต้องมีอายุงานในสถานที่ทำงานเดียวกัน 30 เดือนขึ้นไป โดยสถานที่ทำงานแรกหลังเข้าประเทศเกาหลีต้องมีอายุงาน 24 เดือน)
  2. แรงงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ (อาทิ ปศุสัตว์, เกษตร, ประมง, ก่อสร้าง, อู่ต่อเรือ เป็นต้น) ต้องมีอายุงานในสถานที่ทำงานเดียวกัน 24 เดือนขึ้นไป โดยอายุสถานที่ทำงานแรกเข้าประเทศเกาหลีต้องอยู่ที่ 18 เดือน

*ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมด้านประสบการณ์

  • หากผ่านการฝึกวิชาชีพร่วมกับทางสมาคม ฯลฯ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมหรือองค์กรของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานสามารถใช้ลดหย่อนระยะเวลาตามเงื่อนไขด้านประสบการณ์ลงได้ 6 เดือน
  • หากผ่านการฝึกอบรมพิเศษสำหรับแรงงานต่างชาติภายในบริษัทที่ทำงานอยู่จะสามารถใช้ลดหย่อนระยะเวลาตามเงื่อนไขด้านประสบการณ์ลงได้ 6 เดือน
  • หากผ่านการฝึกอบรมในสายงานจากท้องถิ่นในประเทศต้นทางก่อนส่งแรงงานเข้าประเทศเกาหลี (ใช้ระบบ ODA เป็นบรรทัดฐาน) จะสามารถใช้ลดหย่อนระยะเวลาตามเงื่อนไขด้านประสบการณ์ลงได้ 6 เดือน*

เงื่อนไขด้านทักษะภาษาเกาหลี : มีทักษะทางด้านภาษาเกาหลีเทียบเท่าหรือสูงกว่า KIIP ระดับ 3

แผนผังระบบการใช้แรงงานกึ่งทักษะ

เดิมทีจะมีแรงงานไร้ฝีมือ (E-9) และแรงงานมืออาชีพ (E-7-4) อยู่แล้ว แต่จะมีการเสริมแรงงานกึ่งทักษะ เข้ามาด้วยการกำหนดเงื่อนไขตามที่กล่าวไปข้างต้น โดยการนำแรงงานกึ่งทักษะเข้ามานั้นเพื่ออุดช่องโหว่ในการขาดแคลนแรงงานช่วยที่มีการกลับไปพักของแรงงานหลังสิ้นสุดสัญญาจ้างงานในระยะแรก และสกัดกั้นการผันตัวไปเป็นแรงงานผีน้อยในอนาคต

การนำเข้าแรงงานกึ่งทักษะสามารถเป็นไปได้ทั้งรับมาตั้งแต่ประเทศต้นทางหรือให้สิทธิ์สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาแล้วที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวไว้ข้างต้น แรงงานไร้ฝีมือและแรงงานกึ่งทักษะสามารถเปลี่ยนวีซ่าเป็นประเภทE-7-4 (ต่ออายุวีซ่าทุก 2 ปีได้ไม่จำกัด + พาครอบครัวเข้ามาพำนักด้วยได้) ได้ในระหว่างพำนัก โดยเงื่อนไขการพิจารณาจะเป็นไปตามระบบของการอนุมัติวีซ่าประเภทมืออาชีพ (ทักษะระดับสูง, รายได้ตามกำหนด, อายุตามกำหนด, การศึกษา, อาชีพ ฯลฯ อย่างครอบคลุม)

แรงงานกึ่งทักษะ

มุมมองทางด้านแรงงานต่างชาติยังมีข้อกังขาถึงความต้องการที่แท้จริงจากนโยบายข้างต้น เนื่องจากปัญหาหลักที่แรงงานต้องการการแก้ไขจริงๆ คือ อิสระในการย้ายสถานที่ทำงาน อาจด้วยสาเหตุจากผู้ว่าจ้างไม่ดี, สถานที่ทำงานไม่ผ่านมาตรฐานตามกฏหมายแรงงาน และ แม้กระทั่งรายรับไม่เป็นไปตามที่ระบุในสัญญา นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง

นักวิชาการบางคนได้เผย นโยบายข้างต้นหากมองเชิงลึกแล้วจะพบว่าเป็นการให้สิทธิ์สถานประกอบการหรือนายจ้างสามารถควบคุมแรงงานเสียมากกว่า แรงงานจะขาดอิสระในการเลือกสถานที่ทำงานทันที ซึ่งแน่นอนว่านโยบายนี้เป็นการหารือกับแค่ฝั่งของเหล่านายจ้างเท่านั้น

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

หนาวนี้เกาหลีใต้พบ ยอดผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 78,000 ราย

4 .. — จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของเกาหลีใต้ลดลงต่ำกว่า 80,000 รายในวันพุธ ท่ามกลางความกังวลต่อเนื่องจากกระแสลมหนาว และรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อความเข้มงวดด้านกฎการเข้าเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสหลั่งไหลเข้ามาจากจีนและภูมิภาคอื่นๆ

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KDCA) ระบุว่ามีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่วันนี้ (เวลา 14:40 .) มีทั้งหมด 78,575 ราย รวมถึงผู้ที่มาจากต่างประเทศพบติดเชื้อ 172 ราย ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อภายในประเทศทั้งสิ้นอยู่ที่ 29,299,166 ราย

โควิด 2023

อย่างไรก็ตามยอดนี้ถือว่าลดลงเพียงเล็กน้อยจากวันก่อนที่มีผู้ติดเชือสูงที่ 81,056 ราย และตัวเลขล่าสุดระบุนั้นลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ทางด้านผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่มขึ้นเป็น 54 ราย ส่งผลทำให้ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 32,355 รายอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.11 จำนวนผู้ป่วยวิกฤตอยู่ที่ 623 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อนที่มี 620 ราย อย่างไรเสียตัวเลขดังกล่าวนี้ได้พุ่งเกิน 600 รายมาต่อเนื่องตั้งแต่วันอาทิตย์ ซึ่งเป็นระดับที่เห็นได้เป็นยอดผู้ป่วยวิกฤติสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา

เกาหลีใต้กำลังเพิ่มความพยายามในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัส ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับกระแสลมหนาวและการหลั่งไหลเข้าประเทศของผู้ที่มาจากจีน ซึ่งจนนั้นก็กำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสภายในประเทศท่ามกลางการควบคุมที่ผ่อนคลาย

ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีการออกกฎให้ผู้ที่เดินทางมาจากจีน, มาเก๊า, และ ฮ่องกง ต้องทำการตรวจ PCR ภายในวันแรกของการเข้าเกาหลีและตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางมาจากจีนควรแสดงผลการตรวจ PCR หรือชุดตรวจโควิดแบบแอนติเจนเป็นลบก่อนขึ้นเครื่องมายังเกาหลีใต้ โดยต้องตรวจหาโควิดด้วย PCR ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางมาถึงหรือการตรวจโควิดด้วยแอนติเจนภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาถึง

และตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจากฮ่องกงและมาเก๊าจะต้องเริ่มแสดงผลตรวจโควิดที่เป็นลบก่อนเข้าประเทศด้วยเช่นกัน

โควิด 2023

KDCA ระบุจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางในช่องขาเข้าพบติดเชื้อ 172 ราย จากประเทศจีน 131 ราย และจากประเทศอื่นๆในเอเชีย 19 ราย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อโควิดที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 587 ราย และร้อยละ 41.9 นั้นเป็นนักเดินทางจากประเทศจีน สัดส่วนผู้ติดเชื้อในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นกว่าประมาณ 17 % จากเพียง 1.1%ในเดือนพฤศจิกายน ตามข้อมูลของ KDCA

รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงป้องกันเพื่อป้องกันการหลั่งไหลเข้ามาของโควิดจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสในจีนและการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในฮ่องกงที่เพิ่มขึ้นรัฐมนตรีสาธารณสุข โช เคียวฮง กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ใช้มาตรการป้องกันไวรัสอย่างทั่วถึง

รัฐบาลได้กล่าวว่าจะวางมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เข้ามาจากต่างประเทศหากจำเป็น

เกาหลีใต้จะยังคงเฝ้าดูการพัฒนาเกี่ยวกับตัวแปรย่อยของโควิดสายพันธ์ุโอมิครอนตัวใหม่ (XBB 1.5) ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วเมื่อเร็ว นี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสายพันธุ์ย่อยอาจแพร่เชื้อได้มากกว่าและต้านทานการตอบสนองของภูมิคุ้มกันมากกว่าอีกด้วย

KDCA ระบุว่าเกาหลีใต้พบเคสโอมิครอน XBB 1.5 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม และจนถึงตอนนี้ตรวจพบเคสทั้งหมด 13 เคส รวมถึงเคสที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 เคส ซึ่งปัจจุบัน สายพันธุ์ BA.5 ถือเป็นสายพันธุ์หลักในเกาหลีใต้

ข้อมูณ วันเสาร์ที่ผ่านมาพบโควิดสายพันธุ์ BA.5 คิดเป็น 38.2% ของการติดเชื้อทั้งหมด ซึ่งนั่นลดลง 7.9 % จากสัปดาห์ก่อนหน้า เมื่อพิจารณาสายพันธุ์ย่อยของโควิด ได้แก่ BQ.1, BF.7, และ  BA.5 คิดเป็น 55.2% ของเคสทั้งหมดที่ตรวจพบในเกาหลีใต้

ตามข้อมูลของ KDCA สัดส่วนของสายพันธุ์ย่อยชนิด BN.1 เพิ่มขึ้นเป็น 33.3 % จาก 24.4% ในสัปดาห์ก่อนหน้า อย่างไรก็ตามทางการได้กำหนดให้ระดับความเสี่ยงการติดเชื้อโควิดทั่วประเทศอยู่ที่ระดับปานกลางในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนธันวาคม ซึ่งคงเดิมไว้กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

แรงงาน EPS ยิ้มร่าต้อนรับศักราชใหม่ พลิกโฉมระบบการจัดจ้างแรงงานต่างชาติใหม่

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานเผยระบบการจ้างงานแรงงาน (EPS) ไร้ฝีมือหรือแรงงานประเภทวีซ่า E-9 ให้สามารถพำนักภายในประเทศในระยะยาวกว่ากฎหมายเดิมได้สูงสุด 10 ปี

โดยเดิมทีแรงงาน EPS กลุ่มนี้จะมีระยะเวลาพำนักสูงสุดได้ไม่เกิน 4 ปี 10 เดือน แต่ตามระบบใหม่ที่จะนำเข้ามาใช้ในปีนี้ (2023) จะให้สิทธิ์การพำนักที่ยาวขึ้นกับผู้ที่มีอายุงาน 2 ปีขึ้นไปในสถานที่ทำงานปัจจุบัน และต้องมีความสามารถในด้านภาษาเกาหลีและทักษะการทำงานในตำแหน่งงานของตนตามที่ต้องการอีกด้วย

EPS

สาเหตุที่นำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนระบบการพำนักนั้นก็เพื่อเป็นการสนับสนุนให้แรงงานที่มีทักษะจากสถานที่ทำงานสามารถพำนักอยู่ต่อโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ และลดผลกระทบต่อสถานประกอบการที่ต้องขาดแรงงานในช่วงการเดินทางกลับไปพักของแรงงานต่างชาตินั่นเอง

มากไปกว่านั้น แรงงาน E-9 ระบบใหม่ยังได้รับสิทธิ์ให้สามารถที่จะทำงานในสายงานอื่นๆได้อีกด้วย ซึ่งเดิมทีจะได้รับอนุญาตในงานอุตสาหกรรมการผลิต, งานก่อสร้าง, งานบริการ, งานปศุสัตว์, งานเกษตร, และงานประมง แต่ขอบเขตงานประเภทใหม่ที่ะสามารถจัดจ้างขึ้นมาได้อีกจะเป็นในส่วนของอุตสาหกรรมการบริการขนส่ง อาทิ งานขนส่งของ, งานเก็บขยะ, งานด้านขนส่งคมนาคม, และการขนส่งเนื้อสัตว์

นอกเหนือจากนั้นแล้ว นักเรียนต่างชาติที่เดิมทีเข้ามาศึกษาภายในประเทศเกาหลีแล้วต้องกลับออกนอกประเทศหลังจบการศึกษาหากไม่ได้รับการว่างจ้างด้วยวีซ่าประเภท E-7 (แรงงานฝีมือ) แต่จากนี้ไปนักเรียนกลุ่มนี้จะสามารถทำงานในฐานะแรงงานไร้ฝีมือ (E-9) ได้เลยโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ

EPS

นอกจากนี้ ปีนี้เป็นต้นไปข้อจำกัดในการออกใบอนุญาตการจ้างงานใหม่ต่อสถานประกอบการจะถูกยกเลิก และจำนวนใบอนุญาตการจ้างงานทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 20% ภายในสิ้นปีนี้ในกลุ่มธุรกิจการผลิตขนาดเล็ก (SMEs) ที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน

จากการคาดการณ์ข้างต้นแรงงาน E-9 ที่เดินทางเข้ามา 84,000 คนเมื่อปีที่แล้ว (2022) จะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คนภายในปีนี้ (2023)โดยจะมุ่งไปยังอุตสาหกรรมการเกษตรและการประมงที่แรงงานกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในปีที่ผ่านมา

สำหรับงานด้านการทำความสะอาดบ้านและงานพี่เลี้ยงเด็ก ทางรัฐบาลเองก็กำลังนำร่องแผนการจัดหากำลังคนผ่านหน่วยรับรองบริการที่ได้รับอนุญาตอยู่ โดยมุ่งงเป้าเพื่อต้องการดำเนินโครงการลดจำนวนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งมีจำนวน 410,000 คน ณ เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

EPS

มีการให้สิ่งจูงใจแก่สถานที่ทำงานที่ดำเนินการฝึกอาชีพด้วยตนเอง เช่น การลดข้อกำหนดพิเศษสำหรับการจ้างงานระยะยาว และการฝึกอาชีพในประเทศที่ส่งแรงงานต่างชาติผ่านโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA)ให้มีความเข้มแข็งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานต่างชาติที่ระยะเวลาการพำนักกำลังจะหมดลง จะมีบริการฝึกอบรมอาชีพสำหรับสาขาที่พวกเขาต้องการทำงานให้ด้วย เพื่อที่หลังจากกลับถึงบ้านเกิดแล้วพวกเขาเหล่านั้นจะสามารถหางานทำตามบริษัทสัญชาติเกาหลีภายในประเทศตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว1, แหล่งข่าว2

ผีน้อย ในเกาหลีพุ่งทะลุสถิติ “400,000 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

จากสถิติผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีตอนนี้มากถึง 400,000 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระทรวงยุติธรรมเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถึงสถิติประจำปีของหน่วยบริการตรวจคนเข้าเมืองพบยอดผู้อพยพผิดกฎหมาย 395,068 คนอาศัยอยู่ในเกาหลี (ยอดล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2022) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการกักกันโรค ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คนทุกเดือน

ผีน้อย

สัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายในหมู่ชาวต่างชาติทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในปี 2019 ก่อนจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ซึ่งนี่หมายความว่า 20% ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน (ณ กรกฎาคม 2022 จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 2,081,350 คน)

ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในบรรดาแรงงานต่างชาติ E-9 ที่หมดสัญญาจ้างแล้วเลือกที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โอ จองอึน หัวหน้าสถาบันตรวจคนเข้าเมืองและพหุวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฮันซอง กล่าวว่า “นี่เป็นผลมาจากการสะสมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโควิด-19 พอผ่านพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักไปแล้วก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ต่อ เพราะพวกเขาคิดว่าหากกลับบ้านเกิดไปก็คงจะยากลำบากกว่านี้”

ผีน้อย

ในความเป็นจริง 34.3% ของผู้อพยพผิดกฎหมายเป็น ‘ชาวต่างชาติที่เคยได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว’ ที่ได้รับบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (วีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน) ซึ่งพวกเขาสามารถอยู่ได้นานกว่า 90 วัน

จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 135,000 คน ณ เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีที่แล้ว (ยอด 120,000 คน)

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคอีกครั้ง

อันที่จริง มีอีกกรณีที่พบว่ามีชาวไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านทางเกาะเชจูได้เริ่มขาดการติดต่อหรือพยายามหางานทำอย่างมิชอบด้วยกฎหมายด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

ผีน้อย

ศาสตราจารย์คิมโดฮยอน (Kim Do-kyun) จากมหาวิทยาลัยฮัลลา (Halla University) กล่าวว่า “ปัญหาพื้นฐานที่สุดคือยังคงมีความต้องการผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่ขาดแคลนกำลังคนขั้นวิกฤติซึ่งจำต้องจ้างพวกเขา แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม ”

“การเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายอาจทำให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนและลดประสิทธิภาพการดูแล ดังนั้นขั้นตอนการออกวีซ่าและการจัดการชายแดนควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ นอกจากนี้ในระยะยาวงานที่ต้องการกำลังคนจากต่างประเทศควรเสริมด้วยช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่านี้”

ทีมกำกับและควบคุมชาวต่างชาติในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน จำเป็นต้องออกปราบปรามผู้คนคิดเป็น 1,300 คนต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แม้ว่าจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย เพื่อเข้าช่วยในงานปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ก็ยากที่จะปราบปรามผู้ที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ดี

โอจองอึนกล่าวว่า “การขยายอุปทานแรงงานต่างชาติอาจนำไปสู่การโต้แย้งเรื่องที่ต่างชาติเข้ามาแบ่งงานชาวเกาหลี แต่หากเราจัดหากำลังคนที่จำเป็นได้ผ่านการวิเคราะห์ตลาดการจ้างงานโดยละเอียดมันจะเป็นวิธีการที่จะจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน”

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม สร้างชื่อเสียงข้ามประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 สิงหาคม 2022) ทีมดัชชี่เอฟซี (Dutshie FC) ทีมนักเตะจากกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ได้ดวลแข้งกับทีมนักเตะจากเมียนมาร์ (พม่า) ก่อนจะเฉือนชนะไปแบบขาดลอยถึง 6-1 ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ดีๆ ของกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ผ่านกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยบริษัท GME (Global Money Express) ภายใต้งานแข่งขัน GME Hanaro Football Match 2022 ที่กำลังดำเนินการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในเวลานี้

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

การแข่งขันในรอบแรก 16 ทีม (ประกอบไปด้วยทีมแรงงานต่างชาติต่างๆ อาทิ จีน อินโดนีเซีย ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา กัมพูชา มองโกเลีย ประเทศกลุ่ม CIS พม่า ไทย บังคลาเทศ แอฟริกา เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ และ กลุ่มประเทศฝั่งตะวันตก) ได้มีการคัดให้เหลือเพียง 8 ทีมเพื่อเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งการแข่งขันได้ถูกจัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 และ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ 21 สิงหาคม ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีม ได้แก่ อินโดนีเซีย เนปาล ศรีลังกา และมองโกเลีย

และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ตัวแทนทีมชาติไทย อย่างทีมดัชชี่ เอฟซี (Dutshie FC) ได้ทำการลงแข่งขันพบกับทีมชาติเมียนมาร์ (พม่า) ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมา ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเมียนมาร์ไปได้อย่างสวยงามที่ 6 -1 ประตู

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

โดยครึ่งแรกของเกมทีมไทยทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 5 – 0 ก่อนที่จะเสียประตูให้กับทีมพม่าในช่วงกลางเกมของครึ่งหลัง หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกและรับจนทีมไทยสามารถทำ 1 ประตูปิดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันได้สำเร็จ ซึ่งทำให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมประเทศฝั่งตะวันตกทันทีในแมชท์หน้า

สำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งประกอบไปด้วยทีมจากประเทศอินโดนีเซีย เนปาล มองโกเลีย ศรีลังกา ไทย ประเทศฝั่งตะวันตก เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 กันยายน ณ สนามกีฬาฮโยชัง (효창 운동장) กรุงโซล ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. ซึ่งสนามกีฬามีขนาดใหญ่สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว

หากท่านใดสนใจเข้าชมการแข่งขันนานาชาติ GME Hanaro Football Match 2022 สามารถเข้าไปรับชมและเป็นกำลังใจให้กับทีมไทยได้ไม่เสียค่าเข้าชมใด ๆ หรือ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊คของแอปจีเอ็มอี (GME Remittance Thailand – โอนเงินเกาหลีกลับไทย)

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

อย่างไรก็ตาม GME (Global Money Express) ผู้จัดงานแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ แอปจีเอ็มอี เป็นแอปพลิเคชั่นโอนเงินเกาหลีกลับไทย เจ้าแรก ๆ ของเกาหลีใต้ โดยบริษัทได้มีการเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 โดยได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีอย่างเป็นทางการ และขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่องไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ณ ปัจจุบัน จุดเด่นของแอปจีเอ็มอีก็คือการให้บริการโอนเงินกลับไทยได้รวดเร็วเพียงไม่ถึง 10 นาที มีค่าบริการเพียง 5,000 วอนต่อครั้ง ไม่มีการหักปลายทางเพิ่มเติม

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เริ่มกันยายนนี้! บินเชจูต้องลงทะเบียนผ่าน K-ETA

กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจนำระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) เข้ามาปรับใช้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังเกาะเชจูตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป พร้อมชี้แจงว่าการปรับใช้ระบบดังกล่าวประสงค์เพื่อแยกนักท่องเที่ยวต่างชาติตัวจริงและผู้ประสงค์แอบเข้าเมืองในคราบนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจากกันด้วยความปรารถนาดีและปกป้องความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี

โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงยุติธรรมได้จัด “การบรรยายสรุปเพื่อสร้างความเข้าใจให้พลเมืองภายในเกาะเชจูได้เข้าใจถึงระบบการอนุญาตเดินทางเข้าเมืองเพื่อท่องเที่ยวผ่านระบบ K-ETA” ณ หอประชุมชั้น 1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชจู และประกาศว่าจะมีการปรับใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ไปจนถึงใช้ช่วงสิ้นปี

เดิมทีเกาะเชจูเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเกาหลีใต้ การผ่อนคลายหลังสถานการณ์โควิดของประเทศในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการปรับใช้ระบบ K-ETA ร่วมกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นในการเปิดการท่องเที่ยวจึงได้อนุญาตให้ประเทศที่มีสนธิสัญญาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ใช้วีซ่ากว่า 112 ประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (B-1 และ B-2-1)สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวได้สะดวกเช่นเคย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการเริ่มต้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – เชจู เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวไทยจำนวนมากแห่บินเข้ามาพร้อมกลุ่มทัวร์ก่อนจะมีการหายไปจากกลุ่มทัวร์ระหว่างท่องเที่ยวโดยมิทราบสาเหตุเพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถิติพบ ชาวไทยกว่า 94 คนคิดเป็น 16.5% แอบหนีกลุ่มทัวร์ที่เดินทางเข้ามากว่า 568 คน (สถิติจากวันที่ 2-15 สิงหาคม 2565) ซึ่งทางด้านกองตรวจคนเข้าเมืองเชจูก็ได้รวบตัวผู้แอบเข้าเมืองได้ 2 ราย ณ ท่าเรือเชจู อีกด้วย

K-ETA

ในขณะเดียวกันจากสถิติของทางตม.เชจูเผย ชาวไทย 822 คน (52.4%) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มทัวร์และผู้เดินทางเข้าด้วยตนเองจากทั้งหมด 1,390 คน (52.4%) ที่บินตรงจากกรุงเทพฯมายังเกาะเชจู ถูกปฎิเสธเข้าเมือง ด้วยเหตุผลหลักคือ “วัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองไม่ชัดเจน” ในขั้นต้นสายการบินเชจูแอร์ได้หันมาปรับเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เชจูลงในช่วงเดือนนี้ (สิงหาคม 2565)

กระทรวงยุติธรรมกำลังพิจารณาใช้ระบบ K-ETA กับประเทศที่มีปัญหาระหว่างประเทศที่สามารถเข้าผ่านระบบปลอดวีซ่าของเชจูได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีปัญหา แต่เราวางแผนที่จะรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในเชจูอย่างเพียงพอก่อนที่จะใช้ระบบ K-ETA

K-ETA

แม้จะมีคำอธิบายจากกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมการบรรยายสรุปในวันนั้นแสดงความกังวลว่า “ถ้าใช้ระบบ K-ETA นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่กล้ามาที่เชจูหรือเปล่า”

กระทรวงยุติธรรมกล่าวเน้นย้ำว่า “การแนะนำระบบ K-ETA มาใช้อาจลดจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเชจู แต่จะไม่ลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดประสงค์หลักของกระทรวงยุติธรรมที่นำไประบบนี้มาใช้กับเกาะเชจูก็เพื่อความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี”

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

 

เกาหลีหนุนโควต้า แรงงานต่างชาติ คาดนำเข้า 10,000 คน/เดือน

รัฐบาลวางแผนที่จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนเข้าประเทศในแต่ละเดือน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ด้วยเหตุนี้ การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอำนวยมากขึ้น เช่น จะทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองง่ายขึ้น

รัฐบาลจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจฉุกเฉินเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการยืนยัน ‘แผนงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน’ โดยแรงงานต่างชาติจำนวนมากจะถูกจัดแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนซึ่งกำลังเป็นที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ได้แก่ อู่ต่อเรือ (4,800 คน) อุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ ( 27,000 คน) ธุรกิจรถแท็กซี่และรถประจำทาง (2,300 คน) ร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีก ( 14,200 คน) และส่วนที่เหลือเป็นภาคการเกษตรกรรม

แรงงานต่างชาติ

ประการแรก จำนวนชาวต่างชาติใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งอุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ จะเพิ่มขึ้น 6,000 ( คิดเป็น 57.3 %) ในอุตสาหกรรมการต่อเรือซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างรุนแรง จะมีการให้มอบหมายสิทธิการเข้าทำงานด้านนี้ให้แก่ผู้สมัครต่างชาติทั้งหมดที่ต้องการเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมการต่อเรือคาดว่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ 3,000 คน เช่น ช่างเชื่อมและช่างทาสี ส่วนในภาคเกษตรได้มีการตัดสินใจจะขยายการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 600 คน เป็น 2,224 คน

แรงงานต่างชาติ

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ลี จองซิก กล่าวว่า “ประการแรก เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาคสนาม เราจะรีบนำแรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนต่อเดือนเข้ามาฟื้นฟูจำนวนแรงงานต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีให้กลับมาเดินหน้าด้านแรงงานในปีนี้ เราจะสนับสนุนการเข้ามาของบุคลากรใหม่ๆ ผ่านการสนับสนุนเฉพาะทางและตามที่เราได้มีการกำหนดเอง”

รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะออกใบอนุญาตการจ้างงานใหม่ ซึ่งมีกำหนดจะออกในไตรมาสที่ 3 และ 4 ภายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยวิธีการข้างต้นนี้แรงงานกว่า 63,000 คนที่รอเข้าประเทศจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 50,000 คนแรกจะได้รับการจัดสรรนำเข้ากำลังแรงงาน 10,000 คนต่อเดือนโดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป หากเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีนี้จะมีแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายแรงงานกว่า 84,000 คน และจะเป็นการฟื้นฟูกำลังคนสู่ระดับที่เคยมีก่อนโควิด-19 (277,000 คน)

แรงงานต่างชาติ

นอกจากนี้ ช่วงต้นเดือนตุลาคมจะเริ่มมีการกำหนดการรับแรงงานต่างชาติในปีต่อไป ที่จะถูกกำหนดให้เข้าเกาหลีตั้งแต่มกราคมปีหน้า เพื่อจะให้กำลังคนที่จำเป็นสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้ทันท่วงที และคาดว่าระบบจะดีขึ้น เช่น การออกใบอนุญาตการจ้างงานภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ‘กองกำลังเฉพาะกิจสนับสนุนการจ้างงานอย่างรวดเร็ว’ กำลังจะจัดตั้งขึ้นตามศูนย์จัดหางาน 17 แห่งในอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งเป็นภาคที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง และศูนย์จัดหางานในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมรากฐานหนาแน่น เพื่อให้การสนับสนุนอย่างทั่วถึงและถือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกันระหว่างคนงานและสถานที่หาแรงงานอีกด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

55 นักท่องเที่ยวไทย หนีกรุ๊ปทัวร์ในเชจู

ตามรายงานของศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองเชจูเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา พบนักท่องเที่ยวชาวไทย 55 ราย (คิดเป็น 19.6%) จากนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ชาวไทยกว่า 280 คน หลบหนีหลังจากเดินทางเข้ามายังสนามบินเชจู

ตม.เกาหลี

ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้เดินทางเข้ามายังเกาะเชจูอย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคมที่ผ่านมาก่อนจะถูกปฎิเสธเข้าเมืองไปหลายร้อยคน

การเดินทางเข้าครั้งล่าสุดนี้เป็นไฟล์ทบินของสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบินจากกรุงเทพ ได้เดินทางเข้ามาในฐานะกลุ่มทัวร์โดยมีแพลนเที่ยว 3 วัน 2 คืน แต่กลับพบการหลบหนีของนักท่องเที่ยวในกลุ่มทัวร์ดังกล่าว

ตม.เกาหลี

ทางด้านด่านตรวจคนเข้าเมืองเชจูออกมาจัดทีมเร่งแกะรอยค้นหานักท่องเที่ยวชาวไทยที่หลบหนีจากกลุ่มทัวร์ทันที เนื่องจากมีการต่อต้านและมีความกังวลเรื่องของการใช้ช่องทางฟรีวีซ่าในเกาะเชจูมาเปิดทางเข้ามาทำงานอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตามตั้งแต่นักท่องเที่ยวไทยแห่เดินทางเข้าเกาะเชจู 533 คนอย่างต่อเนื่องก็พบว่ามีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้วกว่า 290 ราย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ตม.เกาหลี เข้มปฎิเสธยกลำ! “นทท.ไทย 115 คนกลับลำทันที”

ในขณะที่ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวไทยในเกาหลีเพิ่มขึ้นที่ 140,000 ราย ส่งผลให้มีปรากฎการณ์ปฎิเสธผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาจากกรุงเทพด้วยเที่ยวบินของสายการบินเชจูต้องถูกปฎิเสธการเดินทางเข้ากว่า 115 ราย

ตม.เกาหลี

ตามการรายงานข่าวของสน.ข่าว KBS เผยเมื่อเช้าวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยที่โดยสารสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบิน 7C2244 ลงเทียบท่าเมื่อเวลา 10:00 น.เกาหลีใต้ จำนวน 115 คน (คิดเป็น 62.5%) จากทั้งหมด 184 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเข้ม กระทั่งนำมาซื่งการถูกปฎิเสธการเข้าเมืองในเวลาต่อมาทันที

โดยปกติแล้ว ตอนนี้พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเกาหลีใต้ได้ถูกปฎิเสธการเข้าเมืองเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าบางคนจะได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าผ่านระบบ K-ETA มาแล้วก็ตาม

ตม.เกาหลี

ปีนี้พบว่าจำนวนชาวไทยเดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้แล้วกว่า 10,000 คน และกว่า 5,000 คนถูกปฎิเสธการเข้าเมืองโดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์ลอบเข้ามาขายแรงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ตามข้อมูลสถิติของทางรัฐบาลเกาหลีเผยว่าแรงงานไทยที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยระบบ EPS มีกว่า 18,000 คน แต่ผู้ที่แอบเข้ามาทำงานโดยมิได้รับอนุญาตกว่า 140,000 คน

ตม.เกาหลี

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มุ่งเน้นในการเข้มงวดเรื่องของการเดินทางเข้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายมากขึ้นหลังเปิดให้มีฟรีวีซ่าตั้งแต่ท้ายปีที่แล้วเป็นต้นมา

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว