ยกเลิกการระงับการตรวจลงตราสำหรับบุคคลสัญชาติไทย

ยกเลิกการระงับการตรวจลงตราสำหรับบุคคลสัญชาติไทย (เริ่มดำเนินการ 1 เมษายน 2022 เป็นต้นไป)

K-ETA

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 เมษายน เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป (อ้างอิงตามเวลาเกาหลี) สนธิสัญญายกเว้นการตรวจลงตราระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการอีกครั้ง ดังนั้น บุคคลสัญชาติเกาหลีและไทยที่มีจุดประสงค์การเดินทางเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมเยียมครอบครัว ประชุมสัมมนา หรือธุรกิจ (ที่ไม่มีการแสวงหาผลกำไร) สามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้ โดยจะสามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน

ทว่า ในกรณีบุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้าประเทศเกาหลีจำเป็นต้องมีการขออนุมัติเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA  ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ (สำหรับผู้เดินทางด้วยจุดประสงค์อื่น ๆ เช่น ทำงาน ศึกษาต่อ อพยพตามคู่สมรส ยังจำเป็นต้องมีวีซ่าตามปกติ) โดยระบบ K-ETA จะเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2022 เวลา 9.00 น. (อ้างอิงตามเวลาเกาหลี) เป็นต้นไป

K-ETA

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ อีก 45 ประเทศที่สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่จำเป็นมีวีซ่าได้ โดยบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติการเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA ล่วงหน้า เช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการอนุมัติการเดินทางเขาประเทศ (K-ETA) สามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr

ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการ K-ETA Center ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการสมัคร K-ETA โดยทางหน่วยงานสามารถให้คำปรึกษา (ทางอีเมล ดำเนินการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.) ได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย ภาษาไทย และอื่น ๆ สำหรับผู้ที่มีความสนใจสามารถติดต่อสอบถาม หรือขอรับคำปรึกษาได้ทางเว็บไซต์ของ  K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เดินทางไปเกาหลีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน “ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”

ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวไปสนามบินนานาชาติอินชอน (인천국제공항) เพียงไม่กี่รายเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่เวลานี้สนามบินนานาชาติอินชอนเริ่มจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศในช่วงยกเว้นการกักตัวเองเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น Incheon International Airport Corporation ก็ได้กลับมาแสดงวัฒนธรรมอีกครั้ง ซึ่งเดิมทีถูกระงับไปเนื่องจาก COVID-19 โดยได้เริ่มมีการจัดแสดงตั้งแต่เวลา 16:00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม เป็นครั้งแรกในรอบสองปี

เที่ยวเกาหลี

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ผู้เดินทางขาเข้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสจากต่างประเทศจะสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องกักตัวผ่านการลงทะเบียนระบบ Q-CODE Direct

เมื่อผ่านทาง Q-CODE Direct ให้แสดง QR code ที่ได้มีการเตรียมไว้ออกก่อนหน้าเดินทางเข้า (Q-CODE)

และอย่างที่ทราบแล้วว่าประเทศไทยถูกรวมอยู่ในประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ความสนใจในการเดินทางไปเกาหลีของไทยจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามไปด้วย

คุณสามารถเข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าแต่ยังมีสิ่งที่ต้องเตรียมดังต่อไปนี้

หากต้องการเข้าประเทศเกาหลีโดยยกเว้นวีซ่าหลังวันที่ 1 เมษายน ให้ทำตามขั้นตอนตามด้านล่างนี้ได้เลย

1. ก่อนเข้าเกาหลี
– จองตั๋วเครื่องบิน, เตรียมผลตรวจยืนยัน PCR ‘เชิงลบ’ (ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง), ลงทะเบียนเข้าเกาหลีทางแอปพลิเคชัน K-ETA (ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง), ลงทะเบียนรับ Q-CODE ซึ่งต้องมีการลงข้อมูลวัคซีนไว้ (ต้องได้รับโค้ดก่อนออกเดินทาง)

* เฉพาะผู้ที่รับวัคซีนเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้นที่สามารถได้รับการยกเว้นจากการกักตัว
* เนื่องจากการคัดกรองผ่านระบบ K-ETA อาจมีความเข้มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ฯลฯ แนะนำให้ลงทะเบียนใกล้ๆช่วงเวลาที่จะต้องเดินทางเข้าให้มากที่สุด (ภายใน 72 ช.ม.) ดีกว่าการลงทะเบียนล่วงหน้าทิ้งระยะนานเกินไปก่อนเข้าเกาหลีจริง

เที่ยวเกาหลี

2. หลังจากมาถึงเกาหลี
– คุณต้องได้รับการตรวจ PCR ในวันที่ 1 และรับการตรวจ RAT (การตรวจโควิดด้วยชุดตรวจแอนติเจนชนิดทราบผลเร็ว) ในวันที่ 6 และ 7

* การตรวจ PCR ในวันแรก (ชาวต่างชาติที่พำนักระยะสั้นจะต้องได้รับการตรวจจากศูนย์ตรวจโควิดแบบ PCR ของสนามบินอินชอนหรือสถาบันทางการแพทย์ใกล้ที่พัก ส่วนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวจะต้องตรวจจากศูนย์สุขภาพใกล้บ้าน)
* แนะนำให้ใช้ RAT TEST (การตรวจโควิดด้วยชุดตรวจแอนติเจนชนิดทราบผลเร็ว) ในวันที่ 6 และ 7 และสามารถตรวจเองได้ที่บ้าน สถาบันทางการแพทย์ หรือคลินิกตรวจคัดกรอง หากคุณผลตรวจเป็นบวกที่หอพักหรือที่บ้าน คุณต้องไปที่คลินิกตรวจคัดกรองหรือศูนย์สาธารณสุขและตรวจด้วย PCR อีกครั้งทันที

เที่ยวเกาหลี

นอกจากนี้ ทุกคนที่เดินทางมาถึงจะสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่สนามบินได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป

ถึงแม้ขั้นตอนอาจจะยังดูซับซ้อน แต่ถ้าฉีดวัคซีนเสร็จแล้วและผลตรวจ PCR เป็นลบ ก็สามารถเดินทางไปเกาหลีได้เลย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว1, 2, 3, 4, 5

E-9 มีเฮ ขยายวีซ่ากว่า 77,094 คน “ได้ฟรีวีซ่า 1 ปีแล้ว รับฟรีอีก 50 วัน”

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ได้ประกาศขยายระยะเวลาการจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติ (E-9 และ H-2)

แรงงานต่างชาติที่ได้รับการขยายระยะเวลาจ้างงานในครั้งนี้ ได้แก่ แรงงานที่พำนักและการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2022 (พ.ศ. 2565)

E-9

อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติที่ได้รับการขยายเวลาหนึ่งปีแล้วนั้น จำกัดเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่และกิจกรรมการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2022 (พ.ศ. 2565)

* ในบรรดาแรงงานต่างชาติที่เคยได้รับการขยายเวลาหนึ่งปีก่อนหน้านี้ จะได้รับการขยายเวลาเพิ่มอีก 50 วัน (4 ปี 10 เดือน + 50 วัน + 1 ปี) ทั้งนี้ทั้งนั้นแรงงงานต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเกิน 6 ปี

1. ขยายเวลาการจ้างงาน E-9 สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการขยายวีซ่าเลย (ผู้ที่ระยะเวลาการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2022) = จะได้รับการขยายวีซ่าออกไปเป็นเวลา 1 ปี

2. แรงงาน E-9 ที่เคยได้รับการขยายเวลา 1 ปีแล้ว (ระยะเวลาการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนถึง 30 มิถุนายน) = จะได้รับการขยายวีซ่าออกไปเป็นเวลา 50 วัน

3. แรงงาน E-9 ที่ได้รับการขยายวีซ่า 1 ปีมาแล้วและระยะเวลาการจ้างงานสิ้นสุดในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 31 ธันวาคมจะไม่ได้รับการขยายระยะเวลาวีซ่ารอบนี้

4. แรงงาน E-9 ที่เคยได้รับการขยายวีซ่า 50 วันและการขยายเวลา 1 ปีก่อนหน้านี้ และอยู่มานานกว่า 6 ปีจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการขยายเวลา 50 วันในครั้งนี้

E-9

รัฐบาลเกาหลีจะขยายระยะเวลาวีซ่าโดยอัตโนมัติ ผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ต้องยื่นคำร้องเพิ่มเติม

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน อัน คย็อง-ด็อก (고용노동부 장관 안경덕) กล่าวว่า “เราหวังว่าการขยายระยะเวลาการจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติจะช่วยบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปาร์ค บอม-กเย(법무부 장관 박범계) กล่าวเสริม “โชคดีที่การขยายระยะเวลาวีซ่าซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่การผลิตและชนบทซึ่งได้มีการประสบปัญหาแรงงานเข้าและออกประเทศลำบาก อย่างไรก็ตาม เราจะพยายามออกวีซ่าให้แรงงานต่างชาติได้เดินทางเข้าประเทศโดยเร็ว”

E-9

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

คอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการแล้ว 1 เม.ย. นี้ ชาวไทยเข้าเกาหลีแบบฟรีวีซ่า

ในที่สุดสิ่งที่หลายคนตั้งตารอก็มาถึง ชาวไทยที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีใต้โดยใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า 90 วัน ผ่านระบบ K-ETA (https://www.k-eta.go.kr/) ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการ โดยการลงทะเบียน K-ETA จะมีค่าบริการเพียงแค่ 10,000 วอนเท่านั้น

K-ETA

การเดินทางเข้าต้องมีการตรวจหาโควิดแบบ PCR ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และต้องลงทะเบียน Q-CODE เพื่ออัพเดทข้อมูลการรับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศผ่านเว็บไซต์ https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/ เพื่อที่จะใช้สิทธิ์การเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว

การลงทะเบียน K-ETA ต้องลงทะเบียนก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 24 ช.ม.ขึ้นไปเพื่อเผื่อเวลาการอนุมัติการเดินทางเข้า หากใช้แอปพลิเคชั่น K-ETA โดยตรงจะสามารถลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่มีบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ (ใบกาม่า) ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านทางระบบ K-ETA

K-ETA

อย่างไรก็ตาม K-ETA นี้ไม่ใช่วีซ่าแต่อย่างใด หากคุณได้รับอนุญาตเดินทางเข้าผ่านระบบก็จริงแต่ยังต้องได้รับการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งเช่นเดิม ดังนั้นแม้จะได้รับการอนุญาตผ่านระบบ K-ETA ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถเข้าเกาหลีใต้ได้ 100%

ในส่วนของเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน K-ETA สามารถหารายละเอียดได้จาก https://www.k-eta.go.kr/portal/board/viewemailcontact.do (มีภาษาไทย)

K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ไทยจะได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า เดินมาเกาหลีอีกครั้งหรือไม่?

ในขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารที่ไม่ทราบแหล่งที่มาในประเทศไทย และทุกคนกำลังเข้าใจว่ามันคือเอกสารที่ให้ข้อมูลใหม่เรื่อง “คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าเกาหลี”

ฟรีวีซ่า

เนื้อหาที่แชร์ส่วนใหญ่ไม่มีการระบุแหล่งที่มา และส่วนใหญ่จะแชร์เฉพาะหน้าจอที่ถ่ายไว้เท่านั้น

ทางเราจะมุ่งเน้นถึงแระเด็นการระบุแหล่งที่มาที่อ้างอิงได้โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ประการแรก สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในแคนาดาและสถานทูตเกาหลีในออสเตรเลียมีการเปิดเผยข้อมูลด้าน การเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน แต่รายชื่อประเทศที่ได้รับการยืนยันนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัด

ฟรีวีซ่า

ต่อมาทางด้านสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในเอธิโอเปียได้เปิดเผยข้อมูลว่าประเทศไทยรวมอยู่ใน 46 ประเทศที่ได้ทำข้อตกลงยกเว้นการขอวีซ่า

สถานทูตเกาหลีในเอธิโอเปีย

ฟรีวีซ่า

ที่สำคัญที่สุดคือยังไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ (외교부) และสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีในประเทศไทย (주 태국 대한민국 대사관)

แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ ในเรื่องของประเด็นการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสจากต่างประเทศจะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อเข้าประเทศเกาหลีนั้นเป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันแล้วจริง

แต่กรณีของการยกเลิกฟรีวีซ่าในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการประเทศชั่วคราวนั้นยังไม่มีการยืนยันข้อมูลแต่อย่างใด

ณ เวลานี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยและเว็บไซต์ K-ETA นั้นยังไม่มีการปรับปรุงหรืออัพเดทข้อมูลใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศแบบฟรีวีซ่าในช่วงนี้ควรจะต้องรออีกสักหน่อยเห็นจะดีกว่า จนกว่าจะมีการยืนยันแน่ชัดจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

มอบวีซ่า D-4 ให้เด็กต่างชาติในเกาหลี “พ่อแม่รับวีซ่า G-1 เพื่อหางานทำ”

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ประกาศถึงการที่จะรับรองสิทธิในการศึกษาให้กว้างขึ้นสำหรับเด็กต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักในเกาหลี และขยายขอบเขตด้านคุณสมบัติการพำนักให้กับเด็กเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา ฯลฯ และเพื่อให้พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันในฐานะสมาชิกของสังคมเกาหลี

เด็กต่างชาติในเกาหลี

โดยจะเริ่มดำเนินการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 ถึง 31 มีนาคม 2025

ก่อนหน้านี้มีการดำเนินการช่วยขึ้นทะเบียนพำนักให้กับเด็กที่เกิดในเกาหลีแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิด และมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเกาหลีมานานกว่า 15 ปี และจบการศึกษาระดับมัธยมต้นหรือมัธยมปลายในเกาหลี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการขยายขอบเขต อาทิ หากเด็กที่ไม่ได้จดทะเบียนเกิดในเกาหลีหรือเข้าเกาหลีมาตั้งแต่อายุต่ำกว่า 6 ขวบ ผู้ที่จะได้สิทธิ์ตามนโยบายนี้คือต้องอยู่ในเกาหลีเกิน 6 ปี มีประวัติการเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น, และมัธยมปลายในเกาหลี หรือ จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม

หรือถ้าหากเด็กต่างชาติเข้ามาเกาหลีหลังจากอายุ 7 ขวบ เด็กจะต้องอยู่ในเกาหลีมานานกว่า 7 ปี เข้าเรียนในระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น, และมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเช่นนี้ถึงจะรวมอยู่ในสิทธิ์ดังกล่าวด้วย

ตัวอย่างเช่น ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักโดยกำเนิดตั้งแต่เกิดในเกาหลี แต่พำนักอยู่ในเกาหลีมานานกว่า 6 ปีแล้ว และเด็กมีประวัติกำลังเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ เด็กผู้นี้จะมีสิทธิ์ได้รับวีซ่าพำนักประเภท D-4

เด็กต่างชาติในเกาหลี

หากระยะเวลาที่เข้าพักของเด็กยังไม่ถึงเกณฑ์ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 ที่จะมีการเริ่มนโยบาย รวมกระทั่งเด็กที่ยังไม่ถึงเวลาไปโรงเรียน อย่าเพิ่งถอดใจไป เด็กผู้นั้นจะยังคงมีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์ตามนโยบายนั้นอยู่ หากเด็กมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดก่อนนโยบายนี้จะหมดในวันที่ 31 มีนาคม 2025 และเด็กจะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้ตามการศึกษาภาคบังคับภายใต้ระยะเวลาที่มีการบังคับใช้

นโยบายนี้จะเป็นการมอบวีซ่า D-4 ให้กับเด็กๆ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักและแม้ว่าพวกเขาจะสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายในภายหลัง พวกเขาก็จะยังคงได้รับสถานะการพำนักเพิ่มเติม (วีซ่าการศึกษาหรือวีซ่าทำงาน) ที่เหมาะสมที่จะมีอาชีพมีการงาน เช่น การไปโรงเรียนหรือการไปทำงาน

ตามสถิติของกระทรวงศึกษาธิการ (교육부) คาดว่าเด็กต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียน 3,000 คน ต่างก็คาดว่ามีพวกเขาไม่มีหมายเลขประจำตัวชาวต่างชาติจึงไม่ได้รวมอยู่ในรายชื่อ

ในขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมวางแผนที่จะดำเนินการให้คำปรึกษาและคำแนะนำที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังที่บริเวณเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับหน้ากระทรวง เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองสามารถยื่นเรื่องขอวีซ่านี้ให้บุตรได้โดยตรงโดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแพงๆให้กับเอเจนซี่ที่แทบจะไม่คุ้นเคยกับคุณสมบัติของผู้สมัครหรือเอกสารในการยื่นคำร้อง

สามารถดูข้อมูลการยื่นเรื่องสมัครและข้อมูลการส่งเอกสารได้ที่ 하이코리아 (https://www.hikorea.go.kr/board/BoardNtcDetailR.pt?BBS_GB_CD=BS10&BBS_SEQ=1&NTCCTT_SEQ=1308)และคุณก็สามารถยื่นเรื่องสมัครได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่

เด็กต่างชาติในเกาหลี

นอกจากนี้ ผู้ปกครองของเด็ก (ในฐานะชาวต่างชาติที่ไม่ไดขึ้นทะเบียน) จะสามารถอาศัยอยู่ในเกาหลีได้จนกว่าบุตรจะสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือโตเป็นผู้ใหญ่

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะให้บุตรได้รับอนุญาตเข้าพำนักในประเทศ ผู้ปกครองของเด็กจะต้องจ่ายค่าปรับที่เคยมีการพำนักอย่างผิดกฎหมายเพื่อยื่นเรื่องให้บุตรตนเองได้สิทธิ์จากนโยบายนี้
(การเรียกเก็บค่าปรับจะเก็บเพียง 30% ของค่าปรับเต็ม ความผิดฐานอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากครอบครัวมีปัญหาด้านรายได้หรือกระทบสถานะการเงินภายในครอบครัวและความสามารถในการชำระค่าปรับไม่เพียงพอ ค่าปรับก็อาจจะมีการปรับลดลง)

และผู้ปกครองจะได้รับวีซ่า G-1 (เดิมที่ห้ามวีประเภทนี้ทำงาน) แต่จะมีการอนุญาตให้ผู้ปกครองเด็กสามารถทำงานได้ เพื่อเป็นการเลี้ยงดูส่งเสียบุตร

นอกจากนี้ เมื่อเด็กจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายหรือกลายเป็นผู้บรรลุนิติแล้ว พ่อแม่ของเด็กจะต้องออกจากประเทศเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง และหากผู้ปกครองอาศัยอยู่ต่ออย่างผิดกฎหมายโดยไม่ได้ออกจากประเทศเกาหลีใต้จะถือว่าไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ได้อีก

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เกาหลีปูทางออกวีซ่า ตามศักยภาพผู้อพยพต่างชาติ

กระทรวงยุติธรรมจะเปิดตัวระบบสนับสนุนการพำนักในปีนี้เพื่อสนับสนุนผู้มีความสามารถจากต่างประเทศในด้านวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, และด้านวัฒนธรรม ที่เข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้พร้อมออกวีซ่าพำนักให้ภายใต้จุดยืนของนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างและครอบคลุม นโยบายต่างๆ จะได้รับการส่งเสริมเพื่อเพิ่มการเข้ามาของประชากรต่างชาติ

จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 2 มกราคม จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ณ ปีที่แล้วอยู่ที่ 1,974,512 คน คิดเป็น 3.82% ของประชากรทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้อพยพในประเทศตะวันตกถึง 10% เช่น สเปนและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีระดับประชากรใกล้เคียงกับเกาหลีใต้

สัดส่วนของชาวต่างชาติซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 ลดลงตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเชื่อว่าการหลั่งไหลเข้าของประชากรชาวต่างชาติที่เข้ามาเพื่อทำงานนั้นมีความสำคัญต่อการรักษากลไกการเติบโตของประเทศเกาหลี ซึ่งตอนนี้ได้เข้าสู่ยุคของอัตราการเกิดที่ต่ำ และนอกจากนั้นยังมีการวางแผนที่จะจัดตั้งและส่งเสริมนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างและครอบคลุมโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรอพยพ

เกาหลี

1. ส่งเสริมการสนับสนุนให้ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและความสามารถทางวัฒนธรรม (สามารถดำเนินการขอวีซ่าแบบด่วนได้)

แกนหลักของนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในปี 2022 คือการเสริมสร้างการสนับสนุนให้ผู้ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและความสามารถทางวัฒนธรรม

นโยบายการย้ายถิ่นฐานที่มีอยู่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อพยพที่ทำงานด้านแรงงานที่ชาวเกาหลีหลีกเลี่ยง แต่จากนี้ไปจะเป็นการวางรากฐานนโยบายสำหรับการรับนักศึกษาต่างชาติที่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในฐานะผู้อพยพ

ณ สิ้นเดือนที่แล้ว จำนวนนักเรียนต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลีคือ 170,000 คน พบว่าส่วนใหญ่กำลังศึกษาในระดับปริญญา ไม่รวมนักเรียนที่มาเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศ

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองวางแผนที่จะแนะนำระบบ “การพำนักถาวรสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษและสนับสนุนการแปลงสัญชาติ” ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่จบหลักสูตรปริญญาโทหรือปริญญาเอกในเกาหลีสามารถอยู่ในเกาหลีได้อย่างมั่นคงหลังจากสำเร็จการศึกษาจนถึงได้รับการจ้างงาน

เมื่อมีการใช้ระบบ ชาวต่างชาติที่มีวุฒิการศึกษาในเกาหลี ให้สามารถพำนักอยู่ในเกาหลีได้อย่างมั่นคงและสามารถหางานทำได้แม้ว่าวีซ่าจะหมดอายุแล้วก็ตาม

เกาหลี

นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้ง “Korean Wave Visa” เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เช่น K-POP เข้ามาในประเทศ

แผนดังกล่าวจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในส่วนของฮันรยูซึ่งเป็นเวทีระหว่างประเทศ โดยจะมีการอนุญาตมอบวีซ่าแก่ “นักเรียนต่างชาติเชิงวัฒนธรรม” ที่อยู่ในเกาหลีเพื่อทำกิจกรรมด้านความบันเทิงหรือศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ระบบขั้นสูงของหน่วยงานบันเทิงเกาหลีที่มีชื่อเสียง

2. เสริมสร้างความเข้มแข็งในการบรรเทาทุกข์เด็กที่อาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมาย

มาตรฐานการบรรเทาทุกข์สำหรับเด็กที่อพยพผิดกฎหมายจะผ่อนคลายลงด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิในการศึกษาของเด็กที่เติบโตในเกาหลีตั้งแต่ยังเด็กและตระหนักในตนเองว่าพวกเขานั้นก็เป็น “คนเกาหลี” และได้รับการยอมรับเสมือนสมาชิกของสังคม

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังออกแบบระบบที่อนุญาตให้เด็กที่พำนักอย่างผิดกฎหมายที่เข้ามาเกาหลีตั้งแต่เด็กให้ได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษาในเกาหลีสามารถอยู่ในเกาหลีอย่างเป็นทางการได้

สำหรับผู้ปกครองที่เป็นผู้ดูแลปกครองนั้นจะได้มีการส่งเสริมตามแผนการที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้อยู่กับเด็กจนกว่าเขาจะสิ้นสุดการศึกษา อย่างไรก็คาดว่าจะกำหนดระยะเวลาเข้าพักมาตรฐานและอายุของเด็กหลังจากมีการรวบรวมความคิดเห็นและจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในอนาคต

เกาหลี

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองยังวางแผนที่จะค่อยๆ เพิ่มการยอมรับผู้ลี้ภัย โดยคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนและสภาพเศรษฐกิจเป็นหลักในแผนการด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

แรงงาน E9 มีลุ้นรัฐฯเล็ง “อนุมัติต่อวีอัตโนมัติอีก 1 ปี”

เนื่องจากการระบาดล่าสุดของไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอน คาดจะส่งผลให้เกิดปัญหาการนำเข้าแรงงานต่างชาติต่อไปเรื่อยๆอีกสักระยะ

ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีจึงวางแผนที่จะขยายระยะเวลาวีซ่าให้กับแรงงานต่างชาติกว่า 40,000 คนที่ระยะวีซ่ากำลังจะสิ้นสุดลง

ต่อวีอัตโนมัติ

คณะกรรมการ 외국인력정책실무위원회 ซึ่งจัดตั้งโดยกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ได้มีการหารือเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาวีซ่าส่งเสริมการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่วีซ่าใกล้จะหมดอายุในต้นปีหน้าให้มีระยะเวลาพำนักต่ออีก 1 ปี

ณ วันที่ 17 ธันวาคม จากการหารือที่คณะทำงานได้มีการหารือถึงการต่อระยะเวลาการจ้างงานแรงงานต่างชาติ E-9, H-2 ซึ่งเดิมทีระยะเวลาสิ้นสุดวีซ่าจะหมดลงระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 12 เมษายนในปีหน้านั้นจะได้รับสิทธิ์ให้พำนักต่ออีกโดยจะขยายวีซ่าให้อีก 1 ปี

และในวันที่ 28 ธันวาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลจะสรุปและดำเนินการตามวาระการหารือครั้งนี้อีกครั้ง

ต่อวีอัตโนมัติ

หากการขยายเวลาวีซ่าได้รับการยืนยัน รัฐบาลจะขยายระยะเวลาการจ้างงานแรงงาน E-9 ที่คาดว่ามีจำนวนแรงงานต่างชาติกว่า 40,000 คนจะได้รับผลประโยชน์กับเงื่อนไขขยายระยะเวลาพำนักดังกล่าวข้างต้น

ปาร์คฮวาจิน (박화진 고용노동부 차관) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานเผยว่า “เราหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติและลดการขาดแคลนกำลังคนให้กับเจ้าของธุรกิจหลายต่อหลายแห่งต่ออีกครั้ง”

ต่อวีอัตโนมัติ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เล็งให้วีซ่าถาวรต่อแรงงานในชนบท ขยายโอกาสต่างชาติปักหลักในเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีได้ประกาศเตรียมเปลี่ยนระบบการให้วีซ่าแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล เล็งแรงงานต่างชาติที่อยู่ภายในประเทศเกาหลีใต้เป็นกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากขาดแคลนแรงงานในประเทศ

วีซ่าถาวร

วันนี้ทางด้านกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการเกษตร อาหารและกิจการชนบท ได้มีการปรึกษาหารือกันถึงระบบแรงงานต่างชาติฤดูกาลก่อนมีประกาศถึงการเตรียมแผนการเปลี่ยนระบบการให้วีซ่าแรงงานตามฤดูกาลใหม่ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 4 กลุ่ม อาทิ กลุ่มนักเรียนต่างชาติ (รวมทั้งนักเรียนที่มาเรียนภาษา), กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับวีซ่าพิเศษในช่วงสถานการณ์ความไม่มั่นคงในประเทศ, กลุ่มผู้ถือวีซ่า H-2, กลุ่มผู้ถือวีซ่า D-1, D-10 เป็นต้น โดยจะมีการเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป

วีซ่าถาวรรัฐบาลได้เพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ที่สมัครวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล หากทำงานดีและเป็นที่ต้องการของผู้จัดจ้าง ผู้นั้นจะสามารถได้รับสิทธิ์กลับเข้ามาใหม่ได้ผ่านระบบ Re-entry นอกจากนั้นมีการกล่าวถึงผู้ถือวีซ่า E-8 ที่เข้าประเทศเกาหลีใต้และมีประวัติเข้า-ออก เพื่อทำงานในเกาหลีติดต่อกัน 5 ปีก็ถือว่ามีสิทธิ์ได้รับวีซ่าชำนาญการด้านการเกษตรและการประมงประเภทวีซ่า E-7-5 ด้วย นอกจากนั้นหากมีคุณสมบัติเพียงพอและรายได้ถึงเกณฑ์ก็มีสิทธิ์ได้รับวีซ่าอาศัยถาวรในเกาหลีใต้ในพื้นที่ชนบทได้

เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานในชนบทที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทางรัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรทำชนบทและหมู่บ้านการประมงให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้สูงถึง 9-12 คน โดยมีการปรับเปลี่ยนกฎเรื่องประเภทงานเกษตรที่เดิมทีบางงานเกษตรไม่สามารถจ้างงานแรงงานต่างชาติได้ แต่จากนี้ไปจะไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในด้านประเภทงานเกษตรอีก งานเกษตรทุกประเภทจะสามารถจัดจ้างแรงงานต่างชาติได้อย่างถูกกฎหมาย

วีซ่าถาวร

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามที่จะลดปัญหาการโดดวีซ่าหลังจากเดินทางเข้าประเทศ ทางรัฐบาลจะมีการตั้งระบบคืนเงินมัดจำค่าแนะนำงาน จะเป็นการทำสัญญา MOU ร่วมกันกับรัฐบาลท้องถิ่นก่อนที่จะมีการจัดส่งแรงงานเข้ามายังเกาหลีใต้ และหากพบว่าหลังแรงงานต่างชาติเข้ามาในเกาหลีแล้วแอบหนีวีซ่าเงินมัดจำค่าแนะนำงานที่ทำไว้จะถือว่าศูนย์เปล่า และผู้นั้นจะมีความผิดตามกฎหมายแรงงานทันที อีกทั้งจะมีการลงโทษนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างแรงงานที่ไม่มีวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ผ่านแล้ว! เปิดรับ E9 เข้าประเทศสิ้นเดือนนี้ “แรงงานไทยต้องตรวจ PCR /กักตัว 10 วันอยู่”

ว่าด้วยการดำเนินการตามมาตรการ “การอยู่ร่วมกับโควิด-19” การเดินทางเข้าประเทศของแรงงานต่างชาติกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้จนถึงขณะนี้จำนวนคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้ถูกจำกัด เนื่องจากความเสี่ยงในการแพร่กระจายของ COVID-19 แต่ผลที่ตามมาคือเกิดปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมก็ตาม

แรงงานไทย

รัฐบาลได้ตัดสินใจจะยกเลิกการจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่จะมีการดำเนินการตรวจ COVID-19 แบบ PCR หรือต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบตามเงื่อนไขก่อนเข้าประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขการดำเนินการมาตรากักกันโรคระบาดจะยังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการติดเชื้อจากประเทศต้นทางของแรงงานผู้เดินทางเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ได้เสนอร่างผ่านการประชุมและตัดสินใจที่จะทำให้การเข้ามาของแรงงานต่างชาตดำเนินการตามปกติ (E-9) ตามเงื่อนไขมาตรการควบคุมโรค

แรงงานไทย

ประเทศต่อไปนี้ ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน เมียนมาร์ อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน หลังจากได้รับวีซ่าจะออกให้ 14 วันหลังจากฉีดวัคซีนครบโดสเสร็จสิ้น และแรงงานต้องมีใบยืนยันผลตรวจโควิดแบบ PCR เชิงลบ 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องเข้าสู่เกาหลีใต้ โดยทั้ง 5 ประเทศคาดว่าจะเข้าได้ตั้งแต่ปลายเดือนนี้

ส่วนประเทศอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ใน 5 ประเทศที่กล่าวข้างต้น ทางการเกาหลีจะไม่คำนึงถึงการฉีดวัคซีน COVID-19 ว่าจะฉีดครบหรือไม่ แรงงานจะสามารถเดินทางเข้ามาได้เลยทันทีตั้งแต่วันนี้เพียงแค่มีผลตรวจโควิดแบบ PCR เชิงลบ และต้องกักตัวตามสถานที่ปฏิบัติงาน 10 วันหลังเดินทางเข้ามาเกาหลีใต้ และภายหลังจะได้รับวัคซีนในเกาหลีด้วย อาทิ แรงงานจากประเทศไทย

แรงงานไทย

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว