ต่างชาติมีวีฟัง! ต่อวีซ่าได้เท่าระยะพาสปอร์ตเท่านั้น

 

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ‘ระยะเวลาพำนัก’ ของชาวต่างชาติในเกาหลีจะได้รับโดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เหลือในหนังสือเดินทางเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ชาวต่างชาติจะได้รับช่วงเวลาพำนักโดยไม่คำนึงถึงวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง

ตัวอย่างเช่น หากหนังสือเดินทางหมดอายุในเดือนกรกฎาคม 2021 แต่ระยะเวลาพำนักอาจขยายออกไปถึงเดือนธันวาคม 2021

ต่อวีซ่า

ส่งผลให้มีปัญหามากมายตามมา อาทิ ▲หนังสือเดินทางไม่สามารถออกใหม่ได้อีกแม้ว่าจะหมดอายุไปแล้วก็ตาม (จำนวนชาวต่างชาติที่พาสปอร์ตหมดอายุในปี 2020: 96,130 คน) ▲ไม่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง (จำนวนรายงานการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหนังสือเดินทางที่ละเมิดในปี 2019: 8,768 ราย) ▲เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสถานะการเข้าเมืองที่แน่นอนเนื่องจากข้อมูลหนังสือเดินทางแตกต่างกัน

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 การที่จะสามารถต่อหรือขยาย “ระยะเวลาการพำนัก” ในเกาหลีต่อได้นั้นต้องอ้างอิงตามระยะเวลาที่หนังสือเดินทางยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะช่วยในการลดค่าปรับที่เกิดขึ้นในส่วนของการรายงานการเปลี่ยนแปลงหนังสือเดินทางและการอนุญาตให้มีการควบคุมการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลหนังสือเดินทางและข้อมูลบัตรทะเบียนคนต่างชาตินั้นต้องเหมือนกัน

ต่อวีซ่า

ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ เช่น แม้ชาวต่างชาติที่สามารถขยายระยะเวลาการพำนักได้อีก 2 ปีก็ตาม หากหนังสือเดินทางเหลืออายุเพียง 6 เดือน ก็หมายความว่าบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (ใบกาม่า) จะได้รับการขยายเวลาสูงสุดแค่เพียง 6 เดือนเช่นเดียวกับอายุพาสปอร์ตที่เหลือ

อย่างไรก็ตามโปรดตรวจสอบระยะเวลาหมดอายุของหนังสือเดินทางของคุณก่อนทุกครั้ง ก่อนเดินเรื่องขยายระยะเวลาการเข้าพักในเกาหลีใต้

*คุณสมบัติการพำนักที่ได้รับการยกเว้นจากเงื่อนไขข้างต้น ได้แก่ ผู้ถือวีซ๋า F-5, F-2-4, G-1-6*

ต่อวีซ่า

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

KIIP คืออะไร?? แชร์ประสบการณ์สอบวัดระดับ KIIP 2018

KIIP คืออะไร??

แชร์ประสบการณ์สอบวัดระดับ KIIP 2018

 

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินขอแวะมาแชร์ประสบการณ์การเข้าสอบ KIIP Level Test ที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บอกเลยว่าเป็นการใช้เวลาในการทำข้อสอบที่รวดเร็วปานลมกลด ตดยังไม่หายเหม็นก็เสร็จล่ะจ๊ะ ฮ่าาา เก่งมั๊ยล่ะ เปล่าหรอก ตั้งใจอยู่แล้วว่าต้องทุบสถิติการทำข้อสอบให้ได้ +55555  โม้เยอะเลย ความจริงคือ แอดอ่านออกแต่แปลไม่ได้จ๊ะ ฮ่าาา

หลายคนสงสัยว่า KIIP คืออะไร? มาไขข้อสงสัยกัน!

KIIP หรือ  Korea Immigration and Integration Program แปลเป็นไทยก็คือ โปรแกรมบูรณาการทางสังคม เป็นโปรแกรมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศเกาหลีใต้ มีจุดประสงค์เพื่อคู่สมรสชาวต่างชาติที่กำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของประเทศเกาหลี ได้เข้าร่วมโครงการนี้ และช่วยให้คู่สมรสชาวต่างชาติสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศเกาหลีได้อย่างดีอีกด้วย โดยจะมีการให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น เช่น เรียนวิชาภาษาเกาหลี และวิชาการทำความเข้าใจกับสังคมของเกาหลี เรียกง่ายๆคือ สามารถเรียนภาษาเกาหลีและวัฒนธรรมได้ฟรีนั่นเอง  

 

คุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครโครงการ KIIP 

  • เป็นชาวต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนคนต่างด้าว เช่น คู่สมรส, นักเรียนต่างชาติ, ผู้ลี้ภัย เป็นต้น และต้องอาศัยอยู่ในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
  • ผู้ที่สมัครขอสัญชาติเกาหลีเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่ทราบผล

วิธีการสมัคร 

  • การสมัครต้องสมัครผ่าน www.socinet.go.kr โดยใช้ Internet Explorer (ไม่สามารถใช้ Google Chrome ในการเข้าสู่เว็บไซต์ดังกล่าวได้)

รายละเอียดเพิ่มเติม

 

รู้ระดับภาษาเกาหลีก่อนสมัครเรียน KIIP

ก่อนการเข้าเรียนคอร์ส KIIP จำเป็นต้องผ่านการทดสอบทางด้านภาษาก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ในการเลือกคอร์สระดับที่ต้องเข้าเรียน โดยแบ่งออกเป็นคอร์สภาษา มีกำหนดเวลาเรียนอย่างน้อย 415 ชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้น และคอร์สความเข้าใจในสังคมเกาหลี (หลักสูตรจำเป็น) ทั้งหมด 50 ชั่วโมง ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับ คุณค่าตามหลักรัฐธรรมนูญ, ระบบพื้นฐาน, การใช้ชีวิต, การเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์, ข้อกฎหมายในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

 

 

 

สอบวัดระดับ KIIP 2018
ตารางการแบ่งเกณฑ์การเข้าเรียนในแต่ละระดับ (1-5) โดยวัดจากผลการทดสอบระดับ (KIIP Level Test)

 

 

 

หลังทำการทดสอบแล้วผลการสอบจะออกหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ สามารถเช็คได้ที่ www.socinet.go.kr โดยล็อคอินเข้าไปที่ My page เพื่อเช็คคะแนน

 

 

 

สอบวัดระดับ KIIP 2018
    ผลการสอบจะบอกระดับภาษาของเราว่าเหมาะกับคอร์สใด

 

 

 

หลังที่ทราบผลการสอบแล้วทางระบบจะวัดให้เราว่าเราเหมาะกับระดับใด แล้วจะต้องลงเรียนในคอร์สไหน Stage 0 – 6 หลังจากนั้นเราก็เลือกลงเรียนตามระดับที่ของเราเอง ไว้ผลออกแล้วแอดมินจะมาบอกวิธีการเลือกคอร์สเรียนนะคะว่าทำไง 

 

เอาล่ะ ถึงเวลาแชร์ประสบการณ์ไปสอบแล้วสิ หลังที่ลง สมัครสอบวัดระดับ แล้วก็มาถึงวันสอบ ก่อนวันสอบจะมีข้อความเข้ามาแจ้งศูนย์สอบที่เราต้อง โดยปกติการแจ้งสถานที่และห้องสอบ จะแจ้งภายใน 3 วันก่อนวันสอบจริง สามารถเช็คได้ในระบบโดยไปที่ My page และทำการปริ๊นซ์ใบเข้าห้องสอบออกมา (แต่จริงๆแล้วแอดไม่ได้ใช้ แต่เพราะเขาบอกให้ปริ๊นซ์อาจจะเพื่อเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่เช็คห้องสอบได้เร็วขึ้น) 

 

สิ่งที่ต้องนำติดตัวไปสอบ

  1. บัตรประจำตัวชาวต่างชาติ (ARC)
  2. ปากกาลูกลื่นดำ/น้ำเงิน
  3. ปากกาเมจิกหมึกดำ (Computer Pen) 
  4. ลิควิดเทป

 

 

 

สอบวัดระดับ KIIP 2018

 

 

 

อุปกรณ์ครบแล้วไปค่ะเดินทางกัน สนามสอบของแอดมินอยู่ที่มหาวิทยาลัยซงซิล (Soongsil University) วิธีการเดินทางแสนง่ายนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 7 (สีเขียวขี้ม้า) ลงที่สถานี Soongsil University และออกทางออก 3 ก็จะออกมาตรงหน้ามหาวิทยาลัยพอดีค่ะ ตึกที่สอบต้องเดินเข้าทางเข้าประตูทิศใต้ ชื่อตึก มีแรควาน 미래관 

 

 

 

สอบวัดระดับ KIIP 2018

 

สอบวัดระดับ KIIP 2018

มาถึงก็เช็ครายชื่อและห้องสอบหน้าตึกค่ะ หลังจากนั้นก็ไปเตรียมตัวก่อนเวลาสอบ 30 นาทีค่ะ 

 

การสอบจะมีการแจกข้อสอบ 2 ชุด โดยสลับชุด A และ B ผู้เข้าสอบจะต้องใช้ปากกาลูกบื่นในการเขียนรหัสประจำตัวสอบ นั่นก็คือ เลขประจำตัวบนบัตร ARC นั่นแหละค่ะ และเขียนชื่อด้วยปากกาลูกลื่นเช่นกัน แต่เวลาระบายในกระดาษต้องระบายด้วยปากกาเมจิกสีดำเท่านั้น ห้ามใช้ปากกาลูกลื่นระบาย เพราะคอมพิวเตอร์จะไม่ตรวจให้ 

หลังจากที่ได้รับข้อสอบก็ระบายชุดสอบ A หรือ  B ตามข้อสอบที่ได้รับลงในกระดาษคำตอบ และเขียนชื่อพร้อมรหัสประจำตัวสอบบนหน้าแรกของกระดาษคำถามด้วยปากกาลูกลื่นด้วย

เวลาในการสอบจะมี 60 นาที โดยแบ่งออกเป็นข้อเลือกแบบปรนัย 48 ข้อ และ อัตนัยแบบเขียนตอบ 2 ข้อ (พลิกกระดาษคำตอบเพื่อเขียนตอบ) สามารถใช้ปากกาเมจิก หรือ แนะนำให้ใช้ปากกาลูกเลื่อนน่าจะดีกว่า จะได้ดูไม่เลอะ เมื่อหมดเวลาทำข้อสอบต้องวางปากกาทันที แล้วเจ้าหน้าที่คุมสอบจะให้กระดาษคุณมา 2 แผ่นไว้ให้กรรมการสอบสนทนา 

หลังจากสอบข้อเขียนทั้ง 50 ข้อเสร็จ ก็เป็นช่วงเวลาการสอบสนทนา โดยจะมีการแบ่งออกเป็นกลุ่มๆละ 5 คนต่อกรรมการสอบ 2 คน มีการสอบอ่าน กรรมการจะบอกให้เราอ่านคนละ 2 ประโยค หลังจากนั้นจะถามคำถามเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่สอบอ่านไป และอื่นๆ (ซึ่งตอนสอบฟังไม่รู้เรือง ตอบกรรมการแค่ ไม่รู้ อย่างเดียวเลย) 

แอดมินจะแชร์แนวข้อสอบ KIIP Level Test ไว้เผื่อเป็นประโยชน์กับใครที่สนใจอยากติวก่อนไปสอบนะคะด้านล่างเลยค่ะ 

 

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL TEST

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL 1 PRE-TEST

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL 2 PRE-TEST

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL 3 PRE-TEST

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL 4 PRE-TEST

ดาวน์โหลด KIIP LEVEL 5 PRE-TEST

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นก็รอประกาศผลอีก 7 วันหลังการสอบบนเว็บเดิม www.socinet.go.kr แอดมินหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่ย้ายมาอยู่เกาหลีถาวรเฉกเช่นแอดมินเองนะคะ ไว้จะแวะมาแชร์สาระน่ารู้ใหม่ค่ะ บ๊ะบาย  😉 

 

แนะนำบทความน่าสนใจ : การสมัครเรียนคอร์ส KIIPโปรแกรมสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี, การขอวีซ่าแต่งงานเกาหลี (Visa F-6-1), Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)

 

 

 

IF5 “5 วิธีมา ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี”

IF5 “5 วิธีมา ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี”

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

★ IF5 “5 สิ่งที่ คนเกาหลีควรเปลี่ยนความคิดกับชาวไทย”

★ IF5 “5 นิสัยคนไทย ควรเปลี่ยนก่อนมาเกาหลี”

 

  ตอนนี้เรามาต่อกับ IF5 หัวข้อก็ยังคงต่อเนื่องจาก 5 สิ่งคนไทยควรเปลี่ยนก่อนมาเกาหลี  , 5 สิ่งที่คนเกาหลีควรเปลี่ยนความคิดกับชาวไทย ที่จะทำให้เราลบล้างการสบประมาทที่หลายต่อหลายคนเหมารวมพวกเราว่าเป็นผีน้อยกัน แอดขอสรุปขั้นตอนง่ายๆในการเข้ามา ทำงานอย่างถูกกฎหมายในเกาหลี ใต้  เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมตัวกันว่าจะต้องเจออะไรบ้างนะคะ 

 

1. ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนทำการสมัครสอบภาษาเกาหลีและสอบให้ผ่าน

 ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี

อันดับแรกจำเป็นต้องเช็คตัวเองก่อนว่ามีคุณสมบัติที่สามารถสมัครสอบได้หรือไม่ โดยเช็คตามข้อมูลที่แอดหามาให้นี้นะคะ 

  • อายุตั้งแต่ 18-39 ปี
  • ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • ไม่เคยมีประวัติการถูกเนรเทศออกจากสาธารณรัฐเกาหลี
  • ไม่เป็นผู้ถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
  • ผู้ที่มีเงื่อนไงเหมาะสมตามการตัดสินของทั้งสองประเทศ

 

          จากคุณสมบัติข้างต้นหากใครผ่านเกณฑ์ดังกล่าวก็สามารถสมัครสอบภาษาเกาหลีได้ ที่นี่ จำต้องเช็คว่ามีการเปิดสอบที่ประเทศไทยวันไหนที่ไหน ตามเว็บที่แอดให้ไว้จะมีข้อมูลการลงทะเบียนสมัครสอบของแต่ละประเทศไว้ให้ค่ะ หลังการสมัครสอบเสร็จแล้วสามารถเช็คผลการสอบได้ที่ เช็คผลสอบEPS1 หรือ เช็คผลสอบEPS2 

สำหรับเกณฑ์การสอบผ่าน : ผู้ที่ได้คะแนนตั้งแต่ 80คะแนนขึ้นไป (คะแนนเต็มเต็ม 200 คะแนน)เรียงตามลำดับคะแนนผู้สอบได้สูงสุด

เงื่อนไขระยะเวลาการสอบผ่าน : ผลการสอบใช้ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลสอบไปจนถึง 2 ปี
**แม้จะสอบผ่านความสามารถภาษาเกาหลี แต่มีคุณสมบัติเพียงแค่สามารถลงทะเบียนรายชื่อคนหางาน ได้เท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นการรับรองว่าจะได้เข้าทำงานในเกาหลี

 

 

2. ลงทะเบียนหางาน 

 ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี

นอกจากการสอบที่ยังต้องตรวจคุณสมบัติแล้วการลงทะเบียนหางานหลังการสอบผ่านเองก็จำเป็นต้องมีการตรวจเช็คเพิ่มเติมนะคะ โดยให้ผู้ลงสมัครงานตรวจเช็คตามนี้ 

  • อายุ18-40ปี
  • เป็นผู้ที่สอบผ่านความสามารถภาษาเกาหลี
  • เป็นผู้ที่เหมาะสมต่อการตรวจสุขภาพโดยรัฐบาลเกาหลี
  • เป็นผู้ทีไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • เป็นผู้ที่ไม่เคยถูกเนรเทศออกจากเกาหลี 
    * ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนหางานต้องทำหนังสือเดินทางก่อนที่จะมาลงทะเบียน วิธีการลงทะเบียนหางาน

 

 

3. เซ็นสัญญาจ้าง

 ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี

 

หลังจากผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนหางานแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเซ็นต์สัญญาจ้าง นายจ้างเป็นผู้เลือกลูกจ้างและจะจัดทำสัญญาจ้างขึ้นมาเพื่อทำข้อตกลงกับลูกจ้างให้เป็นไปตามความชอบธรรม ขั้นตอนการเซ็นต์สัญญาจ้าง 

 

 

4. เข้าอบรมเบื้องต้น

 ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี

การอบรมจะจัดโดยสถาบันของรัฐตามงบประมาณแห่งชาติ และตามหน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบจากรัฐบาล โดยใช้ระยะเวลา 45 ชั่วโมง สำหรับคนงานที่ไม่มีเวลาฝึกงาน การเข้าอบรม เมื่อผ่านการการอบรมแล้วจะต้องดำเนินการขอหมายเลขวีซ่า โดยนายจ้างจะขอผ่านกระทรวงยุติธรรม หลังจากตรวจสอบแล้วจะออกหมายเลขวีซ่าให้กับลูกจ้าง

 

 

5. เดินทางเข้าเกาหลี

 

 ทำงานถูกกฎหมายในเกาหลี

 

หลังจากการรับวีซ่าและขั้นตอนต่างด้านบนที่แอดกล่าวไปแล้วก็ต้องไปตรวจสุขภาพรอได้เลยค่ะ หลังจากนั้นผู้ที่ได้รับวีซ่าแล้วจะเตรียมตัวเดินทางเข้าเกาหลี ในวันเวลาที่กำหนดโดยสถาบันพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์เกาหลีตามการจองตั๋วเครื่องบิน คนงานควรเจรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เมื่อเข้าเกาหลีแล้วคนงานต่างชาติต้องใสยูนิฟอร์มและแขวนป้ายชื่อที่หน่วยงานส่งออกเตรียมให้
  • คนงานที่เข้าประเทศตามวันที่กำหนดจะต้องไปยังศูนย์อบรมการทำงานอย่างเป็นการโดย การแนะนำของสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกาหลี
  • คนงานต่างชาติต้องเข้ารับการอบรมการทำงาน 20 ชั่วโมง (3วัน 2คืน) หลังจากเดินทางเข้าประเทศเกาหลี

          ขั้นตอนต่างๆอาจดูยุ่งยากบ้างแต่นั้นก็ไม่เกินความสามารถของคนหางาน และปัญญาชนอย่างชาวไทยทุกคนนะคะ การทำอย่างถูกกฎหมายไม่ใช่เรื่องน่าอายใดๆเลย อย่ากลัวเสียเวลาในการทำตามกฎเลยค่ะ ดีกว่าเสียเวลาในคุกภายหลังนะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก: EPS Thailand

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกที่ >> EPS Korea

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

★ IF5 “5 สิ่งที่ คนเกาหลีควรเปลี่ยนความคิดกับชาวไทย”

★ IF5 “5 นิสัยคนไทย ควรเปลี่ยนก่อนมาเกาหลี”

 

คอร์ส KIIP โปรแกรมสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี

การสมัครเรียนคอร์ส KIIP

โปรแกรมสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี

          สวัสดีค่ะ วันนี้แอดจะมาแนะนำการสมัครเรียนภาษาเกาหลีโดยมีหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้รับผิดชอบ (คอร์ส KIIP ) โปรแกรมนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้าใจในภาษาเกาหลี และรวมไปถึงวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน ก่อนจะสมัครต้องมีสิ่งเหล่านี้ในมือก่อนนะคะ นั่นคือ Alien Registration Card ถ้าไม่มีบัตรนี้สมัครไม่ได้นะคะ งั้นเดี๋ยวเรามาเริ่มจากการสมัครกันเลยค่ะ

ก่อนอื่นเราจะไปยัง www.socinet.go.kr คลิกตามขั้นตอนในรูปภาพได้เลยค่ะ

คอร์ส KIIP

คอร์ส KIIP

หากไม่สะดวกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษได้นะคะตรงรูปธง

คอร์ส KIIP

คลิกยอมรับเสร็จแล้วคลิกตกลง แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการกรอกรายละเอียดเพื่อสมัครสมาชิกตามขั้นตอนเลยนะคะ

คอร์ส KIIP

หลังสมัครเสร็จก็มาลองล็อคอินเข้าใช้งานดูค่ะ

คอร์ส KIIP

ใส่ Username และ Password ลงไป

คอร์ส KIIP

ขั้นตอนต่อไปตามรูปด้านล่างค่ะ เราจะเริ่มทำการสมัครก่อนแต่สำหรับคนที่สมัครครั้งแรกต้องไป Pre-test ก่อนนะคะ ตามขั้นตอนดังรูปค่ะ

คอร์ส KIIP คอร์ส KIIP

หากไม่มีการโชว์ข้อมูลตามรูปด้านล่างนี้แสดงว่าไม่สามารถสมัครได้เนื่องจากไม่ได้อยู่ในช่วงรับสมัครแต่โชคดีที่แอดหาข้อมูลตอนที่เขาเปิดรับสมัครพอดีเลยจะแนะนำนะคะ ตามรูปด้านล่างค่ะ

คอร์ส KIIP คอร์ส KIIP

หลังจากเสร็จขั้นตอนการสมัครสอบPre-test ก็กลับไปที่หน้า My page เราสามารถปริ้นใบเข้าห้องสอบได้ที่นี่ค่ะ

คอร์ส KIIP

 

 

เนื่องจากแอดไม่มีพื้นฐานเลยคาดว่าอาจจะได้อยู่ระดับ 0 มั้ง +55555 เตรียมตัวสอบค่ะ อีก 1 เดือนข้างหน้า สถานที่ยังไม่ประกาศรอต่อไปค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับบางท่านบ้างนะคะ ไว้พบกันในรีวิวต่อไปค่ะ

 

การขอวีซ่าแต่งงาน F-6 VISA ประเทศเกาหลีใต้

การขอวีซ่าแต่งงานเกาหลี (Visa F-6-1)

F-6 visa

 

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินจะขอรีวิวการขอวีซ่าแต่งงาน ( F-6 )กับผู้เกาหลีนะคะ เคยอ่านมาหลายรีวิวมากในอินเทอร์เน็ต แต่จะขอเล่าตามประสบการณ์ตรงนะ ก่อนอื่นต้องบอกถึงความพิเศษในบทความนี้ก่อนเลยว่าแอดมินไม่มีคิดว่าชีวิตจะได้อยู่ต่างแดนแถมยังไม่มีพื้นฐานภาษาเกาหลีเลยดังนั้นในการขอวีซ่าแต่งงานกับผู้เกาหลีเลยเป็นอะไรที่แอดมินค่อนข้างจะกังวล เพราะหลายคนมักรีวิวไว้ว่าต้องมีใบสอบวัดระดับภาษาเกาหลีด้วยไม่งั้นอาจจะต้องกินแห้วถ้าขอไปสุ่มสี่สุ่มห้า แต่บทความนี้สามารถคลายความวิตกเหล่านั้นได้สำหรับคนที่พูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลย เรามาเริ่มที่การเตรียมเอกสารก่อนเลยนะคะ

ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

1.แบบฟอร์มขอวีซ่า (visa application form) : จำนวน 1 ชุด

ดาว์โหลดที่: [kleo_button title=”คลิกลิ้งค์นี้” href=”http://overseas.mofa.go.kr/th-th/brd/m_3135/view.do?seq=700030&srchFr=&srchTo=&srchWord=&srchTp=&multi_itm_seq=0&itm_seq_1=0&itm_seq_2=0&company_cd=&company_nm=&pag” style=”default” size=”” ]

 

ข้อแนะนำ: ควรกรอกข้อมูลด้วยตัวเองจะได้ไม่ยุ่งยากในกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทน กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ

งบประมาณ: ไม่มีค่าธรรมเนียม

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

 

F-6 visa

2. Passportตัวจริง+ สำเนา: จำนวน 1 ชุด

สถานที่: สามารถติดต่อขอทำสามารถเช็คได้ตามลิ้งนี้ http://www.consular.go.th/main/th/services/1274/19745-สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง.html

ระยะเวลาดำเนินการ: โดยประมาณ 3 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดราชการ)

งบประมาณ: 1,000 บาท (มารับด้วยตัวเอง)/ 1,060 บาท (PSP)/1,050 บาท (EMS)

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

3. รูปถ่ายของคนไทย: จำนวน 1 รูป (พื้นหลังสีขาว ขนาด 3.5 cm x 4.5 cm)

สถานที่: ตามร้านถ่ายรูปทั่วไป และสามารถถ่ายเองได้ที่สถานทูตค่ะ

ระยะเวลาดำเนินการ: 1 วัน/5 นาทีหากใช้ตู้ถ่ายรูปที่สถานทูต

งบประมาณ: ถ่ายตามร้านประมาณ 120 บาทต่อโหล/ 100 บาท ณ ตู้ถ่ายอัตโนมัติที่สถานทูต

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

4. เอกสารประวัติการขอหนังสือเดินทางของคนไทย (ต้องไม่เกิน 3 เดือนหลังวันที่ออกเอกสาร): จำนวน 1 ชุด

สถานที่: สามารถขอได้จากกระทรวงต่างประเทศ ชั้น 2 ช่องให้บริการ 100 (ขอเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล)

ระยะเวลาดำเนินการ: 1 -2 ชั่วโมง

งบประมาณ: 100 บาท/ครั้ง

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

5. สำเนาพาสปอร์ตของคนเกาหลี : จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

6. ใบแสดงความสัมพันธ์การสมรส และใบแสดงความสัมพันธ์ครอบครัวของคนเกาหลี: จำนวนอย่างละ 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ และต้องไม่เกิน 3 เดือนหลังวันที่ออกเอกสาร

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

7. แบบฟอร์มที่คนเกาหลีกรอก: จำนวนอย่างละ 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีกรอก แบบฟอร์มสำหรับสัญชาติเกาหลี 1 และ 2

ดาวน์โหลดที่:

 [kleo_button title=”คลิกลิ้งค์นี้” href=”http://overseas.mofa.go.kr/th-th/brd/m_3135/view.do?seq=700030&srchFr=&srchTo=&srchWord=&srchTp=&multi_itm_seq=0&itm_seq_1=0&itm_seq_2=0&company_cd=&company_nm=&pag” style=”default” size=”” ]

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

8.  เอกสารแสดงรายการทรัพย์สินของคนเกาหลี (เช่น สำเนาสัญญาเช่าบ้าน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน): จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

9. ใบรับรองการทำงานของคนเกาหลี: จำนวน 1 ชุด 

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

10. สำเนาใบจดทะเบียนบริษัทของบริษัทเกาหลี: จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

11. ใบรับรองฐานะทางการเงินของคนเกาหลี: จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

12. ใบรับรองการเข้าอบรมโปรแกรมการแต่งงานระหว่างประเทศของคนเกาหลี: จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารฝ่ายสามีจัดการ อันนี้แอดมีประสบการณ์ได้เดินทางไปร่วมฟังการอบรมร่วมกับสามีด้วย เนื่องจากนั่งรอข้างนอกมันหนาวเลยเข้าไปนั่งเอ๋อๆรับประทานฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ที่สัมผัสได้คือในห้องประชุมหนุ่มใหญ่เกาหลีมาค่อนข้างเยอะ ไม่ค่อยเห็นหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน อาจมีแค่คู่แอดกับสามีที่ดูเด็กสุดในห้องประชุมนั้นล่ะมั้ง ซึ่งจุดประสงค์ของการเปิดให้มีการอบรมนี้ก็เพื่อป้องกันการสมรสปลอม (แอบเม้าส์ ส่วนมากจะเป็นสาวๆจากเวียดนาม)

ระยะเวลาการอบรม: 4 ชั่วโมง หลังการอบรมจึงจะได้รับเอกสารในวันเดียวกันเลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

13. ใบตรวจสุขภาพของคนเกาหลี: จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ เอกสารออกโดยโรงพยาบาล ต้องระบุโรคทั่วไป โรคเอดส์ กามโรค และสุขภาพจิต(เอกสารออกไม่เกิน6เดือน)  ในส่วนของการตรวจสุขภาพ แอดและสามีตรวจพร้อมกันที่เกาหลีเลยเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวที่เดินทางไปอบรมตามหัวข้อที่ 12 (จริงๆภรรยาไม่ต้องไปก็ได้นะคะ เปลืองค่าเครื่องแต่คู่เรากลายเป็นปาท่องโก๋แยกกันไม่ออกเฉยๆอ่ะค่ะ) สิ่งที่ต้องนำติดตัวไปด้วยคือ รูปภาพขนาด 3.5 x 4.5 cm พื้นหลังสีขาวหรือน้ำเงินก็ได้ คนละ 1 แผ่น 

14. ใบตรวจสุขภาพของคนไทย: จำนวน 1 ชุด

¤หมายเหตุ¤ ฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้น ออกโดยโรงพยาบาลใดก็ได้ แต่ห้ามออกโดยคลินิค (เอกสารออกไม่เกิน6เดือน)
ต้องระบุโรคทั่วไป โรคเอดส์ กามโรค และสุขภาพจิต ไม่ต้องรับรองที่กรมการกงสุลของไทย

ในกรณีของแอดอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าแอดตรวจที่เกาหลีเอกสารจึงออกเป็นภาษาเกาหลีเลย ขั้นตอนนี้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือค่ะ แต่ขอกระซิบดังๆนะคะว่า แอบแพงยุเบาๆ

ระยะเวลาดำเนินการ: 2 วันทำการ  เอกสารจะออกให้หลังการตรวจเช็คในวันถัดไป

ค่าใช้จ่าย: โดยประมาณตกคนละ  108,000/คน (เงินไทย ประมาณ 3,200 บาท/คน) แพงมากค่ะคุณผู้ชม!!!!!! แต่จะว่าไปแล้วก็แล้วแต่โรงพยาบาลนะคะอันนี้กะโดยประมาณนะไม่ตรงซะทีเดียว

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

15. ใบรับรองความประพฤติของคนไทย

¤หมายเหตุ¤ เอกสารจะออกเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องรับรองจากกรมการกงสุลของไทย

ระยะเวลาดำเนินการ: ใช้เวลาในการออกประมาณ 2-3 อาทิตย์

ค่าใช่จ่าย: ปกติ 100 บาท/ ด่วนพิเศษ 1,600 บาท แล้วแต่เคสนะตรงนี้ไม่รู้จะเป็นไรมั๊ยที่แอบใส่ข้อมูลตรงนี้ แต่การพิจารณาค่าใช้จ่ายแบบด่วนพิเศษนั้นผู้ดำเนินการจะถามว่าจะนำไปใช้ในประเทศไหนแล้วก็จะคำนวณให้เราว่าราคาเท่าไหร่ สามารถกลับไปรับได้ภายในหนึ่งอาทิตย์พร้อมใบนัด

สถานที่: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 66-02-205-2168-9

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

16. ใบหลักฐานยืนยันความสามารถในการใช้ภาษาเกาหลี เช่น ผลสอบ TOPIK ระดับ 1 ประกาศนียบัตรการจบหลักสูตรภาษาเกาหลี 120 ชั่วโมงขึ้นไป จบการศึกษามหาวิทยาลัยในเกาหลี ปริญญาตรี-เอกด้านการใช้ภาษาเกาหลี (กรณียกเว้นสามารถดูรายละเอียดได้ในหัวข้อคุณสมบัติผู้ขอวีซ่าแต่งงาน)

¤หมายเหตุ¤ เนื่องจากแอดไม่มีผลสอบภาษาเกาหลีเลย แอดเลือกที่จะส่งผลสอบภาษาอังกฤษแทนโดยใช้สำเนาผลการสอบ TOEFL ITP พร้อมทั้งสำเนาใบปริญญาบัตรป.โท (หลักสูตรนานาชาติ) ยื่นเพิ่มเติมด้วย และหลักฐานการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เช่น แชทที่คุยกับสามีเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งรูปภาพเพิ่มเติมตลอดระยะเวลาที่คบกันโดยเลือกเฉพาะเหตุการณ์สำคัญๆ (ปริ้นใส่เอ4นะคะ) หนึ่งหน้ามีสักประมาณ 4 รูปกำลังโอเคเลยค่ะ

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

17. แบบฟอร์มสำหรับสัญชาติไทย

ดาวน์โหลดที่:

 [kleo_button title=”คลิกลิ้งค์นี้” href=”http://overseas.mofa.go.kr/th-th/brd/m_3135/view.do?seq=700030&srchFr=&srchTo=&srchWord=&srchTp=&multi_itm_seq=0&itm_seq_1=0&itm_seq_2=0&company_cd=&company_nm=&pag” style=”default” size=”” ]

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

18. เอกสารเพิ่มเติมของคนไทย เช่นใบสำคัญการหย่า หรือใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล (เอกสารทั้งสองอย่างหากมี ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และรับรองที่กรมการกงสุล)

* หากมีผู้แนะนำให้รู้จักกันต้องแนบสำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้แนะนำมาด้วย

[kleo_gap size=”12px” class=”” id=””]

19. ในกรณีที่มีบุตรกับคนเกาหลีแล้ว ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารข้อ 9-16/ ในกรณีตั้งครรภ์อยู่ ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารข้อ 12-15

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=”” class=”” id=””]

 

 ขั้นตอนการยื่น 

สถานทูตแจ้งไว้ว่า: กรุณาเตรียมเอกสารให้ครบก่อนจะมายื่น ไม่เช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะไม่รับยื่นเอกสาร
คนไทยมายื่นเอกสารด้วยตัวเอง โดยคนเกาหลีไม่จำเป็นต้องมาด้วยกัน

เวลาในการยื่นเอกสารขอวีซ่าวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-11.00 (หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

  1. กดบัตรคิวหมายเลข 2 แล้วรอเรียกคิวได้เลยค่ะ
  2. เมื่อถึงคิวก็ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้า เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบโดยบอกให้เรานั่งรอสักครู่
  3. เจ้าหน้าที่นัดเวลาสัมภาษณ์ เราได้สัมภาษณ์ในวันนั้นเลย เจ้าหน้าที่แจ้งให้กลับมาอีกครั้งเวลาบ่ายสามโมง

 

 ขั้นตอนการสัมภาษณ์

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าคู่ของแอดใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารซะส่วนใหญ่ ดังนั้นท่านทูตจึงต้องการทดสอบภาษาทั้งของแอดและสามีเป็นภาษาอังกฤษ การทดสอบจะแยกทดสอบโดยสามีเข้าไปก่อนและแอดจะเข้าหลังจากสามีสัมภาษณ์เสร็จโดยจะเปลี่ยนท่านทูต ลักษณะคำถามเป็นเรื่องทั่วไปไม่ยุ่งยาก มีทั้งหมด 20 ข้อ โดยเราจะต้องผ่านทั้ง 16 ข้อขึ้นไป ซึ่งแอดมินตอบได้หมดทุกข้อเลย

การสัมภาษณ์วีซ่าสมรส ไม่ได้มีการจัดนัดให้ผู้สมัครทุกคน แค่ผู้สมัครบางคนเท่านั้นที่จะได้รับการสัมภาษณ์ โดยหลังจากลงทะเบียนรับสมัครเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีประเด็นเพิ่มเติม ผู้สมัครสามารถทราบผลวีซ่าได้ หลังจากผ่านวันสมัครไปแล้ว สัปดาห์ แต่หากมีประเด็นอื่นๆ หรือ กรณีที่ต้องได้รับการตรวจสอบสภาพเท็จจริง อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าเพิ่มขึ้น

         ระยะเวลานี้เป็นระยะเวลาแห่งการรอคอยที่นานแสนนาน สำหรับแอดมินมันนานมากเพราะเบื่อการรอคอยมากแต่หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ก็แจ้งผลผ่านทางเว็บไซต์ https://www.visa.go.kr/openPage.do?MENU_ID=10301 สำหรับการเช็คผลให้เลือกกรอกหมายเลข passport ลงไป ใส่ชื่อโดยใส่นามสกุลก่อนและตามด้วยชื่อ แล้วก็วันเดือนปีเกิด หลักจากนั้นผลจะขึ้นมา หากผลออกว่า Approved นั่นหมายถึงวีซ่าเราผ่าน ก็สามารถมารับได้ที่สถานทูต ณ ช่องให้บริการหมายเลข 1 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดวีซ่าลักษณะเป็นสติ๊กเกอร์ลงไปในพาสปอร์ตของเราพร้อมใบคำแนะนำหลังเดินทางเข้าเกาหลีค่ะ ซึ่งขั้นตอนเหล่านั้นแอดจะรีวิวให้ในบทความต่อไปนะ บ๊ะบาย…..

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=”” class=”” id=””]

Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)

Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)

 

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

           Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 : สวัสดีค่ะ แอดมินเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่ได้ อปป้า มาเป็นคู่ชีวิต มีหลายท่านที่เคยอ่านรีวิวเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับการขอวีซ่าแต่งงานเกาหลีในหลายๆเว็บ หนึ่งในนั้นก็รวมตัวแอดด้วยค่ะ เพราะกว่าจะได้วีซ่ามาครอบครองก็หาข้อมูลกันเบ้าตาเกือบทะลุเช่นกัน พอผ่านขั้นตอนนั้นมาจนกระทั่งเดินทางมาที่เกาหลีสำเร็จแล้วยังต้องดำเนินการต่ออีกกับการขอเจ้าเอเลี่ยนการ์ด (ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวนะคะ) บัตรต่างด้าวนั่นเอง เรียกให้หรูขอใช้คำว่าบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ แล้วกันค่ะ ก่อนอื่นขอบ่นก่อนแล้วกันนะคะว่า ขั้นตอนนี้เล่นเอาปวดหัวและแอบวุ่นวายมาก อาจจะด้วยความที่แอดจัดการเองทุกอย่างโดยไม่ผ่านเอเจนซี่ใดๆเลย ทำทุกอย่างเองหมด ความวุ่นวายเลยบังเกิด มา! เดี๋ยวแอดจะเริ่มอธิบายขั้นตอนกันก่อน

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

 

สำหรับแม่บ้านคนใดที่มีสามีเป็นชาวเกาหลี หากต้องการระยะเวลาในการอยู่อาศัย 2 ปี สามารถทำตามคำแนะนำของแอดได้นะ เพราะมันมีการทำแบบ 1 และ 2 ปี เดี๋ยวมาดูกันว่ามันต่างกันตรงไหน (เราขอข้ามขั้นตอนการทำวีซ่าที่ไทยนะแวะไปอ่านได้ที่ https://thaikuk.com/2018/09/request-f-6-visa/)

            หลังจากที่ได้วีซ่า หน้าตาตามรูปด้านบนมาแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมในการต่อไปนั่นคือ การสมัครเข้าร่วมอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램สำหรับผู้ที่ย้ายถิ่นฐานตามคู่สมรส การเข้าอบรมเพื่อรับใบผ่านการอบรมนั้นจะช่วยให้เราสามารถยืดระยะเวลาการต่ออายุวีซ่าของเราออกไปเป็นการต่อสองปีครั้ง หากผู้ที่ไม่ผ่านการเข้าอบรมจะได้รับระยะเวลาในการพำนักที่เกาหลีเพียงหนึ่งปีและต้องต่ออายุปีต่อปี ซึ่งการสมัครสามารถเข้าไปสมัครได้ที่เว็บนี้ http://socinet.go.kr/soci/main/main.jsp?MENU_TYPE=S_TOP_SY ขอแนะนำให้สามีเป็นคนสมัครให้นะคะเพราะไม่มีเวอร์ชั่นอื่นนอกจากภาษาเกาหลี ขั้นตอนนี้สามีต้องช่วยค่ะเพราะแอดก็ไม่เข้าใจภาษาเกาหลีเท่าไหร่เคยลงเรียนแค่เดือนเดียวพออ่านออกเขียนได้แต่แปลไม่ได้ +555 ขอเวลาแปบล่ะกันค่ะ หน้าตาเว็บไซต์จะเป็นแบบนี้นะคะ

          หลังจากลงสมัครเรียบร้อยแล้วก็รอค่ะ ขั้นตอนการรอจะเป็นอะไรที่ช่างยาวนานสำหรับใครบางคนซึ่งแอดมินก็คิดเช่นนั้น แอดสมัครทันทีที่เดินทางมาถึงเกาหลีแต่รอบการเข้าอบรมที่ใกล้ที่สุดคือเดือนถัดไปหลังการสมัคร =_=; แอดลงอบรมไว้ที่กรุงโซลค่ะ สถานที่ๆเลือกคือ สถาบันวิจัยเพื่อบูรณาการความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยสตรี ซุคมยอง (숙명여자대학교 다문화통합연구소) ระยะเวลาในการอบรม 3 ชั่วโมง สามีแอดระบุล่ามไทยให้แอดด้วยตอนสมัครเลยมีพี่ล่ามรุ่นพี่มาช่วยแปลขณะฟังการอบรมค่ะ พี่ล่ามใจดีและน่ารักมากค่ะ การอบรมจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน มีหนังสือให้ด้วยเล่มนึง หน้าตาแบบนี้ค่ะ มีข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้เยอะเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆ

             ช่วงแรกจะเป็นการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นล่ามให้แอดซึ่งพี่เขาแต่งงานกับชาวเกาหลีแล้วมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังและจะถามปัญหาว่ามีปัญหาอะไรบ้างไหมหลังจากมาเริ่มใช้ชีวิตในเกาหลี ขั้นตอนนี้จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ โดยส่วนตัวแอดเองไม่ค่อยมีปัญหากับสามีเท่าไหร่เพราะเคมีเราตรงกันจนทุกอย่างมันเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับคู่เรา แต่ปัญหาหลักของแอดคือ อยากหางานทำเพราะมาอยู่กับสามีเฉยๆมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของเราและอีกอย่างแอดจบป.โทมาแล้วจะให้มาอยู่บ้านเปล่าๆไม่ทำงานทำการนั้นมันไม่ค่อยจะเหมาะกับตัวเองเท่าไหร่ ปัญหาแรกที่ถามรุ่นพี่คือ หางานทำยังไงคะ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาแอบช็อคค่ะ รุ่นพี่บอกว่า เรื่องหางานน่ะอย่าไปคิดถึงมันเลยในระยะ 2 -3 ปีนี้ @o@!!! ช็อคสิคะ จะให้ทำอะไรล่ะระยะเวลานานขนาดนั้น แต่รุ่นพี่ให้เหตุผลที่มันเปลี่ยนความคิดแอดไปโดยสิ้นเชิง พี่เค้าบอกให้แอดไปเรียนภาษาเกาหลีก่อนให้พูดได้ รู้เรื่อง ลำพังแค่ภาษาอังกฤษมันไม่สามารถหางานได้ทันทีหรอก อย่างที่รู้ๆว่าคนเกาหลีน่ะค่อนข้างชาตินิยม ถ้าพูดกับเขาไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จะทำงานอะไรได้ นอกจากงานโรงงาน หรืองานเกษตรกรรม แต่เราอยากใช้ทักษะของเราที่มีไปทำงานที่มันจะส่งผลต่อโปรไฟล์เราในอนาคตมากกว่าจบชีวิตที่โรงงาน แอดจึงมีความคิดที่อยากจะเรียนต่อยอดความรู้ต่อ อย่างน้อยมันก็จะอยู่กับเราไปตลอดไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ดังนั้นการเรียนภาษาจึงทำให้แอดต้องคิดถึงในขั้นตอนหลังจบการอบรม

             ช่วงที่สองจะเป็นการบรรยายของอาจารย์ภายใต้หัวข้อ ทำความเข้าใจระบบกฎหมาย ช่วงนี้จะเป็นการอธิบายกฎหมายในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ต้องทำหลังเข้าสู่ประเทศเกาหลี, ขั้นตอนการขอสัญชาติในอนาคตสำหรับผู้ต้องการอยู่แบบถาวร, การบูรณาการทางสังคมหรือการทำงานร่วมกัน, แนะนำหน่วยงานและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ, และวิธีการรับมือกับสถานการณ์เร่งด่วน

           ช่วงสุดท้ายจะเป็นอาจารย์ผู้ที่ให้คำปรึกษาทางด้านการใช้ชีวิตคู่ ความเข้าใจซึ่งกันและกันในฐานะสามีภรรยา ช่วงนี้จะมีกิจกรรมมาให้เล่น จะผ่อนคลายหน่อยเพราะถือเป็นการสานสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา

หลังจบการอบรมก็จะได้รับใบประกาศการเข้าอบรมเป็นกระดาษA4ที่ไม่ได้มีลวดลายอันใดซึ่งแอดจะต้องเอาไว้ยื่นประกอบการของบัตรประจำตัวชาวต่างชาติในลำดับต่อไป (ลืมถ่ายรูปไว้ขออภัยด้วยค่ะ)

 

 

อ่านเพิ่มเติม “Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)”