รวบ 2 นายหน้าผีน้อยไทย หนีคดี 10 ปีในเกาหลีใต้

สำนักข่าว ChosunBiz ได้รายงานว่ามีการจับกุม 2 ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญจากแก๊งลวงแรงงานชาวไทยมาทำงานในเกาหลีใต้ พวกเขาแอบเข้าไปในเกาหลีหลังมีคดีติดตัวในประเทศไทยก่อนจะอาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และขณะนี้ทั้งคู่ยังอยู่ในระหว่างการถูกสอบสวน

นายหน้าผีน้อย

ตามรายงานของสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซลเมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้อพยพชาวไทยสองคนถูกจับกุมในเมืองพย็องแท็ก จังหวัดคย็องกีโด (경기도 평택시) เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พวกเขาไม่ใช่ผู้อพยพผิดกฎหมายธรรมดาแต่เป็นถึงสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มลวงแรงงานไทยมาทำงานเกาหลีใต้ และพวกเขายังเคยมีประวัติก่อเหตุในประเทศไทยมาก่อนจะหลบมาอาศัยในเกาหลีตั้งแต่ปี 2011 การจุยกุมเกิดขึ้นในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังทำงานในฟาร์มสัตว์ปีกแห่งหนึ่ง

ตามที่ตำรวจะเผยข้อมูล ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเกาหลี พวกเขามีคดีฐานลักทรัพย์ในประเทศไทยมาก่อน โดยใช้วิธีการลวงผู้เสียหายว่า ‘เราสามารถช่วยคุณหางานในต่างประเทศได้’ ณ ปี 2011 มีจำนวนผู้เสียหายประมาณ 22 ราย ความเสียหายรวมมูลค่าประมาณ 2,428,00 บาท หากแปลงเป็นอัตราเงินวอนเป็นบาทล่าสุด คาดว่าความเสียหายน่าจะมากกว่านั้น

พวกเขามาที่เกาหลีใต้เพื่อจุดประสงค์ในการหลบหนีจากหมายจับในประเทศไทย ขณะนั้นตำรวจไทยเสนอเงินรางวัลนำจับอยู่ที่ 80,000 บาท แต่ก็ไม่มีใครทราบที่อยู่ของพวกเขามาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

นายหน้าผีน้อย

ช่องทาง SNS หรือสื่อออนไลน์เป็นช่องทางหลักที่ตำรวจสามารถตามเจอและจับกุมพวกเขาได้ ตำรวจทำการติดตามบัญชีโซเชียลของพวกเขาและจำกัดเครือข่ายการสอบสวนลง โดยระบุตำแหน่งตามข้อมูลในโพสต์ และในที่สุด ตำรวจก็จับตัวพวกเขาได้ภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังจากเริามการสืบสวน

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซลเผยว่า “จากนี้ไปเราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการติดตามและจับกุมอาชญากร ไม่เพียงแต่ชาวเกาหลีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวต่างชาติด้วย”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ระบาดรอบ 4 คาดมาจาก ‘ชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง’

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่ามีความเสี่ยงที่มาจากความแม่นยำต่ำของชุดตรวจโควิด-19 ซึ่งได้รับการระบุแล้วว่าผลข้างเคียงมาตั้งแต่ตอนเปิดตัวชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองแล้ว และตอนนี้ผลกระทบที่กังวลนั้นก็กำลังจะกลายเป็นความจริง ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลคือการปล่อยให้มีความผิดพลาดจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง

ตามที่กลุ่มแพทย์ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรคเผยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 “บวก” ในการแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งที่ 4 ล่าสุดนั้นต่างก็พากันสารภาพว่าพวกเขาได้ตรวจหาโควิดผ่านชุดการตรวจโควิดด้วยตนเองและผลก็ยืนยัน “เป็นลบ” แล้ว

นี่ทำให้เห็นว่าชุดตรวจโควิดด้วยตัวเองนั้นไม่แม่นยำและไม่สามารถใช้แทนการตรวจผ่าน PCR ได้ และควรใช้เป็นวิธีช่วยเสริมเท่านั้น หากคุณใช้ชุดตรวจและพบผลเป็นบวก คุณจะต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธี PCR และหากคุณสงสัยว่าติดเชื้อหรือมีอาการแม้ว่าคุณจะตรวจแล้วพบว่าผลตรวจเป็นลบ คุณก็ควรจะเข้ารับการตรวจ PCR ด้วยเช่นกัน

ชุดตรวจโควิด

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหลายคนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครติดเชื้อ บางคนอาจจะเป็น “ผู้แพร่พันธุ์แบบเงียบ” ซึ่งเดินรอบๆ ชุมชนเพียงเพราะได้รับผลตรวจจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเองเป็น “ลบ”

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม หน่วยงานกักกันยังกล่าวอีกว่า “จริง ๆ แล้วอาจจะมีเชื้อบวก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจเองแล้วเจอผลตรวจเป็น ลบ และต่อมาภายหลังอาการแย่ลงเพราะยังใช้ชีวิตยังปกติ”

ปัญหาต่อมาคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่สามารถติดตามผลการใช้ชุดตรวจสอบโควิดด้วยตนเองหรือรวบรวมข้อมูลเท็จจริงได้

ชุดตรวจโควิด

ฮวังซุงชิก ศาสตราจารย์ชำนาญการด้านสุขภาพแห่ง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลกล่าว
“เราไม่ทราบว่าการตรวจโควิดด้วยตนเองจะรบกวนการกักกันโรคมากน้อยเพียงใด เพราะเรายังไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง แต่จะมีผลกระทบบ้าง”

“2 เดือนก่อนการระบาดใหญ่ครั้งที่ 4 รัฐบาลกรุงโซลอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้บริการสถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์โดยยึดเอาผลจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง เป็นการให้ “สัญญาณ” แก่พวกเขาถึงการผ่อนคลายมาตราการกักกัน”

แต่ยังมีข้อโต้แย้ง

อีเจฮุน (Lee Je-hoon) ศาสตราจารย์ด้านการตรวจวินิจฉัยจากโรงพยาบาลอึนพย็องเซนต์เมรี่กล่าว
“หากจะต้องเดินทางไปตรวจตามคลินิกที่ได้รับอนุญาตให้ตรวจโควิดยากหรือไม่สามารถทำการตรวจด้วย PCR ได้ การมีชุดตรวจโควิดด้วยตนเองจะมีประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจโควิดล่วงหน้า นั่นก็จะทำมห้กระบวนการตรวจสะดวกขึ้น และลดการเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อ”

ชุดตรวจโควิด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ฉีดวัคซีน แล้วยังติดโควิด ‘แล้วยังจะต้องฉีดวัคซีนอยู่ไหม?’

หลายประเทศเริ่มมีข่าวออกมาในทิศทางเดียวกันถึงกรณีคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วยังติดเชื้ออยู่ดี แม้แต่ในเกาหลีใต้ก็มีการเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นความจริง ส่งผลให้ประชาชนสับสนว่าการรับวัคซีนที่ทางรัฐจัดหาให้นั้นมันดีแล้วจริงหรือ?

ตามข้อมูลของ CDC (Centers for Disease Control and Prevention) หรือ หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา ได้เผยข้อมูลไว้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมาถึงกรณี ‘ความเป็นไปได้ของผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดสามารถติดโควิดได้อยู่’ โดยมีใจความคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

แม้หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้ออาจมีจำนวนไม่มาก
– ผลจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จริงๆนั้นคือ การลดเปอร์เซ็นต์ผลกระทบหรืออาการของโควิด-19 ให้น้อยลงหากได้รับวัคซีนครบโดสแต่ยังมีการสัมผัสกับไวรัส ซึ่งสิ่งนี้เราเรียกว่า “vaccine breakthrough infection หรือ การติดเชื้อหลังการได้รับวัคซีน” ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนมีโอกาสเกิดอาการน้อยกว่ามาก แต่นี่หมายความว่า ในบางกรณีอาจมีอาการได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับวัคซีนบางรายอาจติดเชื้อแล้วไม่มีอาการใดๆ (การติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงศึกษากรณีเหล่านี้อยู่

การศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 จะช่วยปกป้องคนส่วนใหญ่จากการติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่เพิ่มเติมจากการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนจาก mRNA โควิด-19 (Pfizer-Bio&Tech, Moderna) ให้การป้องกันที่เทียบเท่าในสถานการณ์จริง วัคซีนเหล่านี้ได้ผลแน่นอน แต่ไม่มีวัคซีนใดที่ได้ผล 100% เสมอไป เพราะอาจมีกรณีการติดเชื้อหลังการได้รับวัคซีนเกิดขึ้นได้เสมอ

ง่ายๆ เลยคือ จะฉีดวัคซีนตัวไหนก็มีโอกาสติดเชื้อโควิดอยู่นั่นเอง

ปัจจัยและสาเหตุอื่นๆที่ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วยังติดเชื้อโควิด-19 อยู่
– โดยปกติร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการฉีดวัคซีน และอาการจะปรากฏขึ้นหากมีเวลาไม่เพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกัน

มองไปยังสถานการณ์การกลายของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่กระจายในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่อนุมัติให้ใช้ในสหรัฐอเมริกานั้นมีผลกับตัวแปรส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ไวรัสที่กลายพันธุ์บางชนิดอาจทำให้บางคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วยังมีอาการอยู่บ้าง

การฉีดวัคซีนสามารถช่วยป้องกันอาการขั้นรุนแรงหลังติดโควิด-19
– มีหลักฐานบางอย่างที่แสดงว่าการได้รับวัคซีนสามารถทำให้คุณติดเชื้อและมีอาการได้ แต่ในระดับที่น้อยกว่าปกติ แม้จะมีหลักฐานดังกล่าวจริง แต่บางกรณีของผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจจะยังต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและมีกรณีเสียชีวิตในภาวะวิกฤตบ้าง อย่างไรก็ตาม อัตราการรักษาในโรงพยาบาลหรืออัตราการเสียชีวิตนั้นต่ำกว่ากันเป็นอย่างมากระหว่างผู้ที่ได้รับวัคซีนกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนแม้จะมีปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายคลึงกันก็ตาม

กรณีการเฝ้าระวังการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของ CDC
– CDC กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐและในพื้นที่ท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบกรณีของการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เป้าหมายคือ การระบุรูปแบบที่ผิดปกติ เช่น แนวโน้มของอายุหรือเพศ, วัคซีนที่เกี่ยวข้อง, โรคพื้นเดิม หรือสายพันธุ์ SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและมีอาการ จนถึงปัจจุบันนี้จากข้อมูลทั้งหมดที่ CDC มีอยู่ก็ยังไม่พบรูปแบบที่ผิดปกติของวัคซีนป้องกันโควิด-19

วัคซีนโควิด-19 เป็นวิธีการสำคัญในการปกป้องผู้คนจากโควิด-19 รวมถึงโควิดสายพันธุ์ใหม่
– ย้ำอีกครั้งว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้นช่วยให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนพ้นจากอาการป่วยหนักที่มาจากโควิด-19 รวมถึงการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19 หรือลดความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตลงด้วย

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนหากมีการติดเชื้อโควิด ก็อาจจะมีโอกาสแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่นน้อยลง ดังนั้นแล้ว CDC จึงขอแนะนำให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทันทีเมื่อมีโอกาส เพราะผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนจะสามารถกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนเดิมกันเสียที

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

โพลชี้นายจ้างเกาหลีมากกว่า 50% พร้อมอนุมัติวันลาหลังรับวัคซีน

 

ตั้งแต่เกาหลีใต้เริ่มมีการมอบวัคซีนโควิดให้ประชาชน ได้มีการสำรวจนายจ้างเกาหลีว่ามีการให้วันลากับผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิดไปมากน้อยเพียงใด จากโพลสำรวจเผยมากกว่า 50% ของนายจ้างเกาหลีอนุญาตให้แรงงานใช้วันลาหลังรับวัคซีน

วันลาหลังรับวัคซีน

Saramin ผู้จัดทำผลสำรวจได้มีการจัดทำแบบสอบถามถึงบริษัทต่างๆกว่า 903 แห่งผลการสำรวจพบ 51.1% มีการเสนอและจะเสนอให้พนักงานใช้วันลาหลังรับวัคซีน

เหตุผลในการให้ใช้วันลาหลังรับวัคซีนคือ

◇ หลังการรับวัคซีนแล้วพบว่ามีผลข้างเคียงของวัคซีนทำให้สมรรถภาพการทำงานลดลง จึงจำต้องมีการมอบวันลาให้ (56.1%) ◇ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พนักงานเข้ารับวัคซีนโดยการันตีว่าได้รับวัคซีนแล้วก็สามารถได้รับวันลา (32.5%) ◇ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้ารับวัคซีน (26.9%) ◇ อนุมัติวันลาเพื่อลดการระบาดของไวรัส (22.3%) ◇ รัฐบาลกำชับให้ใช้วันลาหลังรับวัคซีน (16.5%)

วันลาหลังรับวัคซีน

นอกจากนั้นมีการสำรวจไปถึงหากมีการให้วันลาหลังรับวัคซีนนายจ้างจะจ่ายค่าจ้างหรือไม่  กว่า 85.7% ยินยอมจ่ายค้าจ้างในวันลา, 14.3% ยืนยันว่าไม่จ่ายค่าจ้างในวันลาหลังรับวัคซีน

ทางด้านการให้วันหยุดมีการสำรวจต่อไปว่านายจ้างจะให้วันหยุดเท่าไหร่ จากผลสำรวจพบ 65.1% จะมอบวันลาให้เฉลี่ย 1.4 วัน, 29.5% จะให้วันลา 2 วัน, 5.4% จะให้วันลา 3 วัน

วันลาหลังรับวัคซีน

อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้ให้ข้อมูลพบบริษัทกว่า 442 แห่ง หรือ 41.2% โดยยืนยันว่าจะไม่ให้วันลาหลังรับวัคซีนเพราะพวกเขาขาดแคลนแรงงาน

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

โพลชี้ 65% ของแรงงานต่างชาติ “เงินเดือนร่วงกว่า 770,000 วอน”

ผลวิจัยพบเงินเดือนแรงงานต่างชาติในเกาหลีกว่า 65% ลดลงโดยเฉลี่ยที่ 770,000 วอนเนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ดำเนินต่อเนื่องมากว่าหนึ่งปี และยิ่งไปกว่านั้นแรงงานต่างชาติหลายต่อหลายคนยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสมัครประกันสุขภาพแห่งชาติด้วยเนื่องจากบางคนอยู่เกินระยะเวลาพำนัก

แรงงานต่างชาติเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. วิทยาลัยแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล, คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล, ศูนย์การแพทย์ระดับโลกอีจุงวุก (ประธาน: Ung-Han Kim) ได้เปิดผลการสำรวจ ‘งานวิจัยเกี่ยวกับการรู้เท่าทันข้อมูลทางการแพทย์และการเข้าถึงทางการแพทย์ของแรงงานข้ามชาติในประเทศในช่วงโควิด19 ‘ ซึ่งทางศูนย์ได้ดำเนินการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติเป็นรายบุคคลโดยใช้แบบสอบถามต่อแรงงานต่างชาติทั้งหมด 528 คน ซึ่งรวมถึงแรงงานข้ามชาติ E-9 จำนวน 278 คน แรงงานที่ไม่มีการลงทะเบียนพำนัก 250 คนทั้งในโซลและจังหวัดคย็องกีตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ผ่านมา

แรงงานต่างชาติ

จากการศึกษาพบว่า 31.6% ของแรงงานต่างชาติทั้งหมดตอบว่า พวกเขาสูญเสียแหล่งรายได้หลัก และ 65.3% กล่าวว่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือนของพวกเขาลดลง แรงงานต่างชาติที่ตอบว่ารายได้ลดลงนั้นมีการลดลงโดยเฉลี่ย 768,000 วอน

รายได้ที่ลดลงของแรงงานต่างชาติดูเหมือนจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของชั่วโมงการทำงานและรูปแบบการจ้างงานในที่ทำงานอันเนื่องมาจากผลกระทบของโควิด-19 แรงงานต่างชาติ 44.9% ตอบว่าชั่วโมงการทำงานของพวกเขานั้นถูก ‘ปรับให้ยืดหยุ่นขึ้น’ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 , 31.7% บอกว่า ‘ถูกตัดค่าจ้าง’, 16.9 % ‘ได้รับวันหยุดโดยที่ไม่มีค่าจ้าง’ และ 5.1% ตอบว่า ‘ถูกไล่ออก”

ศูนย์การแพทย์ฯ ประมาณการว่าแรงงานต่างชาติไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ เนื่องจากในบรรดาแรงงานข้ามชาติ มีเพียงแรงงานข้ามชาติร้อยละ 48.1 ที่ลงทะเบียนทำประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และพบว่า 88.7% ของผู้ประกันตนไม่ได้ซื้อประกันสุขภาพเพราะไม่มีสิทธิ์ทำประกัน ดูเหมือนว่าผู้ประกันตนส่วนใหญ่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในการเข้าถึงการสมัครประกันสุขภาพเนื่องจากมีการจ้างงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย ฯลฯ

อย่างไรก็ตามทางศูนย์การแพทย์ฯ ได้แนะนำให้รัฐบาลเล็งเห็นว่า
“สถานภาพสุขภาพและการจ่ายประกันสุขภาพนั้น ควรจะถูกนำมาใช้กับแรงงานที่รับการจ้างงานโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเป็นการป้องกันจุดบอดในการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยควรที่จะให้แรงงานเหล่านี้เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้นกว่านี้”

 

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ค่าแรงขั้นต่ำ 10,000 วอน ปีหน้าจะเป็นไปได้ไหม?

 

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลีได้จัดเวทีสนทนาเกี่ยวกับ “ผลกระทบของงานในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมจากค่าแรงขั้นต่ำ” โดยมีการอภิปรายเนื้อหาตามหัวข้อที่กล่าว

การปรึกษาหารือครั้งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของบุคคลที่เป็นความคิดเห็นของตัวแทนฝ่ายธุรกิจและนายจ้างเพียงเท่านั้น

ค่าแรงขั้นต่ำ

คิมแจฮย็อน นักวิจัยจากสถาบัน pi-Touch กล่าว
“หากค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 วอนในปีหน้า ตำแหน่งงาน 134,000 จะหายไป และ GDP จะลดลง 16.9 ล้านล้านวอน และถ้าหากมีการเพิ่มค่าแรงขึ้นเป็น 10,000 วอนต่อชั่วโมง คาดว่าจะตำแหน่งงานจะลดลง 563,000 ตำแหน่งและ GDP จริงของประเทศจะลดลง 72.3 ล้านล้านวอน

เขาเตือนว่าการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำนั้นจะเป็นการทำลายเศรษฐกิจทันที

ซง ซัม-ย็อน ผู้อำนวยการบริษัทขนส่งรีไซเคิลเวิล์ด อีพี เทรดดิ้ง (World EP Trading) กล่าวว่า
“หากมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลองคิดดูว่าค่าจ้างของแรงงานต่างชาติที่เพิ่งจะเดินทางเข้ามาถึงเกาหลี กับ ค่าจ้างแรงงานชาวเกาหลีที่ทำงานมากว่า 5 ปีนั้นมีความคล้ายคลึงกัน ไม่เพียงแต่ภาระค่าแรงเท่านั้นนะที่เป็นปัญหา แต่ยังจะทำให้บรรยากาศภายในบริษัทแย่ลงไปด้วย”

ค่าแรงขั้นต่ำ

โดยสรุปเหตุผลหลักจุดนี้คือบริษัทไม่ได้ขึ้นค่าจ้างมาแล้วเป็นเวลากว่า 5 ปี และผู้กำกับ ซง ซัม-ย็อน พยายามระบุว่าปัญหานั้นมาจากค่าแรงขั้นต่ำ

นักวิจัยคิมแจฮย็อนกล่าวว่า
“การขึ้นค่าแรงเพื่อลดช่องว่างของรายได้นั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่พึงปรารถนานัก พอย้อนไปถึงประสบการณ์ในปี 2561 ในตอนที่รายได้ของครัวเรือนต่ำลงเพราะนำเงินไปขึ้นค่าแรงให้ลูกน้องเป็นแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระอยู่อย่างยากลำบากขึ้นไปอีก”

ตัวอย่าง เช่น นายเอ ซึ่งเปิดกิจการร้านสะดวกซื้อ ได้ทำการลดผลกำไรของตัวเองลงเพื่อนำไปขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้พนักงานสองคน การทำเช่นนั้นทำให้นายเอได้กำไรน้อยลง

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวข้างต้นเป็นตรรกะที่จะต้องมีมาให้เกิดข้อโต้แย้งเมื่อใดก็ตามที่รัฐบาลพยายามขึ้นค่าแรงแรงงานหรือปรับปรุงหลักสิทธิมนุษยชน อันที่จริงตามที่กล่าวไว้ข้างต้นไม่มีประเทศอื่นใดที่เศรษฐกิจตกต่ำเนื่องจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ค่าแรงขั้นต่ำ

ตัวอย่างเช่น อัตราการว่างงานของเยอรมนีลดลงจาก 4.8% ในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งเป็นตอนที่มีการนำระบบค่าจ้างขั้นต่ำเข้าไปใช้โดยเพิ่มค่าแรงเป็น 4.2% ในเดือนมีนาคม 2559 ส่งผลให้อัตราการว่างงานต่ำสุดในสหภาพยุโรป โดยมีอัตราการว่างงานเฉลี่ยมากกว่า 9-10% เท่านั้น

สหราชอาณาจักรยังถือว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นนำที่มีผลตอบรับในเชิงบวกจากการนำ ‘ค่าครองชีพ’ มาใช้ ในสหราชอาณาจักร การนำระบบค่าครองชีพเช่นนั้นมาใช้ส่งผลให้รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 581,500 วอน ต่อการทำงาน 26 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ มีการตัดสินว่าการนำการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมาใช้นั้นให้ผลดี เช่น เป็นการกำจัดงานค่าแรงต่ำที่แสวงหาผลประโยชน์จากแรงงาน และเป็นการปรับปรุงความมั่นคงของงานในกลุ่มแรงงานที่รับค่าแรงต่ำด้วย

หากเกาหลีขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ▲การขึ้นค่าเช่าที่มากเกินไป ▲ธุรกรรมที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ผลิดกับผู้รับเหมาช่วง ▲การที่สำนักงานใหญ่แฟรนไชส์ทำกำไรจากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ เหล่านี้ก็จะมีการแก้ไขร่วมกันไปด้วย

เราก็ได้แต่หวังว่าค่าแรงขั้นต่ำจะสูงถึง 10,000 วอนในปีหน้านี้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว1, แหล่งข่าว2, แหล่งข่าว3

ตลาดแรงงานเกาหลีเจอภาวะ ‘นายจ้างง้อ แรงงานต่างชาติ’

 

อีซังดง (55) ประธานบริษัท 왕궁산업 ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานผลิตถุงพลาสติกในอิคซาน, จอลลาบุคโด (전라북도 익산) มาเป็นเวลากว่า 22 ปีกำลังพิจารณาเรื่องจะปิดกิจการ

เพราะแรงงานต่างชาติที่ทางโรงงานมีอยู่ตอนนี้ต่างก็จะหมดสัญญาจ้างงานในไม่ช้านี้ อีกทั้งมีปัญหาการนำเข้าแรงงานต่างชาติที่จะมาแทนแรงงานกลุ่มเดิมนั้นล่าช้ากว่ากำหนดด้วย

นายอีซังดงกล่าว
“การผลิตต่อเดือนตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 20% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานส่งผลให้อัตราการดำเนินการของโรงงานลดลง การจัดจ้างแรงงานต่างชาติไม่เป็นไปตามเป้าซึ่งสองในสามคนไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาได้อีกครั้งหลังกลับบ้านไปพัก

จำนวนแรงงานต่างชาติที่ทางบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางเรียกร้องไปในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 11,000 คน อย่างไรก็ตาม มีแรงงานต่างชาติเพียง 4,500 คนเท่านั้นที่เดินทางเข้ามาได้

ตามที่กระทรวงยุติธรรมเผย ตั้งแต่เดือนมกราคมมาจนถึงเดือนเมษายนแรงงาน E-9 เดินทางเข้ามาเกาหลีแล้วทั้งสิ้น 3,518 คนซึ่งคิดเป็น 10% ของปีที่แล้ว

จำนวนคนงาน E-9 ทั้งหมดอยู่ที่ 486,042 คน ในเดือนมีนาคม 2563 แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ได้ลดลงเหลือ 367,847 คน

จำนวนคนงาน E-9 ชาวไทยก็ลดลงกว่า -14.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ โดยมีทั้งสิ้น 21,402 คน (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564)

บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางพยายามเพิ่มเงินเดือนหรือสร้างที่พักใหม่เพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้เป็นไปได้เฉพาะกับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีสถานะทางการเงินที่ดีเท่านั้น

บริษัทที่มีขนาดกลางและขนาดเล็กรายอื่นๆ ที่กำลังทรัพย์ไม่เพียงพอกลับกำลังสูญเสียกำลังคนไปเรื่อยๆ

นายคิมฮโยซป (56) ผู้บริหารจากโรงงานกระดาษแห่งหนึ่งในเมืองพาจูกล่าว
“ในบางกรณีแรงงานต่างชาติที่ยังคงอยู่ในเกาหลีตอนนี้ ก็เลือกที่จะหางานในบริษัทที่มีเงื่อนไขหรือสวัสดิการที่ดีกว่าทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างชาติดูจะเลวร้ายลง”

แม้แต่ในกลุ่มแรงงานต่างชาติเองก็มีการหลีกเลี่ยงอุตสาหกรรม 3D มากขึ้นเรื่อยๆ เกิดการแข่งขันกันระหว่างบริษัทต่างๆเพื่อดึงดูดให้แรงงานเข้ามาหาให้มากที่สุด

รัฐบาลมีแผนจะแนะแรงงานต่างชาติเข้าประเทศ 52,000 คนในปีนี้

บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมกล่าว
“จำนวนแรงงานต่างชาติที่เข้ามาในประเทศมีจำนวนน้อยมาก มันคงจะเป็นไปได้ยากที่จะนำแรงงานเข้ามาเติมเต็มตามที่มีการตั้งเป้าหมายไว้ในปีนี้”

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

ประชุมสุดยอดผู้นำ P4G 2021 “มุ่งใช้ ปฎิญญาโซล”

 

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม มีการจัดประชุมสุดยอด P4G Seoul Summit ขึ้นที่ DDP พลาซ่า โดยในพิธีเปิดมีดาราเกาหลีอย่าง คิมซอนโฮ ได้ปรากฏตัวขึ้นในช่วงพิธีเปิด สร้างความรู้สึกครื้นเครงให้ผู้ร่วมงาน รวมทั้ง พัคเยริน หนูน้อยน่ารักจากภาพยนตร์ Space Sweepers ก็ปรากฏตัวภายในงานนี้ด้วยสร้างความอิ่มเอมให้กับกิจกรรมนี้เข้าไปอีก

ปฎิญญาโซล

และภายในงานก็ได้มีประธานาธิปดีมุนแจอินเป็นประธานในการเปิดงาน ประธานาธิบดีมุน แจอิน ประกาศว่าเกาหลีจะร่วมมือกับสหประชาชาติและโลก เพื่อความพยายามในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เช่น ข้อตกลงใหม่สีเขียว และความเป็นกลางทางคาร์บอน 2050

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในการส่งเสริมจุดมุ่งหมายของการประชุมนี้เห็นจะเป็นการที่ไม่มีการตกแต่งฉากบนเวที เพราะถ้าเกาหลีใช้ไม้หรือพลาสติกมาทำเป็นฉาก ก็จะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วย การตกแต่งแบล็คกราวน์จึงเป็นการฉายหน้ากราฟิกและโฮโลแกรมเพื่อแสดงภาพให้เห็นความรู้สึกว่ากำลังกล่าวสุนทรพจน์ในป่า

ปฎิญญาโซล

ตั้งแต่นั้นมาก็มีข้อความวิดีโอจากผู้นำและองค์กรระหว่างประเทศทั่วโลก รัฐบาลได้พูดถึงเป้าหมายของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการดำเนินงานและแผนพัฒนาพลังงานสีเขียว

ปฎิญญาโซล

องค์กรระหว่างประเทศยังกล่าวด้วยว่าประเทศต่างๆ ควรตระหนักถึงแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และควรให้เงินทุนแก่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีส่วนร่วมในแผนดังกล่าว
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้นำของแต่ละประเทศได้จัดอภิปรายแบบเรียลไทม์ในวาระการประชุม “การฟื้นฟูสีเขียวอย่างครอบคลุมและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เองก็ได้มีส่วนร่วมในการกล่าวอภิปรายด้วย นายกฯ ประยุทธ์กล่าวว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจไปในทิศทางสีเขียวผ่านโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว BCG

ประเทศไทยยังวางแผนที่จะออกกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและปรับใช้รถยนต์ไฟฟ้า 15 ล้านคันภายในปี 2050 นอกจากนี้ยังให้คำมั่นว่าจะปลูกต้นไม้ 100 ล้านต้น และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน

ปฎิญญาโซล

P4G ได้นำเสนอ “ปฏิญญาโซล” เข้ามาใช้ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตามผู้นำในการจัดการประชุม P4G ในปีต่อไปคือ โคลัมเบีย ซึ่งได้เป็นตัวแทนในการกล่าวปิดการประชุมหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง

[เนื้อหาหลักของปฏิญญาโซล]
– ลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 1.5%
– เร่งการแปลงพลังงานเป็นถ่านหิน decarbonized
– การตอบสนองต่อพลาสติกทางทะเล

 

รีวิวฉีด วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

 

รีวิวฉีด วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

ตามที่แอดได้เสนอข้อมูลเรื่องการขอรับวัคซีนแทนผู้ที่สละสิทธิ์ไปนั้น แอดก็ไม่รอช้าเพื่อความกระจ่างในการรีวิวก็จัดการลงมือด้วยตนเอง จองคิวและรับวัคซีนเข็มแรกมาเพื่อมารีวิวลูกเพจไทยกุกกันเลยทีเดียว

แอดขอข้ามขั้นตอนการจองคิวรับวัคซีนไปใครจะจองลองแวะไปอ่านที่ ลิ้งค์นี้ ก่อนได้นะ อ้อ ย้ำวัคซีนที่ทางรัฐบาลฉีดให้ในเกาหลีฟรีทุกตัวสำหรับทุกคนไม่ว่าจะมีวีซ่าหรือไม่มีวีซ่า ไม่ใช้วัคซีนทางเลือกเหมือนที่บ้านเราที่ต้องเสียค่าฉีดกัน เอาเป็นว่ากลับมาที่แอดต่อหลังได้คิวมาแล้วไปดูขั้นตอนการเข้ารับวัคซีนกัน

วัคซีนที่มีให้ฉีดตอนนี้คือเอสตร้าเซเนก้า’

ขั้นตอนที่ 1 หลังได้รับคิวตามรูปด้านล่างนี้ก็เราต้องเดินทางไปรับวัคซีนในวันนั้นทันทีก่อนเวลาที่ระบุไว้ในคิว

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่เราจองวัคซีนก็แจ้งหน้าเค้าเตอร์ได้เลยว่าตนเองได้จองคิวฉีดวัคซีนมา

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

ขั้นตอนที่ 3 จะเข้าพบแพทย์เพื่อซักประวัติโดยจะครอบคลุมในส่วนของสภาพร่างกายในวันนั้นๆ, โรคประจำตัว, และประวัติการแพ้ยา ในขั้นตอนนี้สำหรับคนเกาหลีจะไม่ยุ่งยากอะไรแต่ถ้าเป็นต่างชาติอาจจะต้องการล่ามใกล้ตัวบ้าง

ขั้นตอนที่ 4 หลังจากพบแพทย์แล้วจะเป็นหน้าที่พยาบาลเป็นผู้จิ้มเข็มวัคซีน ซึ่งตอนรับวัคซีนไม่ได้รู้สึกเจ็บเท่าไหร่พยาบาลให้นั่งรอ 15 นาทีเพื่อรอดูผลข้างเคียง ระหว่างนั่งรอแอดรู้สึกได้ถึงอาการวิ้งๆในหัว อาจจะด้วยความตื่นเต้นที่ได้รับวัคซีนหรือด้วยผลข้างเคียงของวัคซีน แต่ก็เป็นอาการเบาๆที่ยังพอไหว

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลีระหว่างนั่งรอก็อ่านผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังรับวัคซีน พอครบ 15 นาทีแอดก็เดินทางกลับบ้านได้

ในช่วงพบแพทย์มีการแจ้งว่าผลข้างเคียงหลังรับวัคซีนจะมีไข้, ปวดกล้ามเนื้อ บ้างอันนี้ถือเป็นเรื่องปกติให้เราทานยาแก้ปวดแก้ไข เช่น ไทเลนอล เพื่อบรรเทาอาการได้ หลังจากนั้นไม่กี่วันอาการเหล่านี้จะหายไปเอง

ในความอยากเช็คว่าตนเองได้พาสปอร์ตวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์ตามที่รัฐบาลโปรโมทไหมแอดก็ไม่รอช้ารีบดาวน์โหลดแอป COOV มาเช็คทันที ซึ่งแอปตัวนี้จะมีส่วนช่วยเหลืออีกเยอะในอนาคตข้างหน้า โหลดติดตัวไว้สำหรับนักเดินทางทั้งหลาย

หน้าตาแอพจะเป็นแบบนี้

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

พอดาวน์โหลดมาก็จัดการใส่ข้อมูลตนเองลงไปแล้วจะพบข้อมูลการฉีดวัคซีนของตนเอง

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเช็คว่าจะมีการฉีดวัคซีนเข็มต่อไปวันที่เท่าไหร่ให้ย้อนกลับไปเช็คข้อความแจ้งเตือนจากช่องทางที่จองคิวไป เช่นแอดมินจองผ่าน Naver ก็จะมีข้อความจาก Naver ส่งมาเตือนความจำ

วัคซีนเอสตร้าเซเนก้าในเกาหลี

คุยในเรื่องของผลข้างเคียง ผ่านไปหนึ่งคืนอาการที่พบได้แก่ ปวดหัว, ตัวร้อนมีไข้, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, มีอาการหนาวสั่น

ตามข้อมูลแล้วอาการเหล่านี้ถือเป็นผลข้างเคียงปกติของวัคซีนและจะหายไปเองภายใน 48 .. และทั้งหมดนี้ก็เป็นการรีวิวจากประสบการณ์จริงของแอดมินเองครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยต่อลูกเพจทุกท่าน สวัสดีครับ

รัฐหนุนฉีดวัคซีนแล้วเตรียม ถอดหน้ากาก ก.ค. นี้เป็นต้นไป

 

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปผู้ที่ผ่านการฉีดวัคซีน COVID-19 รอบแรกแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยกลางแจ้งแล้ว ผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จแล้วจะไม่มีการบังคับเรื่องงดการสังสรรค์ส่วนตัวและรวมตัวตามร้านอาหาร

นายกรัฐมนตรี คิมบูกย็อม ได้ประกาศแผนรองรับระยะที่ 3 ในการฟื้นฟูชีวิตประจำวันของประชาชนผ่านการประชุมสรุปสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการกรุงโซล
“ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไปเราจะให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ใดที่ได้รับการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 แล้วจะถูกแยกออกจากกฎบังคับการห้ามรวมตัวของครอบครัวทันที โดยจะสามารถมีการรวมตัวและทำกิจกรรมในศูนย์ผู้สูงอายุ (경로당) และศูนย์สวัสดิการ (복지관) ได้อย่างมีอิสระมากขึ้นด้วย”

ถอดหน้ากาก

“ในขั้นตอนที่ 2 คุณสามารถถอดหน้ากากออกไปข้างนอกได้อย่างอิสระ เช่น สวนสาธารณะและไปเดินป่า โดยการฉีดวัคซีนรอบที่ 1 นั้นจะเริ่มในเดือนกรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ยังไม่มีการจำกัดจำนวนคนหากมีกิจกรรมตามสถานอำนวยความสะดวกกลางแจ้งและกิจกรรมทางศาสนาก็สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ”

“เมื่อเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนทั้งครบทุกโดสแล้ว ไม่เพียงแต่การสังสรรค์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, และห้องจัดงานแต่งงาน ก็จะไม่ถูกจำกัดจำนวนบุคคลเข้ารร่วมหรือเข้าใช้บริการด้วย”

“เราจะปรับมาตรฐานการกักกันใหม่ทั้งหมดหลังสิ้นเดือนกันยายน เมื่อประชาชนมากกว่า 70% ได้รับการฉีดวัคซีนรอบแรกเสร็จสิ้นในขั้นตอนที่ 3 ก็จะเริ่มเป็นช่วงเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันที่จะมีประสิทธิผลสูง ทางเราจะพิจารณาผ่อนปรนการสวมหน้ากากอนามัยด้วยในที่ร่มด้วย”

ถอดหน้ากาก

“รัฐบาลจะใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรการที่ประกาศในวันนี้ หากภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะถือว่าเป็นความช่วยเหลือที่ดีในการเอาชนะ COVID-19 “

“การฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ แต่อัตราการจองยังคงอยู่ที่ประมาณ 60% เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะมีการจองฉีดวัคซีน เราขอให้ทุกท่านจองคิวเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยที่ไม่ต้องลังเลอะไรแล้วมาร่วมกันฟื้นฟูประจำวันไปด้วยกันกับภาครัฐกันเถอะครับ “

ถอดหน้ากาก

ขอบคุณที่มา: แหล่งที่มา