รัฐผนึกกำลังเตรียมเข้าสู่ ‘ฤดูกาล ปราบผีน้อย’

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ผนึกกำลังกับรัฐบาลเตรียมเริ่มเดินหน้าเต็มกำลังในการปราบปรามผีน้อยทั่วประเทศภายในระยะเวลาสองเดือนต่อจากนี้

ปราบผีน้อย

แม้ว่าจำนวนชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายจะไม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่การระบาดของ COVID-19 แต่กลับเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากการเปิดเสรีให้เข้าและออกประเทศมากขึเนเมื่อเร็วๆ นี้

ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจึงได้มีประกาศลงไว้เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ว่า จะเริ่มดำเนินการปราบปรามต่างชาติที่ผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (경찰청) กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) หน่วยยามฝั่งเกาหลี (해양경찰청) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง (국토교통부) โดยกำหนดการดำเนินงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2022 ถึง 10 ธ.ค. 2022

ปราบผีน้อย

พื้นที่ที่มีการปราบปรามอย่างเข้มงวด ได้แก่ อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น บริการเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่แย่งงานของชนชั้นแรงงาน สถานบันเทิงที่เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างร้ายแรง และอาชญากรรมที่มีผลต่อชาวต่างชาติ โดยจะมีกิจกรรมออกลาดตระเวนซึ่งทั้งหมดนี้จะดำเนินการในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติกระจุกตัวอยู่

กระทรวงยุติธรรมอยู่ในฐานะที่สามารถที่จะดำเนินการปราบปรามได้ทันทีโดยการออกหมายค้นและหมายยึด หากพบการปฏิเสธการปราบปรามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายที่ถูกจับกุมในการปราบปรามจะถูกบังคับให้ออกนอกประเทศและจะถูกจำกัดไม่ให้เข้าประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ปราบผีน้อย

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ฮันดองฮุน (Han Dong-hoon) กล่าวว่า “หลักการที่จะเอื้อประโยชน์ต่อชาติตามนโยบายต่างประเทศ ก็คือ การออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบการพำนักอย่างถูกกฎหมายอย่างเข้มงวดในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งเราจะดำเนินการปราบปรามผู้ที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เกาหลีเริ่มผ่อนคลาย ไม่บังคับ! “สวมหน้ากากกลางแจ้งปราศจากเงื่อนไข”

ตั้งแต่วันนี้ (26 กันยายน) เป็นต้นไป ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากในที่กลางแจ้ง

สวมหน้ากากกลางแจ้ง

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากกลางแจ้งถูกยกเลิกไป แต่ยังมีสถานที่ยกเว้นว่าต้องสวมหน้ากากในสถานที่ “มีผู้คนมากกว่า 50 คน” รวมตัวกันขึ้นไปอยู่ แต่นับตั้งแต่วันนี้ (26 กันยายน) ได้มีการยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากกลางแจ้งทุกกรณีอย่างสมบูรณ์ คาดว่าผู้คนจำนวนมากจะกลับมาใช้ชีวิตกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องมีหน้ากากอีกต่อไป

การบังคับสวมหน้ากากในเกาหลีใต้ได้เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2020 จนกระทั่งวันนี้ก็กว่า 2 ปีแล้วที่จะได้ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากเสียที

ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง งานแต่งงานกลางแจ้ง ชานชาลารถไฟใต้ดินกลางแจ้ง และสวนสนุกก็ไม่ต้องสวมหน้ากาก

สวมหน้ากากกลางแจ้ง

นอกจากนี้ จำนวนผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 รายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้ว (17-23 กันยายน) อยู่ที่ 35,553 ราย ลดลง 20,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงแนะนำให้สวมหน้ากากในกลางแจ้งในสถานการณ์ที่ผู้คนหนาแน่นซึ่งมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง แม้ว่าข้อบังคับในการสวมหน้ากากกลางแจ้งจะถูกยกเลิกก็ตาม

แล้วด้วยคำสั่งยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากในกลางแจ้งถูกยกเลิก คาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับระยะเวลาของการยกเลิกการสวมหน้ากากในที่ร่มด้วย

สวมหน้ากากกลางแจ้ง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการยกเลิกบังคับสวมหน้ากากในร่ม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงเห็นว่าควรปฏิบัติกันต่อก่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของ COVID-19 อีกครั้งในฤดูหนาวนี้

เนื่องจากเกาหลีเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม OECD ที่รักษาการบังคับสวมหน้ากากในที่ร่มอยู่ จึงได้มีการพยายามหารือว่าจะสวมหน้ากากเฉพาะในสถานพยาบาลและบริเวณขนส่งสาธารณะ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ และให้ปลดพันธกรณีในการสวมหน้ากากภายในอาคารออก

แต่กระนั้นบางคนยังคงกล่าวว่าภาระหน้าที่ในการสวมหน้ากากควรถูกยกเลิกจริงจังนั้นรอดูหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดอีกครั้งในฤดูหนาวนี้เห็นจะดีกว่า

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ผีน้อย ในเกาหลีพุ่งทะลุสถิติ “400,000 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

จากสถิติผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีตอนนี้มากถึง 400,000 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระทรวงยุติธรรมเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถึงสถิติประจำปีของหน่วยบริการตรวจคนเข้าเมืองพบยอดผู้อพยพผิดกฎหมาย 395,068 คนอาศัยอยู่ในเกาหลี (ยอดล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2022) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการกักกันโรค ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คนทุกเดือน

ผีน้อย

สัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายในหมู่ชาวต่างชาติทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในปี 2019 ก่อนจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ซึ่งนี่หมายความว่า 20% ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน (ณ กรกฎาคม 2022 จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 2,081,350 คน)

ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในบรรดาแรงงานต่างชาติ E-9 ที่หมดสัญญาจ้างแล้วเลือกที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โอ จองอึน หัวหน้าสถาบันตรวจคนเข้าเมืองและพหุวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฮันซอง กล่าวว่า “นี่เป็นผลมาจากการสะสมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโควิด-19 พอผ่านพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักไปแล้วก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ต่อ เพราะพวกเขาคิดว่าหากกลับบ้านเกิดไปก็คงจะยากลำบากกว่านี้”

ผีน้อย

ในความเป็นจริง 34.3% ของผู้อพยพผิดกฎหมายเป็น ‘ชาวต่างชาติที่เคยได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว’ ที่ได้รับบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (วีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน) ซึ่งพวกเขาสามารถอยู่ได้นานกว่า 90 วัน

จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 135,000 คน ณ เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีที่แล้ว (ยอด 120,000 คน)

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคอีกครั้ง

อันที่จริง มีอีกกรณีที่พบว่ามีชาวไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านทางเกาะเชจูได้เริ่มขาดการติดต่อหรือพยายามหางานทำอย่างมิชอบด้วยกฎหมายด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

ผีน้อย

ศาสตราจารย์คิมโดฮยอน (Kim Do-kyun) จากมหาวิทยาลัยฮัลลา (Halla University) กล่าวว่า “ปัญหาพื้นฐานที่สุดคือยังคงมีความต้องการผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่ขาดแคลนกำลังคนขั้นวิกฤติซึ่งจำต้องจ้างพวกเขา แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม ”

“การเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายอาจทำให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนและลดประสิทธิภาพการดูแล ดังนั้นขั้นตอนการออกวีซ่าและการจัดการชายแดนควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ นอกจากนี้ในระยะยาวงานที่ต้องการกำลังคนจากต่างประเทศควรเสริมด้วยช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่านี้”

ทีมกำกับและควบคุมชาวต่างชาติในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน จำเป็นต้องออกปราบปรามผู้คนคิดเป็น 1,300 คนต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แม้ว่าจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย เพื่อเข้าช่วยในงานปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ก็ยากที่จะปราบปรามผู้ที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ดี

โอจองอึนกล่าวว่า “การขยายอุปทานแรงงานต่างชาติอาจนำไปสู่การโต้แย้งเรื่องที่ต่างชาติเข้ามาแบ่งงานชาวเกาหลี แต่หากเราจัดหากำลังคนที่จำเป็นได้ผ่านการวิเคราะห์ตลาดการจ้างงานโดยละเอียดมันจะเป็นวิธีการที่จะจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน”

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม สร้างชื่อเสียงข้ามประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 สิงหาคม 2022) ทีมดัชชี่เอฟซี (Dutshie FC) ทีมนักเตะจากกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ได้ดวลแข้งกับทีมนักเตะจากเมียนมาร์ (พม่า) ก่อนจะเฉือนชนะไปแบบขาดลอยถึง 6-1 ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ดีๆ ของกลุ่มแรงงานไทยในเกาหลีใต้ผ่านกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดยบริษัท GME (Global Money Express) ภายใต้งานแข่งขัน GME Hanaro Football Match 2022 ที่กำลังดำเนินการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในเวลานี้

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

การแข่งขันในรอบแรก 16 ทีม (ประกอบไปด้วยทีมแรงงานต่างชาติต่างๆ อาทิ จีน อินโดนีเซีย ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา กัมพูชา มองโกเลีย ประเทศกลุ่ม CIS พม่า ไทย บังคลาเทศ แอฟริกา เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ และ กลุ่มประเทศฝั่งตะวันตก) ได้มีการคัดให้เหลือเพียง 8 ทีมเพื่อเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งการแข่งขันได้ถูกจัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 และ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ 21 สิงหาคม ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีม ได้แก่ อินโดนีเซีย เนปาล ศรีลังกา และมองโกเลีย

และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ตัวแทนทีมชาติไทย อย่างทีมดัชชี่ เอฟซี (Dutshie FC) ได้ทำการลงแข่งขันพบกับทีมชาติเมียนมาร์ (พม่า) ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมา ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเมียนมาร์ไปได้อย่างสวยงามที่ 6 -1 ประตู

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

โดยครึ่งแรกของเกมทีมไทยทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 5 – 0 ก่อนที่จะเสียประตูให้กับทีมพม่าในช่วงกลางเกมของครึ่งหลัง หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกและรับจนทีมไทยสามารถทำ 1 ประตูปิดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันได้สำเร็จ ซึ่งทำให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมประเทศฝั่งตะวันตกทันทีในแมชท์หน้า

สำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งประกอบไปด้วยทีมจากประเทศอินโดนีเซีย เนปาล มองโกเลีย ศรีลังกา ไทย ประเทศฝั่งตะวันตก เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 กันยายน ณ สนามกีฬาฮโยชัง (효창 운동장) กรุงโซล ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. ซึ่งสนามกีฬามีขนาดใหญ่สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว

หากท่านใดสนใจเข้าชมการแข่งขันนานาชาติ GME Hanaro Football Match 2022 สามารถเข้าไปรับชมและเป็นกำลังใจให้กับทีมไทยได้ไม่เสียค่าเข้าชมใด ๆ หรือ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊คของแอปจีเอ็มอี (GME Remittance Thailand – โอนเงินเกาหลีกลับไทย)

ทีมฟุตบอลไทยในแดนโสม

อย่างไรก็ตาม GME (Global Money Express) ผู้จัดงานแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ แอปจีเอ็มอี เป็นแอปพลิเคชั่นโอนเงินเกาหลีกลับไทย เจ้าแรก ๆ ของเกาหลีใต้ โดยบริษัทได้มีการเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 โดยได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเกาหลีอย่างเป็นทางการ และขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่องไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ณ ปัจจุบัน จุดเด่นของแอปจีเอ็มอีก็คือการให้บริการโอนเงินกลับไทยได้รวดเร็วเพียงไม่ถึง 10 นาที มีค่าบริการเพียง 5,000 วอนต่อครั้ง ไม่มีการหักปลายทางเพิ่มเติม

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เริ่มกันยายนนี้! บินเชจูต้องลงทะเบียนผ่าน K-ETA

กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจนำระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) เข้ามาปรับใช้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังเกาะเชจูตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป พร้อมชี้แจงว่าการปรับใช้ระบบดังกล่าวประสงค์เพื่อแยกนักท่องเที่ยวต่างชาติตัวจริงและผู้ประสงค์แอบเข้าเมืองในคราบนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจากกันด้วยความปรารถนาดีและปกป้องความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี

โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงยุติธรรมได้จัด “การบรรยายสรุปเพื่อสร้างความเข้าใจให้พลเมืองภายในเกาะเชจูได้เข้าใจถึงระบบการอนุญาตเดินทางเข้าเมืองเพื่อท่องเที่ยวผ่านระบบ K-ETA” ณ หอประชุมชั้น 1 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชจู และประกาศว่าจะมีการปรับใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ไปจนถึงใช้ช่วงสิ้นปี

เดิมทีเกาะเชจูเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเกาหลีใต้ การผ่อนคลายหลังสถานการณ์โควิดของประเทศในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการปรับใช้ระบบ K-ETA ร่วมกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นในการเปิดการท่องเที่ยวจึงได้อนุญาตให้ประเทศที่มีสนธิสัญญาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ใช้วีซ่ากว่า 112 ประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (B-1 และ B-2-1)สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวได้สะดวกเช่นเคย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการเริ่มต้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – เชจู เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวไทยจำนวนมากแห่บินเข้ามาพร้อมกลุ่มทัวร์ก่อนจะมีการหายไปจากกลุ่มทัวร์ระหว่างท่องเที่ยวโดยมิทราบสาเหตุเพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถิติพบ ชาวไทยกว่า 94 คนคิดเป็น 16.5% แอบหนีกลุ่มทัวร์ที่เดินทางเข้ามากว่า 568 คน (สถิติจากวันที่ 2-15 สิงหาคม 2565) ซึ่งทางด้านกองตรวจคนเข้าเมืองเชจูก็ได้รวบตัวผู้แอบเข้าเมืองได้ 2 ราย ณ ท่าเรือเชจู อีกด้วย

K-ETA

ในขณะเดียวกันจากสถิติของทางตม.เชจูเผย ชาวไทย 822 คน (52.4%) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มทัวร์และผู้เดินทางเข้าด้วยตนเองจากทั้งหมด 1,390 คน (52.4%) ที่บินตรงจากกรุงเทพฯมายังเกาะเชจู ถูกปฎิเสธเข้าเมือง ด้วยเหตุผลหลักคือ “วัตถุประสงค์ในการเข้าเมืองไม่ชัดเจน” ในขั้นต้นสายการบินเชจูแอร์ได้หันมาปรับเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-เชจูลงในช่วงเดือนนี้ (สิงหาคม 2565)

กระทรวงยุติธรรมกำลังพิจารณาใช้ระบบ K-ETA กับประเทศที่มีปัญหาระหว่างประเทศที่สามารถเข้าผ่านระบบปลอดวีซ่าของเชจูได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีปัญหา แต่เราวางแผนที่จะรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในเชจูอย่างเพียงพอก่อนที่จะใช้ระบบ K-ETA

K-ETA

แม้จะมีคำอธิบายจากกระทรวงยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมการบรรยายสรุปในวันนั้นแสดงความกังวลว่า “ถ้าใช้ระบบ K-ETA นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่กล้ามาที่เชจูหรือเปล่า”

กระทรวงยุติธรรมกล่าวเน้นย้ำว่า “การแนะนำระบบ K-ETA มาใช้อาจลดจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเชจู แต่จะไม่ลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จุดประสงค์หลักของกระทรวงยุติธรรมที่นำไประบบนี้มาใช้กับเกาะเชจูก็เพื่อความปลอดภัยของสาธารณรัฐเกาหลี”

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

 

เกาหลีหนุนโควต้า แรงงานต่างชาติ คาดนำเข้า 10,000 คน/เดือน

รัฐบาลวางแผนที่จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนเข้าประเทศในแต่ละเดือน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ด้วยเหตุนี้ การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอำนวยมากขึ้น เช่น จะทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองง่ายขึ้น

รัฐบาลจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจฉุกเฉินเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการยืนยัน ‘แผนงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน’ โดยแรงงานต่างชาติจำนวนมากจะถูกจัดแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนซึ่งกำลังเป็นที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ได้แก่ อู่ต่อเรือ (4,800 คน) อุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ ( 27,000 คน) ธุรกิจรถแท็กซี่และรถประจำทาง (2,300 คน) ร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีก ( 14,200 คน) และส่วนที่เหลือเป็นภาคการเกษตรกรรม

แรงงานต่างชาติ

ประการแรก จำนวนชาวต่างชาติใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งอุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ จะเพิ่มขึ้น 6,000 ( คิดเป็น 57.3 %) ในอุตสาหกรรมการต่อเรือซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างรุนแรง จะมีการให้มอบหมายสิทธิการเข้าทำงานด้านนี้ให้แก่ผู้สมัครต่างชาติทั้งหมดที่ต้องการเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมการต่อเรือคาดว่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ 3,000 คน เช่น ช่างเชื่อมและช่างทาสี ส่วนในภาคเกษตรได้มีการตัดสินใจจะขยายการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 600 คน เป็น 2,224 คน

แรงงานต่างชาติ

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ลี จองซิก กล่าวว่า “ประการแรก เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาคสนาม เราจะรีบนำแรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนต่อเดือนเข้ามาฟื้นฟูจำนวนแรงงานต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีให้กลับมาเดินหน้าด้านแรงงานในปีนี้ เราจะสนับสนุนการเข้ามาของบุคลากรใหม่ๆ ผ่านการสนับสนุนเฉพาะทางและตามที่เราได้มีการกำหนดเอง”

รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะออกใบอนุญาตการจ้างงานใหม่ ซึ่งมีกำหนดจะออกในไตรมาสที่ 3 และ 4 ภายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยวิธีการข้างต้นนี้แรงงานกว่า 63,000 คนที่รอเข้าประเทศจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 50,000 คนแรกจะได้รับการจัดสรรนำเข้ากำลังแรงงาน 10,000 คนต่อเดือนโดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป หากเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีนี้จะมีแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายแรงงานกว่า 84,000 คน และจะเป็นการฟื้นฟูกำลังคนสู่ระดับที่เคยมีก่อนโควิด-19 (277,000 คน)

แรงงานต่างชาติ

นอกจากนี้ ช่วงต้นเดือนตุลาคมจะเริ่มมีการกำหนดการรับแรงงานต่างชาติในปีต่อไป ที่จะถูกกำหนดให้เข้าเกาหลีตั้งแต่มกราคมปีหน้า เพื่อจะให้กำลังคนที่จำเป็นสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้ทันท่วงที และคาดว่าระบบจะดีขึ้น เช่น การออกใบอนุญาตการจ้างงานภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ‘กองกำลังเฉพาะกิจสนับสนุนการจ้างงานอย่างรวดเร็ว’ กำลังจะจัดตั้งขึ้นตามศูนย์จัดหางาน 17 แห่งในอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งเป็นภาคที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง และศูนย์จัดหางานในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมรากฐานหนาแน่น เพื่อให้การสนับสนุนอย่างทั่วถึงและถือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกันระหว่างคนงานและสถานที่หาแรงงานอีกด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

55 นักท่องเที่ยวไทย หนีกรุ๊ปทัวร์ในเชจู

ตามรายงานของศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองเชจูเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา พบนักท่องเที่ยวชาวไทย 55 ราย (คิดเป็น 19.6%) จากนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ชาวไทยกว่า 280 คน หลบหนีหลังจากเดินทางเข้ามายังสนามบินเชจู

ตม.เกาหลี

ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้เดินทางเข้ามายังเกาะเชจูอย่างต่อเนื่องเมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคมที่ผ่านมาก่อนจะถูกปฎิเสธเข้าเมืองไปหลายร้อยคน

การเดินทางเข้าครั้งล่าสุดนี้เป็นไฟล์ทบินของสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบินจากกรุงเทพ ได้เดินทางเข้ามาในฐานะกลุ่มทัวร์โดยมีแพลนเที่ยว 3 วัน 2 คืน แต่กลับพบการหลบหนีของนักท่องเที่ยวในกลุ่มทัวร์ดังกล่าว

ตม.เกาหลี

ทางด้านด่านตรวจคนเข้าเมืองเชจูออกมาจัดทีมเร่งแกะรอยค้นหานักท่องเที่ยวชาวไทยที่หลบหนีจากกลุ่มทัวร์ทันที เนื่องจากมีการต่อต้านและมีความกังวลเรื่องของการใช้ช่องทางฟรีวีซ่าในเกาะเชจูมาเปิดทางเข้ามาทำงานอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตามตั้งแต่นักท่องเที่ยวไทยแห่เดินทางเข้าเกาะเชจู 533 คนอย่างต่อเนื่องก็พบว่ามีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้วกว่า 290 ราย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เชจูปัดรับ นทท. ไทย 3 วันติด กว่า 290 คน “เล็งปรับใช้ระบบ K-ETA บนเกาะเชจู”

ในจำนวนคนไทย 530 คนที่เดินทางมาเชจูด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาล 3 วันที่ผ่านมา ยังคงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้องเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงสามวันที่ผ่านมากว่า 290 คน

และสาเหตุที่ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศส่วนใหญ่คือ “ไม่ทราบวัตถุประสงค์ในการเข้าเมือง”

K-ETA

วันที่ 2 และ 3 สิงหาคม คนไทยที่เดินทางจากกรุงเทพฯกว่า 220 คนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเชจู ซึ่งคนไทย 70 คนจาก 165 คนที่เข้าประเทศในวันที่ 4 สิงหาคมเองก็ยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มียอดรวมการปฎิเสธเข้าเมืองกว่า 290 คน

กว่าครึ่งหนึ่งของคนไทย 164 คนที่เดินทางเข้ามายังเกาะเชจูเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม มีแนวโน้มจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองเช่นกัน

หากการรับผู้โดยสารขาเข้ายากต่อการปฎิบัติการเพราะมีการไม่ปฏิเสธการเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจมีความเป็นไปได้สูงที่เที่ยวบินเช่าเหมาลำกรุงเทพฯ-เชจูจะถูกระงับ

ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีจึงกำลังพยายามจะผลักดันให้เกาะเชจูหันมาใช้ระบบ K-ETA ด้วย

K-ETA

ตั้งแต่มีการเปิดตัวระบบ K-ETA ในวันที่ 1 กันยายน 2021 เกาะเชจูได้รับการยกเว้นในการเดินทางเข้าท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องสมัคร K-ETA เนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ประกาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่าจะผลักดันให้เกาะเชจูหันมาใช้ระบบ K-ETA เพื่อ ป็นการป้องกันผู้อพยพผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะเชจูคัดค้านการนำ K-ETA มาใช้บนเกาะเชจูอย่างรุนแรง

พวกเขากังวลเกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะลดลงเพราะ K-ETA

ปูดงซ็อก (부동석) ประธานองค์การการท่องเที่ยวเชจูกล่าว “เราเห็นด้วยกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย แต่ถ้ามีการแนะนำ K-ETA ในตอนนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง เราจำเป็นต้องเสริมขั้นตอนการเข้าประเทศเห็นจะดีกว่าใช้ระบบ K-ETA”

K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

ตม.เกาหลี เข้มปฎิเสธยกลำ! “นทท.ไทย 115 คนกลับลำทันที”

ในขณะที่ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวไทยในเกาหลีเพิ่มขึ้นที่ 140,000 ราย ส่งผลให้มีปรากฎการณ์ปฎิเสธผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาจากกรุงเทพด้วยเที่ยวบินของสายการบินเชจูต้องถูกปฎิเสธการเดินทางเข้ากว่า 115 ราย

ตม.เกาหลี

ตามการรายงานข่าวของสน.ข่าว KBS เผยเมื่อเช้าวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยที่โดยสารสายการบินเชจูแอร์ เที่ยวบิน 7C2244 ลงเทียบท่าเมื่อเวลา 10:00 น.เกาหลีใต้ จำนวน 115 คน (คิดเป็น 62.5%) จากทั้งหมด 184 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเข้ม กระทั่งนำมาซื่งการถูกปฎิเสธการเข้าเมืองในเวลาต่อมาทันที

โดยปกติแล้ว ตอนนี้พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเกาหลีใต้ได้ถูกปฎิเสธการเข้าเมืองเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าบางคนจะได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าผ่านระบบ K-ETA มาแล้วก็ตาม

ตม.เกาหลี

ปีนี้พบว่าจำนวนชาวไทยเดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้แล้วกว่า 10,000 คน และกว่า 5,000 คนถูกปฎิเสธการเข้าเมืองโดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์ลอบเข้ามาขายแรงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ตามข้อมูลสถิติของทางรัฐบาลเกาหลีเผยว่าแรงงานไทยที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยระบบ EPS มีกว่า 18,000 คน แต่ผู้ที่แอบเข้ามาทำงานโดยมิได้รับอนุญาตกว่า 140,000 คน

ตม.เกาหลี

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มุ่งเน้นในการเข้มงวดเรื่องของการเดินทางเข้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายมากขึ้นหลังเปิดให้มีฟรีวีซ่าตั้งแต่ท้ายปีที่แล้วเป็นต้นมา

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

รมว.กระทรวงยุติธรรมค้านหนัก “ไม่เห็นด้วยเปลี่ยนผีน้อย 390,000 ให้ถูกกฎหมาย”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฮันทงฮุน คัดค้านอย่างหนักถึงการเมินการปรับผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎการเข้าประเทศทุกสัญชาติในเกาหลีใต้ให้เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

ผีน้อย

ด้วยเหตุผลที่คัดค้านเช่นนั้นเป็นเพราะจำนวนของผู้อพยพเข้ามาทำงานโดยมิผ่านกระบวนการเข้าเมืองอย่างถูกต้องเหล่านี้ก่อให้เกิดความกังวลต่อความเท่าเทียมในส่วนของแรงงานที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และความกังวลในด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแรงงานหนุ่มสาวเกาหลีที่กำลังตกงานกันอยู่

ในการตอบคำถามในงานประชุมด้านการเมืองการทูตความมั่นคงและการรวมชาติที่ทางรัฐบาลได้มีการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส.ส. โชจุงฮุน มีการพยายามจะนำเสนอหลักการ “ลดโทษแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมาย 390,000 คน” ด้วยเหตุผลที่ว่า “การที่ต่างชาติที่สามารถสื่อสารภาษาเกาหลีได้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในเกาหลีได้ไม่ว่าจะชอบอาหารการกินและวัฒนธรรมแบบเกาหลี พวกเขาก็น่าจะได้โอกาสอยู่ต่อ แค่เพียงไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงต่อกฎหมายเกาหลี เช่น ยาเสพติด หรือ ก่ออาชญากรรม ก็ไม่น่าจะต้องขับออกนอกประเทศทุกคน”

ผีน้อย

รมต.ฮัน ได้ให้ความเห็นค่อนข้างซีเรียสถึง กรณีที่ ส.ส. โช พยายามจะให้เป็นนั้นมันเคยมีมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2003 แน่นอนว่าตัวเลขผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายลดลงแต่จำนวน นายหน้า ที่จ้องจะหาผลประโยชน์จากจุดเปลี่ยนนี้กลับเพิ่มขึ้น จนต่อมาในปี 2005 ได้นำมาซึ่งจำนวนผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายที่เพิ่มขึ้นกว่า 100,000 คน และนอกจากนั้นหากจะละเลยการลงโทษคนกลุ่มนี้จริงก็จะเป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมต่อผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายที่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวกว่าจะได้มา อีกทั้งพบปัญหาแรงงานต่างชาติเข้ามาแทรกแซงแรงงานหนุ่มสาวชาวเกาหลี ส่งผลกระทบแม้กระทั่งค่าแรงที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์อีกด้วย

ผีน้อย

ในขณะเดียวกัน ตาม ‘รายงานสถิติรายเดือนของนโยบายตรวจคนเข้าเมืองและนโยบายชาวต่างชาติ’ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและนโยบายต่างประเทศสังกัดกระทรวงยุติธรรม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2021 มีชาวต่างชาติประมาณ 2 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเกาหลี ในจำนวนนี้ มากกว่า 380,000 คนเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 1.26 ล้านคนในปี 2010 ตั้งแต่นั้นมา ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีการบันทึกไว้ที่ 2,049,441 คนในปี 2016

ปัจจุบันมีการลดจำนวนลงเล็กน้อยเหลือ 1,956,781คน ในส่วนของสัดส่วนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ชาวจีนมีมากที่สุดที่ 831,805 คน รองลงมาคือชาวเวียดนาม 206,518 คน และชาวไทย 176,62 คน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว