เตือน! อย่าเพิ่งเชื่อ นายหน้า พาเข้าเกาหลี

เนื่องจากคนไทยมากกว่า 140,000 คนอาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย นั่นทำให้การตรวจคนเข้าเมืองยากขึ้นตามไปด้วยเมื่อมีคนไทยเดินทางเข้าเกาหลี

นายหน้า

ดังนั้นนายหน้าไทยหลายต่อหลายคนจึงพยายามที่จะยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวมากขึ้น

อีกทั้ง ชาวไทยหลายคนก็กำลังแห่กันเดินทางเข้าไปเกาะเชจู เนื่องจากไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องขออนุญาตเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA ซึ่งจากสถิติของด่านตรวจคนเข้าเมืองเชจูได้ปฎิเสธชาวไทยไปแล้ว 60% ของผู้ที่ต้องการเข้าเกาะเชจู ปัจจุบันเกาะเชจูก็กำลังถูกผลักดันให้ใช้ระบบ K-ETA

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความยากลำบากในการเข้าสู่เกาหลี การปล่อยโฆษณาของนายหน้าไทยเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินทางเข้าเกาหลีก็ยังคงเกลื่อนตามโซเชียลในประเทศไทย

นายหน้า

นายหน้ารายหนึ่งอ้างว่าหากชำระเงิน 49,000 บาทให้ เขาจะยอมบอกวิธีขอใบเดินทางเข้าและวีซ่าปลอมๆให้ แต่พวกเขาจะไม่รับประกันการเข้าเมือง 100%

นอกจากนี้ แม้ว่าบางคนจะโชคดีที่ผ่านตม.และเข้าเกาหลีได้ แต่ก็ต้องชำระเงิน 5,000 บาท ให้กับนายหน้าเพื่อหางานทำในเกาหลีใต้

ด้วยการเข้าเกาหลีและแอบทำงานโดยมิได้เป็นไปตามกฎหมาย ที่คุณจะต้องกังวลก็หนีไม่พ้นเรื่องของการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ยิ่งเวลานี้จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีในปัจจุบันมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงส่งผลให้มีการปราบปรามเข้มมากขึ้นเพื่อลดจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมาย

นายหน้า

อย่างไรก็ตาม การที่นายหน้าได้ป่าวประกาศโฆษณาชวนเชื่อนั้นก็เพื่อประโยชน์ของตนเองทั้งสิ้น ทั้งที่แจ้งไว้ชัดว่าไม่รับประกันการเข้าเมืองได้ 100% แล้วด้วย ควรเป็นประเด็นที่ฉุกให้คิดก่อนตัดสินใจเชื่อ

สถานการณ์ของชาวไทยในเกาหลีใต้ในปัจจุบันมีกว่า 140,000 คนอาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย เรียกได้ว่ามากกว่าจำนวนชาวจีนและเวียดนามที่อยู่อย่างผิดกฎหมายรวมกันเสียอีก

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่อุปทานได้ว่านักท่องเที่ยวไทยต้องงดเดินทางเข้าเกาหลีใต้ในช่วงนี้ เว้นแต่จำนวนคนไทยผิดกฎหมายจะลดลงก่อน เพราะอาจจะช่วยให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะลดความเข้มงวดลงบ้าง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ประกาศแล้ว! 21 มี.ค. 2022 เดินทางเข้าเกาหลีไม่ต้องกักตัว!

ประกาศแล้ว! นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเกาหลีฉีดวัคซีนครบ ไม่ต้องกักตัวเริ่ม 21 มี.ค. 2022

จากการกล่าวสรุปจากสำนักงานใหญ่รับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยกลางที่ได้มีการประกาศ ณ วันที่ 11 มี.ค. ว่า “ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. นี้ เกาหลีจะยกเว้นการกักตัว 7 วันให้กับผู้ที่เดินทางเข้าเกาหลีที่รับวัคซีนครบโดสมาแล้วเป็นเวลา 14 วันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 180 วัน และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสาม ในกรณีที่ยังไม่ได้รับวัคซีนผู้เดินทางเข้าประเทศยังจะต้องได้รับการกักตัว 7 วันเช่นเดิม”

เข้ากาหลีไม่กักตัว

ในกรณีที่มีการฉีดวัคซีนมาจากต่างประเทศจะมีการตรวจประวัติการฉีดวัคซีนอัตโนมัติผ่านระบบ Q-CODE ที่ทางสาธารณสุขจะจัดเตรียมไว้รองรับการลงประวัติวัคซีน

นอกจากนี้เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป แม้แต่ผู้ที่มีแผนจะเดินทางเข้ามาในประเทศเกาหลี แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนประวัติการฉีดวัคซีนก็จะสามารถป้อนข้อมูลประวัติเองล่วงหน้าได้พร้อมแนบใบรับรองเพื่อนำมาใช้สิทธิ์ยกเว้นกักตัวก่อนเดินทางเข้าเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตามหากผู้ใดที่เดินทางมาจากประเทศต่อไปนี้ ปากีสถาน, อุซเบกิสถาน, ยูเครน, และเมียนมาร์ จะยังต้องรับการกักตัว 7 วันอยู่

เข้ากาหลีไม่กักตัว

ในขณะเดียวกันในช่วงเดือนเม.ย. หากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้จะสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ด้วย

ท้ายที่สุดมีการชี้แจงในเรื่องของการเดินทางเข้าประเทศต้องได้รับการตรวจ PCR ในวันที่ 1 และวันที่ 6-7 จะเป็นการตรวจแบบใช้ชุดตรวจ ATK เพียงเท่านั้น นอกเว้นผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นการกักตัวจะต้องได้รับการตรวจ PCR ในวันที่ 1, 6-7 เช่นเดิม

“การขยายเส้นทางบินและการขยายการออกวีซ่าเองก็จะค่อย ๆ คลี่คลายลงเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การควบคุมโรค และเราจะติดตามการกลายพันธุ์ใหม่ๆในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด” สำนักงานใหญ่กล่าว

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เลื่อนและระงับเที่ยวบินไทย เหตุ “โอไมครอน” ระบาดในเกาหลี

เที่ยวบินเข้าไทยถูกเลื่อนและระงับหลายเที่ยวบินเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โอไมครอนในเกาหลีใต้

โอไมครอน

จากข้อมูลของอุตสาหกรรมการบินเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม สายการบินเจจูแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำกอล์ฟทัวร์ระหว่างอินชอนและเชียงใหม่ ประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 10 และ 17 ธันวาคม

นอกจากนี้ เชจูแอร์ประกาศว่าจะเปิดให้บริการเส้นทางอินชอน-กรุงเทพฯ อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีแปดเดือน แต่ต้องมาเลื่อนวันเริ่มเปิดให้บริการออกไปอีกหนึ่งเดือนจากปลายเดือนธันวาคมเป็นวันที่ 29 มกราคม นอกจากนี้ จินแอร์ได้มีการกำหนดตารางเดินทางเส้นอินชอน-กรุงเทพฯ อีกครั้งในวันที่ 24 ธันวาคม แต่จะเริ่มกลับมาทบทวนอีกที

เนื่องจากการยกเลิกตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน อีกทั้งรัฐบาลเกาหลีใช้มาตรการกักกันสำหรับนักเดินทางขาเข้าทั้งหมดต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมเป็นต้นมา

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มชาวเกาหลี 5 คนที่ไปทัวร์กอล์ฟในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้มีการยกเลิกตั๋วเครื่องบินเพิ่มตามไปด้วย

โอไมครอน

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่าผลกระทบอาจจะไม่กระทบมากเกินคาดแม้จะมีข่าวพบผู้ป่วยโอไมครอนทั่วโลก แต่ก็ยังไม่มีอาการรุนแรงหรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากจะเทียบผลกระทบครั้นตั้งแต่มี COVID-19 เกิดขึ้นครั้งแรก การกลายพันธุ์ของโอไมครอนมีผลกระทบน้อยกว่า นอกจากนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้ “ระบบอยู่ร่วมกับโควิด-19” ได้ไม่นานหลังจากการกลายพันธุ์ของเดลต้า จึงมีความคาดหวังอย่างมากว่าการเตรียมการสำหรับการกลายพันธุ์ของโอไมครอนจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว

จากข้อมูลของ WHO และ Reuters ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความร้ายแรงหรือการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อในประเทศที่ตรวจพบ โอไมครอน และผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ อาการของการติดเชื้อ โอไมครอน ได้แก่ อาการไอแห้ง มีไข้ และเหงื่อออก

โอไมครอน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าการมองโลกในแง่ดีมากเกินไปเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจาก โอไมครอน มีการกลายพันธุ์ใหม่จำนวนมาก

WHO วางแผนที่จะวิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ โอไมครอนในปัจจุบัน ▲ติดต่อ ▲ความเป็นไปได้ของการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกัน ▲สาเหตุร้ายแรง และประกาศผลภายในสองสามวัน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

‘สายการบินเชจูเปิดเที่ยวบินอินชอน – กรุงเทพ’

สายการบินเชจูแอร์จะเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินเส้นทางอินชอน-กรุงเทพฯ อีกครั้งในเดือนหน้า ซึ่งนับเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือนแล้วที่หยุดให้บริการไปตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว

สายการบินเชจู

ตามรายงานของสายการบินเชจู เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เส้นทางอินชอน-กรุงเทพฯ จะเริ่มเปิดดำเนินการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันพุธ พฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์) ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยจะออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติอินชอน เวลา 19:30 น. ในวันพุธ พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ ถึงกรุงเทพฯ เวลา 23:45 น. และขากลับจะออกจากกรุงเทพฯ เวลาตี 1.00 น. ในวันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันอาทิตย์ และวันจันทร์ และถึงสนามบินอินชอน เวลา 08:25 น.

สายการบินเชจูแอร์จะขายตั๋วเที่ยวเดียว (one-way tickets) ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม – 26 มีนาคม 2022 ราคาจะเริ่มต้นที่ 294,000 วอนเป็นต้นไป ตามค่าโดยสารทั้งหมดปกติหลังเปิดดำเนินการเส้นทางอินชอน-กรุงเทพฯ อีกครั้ง หากคุณจองตั๋วไป-กลับเชจูแอร์ผ่านแอปมือถือ คุณจะได้รับส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าธรรมเนียมการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบิน ช่วงระยะเวลาการเปิดจองจะเปิดถึงวันที่ 5 ธันวาคม

สายการบินเชจู

ปัจจุบันประเทศไทยอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักกัน แต่อย่างไรก็ตาม ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางไปยังประเทศไทย จะต้องได้รับใบรับรอง ตรวจโควิดแบบ PCR ผลเชิงลบ, ใบรับรองการฉีดวัคซีนฉบับภาษาอังกฤษ, ใบรับรองการสมัครประกันที่รับประกันค่ารักษา COVID-19 คุ้มครองมากกว่า $50,000 และยื่นเรื่องผ่าน “Thailand Pass”

หลังจากเข้าสู่ประเทศไทย ก็จะได้รับการยกเว้นการกักตัวก็ต่อเมื่อได้รับผลตรวจโควิดแบบ PCR ยืนยันเป็นลบอีกครั้ง ณ ที่พักที่กำหนดเมื่อถึงไทยเท่านั้น

เกาหลีรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งในเร็วๆ นี้ “เราจะขยายรายการโดยไม่ต้องขอวีซ่า”

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะค่อย ๆ กลับมาเปิดการท่องเที่ยวเกาหลีให้สำหรับชาวต่างชาติ

ฟรีวีซ่า

ในการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน รัฐบาลเกาหลีได้ยืนยันว่าจะมีการฟื้นฟูการท่องเที่ยวแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง หรือในนาม “관광산업 회복과 재도약 방안”

ในการประชุม ได้มีการหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนต่างๆ ในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 25 ล้านคนภายในปี 2025

เป็นผลให้เงินกู้เพื่อกองทุนพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยว (관광진흥개발기금) จะเพิ่มขึ้น 55 พันล้านวอนเมื่อเทียบกับปีนี้ เงินสนับสนุนจะอยู่ที่ 649 พันล้านวอน และภาระในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะค่อยๆคลี่คลาย โดยจะมีการชะลอการชำระคืนเงินกู้หรือส่งคืนบางส่วนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

ฟรีวีซ่า

นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนที่จะขยายการสนับสนุนการควบคุมโรคโดยส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 3,000 คนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเน้นที่คนงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการจัดหาอุปกรณ์ควบคุมโรคระบาดให้กับสถานอำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญๆ เช่น โรงแรมและคอนโดมิเนียม

รัฐบาลเกาหลีกำลังวางแผนที่จะขยาย ‘การท่องเที่ยวแบบ Travel bubble’ ไปยังประเทศอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ โดยเริ่มอนุญาตให้สิงค์โปร์เดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัวเป็นประเทศแรก

อีกทั้งรัฐบาลมีแผนจะทยอยลดขั้นตอนจำนวนการตรวจโควิดแบบ PCR สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว

ฟรีวีซ่า

และรัฐบาลเกาหลียังประกาศย้ำว่าจะค่อยๆ ฟื้นฟูการยกเว้นวีซ่าและการให้ฟรีวีซ่า ซึ่งได้ถูกระงับไปชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19 ปีก่อนๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะค่อยๆ ขยายการดำเนินงานด้านการบินและการท่าเรือระหว่างประเทศ รวมถึงการเริ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศที่สนามบินในท้องถิ่นตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

15 พ.ย. เปิดให้สิงคโปร์เข้าประเทศ “เที่ยวเกาหลีแบบไม่ต้องกักตัว”

เกาหลีใต้ประกาศอนุญาตให้สิงคโปร์เข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีเอกสารยกเว้นการกักกัน (격리면제서) หน่วยงานสาธารณสุขได้ประกาศการใช้เอกสารสำหรับนักเดินทางที่ต้องการจะเดินทางเข้าสู่เกาหลีใต้ โดยคาดว่าในอนาคตลักษณะการเตรียมเอกสารจะคล้ายๆ กับที่ไทยได้ใช้ในการเปิดประเทศไปแล้ว

เที่ยวเกาหลีแบบไม่ต้องกักตัว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าพวกเขาได้เตรียมมาตรการควบคุมโรคไว้สำหรับนักเดินทางที่จะเดินทางมาเยือนเกาหลีโดยจะใช้ระบบแบบ VTL (Vaccinated Travel Line) โดยจะเริ่มใช้กับสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

ผู้เดินทางที่ต้องการเดินทางไปเกาหลีจะต้องได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับการเข้าประเทศเกาหลีจากสายการบินก่อนออกเดินทางจากสิงคโปร์

เอกสารที่เกี่ยวข้องที่ควรจะต้องตระเตรียม ได้แก่ ▲ใบยืนยันผลตรวจโควิดแบบ PCR เชิงลบ ▲ ใบรับรองการฉีดวัคซีนวัคซีน (กระดาษหรือใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์) ▲ ใบรับรองการยืนยันการจองศูนย์ตรวจโควิดล่วงหน้า ณ สนามบินนานาชาติอินชอน ▲ ใบรับรองการประกันการเดินทาง (วงเงินคุ้มครอง 30 ล้านวอนขึ้นไป (ชาวเกาหลีและต่างชาติที่อาศัยอยู่ระยะยาวไม่จำเป็นต้องมีประกันนี้)
* เว็บไซต์จองศูนย์ตรวตโควิดล่วงหน้า ณ สนามบินนานาชาติอินชอน: https://safe2gopass.com/

นอกจากนี้ ก่อนที่จะขึ้นเครื่องผู้โดยสารทุกคนต้องได้รับอนุญาตเข้าเมืองผ่านระบบ K-ETA จากเว็บไซต์ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่องบิน

เที่ยวเกาหลีแบบไม่ต้องกักตัว

สิงคโปร์เป็นกรณีแรกที่เกาหลีใต้จะอนุญาตให้เข้าประเทศโดยที่ไม่ต้องยื่นเอกสารการยกเว้นการกักตัว (격리면제서) เมื่อเดินทางเข้าเกาหลีได้ (ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังต้องมีเอกสารตัวนี้อยู่)

หากผู้เดินทางที่มาเยือนเกาหลีด้วยระบบ VTL พร้อมกับเด็กที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน (อายุต่ำกว่า 6 ปี) เด็กเหล่านั้นจะได้รับการยกเว้นจากการยื่นใบรับรองการฉีดวัคซีนและใบผลตรวจโควิดแบบ PCR เชิงลบ แต่จะต้องมีการยืนยันการจองศูนย์ตรวจโควิด-19 ล่วงหน้า ณ สนามบินนานาชาติอินชอนอยู่

หากผู้เดินทางอยู่ในเกาหลีมากกว่า 8 วัน เขาหรือเธอผู้นั้นต้องเข้ารับการตรวจหาโควิดตามสถาบันทางการแพทย์ภายใน 6 – 7 วัน และหากมีการยืนยันการติดเชื้อจากการตรวจโควิดแบบ PCR ผู้นั้นก็จะต้องออกรักษาพยาบาลด้วยตนเอง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยอีกว่าพวกเขาจะติดตามผลและปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการใช้ระบบ VTL หลังจากเริ่มกับสิงคโปร์ก่อนและพยายามจะหาทางตรวจสอบการฉีดวัคซีนของนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศต่างๆ ให้ง่ายขึ้นในอนาคต

จนถึงปัจจุบัน ระบบ VTL มีแนวโน้มที่จะมีการลงนามทำข้อตกลงกับประเทศไต้หวัน ฮ่องกง และไทย หากประเทศนั้นๆ ให้ความสนใจ

และดูเหมือนว่าเกาหลีใต้และไต้หวันเองก็กำลังพิจารณาที่จะลงนามข้อตกลง ระบบ VTL ในเร็ววันนี้ โดยมีการรายงานเพิ่มว่าฮ่องกงกำลังพิจารณาใช้ระบบการยอมรับการฉีดวัคซีนของระหว่างประเทศร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาที่จะดำเนินการร่วมไปถึง UAE ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของประเทศไทย พรมแดนได้เปิดไปแล้ว 63 ประเทศ ที่รวมเกาหลีไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนั้นทางการเกาหลีจึงคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องลงนามระบบ VTL แยกอีกต่างหาก

เที่ยวเกาหลีแบบไม่ต้องกักตัว

เกาหลีจะจัดประเทศที่สามารถเดินทางเข้าเกาหลีออกเป็น 3 กลุ่ม โดยตั้งแต่เดือนธันวาคมจะเป็นการเปิดให้ประเทศในกลุ่มสีเขียว เข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องกักตัวและไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่เดือนธันวาคม ส่วนประเทศในกลุ่มสีเหลืองจะเปิดให้เข้าได้ในปีหน้า

อย่างไรเสีย หากสถานการณ์การควบคุมโรคในประเทศไทยมีเสถียรภาพมากขึ้นก็อาจคาดการณ์ว่าจะสามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้ แต่ ณ เวลานี้ยังไม่มีประกาศฟรีวีซ่า หรือ เปิดระบบ K-ETA ให้กับชาวไทยในเดือนธันวาคมนี้แต่อย่างใด

“ฟังธง ธันวาเข้าเกาหลีไม่ต้องกักตัว” รัฐฯ เร่งขนแรงงาน EPS เข้าประเทศด่วน

ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วจะสามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องกักตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการลดระยะเวลากักตัวให้สั้นลงจากเดิม 14 วันเหลือเพียง 10 วัน

ตามที่มีการปรับกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิต “อยู่ร่วมกับโควิด-19” ซึ่งได้มีการออกกฏการจัดการคนเข้าเมืองที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยแบ่งตามระดับความปลอดภัยของแต่ละประเทศ

เข้าเกาหลีไม่ต้องกักตัว

กลุ่มสีเขียวระดับ 1 (ปลอดภัยสูง) เกาหลีใต้จะยกเลิกข้อจำกัดด้านการขอวีซ่าตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสจะได้รับการยกเว้นจากการกักตัวและไม่ต้องส่งเอกสารผลตรวจโควิดแบบ PCR เป็นลบ

กลุ่มสีเหลืองระดับ 2 (ปลอดภัยปานกลาง) จะได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดด้านการขอวีซ่าเข้าประเทศและการยกเว้นจากการกักตัวหลังรับวัคซีนครบโดสแต่จะเริ่มในครึ่งแรกของปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ในกรณีกลุ่มสีแดงระดับ 3 (ปลอดภัยต่ำ) ยังต้องมีการขอวีซ่าเข้าประเทศและมีการจำกัดเที่ยวบินเหมือนเดิมอยู่

เข้าเกาหลีไม่ต้องกักตัว

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจขยายการนำแรงงานต่างชาติเข้าเกาหลีใต้ เพื่อปรับปรุงอุปสงค์และอุปทานเกี่ยวแรงงานต่างชาติที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานเกาหลีใต้

เพื่อเป็นการนำเข้าแรงงานต่างชาติให้รวดเร็วตามความต้องการผ่านระบบอนุญาตจัดจ้างงาน (EPS) รัฐบาลจะพิจารณายกเลิกการจำกัดจำนวนนำเข้าแรงงานต่างชาติที่ได้เซ็นสัญญาจ้างแล้วที่เดิมทีมีจำนวนจำกัดรายวันและรายสัปดาห์ในก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ยังผลักดันให้ต่างชาติเข้ามาในประเทศ รวมทั้งประเทศที่มีความเสี่ยงในการควบคุมโรคก็จะให้เข้าประเทศได้ จนถึงขณะนี้มีประเทศที่มีความปลอดภัยด้านการควบคุมโควิดในระดับต่ำ 6 ประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ และอื่นๆ (ไม่พบประเทศไทยในลิสท์ประเทศที่มีความปลอดภัยต่ำ)

เข้าเกาหลีไม่ต้องกักตัว

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนำเข้าแรงงานโดยไม่มีข้อจำกัดครั้งนี้เป็นเพราะมีการขาดแคลนกำลังคนภายในประเทศอย่างมาก ไม่ว่าจะภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องหยุดชะงักการนำเข้าแรงงานต่างชาติไปเพราะสถานการณ์โควิด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เปิดเส้นทางพระราชวังชมใบไม้เปลี่ยนสี

*ถ้าคลิกชื่อพระราชวังจะมีลิ้งค์พาไปยังแอพแผนที่ทันที

คาดว่าฤดูกาลแห่งใบไม้เปลี่ยนสีตามพระราชวังหลัก 4 แห่ง (พระราชวังคย็องบกกุง(경복궁), พระราชวังชางด็อกกุง(창덕궁), พระราชวังชางคย็องกุง(창경궁), พระราชวังถ็อกซูกุง(덕수궁)), ศาลเจ้าจงเมียว(종묘) และสุสานหลวงแห่งโชซอน(조선왕릉) จะดำเนินต่อเนื่องประมาณ 1 เดือนโดยจะเริ่มตั้งแต่ 25 ตุลาคมถึง 20 พฤศจิกายนปีนี้

ใบไม้เปลี่ยนสี

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม องค์การบริหารมรดกวัฒนธรรม (문화재청) ได้ประกาศว่าจะนำใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และจะจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วทั้งพระราชวังและสุสานหลวง

พระราชวังและสุสานหลวงตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองถือเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะสวนลับในพระราชวังชางด็อกกุง(창덕궁 후원), บ่อน้ำชางคย็องกุง สระน้ำชุนดังจิ(창경궁 춘당지), พระราชวังถ็อกซูกุง ประตูแทฮันมุน~ประตูจุงฮวามุน(덕수궁 대한문~중화문), สุสานหลวงควังนึง, นัมยังจู(남양주 광릉), สุสานราชวงศ์แทรึงในกรุงโซล (서울 태릉) และสุสานหลวงคังนึงในกรุงโซล (서울 강릉) สุสานหลวงซอโอรึงในโกยาง (고양 서오릉)

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่ผู้มาเยือนพระราชวังและสุสานหลวงจะได้สัมผัสและเพลิดเพลินในช่วงฤดูต้นเมเปิ้ลสวยสะพรั่งด้วย

ใบไม้เปลี่ยนสี

ที่ฮอล์แสดงย็องย็องดังในชางถ็อกกุง (창덕궁 연경당) จะมีการจัดแสดงการเต้นรำที่แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีของเจ้าชายฮโยมย็อง (효명세자) ‘연경당 진작례 재현 공연’ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน และ การแสดง 창덕궁 풍류 ในวันที่ 9-12 พฤศจิกายนที่ศูนย์จัดแสดงแห่งชาติกุกลิบ(국립국악원)

นอกจากนั้นที่พระราชวังถ็อกซูกุงก็จะมีนิทรรศการ “상상의 정원” เป็นการแสดงการผสมผสานกันระหว่างประเพณีและศิลปะร่วมสมัยโดยจะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน

ทางด้านดงกูรึง, กูรี ได้มีการจัดการแข่งขัน World Heritage Stamp Tour Challenge โดยจะจัดขึ้นที่ East Nine Royal Tombs, Guri (구리 동구릉) จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน

“เทศกาลวัฒนธรรมสุสานโชซุน” จะจัดขึ้นที่สุสานหลวงย็องนึงในยอจู(경기 여주 영릉(세종대왕릉)), East Nine Royal Tombs, Guri (경기 구리 동구릉), West Five Royal Tombs, Goyang (고양 서오릉), สุสานหลวงฮงนึงในนัมยางจู (경기 남양주 홍릉과 유릉).

ใบไม้เปลี่ยนสี

สำนักบริหารมรดกวัฒนธรรมวางแผนที่จะใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 เช่น “รักษาระยะห่างระหว่างที่มีผู้ใช้มากกว่ากว่ากำนด โดยกำหนดระยะห่างที่ 2 เมตร” และ “การเปิดการจราจรบนเส้นทางเดียว”

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว “ลุ้นตัวโก่งจะมีเกาหลีด้วยไหม”

ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่ากำลังพิจารณาดำเนินการยกเว้นกฎการกักตัวหลังเดินทางเข้าไทยโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป มุ่งเน้นไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ในช่วงเวลาของการประกาศนั้นได้มีการกล่าวถึงสหรัฐอเมริกา, จีน, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, และสิงคโปร์ โดยนายกได้อ้างว่าเป็นตัวอย่างของประเทศที่รวมอยู่ใน “ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ” และยังมีประเทศอื่นๆอีก รวมอย่างน้อย 10 ประเทศ

ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวยอนฮับได้ตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และได้รับรายงานว่าเกาหลีใต้ถูกรวมอยู่ใน 10 ประเทศที่ถูกเสนอชื่อ นั่นทำให้เกิดความคาดหวังในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการจะเดินทางไปประเทศไทย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม รัฐบาลเกาหลีได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศไทย และความคิดเห็นของสาธารณชนระหว่างทั้งสองประเทศเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดี

บรรยากาศการเดินทางมาประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มขึ้น โดยมีสายการบิน เช่น Jeju Air ยื่นขออนุมัติเส้นทางการบินไปไทยใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากการประกาศของนายกรัฐมนตรีไทย ทางด้าน CCSA ก็ได้มีการบรรยายสรุปต่อสื่อท้องถิ่นเพียง 5 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสิงคโปร์) เท่านั้นยังไม่มีการสรุปออกมาทั้ง 10 ประเทศอย่างเป็นทางการ และบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ชาวเน็ตเกาหลีบางคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า “ฉันผิดหวังกับรัฐบาลไทย”, “ฉันไม่ค่อยอยากมาประเทศไทย” และ “ฉันชอบประเทศไทยจริงๆ…แต่เรื่องนี้มันช่างน่าผิดหวัง”

การตัดสินใจของรัฐบาลไทยเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นอำนาจของประเทศไทยเอง แต่นั่นก็มีเหตุผลอันสมควรพอที่จะสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวเกาหลีที่ทราบข่าว

เมื่อเปรียบเทียบอัตราการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 กับจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันล่าสุดใน 5 ประเทศที่ถูกกล่าวถึงแล้ว เป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจว่าทำไมการตัดสินใจของไทยจึงเป็นเช่นนั้น

ข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม (ข้อมูลจาก our world in data) แสดงจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อ 1 ล้านคน (โดยเฉลี่ย 7 วัน) สหราชอาณาจักรอยู่ที่ 570 รายต่อล้านคน, สิงคโปร์ยอดอยู่ที่ 519, สหรัฐอเมริกาอยู่ 261, เยอรมันนีอยู่ที่ 100 ราย ส่วนเกาหลีใต้อยู่ที่ 31 รายและจีนคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ 0.01

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก our world in data ณ วันที่ 13 ตุลาคม เกี้ยวกับอัตราสำเร็จการฉีดวัคซีนพบว่าสิงคโปร์มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดยที่ 79.23% , สหราชอาณาจักร 66.37%, เยอรมันนี 64.95%, เกาหลีใต้ 61.65% และ 55.88% ในสหรัฐอเมริกา (จีน 72.56% – ข้อมูลในวันที่ 28 กันยายน)

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการฉีดวัคซีนของเกาหลีใต้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ มาก และอัตราการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้นคาดว่าจะสูงถึง 70% ในวันที่ 25 ตุลาคม (ณ วันที่ 16 ตุลาคม – 63.9%)

อีกทั้งประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกด้านการป้องกันและควบคุมโรคระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ก็ได้เอาชนะวิกฤต COVID-19 แล้วกำลังเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

ในปี 2019 ก่อนจะมีโควิด-19 นั้นชาวเกาหลี 1,800,000 คนเดินทางไปเที่ยวประเทศไทย และประเทศไทยยังถือว่าเป็นประเทศที่ชาวเกาหลีมีความต้องการที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือนสูง

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการร้องเรียนว่าเหตุใดจึงไม่มีการกล่าวถึงเกาหลีในฐานะประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยมีการเผยว่า “สถานทูตของเราอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลไทย และจนถึงขณะนี้ เกาหลีถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ”

“จนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อ ‘ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ’ อย่างเป็นทางการในขั้นสุดท้ายในอนาคต สถานทูตของเราก็จะขอคอยจับตาดูแนวโน้มที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบต่อไป”

“รัฐบาลไทยกำลังวางแผนที่จะสรุปและประกาศรายชื่อ ‘ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ’ ในสัปดาห์หน้า ดังนั้นโปรดทราบว่าสถานทูตของเราจะแจ้งผลสุดท้ายและรายละเอียดให้คุณทราบหลังจากการประกาศดังกล่าว”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ไทยลั่นไม่กักตัวหากวัคซีนครบ “เอเชียน่าเล็งเพิ่มเที่ยว 7 รอบต่อสัปดาห์”

ด้วยอัตราความสำเร็จของการฉีดวัคซีนเกิน 60% ของเกาหลีใต้ เอเชียน่าแอร์ไลน์จึงได้ตัดสินใจที่จะให้บริการเส้นทางเกาหลีไปยังกรุงเทพฯ ทุกวันในปลายเดือนนี้

เอเชียน่า

เนื่องจากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ประเทศไทยได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการยกเว้นการกักกันตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่รับวัคซีนครบโดส 10 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำทั้งสิ้น นี้จึงเป็นโอกาสของเกาหลีใต้ที่ได้ถูกรวมเข้าเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำของไทยด้วย

สายการบินเอเชียน่าได้ตัดสินใจที่จะให้บริการเส้นทางอินชอน-กรุงเทพฯ 7 รอบต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้มีการขยายเที่ยวบินเพียงแค่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์และเป็นเที่ยวบินรายวัน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคมปีที่แล้วสายการบินเอเชียน่า (Asiana Airlines) ตัดสินใจระงับเส้นทางการบินทั้งหมดที่ไปยังประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี

เอเชียน่า

ตั้งแต่นั้นมาก็มีให้บริการเดือนละสองถึงสี่ครั้งเท่านั้นเพื่อเป็นเครื่องบินพิเศษสำหรับคนไทยที่จะกลับเข้าไทยตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วจนถึงช่วงสิ้นปีและในปีนี้ก็เหมือนจะมีการปรับเที่ยวบินตามสถานการณ์ตั้งแต่เดือนมกราคม อย่างไรก็ตามจะมีการขยายรอบบินเป็น 7 ครั้งต่อสัปดาห์ตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ตามที่ไซปันและสิงคโปร์ได้ลงนามในโครงการ Travel Bubble ก็มีการส่งผลให้ชาวเกาหลีจำนวนมากเพลิดเพลินกับการเดินทางโดยไม่มีการกักตัวหากไปเที่ยวไซปัน และตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนที่สิงคโปร์นั้นจะเปิดให้เที่ยวรายบุคคลและแบบกลุ่มได้อย่างอิสระ

หากคุณมีผลตรวจโควิดเป็นลบ พร้อมประกันคุ้มครองโรคโควิด คุณก็จะสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการกักตัว และต้องทดสอบ COVID-19 ถึง 3 ครั้งในระหว่างการเดินทางไปถึงปลายทางด้วย

เอเชียน่า

มาดูกันว่าหากประเทศไทยเปิดให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เข้าแบบไม่ต้องกักตัวนั้นทางไทยจะมีมาตรการควบคุมและป้องกันโรคกันอย่างไร