เผยขั้นตอนรับวัคซีนป้องกันโควิด

 

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนเอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) ส่งนในวันนี้เริ่มก็มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer)

ตามกำหนดการแล้วในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19 สำหรับประชาชนทั่วไป (อายุ 18 ~ 49 ปี) ดังนั้นเพจจึงขออธิบายขั้นตอนการฉีดวัคซีนที่มีการเตรียมการไว้ดังนี้

ขั้นแรกหน่วยงานกักกันจะแจ้งหากบุคคลคนนั้นจะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่และสามารถจองคิวเข้ารับวัคซีนผ่านทางอินเทอร์เน็ต (https://ncv.kdca.go.kr/) หรือจองทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 1339

ขั้นตอนหลังจากเข้ามาถึงศูนย์ฉีดวัคซีนในวันที่กำหนดจะมีดังนี้

 

[1] จัดเตรียมตารางซักประวัติเบื้องต้นหลังการวัดอุณหภูมิที่ศูนย์ฉีดวัคซีน (คุณต้องมาถึงศูนย์ฉีดวัคซีนก่อนเวลานัดหมาย 30 นาที)

วัคซีนป้องกันโควิด

การเตรียมตอบคำถามในตารางซักประวัติเบื้องต้นเช่น:

[คำถามสำคัญ]
▲ ตั้งครรภ์อยู่หรือไม่? ▲ วันนี้มีอาการป่วยหรือไม่? ▲ เคยมีประวัติติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่
▲ เคยฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 หรือไม่ ▲ เคยมีอาการแพ้หลังจากฉีดวัคซีนอื่น ๆ หรือไม่? ▲ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือไม่?

วัคซีนป้องกันโควิด

[2] หากได้การตรวจเบื้องต้นตามตารางการซักประวัติเบื้องต้นแล้ว

ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการตรวจสอบว่ามีปัญหาในการฉีดวัคซีนหรือไม่

วัคซีนป้องกันโควิด

[3] การรับวัคซีน

โดยปกติการฉีดวัคซีนจะเสร็จสิ้นภายใน 7 วินาที

วัคซีนป้องกันโควิด

[4] รับฟังข้อควรระวังหลังการฉีดวัคซีน

หลังจากฉีดวัคซีนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังหลังการฉีดวัคซีน

[5] รับใบรับรองการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1

หลังจากฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 เสร็จแล้วคุณจะได้รับการยืนยันว่าได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรกแล้ว

วัคซีนป้องกันโควิด [6] รอ 15 ถึง 30 นาทีในห้องรอสังเกตการณ์

หลังรับวัคซีนแล้วจะต้องรอในห้องสังเกตการณ์เพื่อดูปฏิกิริยาที่ผิดปกติหรือผลข้างเคียงของวัคซีน

หากคุณไม่มีอาการใด ๆ ก็สามารถกลับบ้านได้

ก่อนกลับต้องรับใบนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 (จะมีการแนะนำเป็นรายบุคคล ดังนั้นคุณต้องจำไว้วันที่ให้ได้)

[7] สิ่งที่ต้องตรวจสอบที่บ้าน

หลังการฉีดวัคซีนอาจเกิดปฏิกิริยาผิดปกติเล็กน้อยเช่น ปวด, บวม, หนาวสั่น, และมีไข้ ไม่ต้องตกใจอาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
* หากคุณมีไข้สูงมากกว่า 39 องศาหรือมีอาการแพ้โปรดไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

[ช่วงการฉีดวัคซีนครั้งที่สอง]
เอสตร้าเซเนก้า: เว้นระยะห่าง 4 ถึง 12 สัปดาห์หลังรับการฉีดวัคซีนเข็มแรก
ไฟเซอร์: เว้นระยะเวลา 21 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก
โมเดอร์น่า: เว้นระยะเวลา 28 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก
** Janssen: รับวัคซีนเพียงครั้งเดียว

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

สุดเศร้า ชาวนาเกาหลี โดนแกง

 

ในเกาหลีเมื่อฤดูการทำนาเริ่มต้นขึ้นพื้นที่ตามชนบทก็เริ่มขาดแคลนแรงงานมากขึ้น

เกษตรกรมักจ้างแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนัก (ผีน้อย) ผ่านบริษัทจัดหาแรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้รับหน้าที่จัดหางานอย่างถูกกฎหมาย หรือ เอเจนซี่ไร้ใบอนุญาต

ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งของกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักอย่างถูกกฎหมายและเอเจนซี่ไร้ใบอนุญาตนั่นคือ พวกเขามักจะแอบหลบหนีหลังเกษตรกรโดนเอเจนซี่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจัดจ้างงานเบื้องต้นก่อนที่จะเริ่มงานเสียอีก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรต่างก็เดือดร้อน และต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ

ชาวนาเกาหลี

บริษัทจัดหาแรงงานพยายามทำงานร่วมกับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักหรือเหล่าผีน้อย โดยทำทีว่าขับรถตู้มาส่งแรงงานเข้างาน แต่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่ารถตู้ขับรถหลบหนีไปทั้งๆที่นำแรงงานกลับไปด้วย

พอบริษัทจัดหาแรงงานได้รับค่าแนะนำแรงงานจากเจ้าของฟาร์มเท่านั้น พวกเขาก็แอบขับรถพาแรงงานหนีไปทันที

แต่ก่อนที่จะหลบหนีพวกเขาแอบนำอาหารที่เจ้าของฟาร์มจัดเตรียมไว้สำหรับแรงงานต่างชาติไปด้วยพร้อมทั้งแอบลบเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดบริเวณรอบๆ ฟาร์มออกไปด้วย

ปฏิกิริยาของเจ้าของฟาร์มต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสองชั่วโมงนั้นสร้างความกระวนกระวายใจและขุนเคืองยิ่งนัก

ชาวนาเกาหลี

[เกษตรกรผู้ประสบภัย]
“ค่าแนะนำแรงงานต่างชาติตั้ง 500,000 วอนแต่พวกเขากลับพากันหนีไปหลังได้เงิน อีกหลายต่อหลายฟาร์มก็โดนต้มเช่นกัน พวกเขาหลอกลวงผู้คนละแวกนี้ไปกว่า 10 ล้านวอนต่อเดือนได้”

นับตั้งแต่โควิด -19 แรงงานต่างชาติถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าเกาหลีใต้ทำให้หากำลังคนในพื้นที่ชนบทหาได้ยากขึ้น

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานออกเตือนเจ้าของฟาร์มว่าหากจ้างชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนผ่าน บริษัทจัดหาแรงงานไร้ใบอนุญาตเนื่องจากไม่มีกำลังคนเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเช่นนี้ตามมาได้

ในขณะเดียวกันตำรวจได้รับแจ้งความว่ามีกรณีความเสียหายที่คล้ายกันในคย็องบุกและกำลังตรงจสอบหาบริษัทจัดหาแรงงานไร้ใบอนุญาตนี้อยู่

ชาวนาเกาหลี

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดออกมาตรการรับมือ “ที่พักต่างชาติ 38% เป็นบ้านไวนิล”

 

ในบรรดาแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในคย็องกีโด กว่า 38% อาศัยอยู่ในอาคารที่พักชั่วคราว เช่น บ้านไวนิล (โรงเรือนพลาสติก) ในการตอบสนองจากทางการคย็องกีโดหลังการสำรวจนั้นได้มีการเริ่มดำเนินมาตรการหารือเพื่อช่วยเหลือ

คย็องกีโดประกาศหลังจากมีการทำการสำรวจสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างชาติ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2020 จนถึง 27 มกราคม 2021

เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าเยี่ยมตามบริเวณที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติและตรวจสอบสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย

ที่พักต่างชาติ

จากการสำรวจพบว่า 49% มีที่พักในพื้นที่ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย และ 56% มีที่พักที่ไม่ได้รับการรายงานว่าจะจัดทำเป็นที่พัก นอกจากนั้นจากการสำรวจ 38% (697 หลังคาเรือน) เป็นอาคารพักชั่วคราว เช่น บ้านไวนิล (โรงเรือนพลาสติก)

พบว่า 60% ของที่พักมีการติดตั้งพื้นอุ่นและบางห้องใช้เครื่องทำความร้อน เช่น แผ่นความร้อนไฟฟ้า

ห้องสุขา 25% อยู่ข้างนอก และ 11% มีห้องอาบน้ำอยู่นอกที่พัก

ที่พักต่างชาติ

ทางการคย็องกีโด ได้เริ่มจัดประชุมเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและตัดสินใจที่จะปรับปรุงระบบ รวมทั้งเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงานต่างชาติโดยจะมีการพิจารณาจากผลการประชุมที่จัดขึ้น

นอกจากนี้คย็องกีโดจะปรับปรุงที่พัก เพื่อให้เกษตรกรและแรงงานต่างชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้ และที่ปรึกษามืออาชีพกำลังพิจารณาที่จะลงพื้นที่ตามชนบทเพื่อให้คำปรึกษาต่อแรงงานต่างชาติด้วย

ที่พักต่างชาติ

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

“ไทยและมองโกเลีย” ติดเชื้อโควิดแบบกลุ่มในยอจู

 

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พบผู้ติดเชื้อโควิดแบบกลุ่มในโรงงานอุตสาหกรรมเคซีซานออบ (KC산업) โรงงานผลิตโครงสร้างคอนกรีต ในคานัมอึบ, ยอจูชี

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายเอ พนักงานในบริษัทได้รับการยืนยันการติดเชื้อ ส่งผลให้พนักงานบริษัท 143 คน รวมถึงคนงานผู้รับเหมา ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองและพบผู้ติดเชื้อแล้ว 16 คน

หนึ่งใน 16 คนเป็นชาวเกาหลี ส่วนอีก 15 คนเป็นชาวต่างชาติชาวไทยและมองโกเลีย

โควิดแบบกลุ่ม

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในยอจูเกิน 200 ราย และนับเป็นกรณีที่ 2 ของการติดเชื้อในกลุ่มคนต่างชาติรองจากกรณีครอบครัวชาวต่างชาติที่มีสัญชาติซีเรียที่เป็นซุปเปอร์สแปดเดอร์ไปเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์

เมืองยอจูได้จัดการแยกกักกันตัวผู้ติดเชื้อไว้ที่ที่พักของบริษัทในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และจะย้ายพวกเขาไปยังโรงพยาบาลหรือศูนย์บำบัดชีวิตโดยเร็วที่สุดทันทีที่มีเตียงป่วยรองรับได้

นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่าแรงงานต่างชาติที่ได้รับการยืนยันนั้นทำงานในส่วนเดียวกันของโรงงาน และยังใช้หอพักเดียวกันในบริษัทอีกด้วย อย่างไรก็ตามเมืองยอจูกำลังดำเนินการค้นหาผู้ติดต่อผู้ติดเชื้อและสำรวจทางระบาดวิทยากับผู้ติดต่อทั้งหมด

โควิดแบบกลุ่ม

จากรายงานพบ 22 ผู้ติดต่อของผู้ติดเชื้อได้สัมผัสใกล้ชิดแต่ผลตรวจออกมาเป็นลบ อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจหาเชื้อทุกๆ 4-5 วันในกลุ่มผู้ผลตรวจเป็นลบเพราะมีประวัติสัมผัสใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ของเมืองยอจูเผย
“ประชาชนที่มีประวัติเข้าไปหาบุคคลในโรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมเคซีซานออบ (KC산업)ในยังกวีรี คานัมอึบ, ยอจูชี (여주시 가남읍 양귀리) ในระหว่างวันที่ 16-25 กุมภาพันธ์นี้ ควรแวะเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่คลินิกคัดกรองตามสถานีอนามัยท้องถิ่น”

โควิดแบบกลุ่ม

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เกาหลีเตรียมออก “พาสปอร์ตวัคซีน”

 

ใบรับรองฉีดวัคซีน
‘ยังไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล’

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจออกใบรับรองการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีน COVID-19

อย่างไรก็ตามการแนะให้มีการออกใบรับรองการรับวัคซีนยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับนานาประเทศและยังไม่ได้รับการพิจารณา

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จองอึนคย็อง ผู้อำนวยการ ศูนย์ควบคุมโรคเกาหลี (KCDC) กล่าวในการบรรยายสรุป:
“เราจะจัดทำและดำเนินระบบออกใบรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโควิดเป็นภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ”

พาสปอร์ตวัคซีน

“แต่การที่เรามีใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดนั้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นมาตราการอื่นๆ หากเพียงแต่คุณมีประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อคุณก็จำเป็นที่จะต้องแยกกักตัวเช่นกัน”

อย่างไรก็ตามในระดับสากลพาสปอร์ตวัคซีนที่กล่าวถึงนั้น

“ยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ (พาสปอร์ตวัคซีน) อย่างเป็นทางการในหลักการสากล”

พาสปอร์ตวัคซีน

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เพิ่มวัคซีน COVID-19 “จาก 750,000 คนเป็น 785,000 คน”

 

เมื่อวิกฤต COVID-19 ดำเนินมานานกว่าหนึ่งปีการฉีดวัคซีนซึ่งคาดว่าจะกลายเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” กำลังจะเริ่มในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

วัคซีน AstraZeneca ซึ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นวัคซีนที่นำมาใช้เป็นตัวแรกในเกาหลีได้ถูกส่งไปยังส่วนต่างๆของประเทศตั้งแต่เวลา 17.30 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์

ตามรายงานของหน่วยงานกักกันนั้น วัคซีน AstraZeneca จะถูกจัดส่งตามลำดับไปยังสถานีอนามัยและโรงพยาบาลเนอร์ซิ่งประมาณ 1,900 แห่งทั่วประเทศ หลังจากการจัดประเภทและบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ศูนย์โลจิสติกส์ในอิชอน

วัคซีน

คาดจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 35,000 คน ซึ่งมากกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เดิมที่ 750,000 คน

รวมผู้ที่จะได้รับวัคซีนรอบแรกกว่า 785,000 คน อย่างไรก็ตามจะมีการฉีควัคซีนล็อตแรกให้กับ 173,500 คนก่อน ส่วนคนที่เหลือจะส่งถึง 3 วันหลังจากนั้น

วัคซีนถูกส่งไปยังทุกส่วนของประเทศโดยใช้ยานพาหนะและเรือเป็นหลัก

การฉีดวัคซีนเต็มรูปแบบจะเริ่มทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 9.00 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

วัคซีน

ขั้นตอนการให้วัคซีน แพทย์จะตรวจเบื้องต้นว่ามีผู้ป่วย “แอนาฟิแล็กซิส”หรือไม่ และงดฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยอาการดังกล่าว และผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงและอาการต่างๆ เช่น มีไข้มากกว่า 37.5 องศา, ไอหรือเจ็บคอ

หลังจากได้รับวัคซีนผู้ฉีดวัคซีนควรรอ 15 ถึง 30 นาทีหลังจากได้รับวัคซีน เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาผิดปกติหรือไม่

โดยทั่วไปวัคซีนที่เปิดใช้งานแล้วนั้นจะต้องใช้ให้หมดในเดียวกันและจำนวนที่เหลือจะถูกกำจัดทิ้งใช้อีกไม่ได้

ผู้ที่จะได้รับวัคซีนคนแรกจะเป็นผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลเนอร์สซิ่งหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นไปตามแผนเดิม

วัคซีน วัคซีนไฟเซอร์ซึ่งจัดหาผ่านโครงการ COVAX จะออกจากสนามบินเนเธอร์แลนด์และถึงสนามบินนานาชาติอินชอนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เช่นกัน

วัคซีนไฟเซอร์ที่จะมาถึงนั้นจะฉีดให้กับ 58,500 คน ก่อน

และการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก็จะเริ่มในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมอบให้กับกลุ่มบุคคลกรทางการแพทย์ 55,000 คน ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด -19 โดยตรง

เริ่มแล้ว! ตรวจคัดกรองเข้ม ไม่จับกลับประเทศ!

 

เจ้าหน้าที่กักกันเผยว่าพวกเขาจะไม่นำข้อมูลที่ได้รับจากการเข้าตรวจหาโควิด-19 มาใช้เพื่อปราบปรามผู้ที่ลักลอบพำนักอย่างไม่ถูกต้อง และขอร้องให้มีการออกมาตรวจหาเชื้ออย่างจริงจังหากมีอาการที่น่าสงสัย

นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลด้านการจัดตั้งศูนย์ตรวจคัดกรองชั่วคราวในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติกระจุกตัวตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์

[ตำแหน่งการจัดตั้ง]
3 แห่งในโซล, 6 แห่งในอินชอน, 3 แห่งในคย็องกีโด, 2 แห่งในชุงนัมโด

ตรวจคัดกรอง

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้มีการตรวจหาโควิด-19 หลังจากมีคนงานต่างชาติหลายคนติดเชื้อ COVID-19 โดยรวมตอนนี้มีผู้ที่ได้รับการยืนยัน กว่า 162 คนจากโรงงานพลาสติกในเมืองนัมยางจู จังหวัดคย็องกีโด

การตรวจสอบนั้นไม่ได้มีการระบุชื่อผู้เข้ารับการตรวจเพราะหลายคนเป็นผู้ลักลอบพำนักอย่างไม่ถูกต้อง และก็ไม่เต็มใจที่จะให้ข้อมูลของตนต่อเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่กักกันกล่าว
“ขณะนี้ศูนย์ตรวจคัดกรองชั่วคราวได้ดำเนินการโดยต้องบังคับให้ลงชื่อตามจริง แต่ตอนนี้ได้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองโดยไม่ระบุชื่อ เพื่อเป็นทางเลือกให้ชาวต่างชาติที่ลักลอบพำนักอาศัยในเกาหลี”

“เราวางแผนที่จะหารือเกี่ยวกับแผนการตรวจคัดกรองโดยละเอียดกับกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) และกระทรวงยุติธรรม (법무부)”

ตรวจคัดกรอง

เจ้าหน้าที่กักกันอธิบายว่าการตรวจคัดกรองตามสถานที่ที่ชาวต่างชาติลักลอบพำนักอยู่นั้นเป็นเพียงการสอบสวนทางระบาดวิทยา และไม่ใช่เพื่อการปราบปรามแต่อย่างใด

ซอน ย็องแร (Son Young-rae) เจ้าหน้าที่กักกันกล่าว
“มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจคัดกรองโดยไม่คำนึงถึงสถานะการพำนัก เพราะข้อมูลที่ใช้ในการตรวจคัดกรองจะไม่สามารถนำมาใช้เพื่อมาตรการต่างๆ เช่นการปราบปราม, การบังคับให้ส่งตัวกลับประเทศ, หรือแม้แต่ลงโทษทางกฎหมาย”

“เรายังชี้แนะให้เจ้าของธุรกิจ หรือเหล่านายจ้างป้องกันไม่ให้เกิดความกังวลใจที่จะต้องให้ลูกจ้างต่างชาติมาตรวจคัดกรอง”

ตรวจคัดกรอง

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) จะเร่งตรวจสอบโรงงานสายการผลิตต่างๆ กว่า 500 แห่งและสถานที่ก่อสร้างกว่า 500 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคมนี้

ย่านนิคมอุตสาหกรรมชีฮวา (ชีฮึง,อันซาน), ย่านนิคมอุตสาหกรรมคอมดัน (อินชอน), ย่านนิคมอุตสาหกรรมฮักวอน (คิมโป) และ ย่านนิคมอุตสาหกรรมชอนัน (ชอนัน) จะถูกตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งจะดำเนินการศูนย์ไลฟ์แคร์สำหรับชาวต่างชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการรับตัวเข้ารักษาล่าช้า เนื่องจากอุปสรรคปัญหาด้านการสื่อสารและการแปล

ย้ำอีกครั้งตรวจโควิดเชิงรุก “ไม่ส่งผลต่อการอาศัยของผีน้อย!”

 

จากการระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ทำงานในโรงงานพลาสติกในนัมยางจู พบว่าแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่เป็นแรงงานผีน้อย

นายกรัฐมนตรีช็อง เซ-กยุน ให้ข้อมูลว่า
“แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ที่ทำงานในโรงงานที่เกิดการติดเชื้อจำนวนมากนั้นเป็นแรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักอย่างถูกกฎหมาย”

“เป็นเรื่องน่าเจ็บปวดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน) ไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์นี้ได้อย่างถูกต้อง”

“สองสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้ขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่อย่างใกล้ชิดตามบริเวณที่มีแรงงานต่างชาติอยู่ และดำเนินการตรวจสอบหาเชื้อเชิงรุกล่วงหน้า และกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการจัดการกักกันหลายอย่าง แต่เป็นที่น่าสงสัยว่ามีการนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามสถานที่นั้นๆ หรือไม่”

“การดำเนินการอย่างเข้มงวดมีความสำคัญมากกว่ามาตรการที่เป็นไปได้เชียวหรือ?”

ตรวจโควิดเชิงรุก

ด้วยเหตุนี้หน่วยงานกักกันจะดำเนินการตรวจสอบกฎการกักกันตามสถานที่ทำงานและไซต์ก่อสร้างกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมจะประชาสัมพันธ์เป็นภาษาไทยและภาษาจีนต่อไปเพื่อป้องกันและสร้างความเข้าใจไม่ให้ชาวต่างชาติผีน้อยหลีกเลี่ยงการตรวจวินิจฉัยโรคโควิด -19

เจ้าหน้าที่กักกันยังย้ำว่าพวกเขาจะไม่ควบคุมและส่งผีน้อยกลับประเทศหลังได้รับการตรวจหาโควิด -19

พัค บอม-คเย (박범계) รมว. กระทรวงยุติธรรมคนใหม่ลงพื้นที่ลั่นวาจา
“เราขอแจ้งต่อแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่ในเขตพื้นที่ระบาดนัมยางจูทุกท่าน เราขอสัญญาว่าจะไม่มีการควบคุมใดๆต่อผู้อพยพทุกท่าน ขอให้ความร่วมมือในการตรวจหาเชื้อเชิงรุกครั้งนี้ด้วยกัน”

ตรวจโควิดเชิงรุก

ทางด้านรัฐบาลท้องถิ่นยังเคลื่อนไหวด้านการตรวจหาเชื้อเชิงรุกเป็นรายบุคคลต่อแรงงานต่างชาติล่วงหน้าและมีการตรวจสอบที่พักชาวต่างชาติไปด้วย

เมืองโกยางจะกำหนดให้คนงานต่างชาติเข้าตรวจสอบโควิด -19 ภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้

ส่วนรัฐบาลกรุงโซลเองก็ได้ตัดสินใจดำเนินการตรวจสอบการกักกันตามที่พักของแรงงานต่างชาติด้วยอีกแรง

ตรวจโควิดเชิงรุก

 

ต่างชาติติดเชื้อวงกว้าง “คาดหอพักเป็นเหตุ”

 

กว่า 52 รายที่เกิดกรณีการระบาดของโควิด-19 เป็นวงกว้างในประเทศมาตั้งแต่เดือนมกราคม และ 63% นั้นก็เกิดขึ้นในเขตกรุงโซล

เจ้าหน้าที่กักกันอ้างถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ใกล้ชิดและปิดล้อมมีการสื่อสารเสียงดังในที่ทำงานหรือพฤติกรรมการสวมหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ รวมไปถึงการใช้ชีวิตตามหอพักแรงงานต่างชาติเองก็เป็นเหตุผลให้เกิดการระบาดวงกว้างครั้งนี้

ควอน จุน-วุก ผู้อำนวยการหน่วยงานกักกันโรคกล่าว
“มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 52 รายตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 รวมตามสถานพยาบาลแล้วพบว่ามีผู้ป่วยได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้ว 1,362 ราย

ติดเชื้อวงกว้าง

ส่วนใหญ่ในเขตมหานครโซลพบ 33 ราย (63%) คิดโดยเฉลี่ย 26.1 ผู้ป่วยเกิดขึ้นภายใน 10.8 วัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการติดเชื้อกระจายขนาดใหญ่ที่โรงงานพลาสติกในนัมยางจู, คย็องกีโด และที่โรงงานหม้อไอน้ำในอาซาน, ชุงชองนัมโด

พบผู้ได้รับการยืนยันทั้งหมด 130 คนในโรงงานพลาสติกของนัมยางจูและมีคนไทย 6 คนรวมอยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ

นอกจากนั้นมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 149 คนที่โรงงานผลิตหม้อไอน้ำในอาซานจังหวัดชุงชองนัมโดด้วย

ติดเชื้อวงกว้าง

ควอน จุน-วุก ผู้อำนวยการหน่วยกักกันกล่าว
“เราจะส่งเสริมการสร้างระบบการจัดการชีวิตร่วมกันตามหอพักและเสริมสร้างระบบกักกันโรคให้รัดกุมขึ้น”

รัฐบาลกรุงโซลได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการตรวจสอบหอพักหรือที่พักสำหรับแรงงานต่างชาติกว่า 215 หอพักเข้มข้นเป็นพิเศษ

ติดเชื้อวงกว้าง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ผีน้อยพุ่งเกือบ 20% ของต่างชาติทั่วเกาหลี

 

อัตราผู้พำนักอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฏหมาย (ผีน้อย) พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์เกือบ 20% ของต่างชาติในเกาหลี

ตามที่มีการรายงานจากสนง.ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี เผยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. มีการรายงานผลการสำรวจสถานะชาวต่างชาติในเกาหลีใต้เทียบกับปี 2019 พบว่ามีผู้อาศัยในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย 15.5% ของต่างชาติทั้งหมดในประเทศ และปี 2020 ยอดพุ่งขึ้นมาที่ 19.3% ซึ่งเพิ่มมา 3.8% ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผีน้อย

2016 มีต่างชาติพำนักอย่างผิดกฎหมาย 10.2% ของต่างชาติทั้งหมดในเกาหลี และยอดก็เพิ่มขึ้นทุกฟปี ในปี 2017 เพิ่มเป็น 11.5% , ปี 2018 เพิ่มเป็น 15% ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ

เมื่อปี 2020 มีแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายทั้งสิ้น 392,196 คน เทียบกับปี 2019 ที่มีผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 390,281 คน เมื่อปี 2016 เคยมีผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายเพียงแค่ 208,000 คน แต่เพียงไม่กี่ปีผ่านไปยอดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

71.8% ของผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายเป็นผู้ที่มีมาท่องเที่ยวแบบฟรีวีซ่า ซึ่งปัจจุบันยอดลดลง 3.9%

ผีน้อย

แต่ตอนนี้กลับมีปัญหาของผู้มีวีซ่าผันตัวเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 13.4% และยอดผู้มีวีซ่าแล้วโดดวีซ่านั้นมีจำนวน 100,000 กว่าคนซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนมากแล้วแรงงาน E9 ผันตัวเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายจำนวน 7,875 คน เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 7 เท่า

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกล่าว
“ผู้พำนักเกินระยะเวลากำหนดเพิ่มขึ้นเพราะแรงงานหมดสัญญาว่าจ้างไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะสถานการณ์โควิด ทางการควรจะมีการเพิ่มระยะเวลาวีซ่าให้กับผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการลดปัญหาการเพิ่มขึ้นของผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในเกาหลี”

ผีน้อย

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว