ตัดเบอร์โทร ต่างชาติหากเดินทางกลับประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป เมื่อใดที่ชาวต่างชาติเดินทางออกจากเกาหลีใต้อย่างสมบูรณ์แล้ว ซิมการ์ดหรือเบอร์โทรศัพท์ที่เคยใช้นั้นจะถูกตัดหรือยกเลิกทันที

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเพื่อป้องกันไม่ให้ซิมการ์ดที่เปิดด้วยชื่อชาวต่างชาติถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านว้อยท์ฟิชชิ่ง

ก่อนหน้านี้มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ KAIT (한국정보통신진흥협회) ปีละ 3 ครั้งเพื่อให้ชาวต่างชาติยกเลิกหรือตัดซิมการ์ดหลังเดินทางออกนอกประเทศเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตามการให้ข้อมูลกับ KAIT ปีละ 3 ครั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลอบใช้เบอร์ต่อโดยคนอื่น เนื่องจากคนอื่นสามารถใช้ซิมการ์ดได้นานถึง 4 เดือนหลังจากชาวต่างชาติเจ้าของเบอร์ออกจากเกาหลี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของซิมการ์ดแบบเติมเงิน (โทรศัพท์แบบการ์ด) ที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะสั้นมักเปิดใช้งาน ข้อมูลการเดินทางนั้นจะไม่สามารถเช็คหรือแบ่งปันข้อมูลให้กันได้ซึ่งถือว่าเป็นจุดบอด

* สถานะปัจจุบันของการใช้งานโทรศัพท์มือถือของชาวต่างชาติ เดือนกุมภาพันธ์ (โดย KAIT)

สถานะการใช้บริการเบอร์โทรศัพท์แบบรายเดือน: 1.28 ล้านราย

สถานะปัจจุบันการใช้เบอร์โทรศัพท์แบบเติมเงิน: 1.16 ล้านราย

ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจึงเตรียมข้อมูลการเดินทางเข้าออกของชาวต่างชาติที่เปิดซิมการ์ดให้กับ KAIT ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อให้สามารถยกเลิกหรือระงับซิมการ์ดได้ทันทีที่ออกเดินทาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะโทรศัพท์แบบเติมเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เปิดใช้งานโดยชาวต่างชาติระยะสั้นจะมีการส่งข้อมูลการการเปิดเบอร์อัพเดททุกวัน ดังนั้นคาดว่าเบอร์โทรศัพท์แบบเติมเงินที่เปิดด้วยชื่อของชาวต่างชาติที่เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วจะถูกบล็อกทันที

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เนื้อคู่ประตูโสม บริการสุดพรีเมี่ยมกับ ChatnLunch

เนื้อคู่ประตูโสม บริการสุดพรีเมี่ยมกับ ChatnLunch

 

คนมีคู่ไม่รู้หรอก การที่เราจะหาคนที่ใช่ ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่มันอยู่ที่ความเป็นเขาภายในมากกว่า คนโสดถูกใจสิ่งนี้แน่เพราะแอดมินกำลังจะพาไปรู้จักกับบริการสุดหรูในการหาคนที่ใช่จากภายใน มาเป็นคนที่จะคอยเติมเต็มกันและกันไปตลอดการเดินทางของชีวิตนี้

พาชม ChatnLunch (แชท แอนด์ ลันช์) บริษัทจัดหาคู่ชื่อดังที่เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในเกาหลีใต้ที่ได้รับ Certified Matchmaker จากสถาบันระดับโลกอย่าง Matchmaking Institute New York, USA

บริการจัดหาคู่ ChatnLunch

หาคู่ที่ใช่ได้อย่างไร, ค่าบริการเท่าไหร่, ปลอดภัยไหม?

“บริษัทจัดหาคู่” สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่าเป็นธุรกิจที่ดูลึกลับ ซับซ้อน จะหลอกลวงไหม เป็นการค้ามนุษย์แอบแฝงหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้เห็นบริษัทลักษณะนี้ตามท้องถนนทั่วไป รวมไปถึงความเชื่อที่ว่าการมาใช้บริการหาคู่ ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรือบางคนอายที่จะต้องพูดถึงการใช้บริการจัดหาคู่ แต่ในประเทศเกาหลีใต้และในหลายๆ ประเทศนั้น การใช้บริการบริษัทจัดหาคู่เป็นเรื่องปกติธรรมดามากและมีมานานหลายสิบปีแล้ว


โดยส่วนตัวทีมงาน Thaikuk ได้รู้จักกับเจ้าของบริษัทซึ่งก็คือ คุณโรสและ คุณหยาง ซึงอู เจ้าของบริษัท ChatnLunch (NY Matchmaking LLC.) จึงได้มีโอกาสเข้าไปดูเบื้องหน้า เบื้องหลัง ว่าจริงๆ แล้วบริษัทจัดหาคู่เนี่ย มีหน้าตาเป็นยังไงกันนะ !?

 

พาชมออฟฟิศ ChatnLunch

 

บริการจัดหาคู่ ChatnLunch
บรรยากาศภายในออฟฟิศ ChatnLunch


ออฟฟิศของ ChatnLunch ตั้งอยู่ที่ตึกมีวาง ชั้น 12 ในย่านกังนัม มีความสะดวกในการเดินทาง สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน Line 2 Gangnam Station ทางออก 2 เดินเพียงแค่สองนาทีก็ถึงตึก หรือ ShinBunDang Line Gangnam Station ทางออกที่ 4 ซึ่งจะเจอตึกอยู่ทางด้านซ้ายมือเลย

 

ลูกค้าที่สนใจและต้องการใช้บริการจัดหาคู่ ChatnLunch ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มจากการโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม หรือติดต่อผ่านเว็บ หรือทาง LINE@ ก่อนเป็นส่วนใหญ่ หากสนใจสมัครสมาชิกจึงค่อยเข้ามาพูดคุยที่บริษัทจริงๆ อีกครั้งหนึ่ง (ที่นี่ไม่รับ Walk-in ดังนั้นต้องทำการจองและนัดหมายก่อนล่วงหน้าเท่านั้นค่ะ) ภายในบริษัทก็จะมีห้องสำหรับพูดคุยหลายห้องในแบบพรีเมี่ยม มีความโมเดิร์น และเป็นส่วนตัว

 

บริการจัดหาคู่ ChatnLunch

 

“ทำไมต้องให้ผู้ที่สนใจ ที่ต้องการหาคู่เข้ามาพบปะพูดคุยที่ออฟฟิศนี้ด้วยคะ?”

 

“สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้ามาพูดคุยแบบเห็นหน้า คือการยืนยันความเป็นตัวตนของลูกค้าค่ะ ว่าเป็นคนยังไง ชอบอะไร บุคลิกแบบไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้การได้คุยแบบเจอหน้าจะดีกว่า แต่ในกรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเข้ามาคุยที่ออฟฟิศจริงๆ ก็จะเป็นการคุยสัมภาษณ์กับแม่สื่อผ่านทางวีดีโอคอลค่ะ”

ทีมงาน ChatnLunch ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ จะต้องยืนยันความ “โสด” ของตัวเอง เช่นถ้าเคยแต่งงานแล้ว ต้องมีใบหย่าที่ถูกต้อง เพราะที่นี่เป็นบริการจัดหาคู่ หารักแท้ ไม่ใช่บริการหากิ๊กนะจ๊ะ

และอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจก็คือทาง ChatnLunch มีการสกรีนและประเมินลูกค้าทางด้านสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งทางบริษัทจะไม่รับสมาชิกที่เป็นโรคทางจิตเวท หรือมีประวัติทำร้ายร่างกาย

 

ขั้นตอนการใช้บริการจัดหาคู่ ChatnLunch

 

ติดต่อ : เริ่มติดต่อเข้ามาที่บริษัท โดยการให้ข้อมูลส่วนตัวแบบละเอียด ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ แม่สื่อจะติดต่อกลับผ่านทางโทรศัพท์ โดยมีการเช็คประวัติต่างๆ ประมาณ 10-15 นาที

พูดคุย : เชิญเข้ามาที่บริษัท เพื่อเช็คข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สอบถามสเปคสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ตัวเองชอบ ทำแบบสอบถาม ประมาณ 50-60 นาที ประวัติเรื่องความรักก็เป็นเรื่องสำคัญ บางคนแต่งงานแล้วหย่าเพราะอะไร หรือทำไมถึงเลิกกับแฟนคนก่อนๆ

หาคนที่ใช่ : หลังจากนั้นแม่สื่อก็จะไปค้นหาในฐานข้อมูล หรือประชุมกันว่าใครน่าจะเหมาะกับใคร แล้วจึงส่ง Profile ของทั้งสองฝั่งให้ ทาง ChatnLunch จะโทรไปเล่า Profile ให้ทั้งสองฝ่ายทราบ เช่น ชื่อเล่นอะไร เรียนจบที่ไหน น้ำหนักส่วนสูงเป็นยังไง แต่จะยังไม่ได้เห็นรูปภาพหรือหน้าตานะคะ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะออกเดทเลยหรือเปล่า ถ้าทั้งสองฝ่ายโอเค ทางแม่สื่อก็จะนัดเดทให้

นัดเดท : สถานที่เดทส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร โดยทางบริษัทจะส่งเบอร์โทรทั้งคู่ให้ 4 ชั่วโมงก่อนเวลาเดท และในกรณีที่ลูกค้าต้องการล่าม เพื่อช่วยในการสื่อสาร ทางบริษัทก็มีบริการล่ามไว้บริการค่ะ

ติดตามผล : หลังจากนั้นแม่สื่อก็จะมีโทรไปสอบถามผลของการเดทว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ซึ่งหลังจากนั้นถ้าลูกค้าจะนัดเดทกันเอง คุยกันเองก็ทำได้เลยไม่ต้องผ่านแม่สื่อ แต่หากยังไม่เจอคนที่ใช่ ต้องการหาคนใหม่ แม่สื่อก็จะช่วยดูแลต่อ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแพคเกจที่ลูกค้าเลือกใช้บริการค่ะ

 

โดยสรุปแล้ว ทีมข่าว Thaikuk คิดว่าบริการจัดหาคู่ก็ถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับคนโสด ที่ทุกวันนี้เริ่มหาแฟนกันยากขึ้น หรือบางคนอาจกลัวโดนหลอก และจากที่ได้มาสัมผัสที่นี่ ก็รู้สึกได้เลยว่าเป็นงานที่น่ารักดีนะ เป็นงานแม่สื่อที่อยากให้คนได้รักกันจริงๆ เป็นบริการที่ปลอดภัย มีการตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจ และไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนเหมือนที่หลายคนเข้าใจ


เรื่องราคาก็ไม่ถือว่าถูก แต่ก็ไม่ได้แพง ขึ้นอยู่กับแพคเกจที่ผู้ใช้บริการจะเลือก คือราคาระดับนี้ก็ถือว่าช่วยสกรีนคนที่จะเข้ามาสมัครเล่นๆ ไปได้เยอะ และเพื่อมั่นใจได้ว่าบริการนี้สำหรับคนที่ต้องการมองหาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน สามารถพัฒนาไปถึงการแต่งงานในอนาคตได้จริงๆ

เพราะการที่เราจะได้พบกับคนที่โสดและเหมาะกับเราทั้งเรื่องของสเปค ทัศนคติ ความชอบ รวมถึงฐานะ ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ เลย

ค่าบริการจัดหาคู่

สมาชิกแบบฝากประวัติเริ่มต้นที่ 200,000 วอน

สมาชิกจัดหาคู่ระดับพรีเมี่ยม เริ่มต้นที่ 850,000 วอน

ชำระเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน

มีการันตี ถ้าหาคนที่ถูกใจไม่ได้เลยในเวลา 6 เดือน จะคืนเงินให้ด้วยสำหรับสมาชิกจัดหาคู่พรีเมี่ยม (หักค่าธรรมเนียมแรกเข้า 500,000 วอน)

*ราคายังไม่รวม VAT 10%

คำถามสุดท้ายที่ทาง Thaikuk ถามกับทีมงาน ChatnLunch ว่า อะไรคือความสุขที่สุดของการทำงานแม่สื่อ คำตอบที่ได้ก็น่ารักทีเดียว “การที่เราได้เห็นคนรักกัน เพราะเราได้เห็นคนที่มีความทุกข์กับความโสด เคยเจอเรื่องร้ายๆ ในอดีต เราก็หวังอยากให้เขาได้พบกับคนดีๆ ได้มีความรักดีๆ กับคนที่ใช่ค่ะ”

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : www.chatnlunch.com

โอนเงินกลับไทยอย่างไรให้ถูกและคุ้ม

โอนเงินกลับไทยอย่างไรให้ถูกและคุ้ม

สมัครใช้งานแอพ GME ครั้งแรกที่นี่ ได้รับค่าโอนฟรีเพียงแจ้งว่าตามมาจากไทยกุก รับไปเลย 5,000 วอน ฟรีโอนหนึ่งครั้ง!!!

https://m.facebook.com/gmethailand/

สวัสดีค่ะ แอดมินไทยกุกนะคะ

อย่างที่ทราบกันดีสำหรับแรงงานไทยในเกาหลี ว่ามาทำงานก็ต้องมีการโอนเงินกลับไทยเพื่อครอบครัวและคนที่อยู่ทางบ้านกันอยู่แล้วเป็นประจำ

โดยปกติแล้ว หลายท่านมักใช้บริการโอนเงินไปยังต่างประเทศผ่านทางธนาคารใหญ่ๆในเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารเคอีบี ธนาคารอูรี แต่กลับต้องเสียค่าบริการที่สูงเกินไป

GME

ตอนที่แอดโอนเงินกลับไทยครั้งแรก กับยอด 1,000,000 วอน แอดต้องจ่ายค่าบริการราวๆ 5.5 เท่าให้กับธนาคาร

5.5% ก็คือ 55,000 วอน หรือราวๆ 1,600 บาท

ถ้าต้องส่งเงินกลับไทยยอด 1,000,000 วอนทุกเดือนตลอดหนึ่งปี เท่ากับว่าเราเสียค่าโอนไปกว่า 19,200 บาท

คิดกันโจ๊ะๆแบบนี้เลย แอดจึงต้องมองหาบริการโอนเงินที่ถูกลง

GME

จนมาเจอบริการโอนเงินของ GME REMITTANCE

ที่ค่าโอนแค่ 5,000 วอน หรือเป็นเงินไทยแค่ 150 บาทเองค่ะลูกเพจ

ตอนแรกที่ทราบบริการด้านนี้ก็สงสัยและเป็นกังวลเช่นกันว่ามันจะน่าเชื่อถือและไว้ใจได้จริงเหรอ

งั้นมาดูกันว่า GME นั้นเป็นมาอย่างไร GME เป็นบริษัทแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลเกาหลีใต้ในการเปิดให้บริการทางการโอนเงินข้ามประเทศ

GME

แอดก็เริ่มมั่นใจบ้างล่ะหลังการค้นหา เพราะธุรกิจเขานัั้นได้รับการรับรองจริงจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และนี่เป็นการร่วมมือทางธุรกิจระหว่างภาคธนาคารและภาคเอกชน

อีกทั้ง โอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นของ GME นั้น ยังสามารถรับเงินสดแบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าได้ภายใน 10 นาทีผ่านธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศไทย เรียกได้ว่า มันเป็นแอพทางเลือกที่มีประโยชน์ในชั่วโมงเร่งรีบเช่นกัน

GME

ไหนมาดูกันสิว่า เราจะลงทะเบียนใช้งานผ่านแอพ GME ได้อย่างไร

[อันดับแรกก็เตรียมรูปที่เอกสารตามด้านล่างนี้]

1.พาสปอร์ต หรือ ใบกาม่า (ด้านหน้า และ ด้านหลัง)

2. สมุดบัญชีในเกาหลี

GME

จีเอ็มอี รีมิทแทนต์ (GME remittance) จะไม่ใช่การเปิดบัญชีใหม่ แต่จะเปิดใช้บริการผ่านการใช้บัญชีธนาคารในเกาหลีที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้บัญชีอื่นๆ ที่มีอยู่

หากมีบัญชีของธนาคารชินฮันที่เปิดบัญชีผ่านการใช้พาสปอร์ตจะลงทะเบียนใช้บริการไม่ได้ นอกเสียจากมีการอัพเดทข้อมูลกับทางธนาคารชินฮันให้เป็นข้อมูลใบกาม่าปัจจุบันเสียก่อน

① ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น GME ได้จาก Play Store หรือ App Store ก่อนเริ่มใช้งาน

GME
GME

② เปิดแอพพลิเคชั่น GME ขึ้นมา

③ เปลี่ยนเป็นภาษาไทยและเลือกลงทะเบียนใหม่

GME

④ กรอกอีเมล, รหัสผ่าน, และเลือกวันเดือนปี (ค.ศ) เกิด

GME

⑤ ล็อกอินเข้าสู่ระบบอีกครั้งด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้ตะกี้

⑥ เลือกยืนยันบัญชีผู้ใช้งานเพื่อกรอกข้อมูลการสมัครให้ครบถ้วน

GME

⑦ กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบ ในส่วนของข้อมูลอาชีพให้เลือก salaried และอย่าลืมกรอกรหัสผู้แนะนำจาก THAIKUK รหัสคือ 995111 เพื่อรับค่าโอนฟรี 5,000 วอนกันไปเลย

GME

⑧ กรอกข้อมูลในส่วนระบบความปลอดภัย ในช่องที่มาของเงินให้เลือก Salary / Wages

⑨ คลิกที่สัญลักษณ์กล้องถ่ายรูปเพื่ออัพโหลดรูปภาพเอกสารที่เตรียมไว้ข้างต้น

GME

⑩ หลังจากอัพโหลดรูปตามที่ระบุแล้วก็กดส่งเอกสาร

⑪ หลังจากนั้นจะมียอดเงิน 1 วอน โอนเข้าบัญชีผู้สมัครเพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลบัญชี เพียงกรอกรหัสตัวเลขสี่ตัวเท่านั้น และกดยืนยันก็เป็นอันสำเร็จการลงทะเบียน

GME
GME

[เช็ครหัสยืนยันบัญชีที่ทาง GME เขาโอนเข้าบัญชีได้ผ่านเน็ตแบ้งค์กิ้งของธนาคาร]

[ถ้าไม่มีเน็ตแบ้งค์กิ้งก็สามารถเช็คได้ที่ตู้เอทีเอ็มเช่นกัน]

[ถ้าไม่มีทั้งเน็ตแบ้งคค์กิ้งและตู้เอทีเอ็มอยู่ใกลก็อย่าเพิ่งตกใจไป สามารถอินบ็อกไปยังเจ้าหน้าที่ GME ได้ที่ GME Remittance Thailand เจ้าหน้าที่ไทยจะคอยให้บริการตลอด]

ลิ้งค์เฟสบุ๊ค GME REMITTANCE THAILAND

⑫ การยืนยันการสมัครจะใช้เวลาภายใน 12 ชั่วโมง

บริการโอนเงินกลับไทย
พร้อมให้บริการชาวไทยในเกาหลีแล้วจ้า

GME REMITTANCE THAILAND[FACEBOOK]

รู้เปล่า? แรงงานต่างชาติก็สามารถ กู้เงินในเกาหลี ได้

ข่าวดี! พี่น้อง แรงงานต่างชาติ ในเกาหลี หนึ่งในนั้นก็มีแรงงานไทยรวมอยู่ด้วยแน่นอน รู้เปล่าว่ามีองค์กรปล่อยกู้ที่เป็นไปตามกฎหมายเกาหลีเตรียมไว้เอาใจแรงงานทุกท่านอยู่ด้วยนะ

บริษัทปล่อยกู้ในนาม Nexgen (เน็คเจน) เป็นบริษัททางการเงินที่มีการบริการด้านการปล่อยเงินกู้ ได้ร่วมมือกันกับ GME Remittance บริษัทการเงินที่มีบริการด้านธุรกรรมทางการเงินไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน, แลกเงิน, ปล่อยเงินกู้ เรียกได้ว่าครบวงจรทางการเงินกันเลยทีเดียว ทั้งสองบริษัทได้เล็งเห็นถึงความต้องการของแรงงานต่างชาติในเกาหลี โดยต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความอุ่นใจต่อแรงงานต่างชาติ เปรียบเสมือนอยู่บ้านเกิด บริการสินเชื่อเงินกู้นี้จึงได้เสริฟตรงต่อแรงงานต่างชาติในเกาหลีทุกท่าน

อย่างไรก็ตามบริการสินเชื่อเงินกู้นี้จำเป็นต้องมีเงื่อนไขในการให้บริการ มาดูกันว่าคุณสมบัติของผู้กู้ควรจะเป็นยังไงบ้าง

  • เป็นแรงงานที่มีสัญญาจ้างงาน
  • มีใบกาม่าและพาสปอร์ต
  • มีวีซ่าที่อายุเหลืออยู่นานกว่า 1 ปี 3 เดือน ไม่ขาดไม่เกิน
  • มีแบ้งค์สเตสเม้นต์ย้อนหลัง 3 เดือน
  • ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
  •  

ตามคุณสมบัติด้านบนแล้วแรงงาน E-7, E-9, F-2, F-6, F-5 สามารถขอรับบริการนี้ได้สบายๆเลยล่ะ

แล้วจะขอรับสินเชื่อเงินกู้นี้อย่างไรล่ะ
– ไปที่ GME Remittance ทุกสาขาทั่วเกาหลี แล้วติดต่อขอรับบริการ (มีเจ้าหน้าที่ไทยช่วย)
– สมัครเองผ่านอินเทอร์เน็ต (ไม่มีเจ้าหน้าที่ไทย)

กู้เงินในเกาหลี

ถ้าสมัครผ่าน GME Remittance จะสะดวกในการสื่อสารผ่านเจ้าหน้าที่ไทย โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ เพียงลงทะเบียนและโอนเงินกับทาง GME Remittance 1-2 ครั้งก็มีสิทธิ์สมัครใช้บริการสินเชื่อเงินกู้นี้ได้แล้ว

แอดว่าก็เป็นทางเลือกอีกทางของลูกเพจที่จะได้สิทธิ์ในกรณีจำเป็นจะต้องใช้เงินด่วน ฉุกเฉิน โดยไม่ต้องไปเสี่ยงกู้กับนายหน้าโหดๆ ที่กระบวนการกู้ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ลองเช็คข้อมูลและถามรายละเอียดกันได้เลยที่ GME Remittance Thailand

ของดีต้องบอกต่อเป็นธรรมดาจ๊ะ ^———^

แชร์วิธี การสร้างเรซูเม่ ผ่าน App สมัครงานในเกาหลีใต้

แชร์วิธี การสร้างเรซูเม่ ผ่าน App สมัครงานในเกาหลีใต้

การสร้างเรซูเม่

 

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินนำวิดีโอ การสร้างเรซูเม่ ที่แอดมินแหกตาตื่น ลืมตานอน ทำทั้งคืนมาฝากสำหรับคนที่กำลังค้นหางานในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้สื่อเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันมากกว่าพี่ไทยเป็นไหนๆ แม้แต่การสมัครงานเอง ชาวไร่ชาวสวนยังต้องสมัครผ่านอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ เดี๋ยววันนี้แอดจะนำเสนอแอพพลิเคชั่นยอดฮิตที่ไว้เสิรชหางานในเกาหลีใต้ให้กับทุกคนที่สนใจนะคะ อีกอย่างเว็บเรามีงานประชาสัมพันธ์ผ่านฟอรั่มจ๊อบอยู่ด้วย เผื่อบางท่านงงว่าเอ๊ะ! ต้องทำไงหว่าา เอาล่ะพล่ามยาวแล้วมาดูกันค่ะ 

สร้างเรซูเม่ผ่าน JOBKOREA

แอพพลิเคชั่นแรกหรือสมัครผ่านเว็บก็ได้นะคะ www.jobkorea.co.kr เว็บนี้ยอดฮิตของผู้สมัครงานในเกาหลีใต้ค่ะไม่ว่าจะคนเกาหลีหรือชาวต่างชาติหากอ่านออกเขียนภาษาเกาหลีได้ก็เชิญมาสมัคร พร้อมทิ้งเรซูเม่สวยๆไว้รอเรียกสัมภาษณ์ หรือเริ่มงานได้ที่นี่เลย

 

สร้างเรซูเม่ผ่าน WORKNET

 

ต่อไปก็เป็นเว็บไซต์สำหรับหางานที่บริหารโดยภาครัฐ เว็บ worknet.go.kr เว็บนี้ก็ค่อนข้างเป็นที่นิยมลองแวะมาสร้างเรซูเม่ไว้ด้วยก็ดีนะคะ จะได้มี source ที่ไว้หางานได้เยอะๆ

 

หากมีคำถามทิ้งคำถามไว้ด้านล่างนะคะ เดี๋ยวแอดมินมาตอบให้ โชคดีในการหางานในประเทศเกาหลีใต้ค่ะ 
เข้ามาถูกกฎหมาย หางานได้ตามใจเลยจ้า แวะมาเป็นสมาชิกเว็บเราเยอะๆนะคะ ร่วมสร้างชุมชนชาวไทยในเกาหลีใต้ด้วยกันจ้า

 

 

แวะมาที่กลุ่มเราได้นะ

ว่าด้วยเรื่องเกี่ยกับ ศาสนาในเกาหลี ใต้

ว่าด้วยเรื่อง ศาสนา ในประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีเป็นประเทศที่มีแทบจะทุกศาสนาหลักของโลก ศาสนาในเกาหลี ตามสถิติปี 2015 ประชากรชาวเกาหลี 44% มีศาสนาที่ตนเองนับถือ เช่น คริสต์ศาสนา, พุทธศาสนา,ลัทธิขงจื้อ, และศาสนาอิสลาม อยู่ร่วมกันอย่างสันติกับคนทรงเจ้า 

          โดยส่วนมากแล้วชาวเกาหลีได้รับอิทธิพลของศาสนาพุทธและลัทธิขงจื้อมากกว่าศาสนาอื่น ๆ ในชีวิตของคนเกาหลีและมากกว่าครึ่งหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศที่ระบุไว้ว่ามีความสัมพันธ์กับสองศาสนานี้ พุทธศาสนาเข้ามาถึงเกาหลีเมื่อปี 372 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีการสร้างวัดนับหมื่นแห่งทั่วประเทศ
          เป็นที่ยอมรับว่าเป็นอุดมการณ์ของรัฐในสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392-1910) ขงจื้อถือเป็นหลักจรรยาบรรณที่เน้นความสำคัญของความภักดีความกตัญญูและการบูชาบรรพบุรุษ ขงจื้อลูกศิษย์ยังเคารพบูชาบรรพบุรุษในความเชื่อที่ว่าวิญญาณของบรรพบุรุษอาจมีผลต่อชีวิตของลูกหลานของพวกเขาและพยายามที่จะหาสถานที่มงคลสำหรับหลุมฝังศพของบรรพบุรุษของพวกเขา อย่างไรก็ตามวันนี้มีผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนจากการปฏิบัติตามประเพณีการฝังศพไปจนเป็นการเผาศพแทน

ศาสนาในเกาหลี

ความหลากหลายในการนับถือศาสนาของชาวเกาหลี ตอนนี้กำลังกลายเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติหลากหลายทางวัฒนธรรมและแน่นอนว่าก็ต้องมีความหลากหลายทางศาสนาในเกาหลีใต้เช่นกัน ดังนั้นประเทศเกาหลีใต้ได้ปกป้องความหลากหลายทางศาสนาโดยใช้กฎหมายเป็นกลาง โดยชาวเกาหลีมีอิสระที่จะนับถือศาสนาใดก็ได้ตามศรัทธาและความเชื่อของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการนับถือศาสนาที่สำคัญอย่างเช่น คริสต์ศาสนา, พุทธศาสนา, ลักธิขงจื้อ, และศาสนาอิสลาม หรือ พวกลักธิศาสนาพื้นเมืองของชาวเกาหลี เช่น Won Buddhism และ Cheondogyo

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกได้เข้ามาสู่เกาหลีจากประเทศจีนผ่านตัวแทนของสายโชซอน ที่ไปเยือนกรุงปักกิ่งและพวกปุโรหิตชาวตะวันตกที่ติดตามพวกเขา ชาวโรมันคาทอลิกต้นในประเทศเกาหลีถูกประหาร แต่ศาสนายังคงแพร่ระบาดไปในหมู่คนทั่วไปทั่วประเทศ การโดนประหารของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์โดยกษัตริย์โชซอนทำให้เกาหลีเป็นประเทศที่มีนักบุญคริสเตียนจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสี่ของโลก

ศาสนาในเกาหลี

โบสถ์แห่งแรกของ Chung Dong  Methodist ในกรุงโซล คริสตจักรโปรเตสแตนต์แห่งแรกของเกาหลีก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1897

ศาสนาในเกาหลี

เทศกาลโคมไฟดอกบัว เทศกาลเฉลิมฉลองการประสูติของพระศากยมุนี พระพุทธเจ้า ในวันที่ 8 ของเดือนจันทรคติที่ 4

          โปรเตสแตนต์ถูกนำเข้ามาในเกาหลีในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยนักเผยแผ่ศาสนาในอเมริกาเหนือและได้รับรางวัลอย่างรวดเร็วผ่านการศึกษาในโรงเรียนและการบริการทางการแพทย์ จนกระทั่งในปัจจุบันโปรเตสแตนต์ในเกาหลีมีสถาบันการศึกษาระดับกลางและระดับสูงวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยและศูนย์การแพทย์

          ในเกาหลีมีกลุ่มของศาสนาพื้นเมืองเช่นกัน เช่น ศาสนาชอนโดเกียว, Won Buddhism และ แดจองเกียว ซึ่งแม้ว่าจะประสบกับความผันผวนในประวัติศาสตร์เกาหลีสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงมีบทบาทในการเพิ่มจำนวนผู้ที่มีศรัทธาอยู่ ศาสนาชอนโดเกียวซึ่งก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานของการเรียนรู้ตะวันออก (ดงฮัก) ในศตวรรษที่ 19 โดยถือหลักคำสอนที่ว่า “มนุษย์คือสวรรค์” ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อกระบวนการสร้างความทันสมัยในเกาหลี

 

ศาสนาในเกาหลี

การตกแต่งภายในวิหารเมียงดง ในกรุงโซล

ศาสนาในเกาหลี

มัสยิดกลางกรุงโซลในอิแทวอนกรุงโซล

          ศาสนาแดจองเกียว ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อบูชา “ทันกุน” ผู้ก่อตั้งรัฐเกาหลีคนแรกยังส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนเกาหลี และปลุกเร้าความรักในชาติเกาหลี ในปีค.ศ. 1955 ปรากฏว่ามีสมาคมอิสลามแห่งเกาหลีและอิหม่ามเกาหลีคนแรก (ผู้นำศาสนาอิสลาม) ตามด้วยมูลนิธิมุสลิมเกาหลีในปี 1967

          นอกเหนือจากศาสนาหลักแล้วชาแมน (คนทรงเจ้า) ยังมีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวเกาหลี ซึ่งถือเป็นลักธิที่พยายามที่จะช่วยให้พวกเขาเชื่อมต่อกับโลกฝ่ายวิญญาณและการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตของผู้คน

ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.korea.net/AboutKorea/Korean-Life/Religion

5 ทริค ในการทำงานร่วม กับ เจ้านายชาวเกาหลี

5 ทริค ในการทำงานร่วมกับเจ้านายชาวเกาหลี

เจ้านายชาวเกาหลี

1. ความภักดี

เจ้านายชาวเกาหลี ค่อนข้างจะใส่ใจในเรื่องความภักดีซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์แรกๆที่แน่นอนว่าผู้ประกอบการมักจะคำนึงถึง ซึ่งเจ้านายนั่นถือเป็นคนแรกในการตัดสินใจจะจ้างหรือไล่พนักงานออก เพราะความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับความจงรักภักดีต่อบริษัท ยิ่งในยุคสงครามข้อมูลหรือความลับขององค์กรที่ปัจจุบันนั้นง่ายต่อการรั่วไหลแล้วยิ่งต้องใส่ใจเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

2. ความรับผิดชอบ

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม งานของคุณจำต้องเสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนดซึ่งนั่นเป็นการบ่งบอกถึงความเชื่อใจในตัวบุคคลของเจ้านายที่มีต่อคุณ ไม่มีงานหรือเจ้านายที่ไว้ใจพนักงานที่มอบงานให้แล้วไม่สามารถจัดการได้ทันเวลา ความรับผิดชอบเพิ่มมูลค่าของความน่าเชื่อถือของคุณ

3. ความขยัน

มันจะดีกว่าไหมหากเจ้านายเกาหลีจะมองหาคนขยันขันแข็งมากกว่าคนขี้เกียจ? ความขยันถือเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้านายเกาหลีสามารถสัมผัสได้และนั่นถือเป็นการแสดงความจริงจังต่องานที่จะพาไปสู่ความสำเร็จในขั้นตอนต่อไปอย่างเงียบ ๆ

4. ความคิดสร้างสรรค์

แม้ว่าคุณจะรู้สึกถึงความจงรักภักดีความรับผิดชอบและความจริงใจ แต่คนที่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นของตัวเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นแรงผลักดันให้ บริษัท เติบโตขึ้นในยุคที่เน้นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี คุณต้องคิดถึงแนวคิดใหม่อยู่เสมอ

5. ความสามารถ

ความสามารถของแตะละคนในการร่วมงานในบริษัทเดียวกันมักจะคล้ายคลึงกัน และความพยายามในการทำงานเองก็จะช่วยเพิ่มความสามารถขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในเรื่องอายุและความแก่สังคมที่นำมาซึ่งความสามารถที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว

 

หางานในเกาหลีที่นี่

แชร์การทำอาหารเกาหลี: ต๊อกโบกี [ 떡볶이 ]

อาหารพื้นบ้านเกาหลี: ต๊อกโบกี [ 떡볶이 ]

ต๊อกโบกี [ 떡볶이 ]

               สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินจะมาแนะการทำ ต๊อกโบกี ง่ายๆด้วยงบประหยัดกับวัตถุดิบหาง่ายนะคะ (สำหรับคนอยู่ที่เกาหลีนะคะ) ต๊อกโบกี [ 떡볶이 ] เป็นอาหารที่สามารถกินได้ทั้งเด็กผู้ใหญ่ เดี๋ยวเราจะมาเริ่มจากวัตถุดิบกันก่อนนะคะ บอกได้เลยว่าราคาวัตถุดิบเหล่านี้ถูกกว่าที่ไทยมากๆเลยค่ะ เพราะอย่างนี้ไงต๊อกโบกีเลยกลายเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่ทำง่ายและราคาถูกด้วย 

วัตถุดิบ

  1. แป้งต๊อก (แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที)
  2. เห็ดเข็มทอง, เห็ดออรินจิ (สามารถเลือกตามความชอบนะคะ)
  3. ออมุหั่นเป็นเส้นๆ (เค้กปลาแผ่นเกาหลี) หรือหั่นตามความต้องการ
  4. ไส้กรอกหั่น
  5. ปูอัดหั่น
  6. กระเทียมโขลกละเอียด

เครื่องปรุงสำหรับทำซอสต๊อกโบกีต๊อกโบกี [ 떡볶이 ]

  1. โกชูจัง (ซอสพริกเกาหลีแบบไม่มีรสเค็ม)    3  ช้อน     
  2. ซอสถั่วเหลือง                                               4  ช้อน
  3. น้ำตาล                                                           4  ช้อน
  4. พริกป่น                                                          ตามความต้องการ
  5. ซอสมะเขือเทศ                                              1   ช้อน

***ผสมเครื่องปรุงไว้รอได้เลยค่ะ***

ขั้นตอนการทำ

  1. ตั้งกระทะไฟปานกลาง เทน้ำมันลงไปตามเหมาะ 
  2. หลังน้ำมันเริ่มร้อนใส่กระเทียมที่โขลกไว้ลงไป
  3. เมื่อกระเทียมเริ่มส่งกลิ่นหอมใส่เห็ดและวัตถุดิบอื่นๆลงไปผัดให้เข้ากัน
  4. ตามด้วยใส่แป้งต๊อกผัดให้พอสุก
  5. เติมน้ำลงไป ตามสัดส่วนของซอสที่เราเตรียมไว้ น้ำ 1 : ซอส 1 ส่วน
  6. เทซอสที่เตีรยมไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปิดไฟเตรียมเสริฟได้เลยค่ะ

          เป็นอย่างไรบ้างคะวิธีการทำต๊อกโบกีไม่ได้ยุ่งยากเลยใช่ไหมคะ ใครสนใจสามารถทำตามสูตรที่แอดมินให้ไว้ได้เลยนะคะทำง่าย ราคาถูก แถมอิ่มท้องนานด้วยค่ะ  ไว้พบกันใหม่กับบล็อกต่อไปนะคะ ^—–^/

ข้อมูลทั่วไปของประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้

ข้อมูลทั่วไปของประเทศเกาหลีใต้

ข้อมูลเบื้องต้น: ความหมายของธงชาติเกาหลี

           “แทกึกกี”  เป็นชื่อเรียกเฉพาะของธงชาติที่มีสัญลักษณ์ประจำประเทศเกาหลี ซึ่งพื้นธงมีลักษณะเป็นพื้นสีขาวกลางธงมีรูปวงกลมซึ่งเรียกว่า “แทกึก” (สีแดง –น้ำเงิน) ล้อมข้างด้วยขีด 3 เส้นรูปต่างๆตามคัมภีร์อี้จิงของจีน อยู่ทั้ง 4 มุมของธงชาติ

          พื้นธงสีขาวแสดงถึงความสว่าง, บริสุทธิ์และความรักสงบของประชาชนชาวเกาหลี สัญลักษณ์แทนจุดตรงกลางเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของหยินและหยางในวงกลมนี้ “หยิน” แทนด้วยสีน้ำเงิน “หยาง” แทนด้วยสีแดง วงกลม “แทกึก” นี้ทั้งสองด้านถูกแบ่งอย่างเท่ากันแสดงถึงความสมดุลและกลมกลืนประสานสอดคล้องอย่างสมบูรณ์ทั้งแสดงถึงการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

         รูปขีด 3 เส้นในธงมีที่มาจากสัญลักษณ์ 4 ใน 8 อย่างจากคัมภีร์อี้จิงของจีน (ภาษาจีนเรียก “ข่วย”) ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนปรัชญาของจักรวาล 4 อย่าง ฟ้า,พื้นดิน,น้ำและไฟซึ่งหมายถึง ความกลมกลืน ความสมดุล ความสมมาตร และการหมุนเวียน

         จึงเห็นได้ว่าบรรพบุรุษของชาวเกาหลีใช้ “แทกึกกี” ที่มีสัญลักษณ์ของ “แทกึก” อยู่ตรงกลางอันแสดงให้เห็นถึงการรู้คุณค่าของการใช้ชีวิตอีกทั้งยังมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์อันกว้างไกลราวกับอวกาศมีความปรารถนาที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=General info”” class=”” id=””]

 

เนื้อเพลงชาติเกาหลี (แปลไทย)

ตราบเท่าทะเลบูรพาเหือดหาย ขุนเขาเเพ็กตูพังทลาย

เทพเทวาจะปกป้องคุ้มครอง ให้ชาติแห่งเราทั้งผองจงเจริญ

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่ง ทั่วขุนเขาสายน้ำสามพันลี้

มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

 

ต้นสนใหญ่แห่งนัมซานยืนตระหง่าน หุ้มด้วยลมหนาวและน้ำค้างแข็ง

ประดุจสวมเกราะไว้ เหมือนจิตใจอันแน่วแน่ไม่มีวันแปรผันของเรา

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่งทั่วขุนเขาสายน้ำสามพันลี้

มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

 

ท้องฟ้ายามวสันตฤดูเวิ้งว้างกระจ่างใสสูงใหญ่ไร้เมฆหมอก

จันทร์กระจ่างฟ้าเปรียบได้ดั่งดวงใจอันมั่นคงและซื่อสัตย์ของเรา

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่งทั่วขุนเขาสามพันลี้

มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

 

ขอมอบความภักดีทั้งตัวไว้ด้วยดวงจิตและดวงใจ

ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์อย่างไรจะรักมั่นในแผ่นดินแห่งนี้

ดอกมูกุงฮวาบานสะพรั่งทั่วขุนเขาสามพันลี้

มหาชนชาวเกาหลีขอภักดีต่อวิถีแห่งแดฮัน

[kleo_divider type=”long” position=”center” icon=”menu” icon_size=”large”]

 

ข้อมูลประเทศพื้นฐาน

ตำแหน่งที่ตั้ง: ประเทศเกาหลีเป็นประเทศคาบสมุทรที่มีตำแหน่งอยู่ทิศตะวันออกของทวีปเอเชียและตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

ประชากร: มีประมาณ 49,039,986 คน

อาณาเขต: 99,720 K㎡

ลักษณะภูมิอากาศ

-บรรพบุรุษของชาวเกาหลีเรียกแผ่นดินของประเทศว่าเป็นดินแดนแห่งทิวทัศน์ที่สวยงามคำว่าดินแดนแห่งทิวทัศน์ที่สวยงามหมายถึงทิวเขาและสายน้ำที่งดงามดุจแพรไหม

-ประเทศเกาหลีมีภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 4 ภูมิอากาศอย่างชัดเจน ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ,ฤดูร้อน,ฤดูใบไม้ร่วง,และฤดูหนาวสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูทำให้การใช้ชีวิตของคนปรับเปลี่ยนไปด้วย

ลักษณะพิเศษของอุณหภูมิโดยเฉลี่ยแต่ละฤดูเป็นดังต่อไปนี้

– อุณหภูมิโดยเฉลี่ยภาคพื้นดิน 6.6 -16.6 องศาสำหรับจุดที่สูงที่สุด ที่ซากวีโพ เขตเจจูอยู่ที่ 16.6องศา และคังวอนโดที่ที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ 6.6องศา

ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ: ปี 1981 – 2010

ลักษณะพิเศษของแต่ละฤดู

         1.ฤดูใบไม้ผลิ ในฤดูใบไม้ผลิจะมีวันที่มีอากาศมืดครึ้มกับวันที่มีอากาศสดใสเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง อากาศเย็นๆในฤดูใบไม้ผลิที่พัดโชยเป็นระยะๆ เรียกว่า “สายลมแห่งดอกไม้”

         2. ฤดูร้อน อุณหภูมิที่สูงที่สุดที่ปรากฎในฤดูนี้คือ 39 องศา และปริมาณน้ำฝนสูงถึง 45 – 60 เปอร์เซ็นต์

         3. ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูนี้อากาศจะแห้งท้องฟ้าเป็นสีฟ้าและใบไม้เริ่มร่วงโรยและยังมีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าช่วงฝนในฤดูร้อน

         4.ฤดูหนาว อากาศจะแห้งและเย็นต่อเนื่องยาวนานเพราะมีลมพัดแรงเนื่องจากสภาพอากาศแห้งจึงมีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมีปรากฏการณ์หนาว 3วัน อากาศอบอุ่น 4 วัน และมีหิมะตกในฤดูนี้ (มีบางพื้นที่ที่เห็นหิมะได้ยาก)

[kleo_divider type=”full” position=”center” icon=”star-half-alt”]

 

วันหยุดตามปฏิทินของประเทศเกาหลี

 

วันที่ วันหยุด ความสำคัญ
1 ม.ค. วันขึ้นปีใหม่ วันแรกของปี
ข้างแรม 1 ม.ค. วันขึ้นปีใหม่ วันแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติ
1 มี.ค. ซัมอิลจอน วันเริ่มเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพจากญี่ปุ่น
8 เม.ย. (จันทรคติ) วันวิสาขบูชา วันประสูติของพระพุทธเจ้า
5 พ.ค. วันเด็ก วันเด็กแห่งชาติ
6 มิ.ย. วันรำลึก วันที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียสละ
15 ส.ค. วันครู ไม่ใช่วันหยุดราชการแต่เป็นวันที่ระลึกถึงพระคุณของคุณครู
15 ส.ค. (จันทรคติ) วันชูซอก ตรงกับวันไหว้พระจันทร์ปกติหยุดยาว 3 วันแต่ละปีไม่ตรงกันในปี 2018 ตรงกับวันที่ 23 – 25 ก.ย.
3 ต.ค. วันสร้างชาติ เป็นวันก่อตั้งชาติเกาหลีตามตำนานโบราณ
9 ต.ค. วันอักษรเกาหลี เป็นวันที่กษัตริย์เซจงแทวังประดิษฐ์คิดค้นตัวอักษรเกาหลีในปี 1446
25 ธ.ค. วันคริสต์มาส เป็นวันฉลองวันเกิดของพระเยซูคริสต์

፠ระบบวันหยุดมีวันขึ้นปีใหม่และวันชูซอกที่ถือเป็นวันหยุดยาวนอกนั้นวันหยุดอื่นๆหรือวันเด็กที่ตรงกับวันเสาร์หรือทับซ้อนวันหยุดให้นับวันถัดไปเป็นวันหยุดชดเชยแทน

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=General info”” class=”” id=””]

 


การปกครองของประเทศเกาหลี

  1. ประเทศเกาหลีมีประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสุด

ประเทศเกาหลีจะมีการเลือกประธานาธิบดีของประเทศทุกๆ 5 ปีหรือกล่าวคือประธานาธิบดีแต่ละคนจะมีวาระในการปฏิบัติงานคนละ 5 ปี ภายใต้การทำงานของประธานาธิบดีจะมีนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆคอยรับคำสั่งและดำเนินงานตามนโยบาย

  1. ประเทศเกาหลีมีการแบ่งระบอบการปกครองส่วนท้องถิ่น

         หน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศเกาหลีแบ่งเป็นหน่วยงานการปกครองส่วนมหานครและการปกครองพื้นฐานในท้องถิ่น

         การปกครองส่วนมหานครในปี 2014 มีเขตการปกครองพิเศษอยู่เพียงเขตเดียวนั่นคือ “กรุงโซล”  ส่วนเขตการปกครองมหานครมี 6 เขต ดังนี้ ปูซาน, แทกู, แทจอน, อินชอน,กวางจู, อูลซาน และอีก 1 เขตควบคุมพิเศษนั่นคือ เขตควบคุมพิเศษเซจง

         การปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งหมด 8 จังหวัดดังต่อไปนี้ คยองกีโด, คังวอนโด, ชุงชองนัมโด, ชุงชองบุกโด, ชอนลานัมโด, ชอนลาบกโด, คยองซานนัมโด, คยองซานบกโด และ 1 เขตปกครองพิเศษเจจูโด

         ภายในประเทศมีระบอบสภาพคองเกรส การปกครองส่วนภูมิภาคเองก็มีสภาการปกครองส่วนภูมิภาคด้วยเช่นกัน มีการแบ่งสรรปันส่วนการบริหารงานและขอบเขตการปกครอง หน่วยงานการปกครองมีหัวหน้าเรียกว่า หัวหน้าหน่วยงานการปกครอง และมีหัวหน้าหน่วยงานการปกครองส่วนมหานคร อีกทั้งยังมีหัวหน้าหน่วยงานการปกครองพื้นฐาน

  1. การเลือกตั้งผู้นำของประเทศเกาหลี

         ประเทศเกาหลีใต้ใช้การเลือกตั้งสำหรับการคัดเลือกประธานาธิบดี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมาชิกวุฒิสภา), หัวหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด,สมาชิกสภาท้องถิ่น

         การเลือกตั้งทั่วไปบุคคลที่มีอายุมากกว่า 19 ปีถือว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับเพศ,ทรัพย์สิน,การศึกษา,อำนาจ,ตำแหน่ง,ศาสนาทุกคนมีคะแนนเสียง 1 เสียงอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งด้วยการลงตามคะแนนเสียงของตน ประชาชนจะเลือกใครนั้นถือเป็นความลับไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=General info”” class=”” id=””]

 

การพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศเกาหลี

         ประเทศเกาหลีตกอยู่ภายใต้การครอบครองของประเทศญี่ปุ่น (1910 – 1945) และต่อมาไม่นานในปี 1950 ต้องเจอกับสงครามภายในทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายไปโดยมาก แต่ด้วยความพยายามของประชาชนชาวเกาหลีสภาพเศรษฐกิจก็กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายในปี 1970 ต่อมาในปี 1996 ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) ในปี  2005 ได้มีการจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศภาคพื้นทวีปที่ประเทศเกาหลีและมีการประชุม G20 ( มีประเทศสมาชิกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก) ก็ได้จัดที่ประเทศเกาหลีอีกเช่นกันในปี 2010

         แม้ในอดีตประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่คอยรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศและในปี 2009 ด้วยความพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้ได้รับการยอมรับจาก DAC ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาได้มาตรฐาน OECD และในปัจจุบันนี้เกาหลีได้เป็นประเทศที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือประเทศอื่นๆทั่วโลกและในปัจจุบันนี้เกาหลีได้เป็นประเทศที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือประเทศอื่นๆทั่วโลก

         อีกทั้งยังได้อันดับ 1 ในการพัฒนาระบบบริการงานอิเล็กทรอนิกส์จาก UN ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำรวจการพัฒนาของแต่ละประเทศทั่วโลก ( ราว190 ประเทศ) ได้ทำการประเมินและให้รางวัลแก่ประเทศที่ได้มาตรฐานในด้านต่างๆปีละครั้งประเทศเกาหลีมีดัชนีครองเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่ปี 2008 มาโดยตลอดโดยการประเมินจากความสะดวกสบายในการใช้บริการ E-Government คืองานบริการที่สามารถทำผ่านระบบออนไลน์, งานบริการที่ทำผ่านออนไลน์มีความชัดเจนถูกต้องและรวดเร็วมากน้อยขนาดไหน, ประชาชนทั่วไปได้รับความสะดวกในการติดต่อดำเนินการหรือไม่ด้วยมาตรฐานของ E-Government ทำให้นโยบาย IT พื้นฐานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อีกทั้งความเร็วของอินเตอร์เน็ตในประเทศเกาหลีไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ใดก็สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi)ได้อย่างรวดเร็ว

Reference: Korea immigration service ministry of justice (2015), 이민자 조기적응프로그램,

법무부 출입국: 외국인정책본부 이민통합과, 124-130.

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=General info”” class=”” id=””]