ผีน้อย ในเกาหลีพุ่งทะลุสถิติ “400,000 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

จากสถิติผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีตอนนี้มากถึง 400,000 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระทรวงยุติธรรมเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถึงสถิติประจำปีของหน่วยบริการตรวจคนเข้าเมืองพบยอดผู้อพยพผิดกฎหมาย 395,068 คนอาศัยอยู่ในเกาหลี (ยอดล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2022) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการกักกันโรค ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คนทุกเดือน

ผีน้อย

สัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายในหมู่ชาวต่างชาติทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในปี 2019 ก่อนจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ซึ่งนี่หมายความว่า 20% ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน (ณ กรกฎาคม 2022 จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 2,081,350 คน)

ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในบรรดาแรงงานต่างชาติ E-9 ที่หมดสัญญาจ้างแล้วเลือกที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โอ จองอึน หัวหน้าสถาบันตรวจคนเข้าเมืองและพหุวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฮันซอง กล่าวว่า “นี่เป็นผลมาจากการสะสมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโควิด-19 พอผ่านพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักไปแล้วก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ต่อ เพราะพวกเขาคิดว่าหากกลับบ้านเกิดไปก็คงจะยากลำบากกว่านี้”

ผีน้อย

ในความเป็นจริง 34.3% ของผู้อพยพผิดกฎหมายเป็น ‘ชาวต่างชาติที่เคยได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว’ ที่ได้รับบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (วีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน) ซึ่งพวกเขาสามารถอยู่ได้นานกว่า 90 วัน

จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 135,000 คน ณ เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีที่แล้ว (ยอด 120,000 คน)

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคอีกครั้ง

อันที่จริง มีอีกกรณีที่พบว่ามีชาวไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านทางเกาะเชจูได้เริ่มขาดการติดต่อหรือพยายามหางานทำอย่างมิชอบด้วยกฎหมายด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

ผีน้อย

ศาสตราจารย์คิมโดฮยอน (Kim Do-kyun) จากมหาวิทยาลัยฮัลลา (Halla University) กล่าวว่า “ปัญหาพื้นฐานที่สุดคือยังคงมีความต้องการผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่ขาดแคลนกำลังคนขั้นวิกฤติซึ่งจำต้องจ้างพวกเขา แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม ”

“การเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายอาจทำให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนและลดประสิทธิภาพการดูแล ดังนั้นขั้นตอนการออกวีซ่าและการจัดการชายแดนควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ นอกจากนี้ในระยะยาวงานที่ต้องการกำลังคนจากต่างประเทศควรเสริมด้วยช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่านี้”

ทีมกำกับและควบคุมชาวต่างชาติในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน จำเป็นต้องออกปราบปรามผู้คนคิดเป็น 1,300 คนต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แม้ว่าจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย เพื่อเข้าช่วยในงานปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ก็ยากที่จะปราบปรามผู้ที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ดี

โอจองอึนกล่าวว่า “การขยายอุปทานแรงงานต่างชาติอาจนำไปสู่การโต้แย้งเรื่องที่ต่างชาติเข้ามาแบ่งงานชาวเกาหลี แต่หากเราจัดหากำลังคนที่จำเป็นได้ผ่านการวิเคราะห์ตลาดการจ้างงานโดยละเอียดมันจะเป็นวิธีการที่จะจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน”

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม สร้างชื่อเสียงข้ามประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 สิงหาคม 2022) ทีมดัชชี่เอฟซี (Dutshie FC) ทีมนักเตะจากกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ได้ดวลแข้งกับทีมนักเตะจากเมียนมาร์ (พม่า) ก่อนจะเฉือนชนะไปแบบขาดลอยถึง 6-1 ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ดีๆ ของกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ผ่านกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยบริษัท GME (Global Money Express) ภายใต้งานแข่งขัน GME Hanaro Football Match 2022 ที่กำลังดำเนินการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในเวลานี้

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

การแข่งขันในรอบแรก 16 ทีม (ประกอบไปด้วยทีมแรงงานต่างชาติต่างๆ อาทิ จีน อินโดนีเซีย ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา กัมพูชา มองโกเลีย ประเทศกลุ่ม CIS พม่า ไทย บังคลาเทศ แอฟริกา เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ และ กลุ่มประเทศฝั่งตะวันตก) ได้มีการคัดให้เหลือเพียง 8 ทีมเพื่อเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งการแข่งขันได้ถูกจัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 และ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ 21 สิงหาคม ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีม ได้แก่ อินโดนีเซีย เนปาล ศรีลังกา และมองโกเลีย

และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ตัวแทนทีมชาติไทย อย่างทีมดัชชี่ เอฟซี (Dutshie FC) ได้ทำการลงแข่งขันพบกับทีมชาติเมียนมาร์ (พม่า) ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมา ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเมียนมาร์ไปได้อย่างสวยงามที่ 6 -1 ประตู

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

โดยครึ่งแรกของเกมทีมไทยทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 5 – 0 ก่อนที่จะเสียประตูให้กับทีมพม่าในช่วงกลางเกมของครึ่งหลัง หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกและรับจนทีมไทยสามารถทำ 1 ประตูปิดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันได้สำเร็จ ซึ่งทำให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมประเทศฝั่งตะวันตกทันทีในแมชท์หน้า

สำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งประกอบไปด้วยทีมจากประเทศอินโดนีเซีย เนปาล มองโกเลีย ศรีลังกา ไทย ประเทศฝั่งตะวันตก เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 กันยายน ณ สนามกีฬาฮโยชัง (효창 운동장) กรุงโซล ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. ซึ่งสนามกีฬามีขนาดใหญ่สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว

หากท่านใดสนใจเข้าชมการแข่งขันนานาชาติ GME Hanaro Football Match 2022 สามารถเข้าไปรับชมและเป็นกำลังใจให้กับทีมไทยได้ไม่เสียค่าเข้าชมใด ๆ หรือ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊คของแอปจีเอ็มอี (GME Remittance Thailand – โอนเงินเกาหลีกลับไทย)

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

อย่างไรก็ตาม GME (Global Money Express) ผู้จัดงานแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ แอปจีเอ็มอี เป็นแอปพลิเคชั่นโอนเงินเกาหลีกลับไทย เจ้าแรก ๆ ของเกาหลีใต้ โดยบริษัทได้มีการเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 โดยได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีอย่างเป็นทางการ และขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่องไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ณ ปัจจุบัน จุดเด่นของแอปจีเอ็มอีก็คือการให้บริการโอนเงินกลับไทยได้รวดเร็วเพียงไม่ถึง 10 นาที มีค่าบริการเพียง 5,000 วอนต่อครั้ง ไม่มีการหักปลายทางเพิ่มเติม

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เริ่มกันยายนนี้! บินเชจูต้องลงทะเบียนผ่าน K-ETA

กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจนำระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) เข้ามาปรับใช้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังเกาะเชจูตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป พร้อมชี้แจงว่าการปรับใช้ระบบดังกล่าวประสงค์เพื่อแยกนักท่องเที่ยวต่างชาติตัวจริงและผู้ประสงค์แอบเข้าเมืองในคราบนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจากกันด้วยความปรารถนาดีและปกป้องความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี

โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงยุติธรรมได้จัด “การบรรยายสรุปเพื่อสร้างความเข้าใจให้พลเมืองภายในเกาะเชจูได้เข้าใจถึงระบบการอนุญาตเดินทางเข้าเมืองเพื่อท่องเที่ยวผ่านระบบ K-ETA” ณ หอประชุมชั้น 1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชจู และประกาศว่าจะมีการปรับใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ไปจนถึงใช้ช่วงสิ้นปี

เดิมทีเกาะเชจูเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเกาหลีใต้ การผ่อนคลายหลังสถานการณ์โควิดของประเทศในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการปรับใช้ระบบ K-ETA ร่วมกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นในการเปิดการท่องเที่ยวจึงได้อนุญาตให้ประเทศที่มีสนธิสัญญาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ใช้วีซ่ากว่า 112 ประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (B-1 และ B-2-1)สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวได้สะดวกเช่นเคย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการเริ่มต้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – เชจู เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวไทยจำนวนมากแห่บินเข้ามาพร้อมกลุ่มทัวร์ก่อนจะมีการหายไปจากกลุ่มทัวร์ระหว่างท่องเที่ยวโดยมิทราบสาเหตุเพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถิติพบ ชาวไทยกว่า 94 คนคิดเป็น 16.5% แอบหนีกลุ่มทัวร์ที่เดินทางเข้ามากว่า 568 คน (สถิติจากวันที่ 2-15 สิงหาคม 2565) ซึ่งทางด้านกองตรวจคนเข้าเมืองเชจูก็ได้รวบตัวผู้แอบเข้าเมืองได้ 2 ราย ณ ท่าเรือเชจู อีกด้วย

K-ETA

ในขณะเดียวกันจากสถิติของทางตม.เชจูเผย ชาวไทย 822 คน (52.4%) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มทัวร์และผู้เดินทางเข้าด้วยตนเองจากทั้งหมด 1,390 คน (52.4%) ที่บินตรงจากกรุงเทพฯมายังเกาะเชจู ถูกปฎิเสธเข้าเมือง ด้วยเหตุผลหลักคือ “วัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองไม่ชัดเจน” ในขั้นต้นสายการบินเชจูแอร์ได้หันมาปรับเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เชจูลงในช่วงเดือนนี้ (สิงหาคม 2565)

กระทรวงยุติธรรมกำลังพิจารณาใช้ระบบ K-ETA กับประเทศที่มีปัญหาระหว่างประเทศที่สามารถเข้าผ่านระบบปลอดวีซ่าของเชจูได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีปัญหา แต่เราวางแผนที่จะรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในเชจูอย่างเพียงพอก่อนที่จะใช้ระบบ K-ETA

K-ETA

แม้จะมีคำอธิบายจากกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมการบรรยายสรุปในวันนั้นแสดงความกังวลว่า “ถ้าใช้ระบบ K-ETA นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่กล้ามาที่เชจูหรือเปล่า”

กระทรวงยุติธรรมกล่าวเน้นย้ำว่า “การแนะนำระบบ K-ETA มาใช้อาจลดจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเชจู แต่จะไม่ลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดประสงค์หลักของกระทรวงยุติธรรมที่นำไประบบนี้มาใช้กับเกาะเชจูก็เพื่อความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี”

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

 

เกาหลีหนุนโควต้า แรงงานต่างชาติ คาดนำเข้า 10,000 คน/เดือน

รัฐบาลวางแผนที่จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนเข้าประเทศในแต่ละเดือน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ด้วยเหตุนี้ การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอำนวยมากขึ้น เช่น จะทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองง่ายขึ้น

รัฐบาลจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจฉุกเฉินเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการยืนยัน ‘แผนงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน’ โดยแรงงานต่างชาติจำนวนมากจะถูกจัดแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนซึ่งกำลังเป็นที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ได้แก่ อู่ต่อเรือ (4,800 คน) อุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ ( 27,000 คน) ธุรกิจรถแท็กซี่และรถประจำทาง (2,300 คน) ร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีก ( 14,200 คน) และส่วนที่เหลือเป็นภาคการเกษตรกรรม

แรงงานต่างชาติ

ประการแรก จำนวนชาวต่างชาติใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งอุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ จะเพิ่มขึ้น 6,000 ( คิดเป็น 57.3 %) ในอุตสาหกรรมการต่อเรือซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างรุนแรง จะมีการให้มอบหมายสิทธิการเข้าทำงานด้านนี้ให้แก่ผู้สมัครต่างชาติทั้งหมดที่ต้องการเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมการต่อเรือคาดว่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ 3,000 คน เช่น ช่างเชื่อมและช่างทาสี ส่วนในภาคเกษตรได้มีการตัดสินใจจะขยายการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 600 คน เป็น 2,224 คน

แรงงานต่างชาติ

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ลี จองซิก กล่าวว่า “ประการแรก เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาคสนาม เราจะรีบนำแรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนต่อเดือนเข้ามาฟื้นฟูจำนวนแรงงานต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีให้กลับมาเดินหน้าด้านแรงงานในปีนี้ เราจะสนับสนุนการเข้ามาของบุคลากรใหม่ๆ ผ่านการสนับสนุนเฉพาะทางและตามที่เราได้มีการกำหนดเอง”

รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะออกใบอนุญาตการจ้างงานใหม่ ซึ่งมีกำหนดจะออกในไตรมาสที่ 3 และ 4 ภายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยวิธีการข้างต้นนี้แรงงานกว่า 63,000 คนที่รอเข้าประเทศจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 50,000 คนแรกจะได้รับการจัดสรรนำเข้ากำลังแรงงาน 10,000 คนต่อเดือนโดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป หากเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีนี้จะมีแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายแรงงานกว่า 84,000 คน และจะเป็นการฟื้นฟูกำลังคนสู่ระดับที่เคยมีก่อนโควิด-19 (277,000 คน)

แรงงานต่างชาติ

นอกจากนี้ ช่วงต้นเดือนตุลาคมจะเริ่มมีการกำหนดการรับแรงงานต่างชาติในปีต่อไป ที่จะถูกกำหนดให้เข้าเกาหลีตั้งแต่มกราคมปีหน้า เพื่อจะให้กำลังคนที่จำเป็นสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้ทันท่วงที และคาดว่าระบบจะดีขึ้น เช่น การออกใบอนุญาตการจ้างงานภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ‘กองกำลังเฉพาะกิจสนับสนุนการจ้างงานอย่างรวดเร็ว’ กำลังจะจัดตั้งขึ้นตามศูนย์จัดหางาน 17 แห่งในอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งเป็นภาคที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง และศูนย์จัดหางานในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมรากฐานหนาแน่น เพื่อให้การสนับสนุนอย่างทั่วถึงและถือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกันระหว่างคนงานและสถานที่หาแรงงานอีกด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

55 นักท่องเที่ยวไทย หนีกรุ๊ปทัวร์ในเชจู

ตามรายงานของศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองเชจูเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา พบนักท่องเที่ยวชาวไทย 55 ราย (คิดเป็น 19.6%) จากนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ชาวไทยกว่า 280 คน หลบหนีหลังจากเดินทางเข้ามายังสนามบินเชจู

ตม.เกาหลี

ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้เดินทางเข้ามายังเกาะเชจูอย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคมที่ผ่านมาก่อนจะถูกปฎิเสธเข้าเมืองไปหลายร้อยคน

การเดินทางเข้าครั้งล่าสุดนี้เป็นไฟล์ทบินของสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบินจากกรุงเทพ ได้เดินทางเข้ามาในฐานะกลุ่มทัวร์โดยมีแพลนเที่ยว 3 วัน 2 คืน แต่กลับพบการหลบหนีของนักท่องเที่ยวในกลุ่มทัวร์ดังกล่าว

ตม.เกาหลี

ทางด้านด่านตรวจคนเข้าเมืองเชจูออกมาจัดทีมเร่งแกะรอยค้นหานักท่องเที่ยวชาวไทยที่หลบหนีจากกลุ่มทัวร์ทันที เนื่องจากมีการต่อต้านและมีความกังวลเรื่องของการใช้ช่องทางฟรีวีซ่าในเกาะเชจูมาเปิดทางเข้ามาทำงานอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตามตั้งแต่นักท่องเที่ยวไทยแห่เดินทางเข้าเกาะเชจู 533 คนอย่างต่อเนื่องก็พบว่ามีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้วกว่า 290 ราย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ตม.เกาหลี เข้มปฎิเสธยกลำ! “นทท.ไทย 115 คนกลับลำทันที”

ในขณะที่ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวไทยในเกาหลีเพิ่มขึ้นที่ 140,000 ราย ส่งผลให้มีปรากฎการณ์ปฎิเสธผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาจากกรุงเทพด้วยเที่ยวบินของสายการบินเชจูต้องถูกปฎิเสธการเดินทางเข้ากว่า 115 ราย

ตม.เกาหลี

ตามการรายงานข่าวของสน.ข่าว KBS เผยเมื่อเช้าวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยที่โดยสารสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบิน 7C2244 ลงเทียบท่าเมื่อเวลา 10:00 น.เกาหลีใต้ จำนวน 115 คน (คิดเป็น 62.5%) จากทั้งหมด 184 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเข้ม กระทั่งนำมาซื่งการถูกปฎิเสธการเข้าเมืองในเวลาต่อมาทันที

โดยปกติแล้ว ตอนนี้พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเกาหลีใต้ได้ถูกปฎิเสธการเข้าเมืองเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าบางคนจะได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าผ่านระบบ K-ETA มาแล้วก็ตาม

ตม.เกาหลี

ปีนี้พบว่าจำนวนชาวไทยเดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้แล้วกว่า 10,000 คน และกว่า 5,000 คนถูกปฎิเสธการเข้าเมืองโดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์ลอบเข้ามาขายแรงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ตามข้อมูลสถิติของทางรัฐบาลเกาหลีเผยว่าแรงงานไทยที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยระบบ EPS มีกว่า 18,000 คน แต่ผู้ที่แอบเข้ามาทำงานโดยมิได้รับอนุญาตกว่า 140,000 คน

ตม.เกาหลี

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มุ่งเน้นในการเข้มงวดเรื่องของการเดินทางเข้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายมากขึ้นหลังเปิดให้มีฟรีวีซ่าตั้งแต่ท้ายปีที่แล้วเป็นต้นมา

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ทำไม แรงงานตามฤดูกาล 12,000 ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานชนบท?

นายเอเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งได้ยื่นคำร้องหลังจากเห็นประกาศ “ระบบแรงงานตามฤดูกาล” ในปีนี้ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงยุติธรรม (법무부) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในชนบท พวกเขาเป็นแรงงานต่างชาติซึ่งอนุญาตให้ทำงานในพื้นที่ชนบทในเกาหลีเป็นเวลา 3-5 เดือนเท่านั้น ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพียงปีเดียว แรงงานตามฤดูกาล 12,000 คนได้เดินทางเข้ามาในประเทศ

แต่การทำฟาร์มจริงๆนั้นต้องการคนจำนวนมากในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่วุ่นวาย แต่ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลทำฟาร์มเกษตรกรก็ไม่ต้องการจัดจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกลับต้องมาแบกภาระการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลแม้พวกเขางานยุ่งหรือว่างงานเป็นรายเดือน มันสะท้อนให้เห็นว่าระบบแรงงานตามฤดูกาลไม่เหมาะกับพื้นที่ชนบท

แรงงานตามฤดูกาล

เกษตรกรบางคนจึงเลือกที่จะขอยืมแรงงานตามฤดูกาลจากกันและกันเอง แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งผิดต่อกฎหมายการจ้างแรงงานต่างชาติ และนี่คือสถานการณ์ในพื้นที่ชนบทของเกาหลีที่มาจากระบบการจัดการที่ไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์ทั้งระบบ

นายเอ ชาวนาที่ทำงานร่วมกับแรงงานตามฤดูกาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่งเผยว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรรายย่อยและขนาดกลางที่จะจัดการเรื่องค่าจ้างเป็นรายเดือน ย้อนไปนึกถึงช่วงที่ ปธน. ยุนซ็อกยอล สมัยยังเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ให้สัญญาว่าจะส่งเสริมการจ้างแรงงานต่างชาติโดยผ่าน ศูนย์กลางจัดการแรงงานในชนบท ให้จัดส่งแรงงานตามไร่ตามสวนเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคนในชนบท แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะรักษาสัญญา”

ปัจจุบัน รัฐบาลภายใต้การดูแลของ ปธน.ยุน อวดอ้างว่ามีกำลังคนในชนบทเพียงพอ แต่พื้นที่ชนบทไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีผู้อยู่อาศัยที่ผิดกฎหมาย

กลุ่ม “농작업팀” ที่เป็นแรงงานไม่มีวีซ่าพำนักตามกฎหมายกำลังเติมเต็มกำลังแรงงานที่ขาดแคลนอยู่ในตอนนี้ และเนื่องจากมีการแข่งขันกันเองระหว่างเกษตรกรในการจัดจ้างผู้อพยพผิดกฎหมายจากกลุ่ม “농작업팀” ทำให้เกษตรกรบางรายต้อง “รายงาน” ฝั่งคู่แข่งของตนไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

แรงงานตามฤดูกาล

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าผู้อพยพผิดกฎหมายกลุ่ม “농작업팀” นี้ควรจะต้องได้รับการรับรอง เรื่องนี้ทางรัฐบาลเกาหลีควรกำหนดให้ “농작업팀” ที่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายนี้กลายมาเป็น “ธุรกิจเชิงแลกเปลี่ยนแรงงานที่เชี่ยวชาญด้านงานเกษตร”

ขณะนี้เป็นฤดูสำหรับการเก็บเกี่ยวหัวหอม แต่หากไม่มีกลุ่ม “농작업팀” ของแรงงานผิดกฎหมายเกษตรกรก็จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวหัวหอมได้ และผู้บริโภคก็ไม่สามารถซื้อในราคาที่เหมาะสมได้ด้วย

เอาจริงๆ ภาคการเกษตรหากไม่มีแรงงานเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ชาวเกาหลีก็คงจะไม่ได้บริโภคผลิตผลทางการเกษตรในราคาที่เหมาะสมได้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

นทท.ไทยบิน เที่ยวเชจู 170 คน “20 คนยังไม่ได้บินกลับบ้าน”

จากการเปิดเมืองท่องเที่ยวของเกาะเชจูเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการออกมายืนยันแล้วว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนเชจูผ่านแพ็คเกจท่องเที่ยวซึ่งเข้าประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่านั้นมีบางส่วนยังไม่เดินทางออกจากประเทศตามกำหนด

เที่ยวเชจูจากข้อมูลของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นักท่องเที่ยวชาวไทย 20 คนทั้งหมดจาก 170 คน ที่ออกมาจากกรุงเทพฯมาถึงเกาะเชจูในวันที่ 3 มิถุนายนนั้นยังไม่ได้ขึ้นเครื่องเที่ยวบินขากลับในวันที่ 6 มิถุนายนตามกำหนด

โดยทั้งหมดเดินทางมาเยือนเกาะเชจูผ่านระบบ K-ETA ข้อตกลงการยกเว้นวีซ่าของรัฐบาลกลางเกาหลี ซึ่งไม่ใช่ฟรีวีซ่าภายใต้เกาะเชจู

ด้วยการเริ่มต้นของข้อตกลงยกเว้นวีซ่า K-ETA ในเดือนเมษายน ชาวไทยจะสามารถอยู่ในเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่านานถึง 90 วัน

ปกติแล้วในกรณีฟรีวีซ่าของทางเกาะเชจูนั้นจะมีระยะเวลาพำนักจำกัดอยู่ที่ 30 วัน ให้กับนักท่องเที่ยวจาก 64 ประเทศ รวมทั้งจีน มองโกเลีย และเวียดนามด้วย ในบรรดาประเทศที่อนุญาตให้ใช้ระบบฟรีวีซ่าของเกาะเชจูนี้ จะไม่สามารถออกจากเชจูโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถออกจากเกาะเชจูและย้ายไปภูมิภาคอื่นได้โดยใช้ช่องทางเอื้ออำนวยจากระบบ K-ETA ตามหลักการขอลำดับความสำคัญของข้อตกลงยกเว้นวีซ่า

เจ้าหน้าที่จากบริษัทท่องเที่ยวกล่าวว่า “ฉันเข้าใจว่าคนไทยบางคนที่ไปเยือนเชจูยังวางแผนทัวร์ไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น โซลด้วย ช่วงเวลาเดินทางกลับประเทศไทยอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตารางเวลาของแต่ละคน”

เจ้าหน้าที่จากเกาะเชจูกล่าวว่า “นักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าเช่นประเทศไทยจะไม่อยู่ภายใต้ระบบปลอดวีซ่าเชจู เกาะเชจูไม่มีอำนาจตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ K-ETA”

เที่ยวเชจู

“เพราะมันไม่เหมือนกับวีซ่าของเชจู ระยะเวลาพำนักสูงสุดของ K-ETA อยู่ที่ 90 วัน และเนื่องจากสามารถเดินทางข้ามเกาะได้อย่างอิสระ ก็หมายความว่าพวกเขาสามารถเดินทางกลับบ้านได้ด้วยการใช้สนามบินอื่นๆ เช่น สนามบินอินชอน”

อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง คนต่างชาติที่พ้นระยะเวลาพำนักจะถูกจัดประเภทเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักและอาจถูกบังคับให้ออกนอกประเทศหากตรวจพบ และที่สำคัญห้ามมีการจัดจ้างงานคนต่างชาติที่ไม่มีสิทธิได้รับการจ้างงานกลุ่มนี้ด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

แรงงาน E9 ควรรู้ก่อนเสียสิทธิ์! “ฟรีวีซ่า 1 ปี นายจ้างต้องต่อสัญญาด้วย”

แรงงาน E-9 ทราบหรือไม่? แม้คุณจะได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่า แต่หากนายจ้างไม่ต่อสัญญาจ้างให้คุณก็อาจจะถูกขับออกนอกประเทศได้

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมือง (국민권익위원회) ได้แสดงความเห็นต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า แม้ว่านายจ้างจะไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตการจ้างงานโดยไม่ทราบว่าระยะเวลาพำนักของแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่แรงงาน E-9 ก็ไม่ควรที่จะถูกขับออกนอกประเทศในช่วงวิกฤตจากสถานการณ์ COVID-19 เช่นนี้

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีขยายระยะเวลาอนุญาตให้มีการจ้างงานสำหรับแรงงาน E-9

แรงงาน

ดังนั้นทางด้านกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) จึงได้ขยายระยะเวลาพำนักของแรงงาน E-9 ตามพื้นที่ชนบทและบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมออกไปอีก 1 ปีโดยอัตโนมัติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติยังจำเป็นต้องยื่นขอขยายเวลาจ้างงานแยกต่างอีกหากด้วย เพื่อเป็นการขออนุญาตจัดการจ้างงานแรงงานต่างชาติต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เรียกได้ว่า นายจ้างที่จัดจ้างแรงงานต่างชาติคน E-9 กำลังประสบกับปัญหาความไม่สะดวกในการดำเนินการเป็นอย่างมากในเวลานี้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

สิ้นสุดการระบาดใหญ่ของโควิดในเกาหลี “งดกักตัวและงดใช้การเว้นระยะห่างทางสังคม”

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะลดระดับการควบคุมโรคระบาด COVID-19 จากโรคติดเชื้อระดับหนึ่งเป็นโรคติดเชื้อระดับสอง หากเป็นเช่นนี้ หน้าที่ในการแยกผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อก็จะหายไปและผู้ป่วยจะสามารถเข้ารับการรักษาตัวต่อตัวที่โรงพยาบาลได้ โดยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาในการปรับตัว แผนดังกล่าวจะดำเนินการตามระบบโรคติดเชื้อระดับสองได้ตั้งแต่สิ้นเดือนหน้าอย่างเร็วที่สุด

นอกจากนี้ จะมียกเลิกการเว้นระยะห่างทางสังคมหลังจากใช้กฎนี้ติดต่อกันมากว่าสองปีกับอีกหนึ่งเดือน

ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ข้อจำกัดเรื่องเวลาทำการในปัจจุบันตามสถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์จนถึง 24:00 น. (10 คนสำหรับการชุมนุมส่วนตัว) จะถูกยกเลิกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีมติให้คงไว้ซึ่งระบบบังคับในการสวมหน้ากาก การสวมหน้ากากกลางแจ้งคาดว่าจะมีการตัดสินใจได้หลังจากการประเมินความเสี่ยงหลังเริ่มยกเลิกกฎต่างๆผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์

โควิดในเกาหลี

เมื่อวันที่ 15 เมษายน หน่วยงานสาธารณสุขได้ประกาศ ‘포스트 오미크론 대응 계획(Post Omicron Response Plan)’ ที่มีรายละเอียดเหล่านี้ ประกาศนี้ประกาศการฟื้นตัวการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นทางการหลังจากประมาณการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 มากว่าสองปี

ก่อนอื่น โควิด-19 จะถูกกำหนดให้เป็นโรคติดเชื้อระดับ 2 โดยจะมีการแก้ไขประกาศดังกล่าวในวันที่ 25 เมษายนนี้  โรคติดเชื้อในระดับ 2 ก็มีหลายโรค อาทิ อีสุกอีใส วัณโรค โรคหัด และอหิวาตกโรค และโควิด-19 จะได้รับการจัดการให้เป็นหนึ่งในนั้น

‘การแจ้งรายงานทันที’ และ ‘ภาระผูกพันในการกักกฝตัว 7 วัน’ ของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจะถูกตัดออกไปด้วย ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจะได้รับคำแนะนำแทนการกักตัว และจะใช้ระบบการแพทย์ทั่วไปเสมือนว่าตนเองเป็นไข้หวัดใหญ่ ค่ารักษาพยาบาลที่เดิมทีได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่ในอนาคตผู้ที่มีประกันสุขภาพและตัวผู้ป่วยเองจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้เอง

โควิดในเกาหลี

การตรวจหาเชื้อ COVID-19 สามารถดำเนินการได้ในสถาบันการแพทย์เอกชน และศูนย์สาธารณสุขมีหน้าที่ทำการตรวจหาเชื้อแบบ PCR เฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น เช่น ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

นอกจากนี้เรายังจะลดการตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้เข้าประเทศ ซึ่งในปัจจุบันยังต้องมีการตรวจ PCR ในวันแรกหลังเดินทางเข้าประเทศ และตรวจด้วย ATK เองในวันที่ 6-7 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จะมีการตรวจ PCR ในวันแรกของการเข้าประเทศเท่านั้น

โควิดในเกาหลี