เกาหลีค่าจ้างขั้นต่ำโต 9.2% อันดับ 1 ในเอเชีย

อัตราค่าจ้างในเกาหลีใต้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2016 – 2020) มีอัตราค่าจ้างเฉลี่ยสูงขึ้นมากที่สุดในบรรดาประเทศต่างในเอเชีย

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. สภาอุตสาหกรรมเกาหลีได้เผยถึงการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงค่าจ้างขั้นต่ำใน 18 ประเทศในเอเชียโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2011 จากการจัดทำสถิติของ ILO พบว่าอัตราการเติบโตของค่าจ้างขั้นต่ำประจำปีของเกาหลีสูงที่สุดที่ 9.2%

จากรายงานได้ระบุถึงอัตไว้ดังต่อไปนี้ เกาหลี 9.2%, อินโดนีเซีย 8.9%, กัมพูชา 7.9%, เมียนมาร์ 7.5%, เวียดนาม 6.0%, ปากีสถาน 5.7%, นิวซีแลนด์ 5.3%, ลาว 5.1%, มาเลเซีย 4.7%, ไต้หวัน 4.4%, ฮ่องกง 3.6%, จีน 3.2%, ออสเตรเลีย 2.9%, ญี่ปุ่น 2.9%, อินเดีย 2.4%, ฟิลิปปินส์ 2.3%, ไทย 1.3%, ศรีลังกา 0%

ค่าจ้างขั้นต่ำ

ข้อมูลที่เปิดเผยข้างต้นนั้นพบว่า ไทย, ศรีลังกา, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และญี่ปุ่น ได้เห็นว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำสุด

ว่าด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้นจำต้องมีการพิจารณาจากผลกระทบต่อไปนี้ อาทิเช่น เงินเฟ้อ, การสูญเสียอาชีพการงาน, และการส่งออก ตั้งแต่ปี 2010 ถึงปี 2019 อัตราเงินเฟ้อในเอเชียมีการให้ข้อมูลดังนี้ เงินเฟ้อในเวียดนามอยู่ที่ 6.2%, 4.5% ในลาว, 4.2% ในกัมพูชา, 3.5% ในไทย, และ 3.3% ในเกาหลี

เกาหลีได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เป็นเรื่องง่ายที่จะคิดว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อนั้นจึงสวนกระแสต่อการสูญเสียอาชีพการงานและการส่งออก อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลเกาหลีใต้คือการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ

ค่าจ้างขั้นต่ำ

 

[ผลจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ]

1. ปรับปรุงความไม่เท่าเทียมกันของค่าจ้าง

ในความเป็นจริงเกาหลีขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างรวดเร็วซึ่งนำไปสู่การขึ้นค่าจ้างสำหรับคนงานทุกคน ทำให้ค่าจ้างผู้ที่ได้รับค่าจ้างต่ำนั้นสูงขึ้นไปด้วย ตามที่กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ‘고용형태별근로실태조사 (2018 년)’ ระบุว่าอัตราการเติบโตของเงินเดือนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 12.3% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแรงงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำได้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 19.8% ดังนั้นความไม่เท่าเทียมกันในด้านค่าจ้างจึงดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2. การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทำให้มีการเลิกจ้างงานเพิ่มขึ้นหรือไม่? บอกเลยว่าไม่จริง

ในปี 2558 OECD ประกาศว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียงานแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนีและสหรัฐอเมริกาที่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างรวดเร็วมีผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นและอัตราการว่างงานก็ลดลง

ค่าจ้างขั้นต่ำ

3. เพิ่มการบริโภคเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

หากค่าจ้างขั้นต่ำสูงขึ้นการบริโภคของคนงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำก็จะเพิ่มขึ้นและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภคที่เพิ่มขึ้นช่วยส่งเสริมการเติบโตของยอดขาย และการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

4. การส่งออกลดลงเนื่องจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ? และนักท่องเที่ยวน้อยลงจริงหรือ?

เข้าใจว่าส่วนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการส่งออกที่ลดลงและนักเดินทางลดลง แต่อย่างไรก็ตามหากต้องการเพิ่มการส่งออกให้มากขึ้นนั้นใช่ว่าจะต้องกดค่าแรงให้ต่ำลง นี่ไม่ใช่สังคมที่ดีต่อสุขภาพ

ในทางกลับกันนั้นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำจริงๆ แล้วก็มีผลในการปรับปรุงผลิตภาพแรงงาน การเพิ่มผลิตภาพแรงงานยังส่งผลดีต่อการส่งออก นอกจากนี้เนื่องจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทำให้นักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้เดินทางที่ลดลง ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำคือ คนงานสามารถออกแบบชีวิตที่มั่นคง อาทิ การลงทุนในตัวเองหรือลูก ๆ เพิ่มขึ้นอีก และมีความหวังในอนาคตมากขึ้น

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว1, แหล่งข่าว2

 

ไวรัสกลายพันธุ์จากอังกฤษ แพร่ระบาดในอุลซาน

 

เมืองอุลซานซึ่งมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจำนวนมากที่สุดในบรรดาจังหวัดนอกเขตเมืองหลวงกำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับไวรัสที่กลายพันธุ์ COVID-19

ปัญหาคือการติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักรนั้นมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้มากกว่าหลายเท่า

มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันกว่า 1,100 รายตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตอนนี้โดย 340 รายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักร

ไวรัสกลายพันธุ์

นี่ไม่ใช่การแพร่เชื้อจำนวนมากที่เกิดขึ้นในโรงเรียน, สถานที่ทางศาสนา, ร้านค้าลดราคาขนาดใหญ่และสถานบันเทิงที่ใดที่หนึ่งเพียงเท่านั้น แต่มันเป็นการติดเชื้อจากหลาย ๆ แห่ง

หน่วยงานกักกันโรคกำลังส่งผู้ตรวจสอบทางระบาดวิทยาเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์นี้

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมเป็นต้นมาเมืองอุลซานได้เพิ่มห้องปฏิบัติการคัดกรองชั่วคราวขึ้น 10 ห้องและยังขอให้บริษัทต่างๆทำการตรวจคัดกรองด้วยตนเองด้วย

อย่างไรก็ตามในปูซานมีผู้ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อหลังจากสัมผัสกับผู้ติดเชื้อในอุลซานและทางการกำลังตรวจสอบว่าเป็นเชื้อไวรัสแบบกลายพันธุ์หรือไม่

ไวรัสกลายพันธุ์

เจ้าหน้าที่กักกันพยายามที่จะหยุดการแพร่กระจายไวรัสกลายพันธุ์ไปยังปูซาน, คยองซังบุกโด และคยองซังนัมโด

อย่างไรก็ตามได้มีการเร่งการเริ่มการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนผู้มีอายุ 60 ถึง 74 ปี

โดยได้เริ่มมาแล้วตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคมสำหรับผู้ที่มีอายุ 70–74, ส่วนผู้ที่มีอายุ 65-69 ปีจะเริ่มฉีดในวันที่ 10 พฤษภาคมและในวันที่ 13 พฤษภาคมจะฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 60–64 ปี

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2), แหล่งข่าว(3)

เสียงตัดพ้อแรงงานต่างชาติ “อยากเห็นหน้าครอบครัวตัวเป็นๆ”

 

แรงงานชาวเนปาลผู้เรียนภาษาเกาหลีที่ศูนย์ความหวังแรงงานต่างชาติเผยว่า “บริษัทได้เสนอค่าทำงานล่วงเวลาและค่าอาหารให้เพิ่มด้วย” ก่อนจะกล่าวเสริม “ผมก็รู้สึกพอใจอยู่นะ” แรงงานเนปาลรายนี้เขาอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างน่ารื่นรมย์ที่ทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 1 ห้องต่อ 1 คนในหอพักแห่งหนึ่ง

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ดูเศร้าเมื่อเอ่ยถึงว่าตนไม่ได้เห็นลูกสาววัยน้อยกว่า 1 ขวบมา 4 ปี 10 เดือนแล้ว

เขาสามารถไปพักร้อนที่เนปาลได้ แต่นายจ้างของเขาคัดค้านการไปเนปาลโดยพูดว่า “คุณมาที่นี่เพื่อมาหาเงินนะ เพราะฉะนั้นจะกลับเนปาลไม่ได้”

แรงงานต่างชาติ

เขาเป็นพนักงานที่กลับเข้ามาทำงานใหม่ หรือ Re-Entry และต้องการทำงานในบริษัทเดิมต่อไปอีก 4 ปี 10 เดือน บางทีอีก 4 ปี 10 เดือนลูกสาวเขาคงโตเป็นสาวแล้ว เขาต้องสละชีวิต 10 ปีเพื่อเงินและครอบครัว

 

แล้วคุณจำต้องทนกับความไม่สะดวกและความไม่ยุติธรรมทั้งหมดนี้เพียงเพราะคุณมาเกาหลีเพื่อหาเงินเท่านั้นหรือ?

 

ปัจจุบันมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในเกาหลีกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเป็นแรงงาน 500,000 คน นอกจากนี้หากรวมชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักในเกาหลีก็ดูจะมีแรงงานต่างชาติอาศัยอยู่มากขึ้น

เกาหลีเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติตามมาตรฐาน OECD อยู่แล้ว แต่ระดับสวัสดิการสำหรับผู้ย้ายถิ่นยังคงล่าสมัยอยู่

แรงงานต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) ที่เริ่มจากมาจากหลักการของผู้ที่มีคุณสมบัติการพำนักในระยะสั้น ดังนั้นจึงมีการระบุให้ไม่สามารถอยู่ในเกาหลีเป็นเวลานานได้ อย่างไรก็ตามตามคำร้องขอของบริษัทต่างๆนั้นก็ส่งผลให้มีการจัดตั้งระบบแรงงานซื่อสัตย์ที่สามารถกลับเข้ามาใหม่และสามารถทำงานต่อได้นานถึง 9 ปี 8 เดือน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นเวลาเกือบ 10 ปี แต่พวกเขาก็ไม่มีอำนาจในการเชิญครอบครัวให้มาอยู่กับพวกเขาได้ ท้ายที่สุดในเกาหลีก็เพียงอนุญาตให้ใช้แรงงานได้ แต่ไม่สามารถตั้งถิ่นฐานได้

แรงงานจากระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) อาจจะมีความสามารถในการทำงานมากขึ้นหากพวกเขาสามารถมาทำงานที่นี่และใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหลังเลิกงานได้

หากชาวต่างชาติเดินทางเข้าเกาหลีพร้อมครอบครัวและตั้งถิ่นฐานผ่านระบบอนุญาตการจ้างงานมากขึ้นสถานะของแรงงานต่างชาติในเกาหลีอาจเพิ่มขึ้นได้ในขณะนี้

แรงงานต่างชาติอย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบอนุญาตการจ้างงานมีศูนย์กลางอยู่ที่นายจ้างและบริษัท จึงเป็นเรื่องยากที่ระบบจะเปลี่ยนเป็นระบบที่มีแรงงานเป็นศูนย์กลาง

หากแรงงานต่างชาติหรือกลุ่มพลเมืองป่าวประกาศออกไปสื่อก็จะยังคงช่วยถ่ายทอดเรื่องนี้ต่อให้กับชาวเกาหลีทั่วไป เพื่อให้รัฐบาลเกาหลีสามารถขับเคลื่อนด้วยการปรับปรุงระบบได้เช่นกัน

กระนั้นก็ยังมีแรงงานต่างชาติบางคนเป็นตัวแทนของตำแหน่งนายจ้างคอยกล่าวว่า “เรามาเกาหลีก็เพื่อหาเงิน ดังนั้นเราก็ควรจะต้องทนกับความลำบากและความไม่มีเหตุผล”

แรงงานจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าตำแหน่งนี้เป็นภาพลวงตาที่นายจ้างทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง

 

“ตอนนี้เราแค่อยากจะเจอหน้าครอบครัวแบบตัวเป็นๆ มากกว่าการมองผ่านจอโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว”

เกาหลีเชื่อมั่น สร้างภูมิคุ้มกัน ทั่วประเทศ พ.ย. นี้แน่

มีการคาดการณ์จากหน่วยงานกักกันโรคว่า การกระจายของโควิด-19 จะไม่มากนักและก่อนพฤศจิกายนนี้คาดว่าการควบคุมโรคจะบรรลุตามเป้าหมายการ “สร้างภูมิคุ้มกันทั่วประเทศ”

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ควอนจุนวุค บรรยายในศูนย์ประชุมสถานการณ์โควิด “ดัชนีการแพร่เชิ้อโควิด-19 ในเกาหลีใต้นั้นต่ำกว่า 1.0 ในกรณีที่มีการแพร่เชื้อต่ำเช่นนี้จะสามารถเห็นผลของวัคซีนได้เร็วขึ้น แม้ภูมิคุ้มกันของกลุ่มจะต่ำก็ตาม”

สร้างภูมิคุ้มกัน

ดัชนีการแพร่ของเชื้อคือตัวบ่งชี้บุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อคนหนึ่งจะนำเชิ้อไปติดกับบุคคลอื่น ซึ่งหมายความว่าจำนวนผู้ที่ได้รับการยืนยันการติดเชิ้อจะลดลงหากดัชนีมีค่าน้อยกว่า 1 ในทางกลับกันจำนวนผู้ที่ได้รับการยืนยันจะเพิ่มขึ้นหากดัชนีมีมากกว่า 1

“เราสามารถทำได้ตามเป้าหมายของเราภายในเดือนพฤศจิกายนนี้แน่นอน และผลการป้องกันจะส่งผลให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชุมชนก่อนพฤศจิกายนนี้”

สร้างภูมิคุ้มกัน

ควอนจุนวุคเผยถึง 3 สิ่งที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันโดยรวมทั้งประเทศได้เร็วขึ้นคือ ▲การมีส่วนร่วมในการเว้นระยะห่างทางสังคม▲อัตราการฉีดวัคซีนและประสิทธิภาพวัคซีนสูง▲การสื่อสารที่กระตือรือร้นและความโปร่งใสของรัฐบาลและประชาชนในกระบวนการฉีดวัคซีน

ควอนจุนวุค ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคอธิบายว่า สภาวะของภูมิคุ้มกันโดยรวมนั้นหากมีประชากร 1 ใน 3 (1/3) ได้รับภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีน และหากดัชนีการแพร่เชื้อต่ำกว่า 1.5 ก็จะสามารถป้องกันโควิด -19ได้สำเร็จ

มองในความเป็นจริงแล้วหากไม่มีหน้ากากอนามัยแลัไม่ความการเว้นระยะห่างทางสังคมดัชนีการแพร่ระบาดของโควิดจะอยู่ที่ 2.2 ~ 3.3 หากดัชนีการแพร่อยู่ที่ 2.8 ประชากรก็ควรจะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ 63%~64% ของประชากรทั้งหมด

สร้างภูมิคุ้มกัน

“เนื่องจากเกาหลีมีดัชนีการแพร่กระจายอยู่ที่ประมาณ 1 เพราะผู้คนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม หากดัชนีการแพร่ของเชื้อเท่ากับ 1.5 ล่ะก็ ประชากร 1 ใน 3 (1/3) จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันก่อน ซึ่งจะสามารถลดการระบาดของ COVID-19 ได้”

“มีความเป็นไปได้สูงที่การระบาดจะยังแพร่กระจายเป็นระยะไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เราจะตอบสนองเช่นเดียวกับทั่วโลกที่เคยมีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่อยู่ทุกปี”

“เมื่อพิจารณาถึงไวรัสที่กลายพันธุ์แล้วที่เกาหลีก็ควรจะต้องประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแพลตฟอร์ม mRNA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้กับโรคเรื้อรังอื่น ๆ และต้องได้รับการรักษาความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเกาหลียังตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกในวัคซีน mRNA ในปีนี้ให้ได้”

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

แรงงานต่างชาติ ทรงค่าในเกาหลี

ปัจจุบันนี้แรงงานต่างชาติถือเป็นกลุ่มคนที่กระจายตัวอยู่ตามเมืองเล็กๆ และพื้นที่ชนบทในเกาหลีเป็นอย่างมาก

ตามข้อมูลสถิติจากเมืองอึมซ็อง (음성군) มีการเปิดเผยว่ามีประชากรภายในเมืองอยู่ราวๆ 100,791 คน โดยแบ่งเป็นชาวเกาหลี 92,407 คนและชาวต่างชาติ 8,384 คน ซึ่งจำนวนชาวต่างชาติในเมืองนี้คิดเป็น 9.07% ของประชากรในเมือง อย่างไรก็ตามยอดที่ปรากฎนั้นไม่ได้รวมชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักเข้าไปด้วย

นอกจากนี้ตามประกาศของกระทรวงการบริหารราชการและความปลอดภัย (행정안전부) มีการให้ข้อมูลสถิติประชากรเมื่อปีที่แล้วของเมืองอันซาน (안산시) ว่ามีชาวต่างชาติพำนักอยู่ 92,787 คน, เมืองซูวอน (수원시) 67,037 คน, และเมืองฮวาซอง (화성시) มี 65,040 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านอุตสาหกรรมจะพบว่ามีประชากรต่างชาติอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นตามเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง

หากไม่มีแรงงานต่างชาติโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ก็อาจได้รับผลกระทบและสูญยอดขายไปไม่น้อยเช่นกัน แม้แต่พ่อค้าแม่ขายต่างก็กำลังหาเลี้ยงชีพจากชาวต่างชาติในพื้นที่ท้องถิ่น

นายเอ เจ้าของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในอึมซ็องเผยว่า “โรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่พยายามดึงดูดแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในโรงงาน เพราะรู้ดีว่าหนุ่มสาวเกาหลีหลังเรียนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยก็มักจะหลีกเลี่ยงการทำงานตามโรงงาน แรงงานต่างชาติกลายเป็นกลุ่มคนที่มีคุณค่าต่อเกาหลีใต้อย่างมาก”

ทางด้านต่างชาติที่ตั้งรกรากถิ่นฐานในเกาหลีใต้ก็สรรหาบริการที่นำมาให้ผู้ที่มาจากชาติเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหาร, มาร์ท, ขายของออนไลน์, และผับ

แม้กระนั้นตามสื่อออนไลน์และชุมชนในเกาหลีกลับไม่มีใครกล่าวถึงการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศจากต่างชาติ มีเพียงการกล่าวถึงข้อกังวลที่ไม่ได้รับการพิสูจน์เกี่ยวกับต่างชาติเท่านั้น

และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการให้วีซ่าแก่เด็กต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนัก แต่หนุ่มสาวชาวเกาหลีบางคนกลับมองว่าเด็กที่มาจากครอบครัวหลากวัฒนธรรมนั้นเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตนเอง

หากคุณเช็คความเห็นส่วนใหญ่ของชาวเกาหลีจะเป็นเชิงตำหนิการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน, มีการวิจารณ์นโยบายด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม, ความวิตกกังวลว่าเด็กที่มาจากครอบครัวหลากวัฒนธรรมจะกลายมาเป็นคู่แข่ง และ การวิจารณ์หญิงเกาหลีที่หลีกเลี่ยงการแต่งงานและการมีบุตร

และเมื่อเร็วๆ นี้ปัญหาได้เกิดขึ้นจากกลุ่มชุมชนหนุ่มสาวเกาหลีที่ส่งผลมายังสังคมเกาหลีเลือกที่จะยืนฝั่งขวา แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่ฝั่งขวาของอเมริกาและญี่ปุ่นมาในรูปแบบของ “ผลประโยชน์ประชาชนสัญชาติตนต้องมาก่อน” แต่สำหรับเกาหลีนั้นฝั่งขวาจะแตกต่างออกไป

ฝั่งขวาในเกาหลีนั้นหมายถึง กลุ่มที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ชนกลุ่มน้อยด้วยสภาพทางเพศ, ฐานะในสังคม, ผู้พิการด้อยโอกาสในสังคม พวกเขาไม่มีความศรัทธาในชุมชนสวัสดิการ บางคนถึงกลับบอกว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและคนรวยมีฐานะเท่านั้นที่จะมุ่งไปฝั่งขวา

ชาวต่างชาติในเกาหลีอาจไม่เข้าใจสถานการณ์การเมืองของเกาหลีมากนัก อาจมีบางส่วนทำให้ความเข้าใจบิดเบือนไปบ้างเมื่อพบว่าชาวเกาหลีโจมตีต่างชาติผ่านสังคมออนไลน์เป็นหลัก จนมองข้ามไปว่าสังคมออฟไลน์นั้นก็มีจุดที่ไม่เหมือนออนไลน์เสมอไป

อย่างไรก็ตามหากคุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมเกาหลีมาก่อนอย่างลึกซึ้ง คุณจะสามารถเข้าใจมันได้มากขึ้น ดูจากภายนอกเกาหลีดูสบาย ๆ แต่ข้างในมีบาดแผลอยู่มาก

ต่างชาติในคังนึงเฝ้าระวัง โควิด ด่วน

จากการรายงานพบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขี้นในคังนึง, คังวอนโด แต่การตรวจสอบทางระบาดวิทยานั้นค่อนข้างลำบาก

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2564 มีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นชาวต่างชาติ 43 รายในคังนึง ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยสะสมในคังนึงพุ่งไปที่ 743 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าผู้ป่วย 41 รายในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่นั้นติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และอีก 2 รายก็มีอาการร่วมเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ

โควิดระบาด เกาหลี คังนีง

ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นเข้ามายังคังนึง,คังวอนโด เพื่อทำงานตามไซต์ก่อสร้างและบ้างก็ทำงานในสวนกะหล่ำปลี จากข้อมูลพบว่ามีแรงงานต่างชาติในคังนึงกว่า 2,000 คน

ในเวลานี้เมืองคังนึงได้วางแผนปูทางตรวจโควิดเชิงรุกในกลุ่มชาวต่างชาติ 1,000 คน แต่ก็พบอุปสรรคเนื่องจากมีแรงงานที่ไม่มีวีซ่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทำให้ยากต่อการเข้าถึง อีกทั้งมีความกังวลว่าพวกเขาจะแตกตื่นจากการตรวจโควิดเชิงรุกจนมีการแอบหนีออกจากพื้นที่ไปยังภูมิภาคอื่นๆ

โควิดระบาด เกาหลี คังนีง

เมืองคังนึงประกาศลั่น “เราไม่สนว่าคุณจะอาศัยอยู่แบบมีวีซ่าหรือไม่ ขอให้ทุกท่านเข้ารับการตรวจหาโควิดตามคลินิกตรวจคัดกรองใกล้บ้านด่วน”

หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่วางแผนที่จะหยุดการกระจายของเชื้อโควิดไม่ให้เกิน 100 รายในกลุ่มแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตามทางการได้ออกมายอมรับถึงปัญหาการขาดแคลนล่ามที่เข้ามาช่วยในการสื่อสารกับแรงงานต่างชาติอยู่ การทำงานจึงค่อนข้างจะไม่ราบรื่นนัก

โควิดระบาด เกาหลี คังนีง

ทางการท้องถิ่นได้ประกาศยกระดับการเว้นระยะห่างทางสังคมในเมืองคังนึงขึ้นเป็นระดับ 2 ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันของวันนี้เป็นต้นมา และร้านอาหารและสถานบริการต้องปิดทำการเวลา 21:00 น. จนกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

ปธน.มุนแจอินลั่น “กลางปีรับวัคซีนมากถึง 13 ล้านคน”

 

วันที่ 3 พฤษภาคม ปธน.มุนแจอินกล่าว
“เราได้รับรายงานว่า หากปริมาณการเดินหน้าฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนที่ทำในตอนนี้ เป้าหมายการรับวัคซีนในครึ่งปีแรกจากเดิม 12 ล้านคนจะกลายเป็น 13 ล้านคนอย่างแน่แท้”

วัคซีน

“เราได้มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเป็น 2 เท่าของประชากรเกาหลีแล้วเรียกว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะฉีดวัคซีน 3 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนเมษายนหรือมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และการฉีดวัคซีนก็กำลังถูกเร่งให้เร็วขึ้น”

“เราอยากให้ทุกท่านพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายในการบรรลุภูมิคุ้มกันโดยรวมทั่วประเทศภายในเดือนพฤศจิกายนนี้”

“เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนรู้สึกกังวล เราหวังว่าการแจ้งข้อมูลวัคซีนอย่างโปร่งใสนั้นจะเสริมสร้างการแพร่กระจายข้อมูลที่เป็นเท็จในหลายๆสื่อ”

“ในเดือนพฤษภาคมนี้วัคซีนไฟเซอร์จะได้รับการจัดหาอย่างคงที่และวัคซีนเอสตร้าเซเนกาก็จะมีการได้รับวัคซีนมากกว่าที่วางแผนกันเอาไว้”

วัคซีน

“จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันทุกวันนี้ยอดอยู่ราวๆ 600 ถึง 700 รายทุกวัน และเรามีการควบคุมที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่เราก็ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอยู่”

“เรากำลังควบคุมการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วให้มากที่สุดด้วยความร่วมมือของหน่วยงานกักกันและประชาชน แต่หากมีช่องโหว่ในการกักกันจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

K- 방역 (การกักกันโรคฉบับเกาหลี) มีการใช้ประโยชน์ของการตรวจหาเชื้อโควิด -19 ล่วงหน้า, การสอบสวนทางระบาดวิทยาอย่างละเอียด, และการรักษาอย่างรวดเร็ว กำลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาคสนาม”

“นอกจากนี้การรักษาในเกาหลีใต้ยังได้ประสิทธิผลดีบวกกับการฉีดวัคซีนป้องกันในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

“หากเป้าหมายการฉีดวัคซีนขยายออกไปอีกในอนาคต เราจะสามารถปกป้องชีวิตของผู้คนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”

วัคซีน “การรักษาความปลอดภัยของวัคซีน COVID-19 ที่ผลิตในเกาหลีถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เช่นกัน เราหวังว่าเราจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนผลิตภัณฑ์วัคซีน COVID-19 ที่ผลิตในเกาหลี ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะประสบความสำเร็จและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทเกาหลีต่อไป ปี.”

ปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19 อยู่ 5 ชนิดที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในเกาหลีและมีเป้าหมายเพื่อการค้าภายในสิ้นปีนี้

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

คาดนำเข้าแรงงาน EPS ไทย “100 คนทุกสัปดาห์”

 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน HRDK ได้ส่งแรงงาน EPS ไทยใหม่ 9 คนในสายงานอุตสาหกรรมการผลิตมายังเกาหลีผ่านทางสายการบิน Korean Air (대한항공)

นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปีที่มีการรับแรงงานไทยกลับเข้ามาอีกครั้ง ในวันเดียวกันนั้นก็มีแรงงานที่กลับเข้าประเทศเกาหลีใต้อีก 48 คน

แรงงานEPSไทย

ตามที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ EPS เซ็นเตอร์ในประเทศไทยระบุ แรงงานได้กลับเข้าเกาหลีอีกครั้งตามคำร้องขอของนายจ้างชาวเกาหลีหลังจากทำงานในเกาหลีและถูกพักงานไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ก่อนจะมีการเดินทางกลับมาเกาหลีอีกครั้งในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2021 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ มีผู้เดินทางเข้าเกาหลีทั้งหมด 266 คน

แรงงาน EPS ถูกระงับไปเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 แต่แรงงานกัมพูชานั้นก็ได้เริ่มเข้าเกาหลีใต้ไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ตอนนี้แรงงานไทยจึงถือว่าเป็นอันดับสองในการนำเข้าแรงงานระบบ EPS จากทั้งหมด 16 ประเทศ

ปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 3,000 คนที่ได้ลงนามในสัญญาจ้างแรงงานกับนายจ้างและกำลังรอเข้าเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางเข้าเกาหลีประมาณ 100 คนทุกสัปดาห์

แรงงานEPSไทย

แรงงาน EPS ไทยใหม่ที่เข้ามาในเกาหลีสามารถเข้าเกาหลีได้โดยต้องมีเอกสาร 10 ฉบับที่ขอโดยสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีในประเทศไทย รวมถึงผลการยืนยันการติดเชื้อเป็น ‘ลบ’ จากการตรวจแบบ RT-PCR (การทดสอบ COVID-19) ที่ออกให้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางจากโรงพยาบาลที่กำหนดให้โดยสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และต้องมีการลงทะเบียนประกัน COVID-19, และมีใบรับรองการแยกกักตัวในเกาหลี

ขณะนี้มีเพียงประเทศไทย, กัมพูชาและเวียดนามเท่านั้นที่เข้าสู่เกาหลีใต้ และคาดว่าแรงงานไทยจะเดินทางเข้าเกาหลีมากที่สุดในปีนี้

แรงงานEPSไทย

ดังนั้นหัวหน้าศูนย์ EPS ของประเทศไทยกล่าวว่า “เราจะใช้ระบบคะแนนในการคัดเลือกแรงงาน EPS เพื่อเพิ่มกำลังคน”

นอกจากนี้ยังกล่าวว่ามีแผนที่จะคัดเลือกแรงงานประมาณ 12,000 คนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้าง และยังมีแผนจะเลือกคนงานเพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนกำลังคนใน

กำหนดการสอบคัดเลือกแรงงาน EPS ยังอยู่ระหว่างการหารืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงแรงงานของประเทศไทยเพราะต้องมีการพิจารณาตามสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เกาหลีใต้เตรียมแนะแรงงาน ‘E8 เข้าเกาหลี 2,000 คน!’

 

ขณะที่วิกฤต COVID-19 ยืดเยื้อรัฐบาลเกาหลีก็มีแผนการแนะนำแรงงานต่างชาติ E-8 กว่า 2,000 คนเข้ามาเติมเต็มการขาดกำลังคนในพื้นที่ชนบท

รัฐบาลตัดสินใจที่จะมีการนำแรงงาน E-8 (แรงงานตามฤดูกาล) ซึ่งอนุญาตให้ทำงานได้ 150 วันเข้ามาโดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง

ซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลท้องถิ่นรัฐบาลเกาหลีใต้ซึ่งขอให้มีการเร่งปรับใช้การนำเข้าแรงงาน E-8 อย่างเร่งด่วนให้ทันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้

แรงงานE8

ตามที่กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท (농림축산식품부) เผยเมื่อวันที่ 28 เมษายนถึงการจะนำเข้าแรงงาน E-8 กว่า 2,000 คนโดยจะถูกแบ่งส่งออกไปตามรัฐบาลท้องถิ่นต่างๆ 8~ 9 คน

อีกทั้งวิธีการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลยังเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าแต่ก่อนอีกด้วย

ก่อนหน้านี้สามารถนำแรงงานตามฤดูกาลเข้าได้ก็ต่อเมื่อมีการรับรองจากรัฐบาลกลางในการจัดส่งข้ามประเทศ แต่ปัจจุบันสามารถแนะนำคนงานตามฤดูกาลได้เลยหากมีเพียงแค่การรับรองจากรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศผู้ส่งออกแรงงานนั้นๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากญาติของผู้ย้ายถิ่นฐานโดยแต่งงาน (F-6) ต้องการทำงานตามฤดูกาลในเกาหลีได้มีการตัดสินใจยกเลิกการรับประกันชั่วคราว หากคุณเป็นญาติกับผู้ถือวีซ่า F-6 นั่นหมายความว่าคุณสามารถทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีการรับประกันจากผู้ถือ F-6

แรงงานE8

กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท ได้เตรียมสถานอำนวยความสะดวกเพื่อแยกกักตัวให้กับแรงงาน E-8 เมื่อพวกเขาเข้ามาในเกาหลี ขณะนี้พวกเขากำลังหารือเกี่ยวกับระยะเวลาการกักตัว, ค่าจ้าง, และค่าใช้จ่ายในการกักตัวโดยละเอียด

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรอาหารและกิจการชนบทกล่าวว่า
“ด้วยแรงงาน E-8 ที่เราจะมีการนำเข้ากว่า 2,000 คนบวกกับแรงงานเกาหลี 1,000 คนที่ถูกส่งไปยังชนบทในครั้งนี้ เราสามารถจับคู่กับแรงงานในชนบทได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์”

“ปัญหาแรงงานน่าจะได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง”

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการนำเข้าไม่จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติใดๆจากรัฐบาลกลางแล้ว หากรัฐบาลท้องถิ่นตามพื้นที่ใดสามารถทำ MOU กับรัฐบาลท้องถิ่นในเกาหลีใต้ได้ก็จะสามารถส่งแรงงาน E-8 เข้ามาได้โดยตรง ทั้งนี้นทั้งนั้นคุณสมบัติต่างๆ ยังคงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

แรงงานE8

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ผู้พิการทางสายตาเคือง ‘ปรับ ร้านนวด จ้างหญิงไทยน้อย’

ในเกาหลีตามกฎหมายแล้วร้านนวดจะสงวนให้ผู้พิการทางสายตาเท่านั้นที่สามารถให้บริการนวดได้ แต่ก็มีกรณี นายเอ (55) ซึ่งเป็นคนธรรมดาได้ว่าจ้างหญิงไทยที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักมาทำงานในร้านนวด อย่างไรก็ตามคนตาบอดรู้สึกเคืองที่นายเอถูกปรับเพียงเล็กน้อยจากการจัดจ้างแรงงานที่ไม่เป็นไปตามกฏหมาย

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ศาลแขวงกรุงโซลเหนือ (서울북부지방법원) ได้ตัดสินให้นายเอ ถูกปรับ 4 ล้านวอนในศาลอุทธรณ์ข้อหาเปิดร้านนวดไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ร้านนวด

นายเอ เปิดร้านนวดมาเป็นเวลากว่า 2 ปีตั้งแต่ปี 2017 โดยเข้าได้จัดจ้าง นางสาวบี หญิงชาวไทยที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักเข้ามา และเขาเลือกที่จะไม่ได้จ่ายเงินเดือนและค่าชดเชยให้กับคนงานคนอื่นๆ ตรงเวลา

ศาลกล่าวว่าร้านนวดนั้นเป็นอาชีพที่อนุญาตให้เพียงคนพิกาทางสายตาเท่านั้นที่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย

“จุดประสงค์คือเพื่อให้คนพิการทางสายตารู้สึกว่าตนนั้นมีคุณค่าและตระหนักถึงสิทธิในการมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่อย่างผู้ป่วย และงานเดียวที่ผู้พิการทางสายตาทำได้นั่นคือการนวด หากอนุญาตให้นวดคนตาดีมานวดนั้น มันก็กลายเป็นว่าผู้ที่พิการทางสายตาไม่มีทางเลือกอื่นๆ ที่เพียงพอจะมารับประกันการดำรงชีวิตของพวกเขาในด้านการทำงานได้”

ร้านนวด

ในวงการนวดตำหนิว่าการลงโทษนายเอนั้นอ่อนเกินไป พวกเขาให้เหตุผลว่าอาบอบนวดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ผลประโยชน์มากกว่าปกติแต่บทลงโทษกลับอ่อนนัก

รยูมย็องกู เจ้าหน้าที่สมาคมการนวดแห่งเกาหลี (대한안마사협회) กล่าว
“แม้ว่าผู้ที่ไม่มีสิทธิ์รับบริการนวดจะทำงานในสถานอาบอบนวด พวกเขาก็ต้องถูกปรับเป็นจำนวนเงินมากสุดหลายล้านวอนสิ”
“นี่ก็เพื่อลดพฤติกรรมดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ต้องเสริมสร้างการปราบปรามและการลงโทษร่วมกันไปด้วย”

ร้านนวด

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว