เกาหลีปักวัคซีน 70% ตามเป้า “เปิดจองเข็ม 2 ผ่านระบบวัคซีนหลุดจอง!”

เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อมแถลงการณ์ไว้ว่า “ประชาชนทั่วเกาหลีที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกจะครบ 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในวันนี้”

นายกรัฐมนตรีคิมกล่าวต่อว่า “ในขณะที่บรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็มแรกตามเป้า รัฐบาลก็จะเร่งการฉีดวัคซีนเข็มที่สองตามลำดับ”

“เราจะจัดให้มีการจองวัคซีนเข็ม 2 ผ่าน 잔여백신 ซึ่งเดิมทีอนุญาตให้สำหรับผู้ที่ยังไม่ฉีดเข็มแรกเท่านั้น แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ที่รอการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก็จะได้รับอนุญาตให้จองวัคซีนได้ด้วย”

วัคซีน

○ การฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สามารถจอง 잔여백신 ได้ตั้งแต่วันนี้

ปัจจุบันวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาจะสามารถรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ได้หลังจากผ่าตไป 6 สัปดาห์ (ส่วนผู้ได้รับแอสตร้าเซเนก้า ต้องรอให้ผ่านไปก่อน 8 สัปดาห์)

อย่างไรก็ตาม ด้วยวัคซีนที่เหลือเพียงพอทำให้ทางการล่นระยะเวลาการฉีดวัคซีนสั้นลงผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์สามารถเข้ารับวัคซีนเข็ม 2 ได้หลังจากรับเข็มแรกผ่านไป 3 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ฉีดโมเดอร์น่าและแอสตร้าเซเนก้าจะรับเข็ม 2 ได้หลังผ่านไป 4 สัปดาห์

วัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2 ลดระยะเวลาลงมาจากเดิมกว่า 3 สัปดาห์

เนื่องจากจำนวนวัคซีนที่สถาบันทางการแพทย์มีอยู่นั้นก็เรียกได้ว่าเพียงพอต่อความต้องการ และแผนการลดระยะเวลาการรอนี้ก็จัดทำขึ้นเพื่อเร่งการฉีดวัคซีนทุติยภูมิ

วัคซีน

เริ่มตั้งแต่วันนี้ คุณสามารถจองวัคซีนเข็ม 2 (잔여백신) ผ่านระบบจองวัคซีนหลุดจองรายวันได้ผ่านทาง Naver หรือ Kakao Talk และหากคุณจองวัคซีนเข็ม 2 ผ่านระบบวัคซีนหลุดจอง กำหนดการที่นัดฉีดเข็ม 2 ตามเดิมนั้นจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม จะจองวัคซีนเข็ม 2 ได้ก็ต่อเมื่อเป็นวัคซีนประเภทเดียวกันกับเข็มแรกที่ได้รับไปเท่านั้น ไม่สามารถจองฉีดวัคซีนไขว้ได้

นั่นหมายความว่า หากคุณได้รับไฟเซอร์เข็มแรก เข็มสองก็ต้องเป็วัคซีนไฟเซอร์เท่านั้น

○ 5 ล้านคนที่ตกค้างยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนสามารถจองได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับ 5 ล้านคนที่ตกค้างไม่ได้รับวัคซีนจนถึงตอนนี้ สามารถจองผ่านออนไลน์ได้ในวันที่ 18 กันยายน และการฉีดวัคซีนจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

ชาวต่างชาติที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทางการก็หวังว่าจะเข้าร่วมการฉีดวัคซีนกันถ้วนหน้า

วัคซีน

 

รวบนายหน้าไทยในฮวาซ็อง ‘จ้างผีน้อยและขับแท็กซี่ไม่มีใบอนุญาต’

ผีน้อยชาวไทยถูกรวบฐานจัดจ้างและหางานแรงงานสัญชาติเดียวกันโดยมิชอบด้วยกฎหมายและขับแท็กซี่โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบการ

นายหน้าไทย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติอินชอนได้ส่ง นายเอ (27) ชาวไทยไปดำเนินคดีฐานละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมคนเข้าเมือง

นายเอถูกสงสัยว่าเป็นผู้รวบรวมแรงงานผีน้อยชาวไทยผ่านช่องทางโซลเซียล (SNS) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2019 และสมคบคิดกับ นายบี (ชาวเกาหลี) ที่ทำงานเป็นพนักงานสำนักงานทรัพยากรบุคคลในฮวาซ็อง, คย็องกีโด (경기도 화성) เพื่อจัดเตรียมการจ้างงานตามโรงงานบริเวณใกล้เคียง

จากการสอบสวนพบว่า นายเอ เข้าประเทศเกาหลีมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2017 ในฐานะนักท่องเที่ยวก่อนจะแอบพำนักอยู่อย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

นายหน้าไทย

เขาตั้งตัวเป็นนายหน้าหางานให้คนไทย 30 คน โดยรับค่าจัดหางาน 250,000 วอน ถึง 500,000 วอน ต่อคน และนำรายได้มีแบ่งกับนายบีชาวเกาหลีที่สมรู้ร่วมคิดด้วยกัน

นอกจากนี้แล้ว นายเอ ยังถูกกล่าวหาว่าให้บริการแท็กซี่โดยไม่มีใบอนุญาต เทียวรับเทียวส่งชาวไทยที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหางาน อีกทั้งใช้รถที่ไม่ได้ลงทะเบียนรถและเบอร์มือถือภายใต้ชื่อผู้อื่นอีกด้วย

รถที่นายเอนำมาขับให้บริการนั้นไม่มีประกันภาคบังคับใดๆ อีกทั้งยังถือเป็นยานพาหนะที่ยังมีประวัติการยึดและจำนองอยู่ ดังนั้นรัฐบาลท้องถิ่นจึงได้รับคำสั่งยึดรถทันที

หลังการสืบสาวได้พบว่า นายซี ในฐานะผู้ขายรถให้ นายเอ เป็นผีน้อยชาวไทยเช่นกัน

นายหน้าไทย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า
“จำนวนชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าพำนักอย่างถูกกฎหมายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 การเพิ่มขึ้นเช่นนี้กำลังส่งผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วย”

“อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เรายังคงติดตามหา นายบี ชาวเกาหลีที่สมรู้ร่วมคิดด้วยอยู่ เนื่องจากเขายังคงอยู่ระหว่างหลบหนี ทางเราจะจัดการกับนายหน้าที่ไม่มีใบอนุญาตแถมสนับสนุนการพำนักอยู่และการจัดจ้างงานอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เทศกาลชูซ็อกนี้ เล็งลงตรวจพื้นที่ต่างชาติแออัด

จากข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขเมื่อวันที่ 15 กันยายน สัดส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อของชาวต่างชาติในเกาหลีอยู่ที่ 14.9% (1,804) จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ถึง 11 กันยายน ส่งผลให้ชาวต่างชาติเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

มีชาวต่างชาติที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อทั้งหมด 1,350 คนในเขตปริมณฑล คิดเป็น 74.8% ของชาวต่างชาติที่ติดเชื้อทั้งหมด นอกจากนั้นมีผู้ป่วยยืนยัน 493 รายในกรุงโซล, 742 รายในคย็องกี, และ 115 รายในอินชอน

เทศกาลชูซ็อก

รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะเริ่มมาตรการกักกันโรคอย่างเข้มข้นขึ้นโดยจะมีการจัดการดูแลกลุ่มชาวต่างชาติเป็นพิเศษเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 26 กันยายนซึ่งเป็นในช่วง “มาตรการกักกันโรคพิเศษ เทศกาลชูซ็อก”

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ดำเนินการจัดตั้ง “ทีมตรวจสอบสถานที่พิเศษ” โดยมีพนักงาน 220 คนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 19 แห่งทั่วประเทศ ประการแรก ประกาศที่ร้องขอให้ปฏิบัติตามกฎการกักกันโรคในช่วงวันหยุดเทศกาลชูซ็อกโดยมีการจัดทำขึ้นในหลายภาษาและแจกจ่ายไปยังพื้นที่ๆ ใีชาวต่างชาติหนาแน่นรวมถึงตามสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และสนามบิน

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดคำสั่งควบคุมและการกักกันโรคจึงต้องมีการจำกัดจำนวนการชุมนุมส่วนตัวขึ้น ทางรัฐบาลจะเน้นเข้าตรวจสอบตามพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ อาทิ สถานบันเทิงและร้านนวด

เทศกาลชูซ็อก

อีกทั้งยังจะมีการส่งเสริมการฉีดวัคซีนและการสนับสนุนการตรวจหาโควิดแบบ PCR เพื่อค้นหา”ผู้ติดเชื้อ COVID-19″ ที่ซ่อนอยู่ให้เร็วที่สุด กระทรวงยุติธรรมตัดสินใจสนับสนุนต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักทั่วประเทศให้เข้ารับการตรวจและฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว และย้ำว่าผลการตรวจจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการกักกันโรคเพียงเท่านั้นอีกทั้งจะไม่มีการแจ้งเข้าไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

외국인종합안내센터 (1345) ยังแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างจริงจังว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปในทิศทางเดียวกันเช่นคนเกาหลีได้หากนายจ้างแสดงข้อมูลส่วนบุคคลของคนต่างชาติใต้การจัดจ้างงาน หรือ △ แม้จะมีเพียงหนังสือเดินทางที่หมดอายุ △ บัตร ARC ที่หมดอายุ △ ใบรับรองประจำตัวที่ออกโดยคณะผู้แทนทางการทูตในเกาหลี ก็สามารถเข้ารับวัคซีนได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุมชนต่างๆ ที่ชาวต่างชาติมีการรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวน อาทิ เช่น เครือข่ายผู้อพยพ และช่องทาง SNS เช่น Facebook และ Kakao Talk ก็จะมีการส่งเสริมให้รณรงค์ให้ออกมารับวัคซีนและตรวจหาโควิดฟรีกัน และที่สำคัญรณรงค์ให้งดสังสรรค์ส่วนตัวในช่วงนี้

เทศกาลชูซ็อก

อย่างไรเสียอัตราการฉีดวัคซีนจะดีขึ้นก็ด้วยการกระจายข่าวสารการฉีดวัคซีนโดยรัฐบาลท้องถิ่นด้วยเช่นกัน

จากข้อมูลของกระทรวงการบริหารราชการและความมั่นคง (행정안전부) วัคซีน Janssen (จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน) จำนวน 301,000 วัคซีนถูกนำไปใช้ ณ วันที่ 14 กันยายน โดยวัคซีน Janssen จำนวน 350,000 รายการที่แจกจ่ายให้กับรัฐบาลท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมนั้นกว่า 46.5% (140,000) นำมาใช้กับชาวต่างชาติ

รัฐบาลมีแผนที่จะฉีดวัคซีนสำหรับแรงงานต่างชาติที่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ จากผลของ “แผนและการตรวจสอบการฉีดวัคซีนแรงงานต่างชาติ” ที่มีการร่วมกันดำเนินการระหว่างกระทรวงการจ้างงานและแรงงานและกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ได้สะท้อนให้เห็นอุปสรรคและข้อกำหนดการสนับสนุนที่ขัดขวางการฉีดวัคซีนต่อไปก็จะได้มีการตรวจสอบเช่นกัน

ก่อนวันหยุดเทศกาลชูซ็อกกฎการปฏิบัติที่สำคัญจะได้รับการแปลทั้งหมด 16 ภาษาและโพสต์ผ่านทางเว็บไซต์ EPS โดยเฉพาะ △ หากมีการฉีดวัคซีนและการตรวจวินิจฉัยก่อนการเดินทางแต่กลับพบมีอาการ COVID-19 จะถือว่าการเดินทางนั้นจะถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป △ ทุกคนต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎการกักกัน เช่น การใช้รถยนต์ส่วนบุคคล △ ตรวจสอบอาการติดเชื้อและการทดสอบ PCR หลังจากกลับเข้าหอพัก

ท้ายที่สุดทางการยังย้ำถึงการขอความร่วมมือในการกักกันโรคที่ไม่เพียงแต่จากแรงงานต่างชาติเท่านั้น แต่ยังขอความร่วมมือจากเจ้าของธุรกิจที่จัดจ้างพวกเขาด้วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขกล่าวว่า “เราขอให้นายจ้างและสถานที่ทำงานส่งเสริมให้คนงาน (ต่างชาติ) เข้ารับการตรวจ PCR และฉีดวัคซีนอย่างจริงจังด้วย”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ว่อนเน็ตดราม่าเงินเยียวยา เอาไปใช้กับร้านนวดไทย

เป็นเรื่องที่ถกเถียงดราม่ากันอย่างหนัก เนื่องจากชาวเน็ตรายหนึ่งรีวิวการใช้เงินเยียวยาโควิดกับสาวนวดไทยในร้านนวดแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมามีผู้ใช้ชุมชนออนไลน์ 디시인사이드 마사지 갤러리(กระดานข่าว) ได้เผยแพร่ภาพและรีวิวการนำเงินเยียวยาโควิดไปใช้บริการสาวนวดไทย
เงินเยียวยา
ธุรกิจการนวดจัดอยู่ในประเภทธุรกิจสุขาภิบาลและความงาม ไม่ใช่ธุรกิจบันเทิง ดังนั้นจึงสามารถใช้เงินเยียวยาโควิดได้  ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีทางที่จะหยุดบริการลับๆ ของร้านนวดได้เลย  และดูเหมือนว่าชาวเน็ตรายนี้จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ตรงนี้เพื่อสนองความสุขตนเอง

ชาวเน็ตรายนี้บอกว่าเขาจ่ายค่านวดด้วยเงินเยียวยาโควิดที่ได้จากรัฐบาลและโอนค่าบริการเสริมแยกบัญชีต่างหาก  จากนั้นเขาก็อธิบายขั้นตอนการได้รับบริการโดยละเอียดก่อนจะเปรยว่า “เงินเยียวยาโควิดเสมือนน้ำผึ้ง”  ขณะนี้ บทความได้ถูกลบออกจาก 디시인사이드 แล้ว แต่ชาวเน็ตจำนวนมากได้แคปหน้าจอข้อความต้นฉบับไว้และมีการแชร์ซ้ำตามสื่อต่างๆ

คำวิจารณ์หลั่งไหลเข้ามายังผู้ที่แชร์ประสบการณ์รายนี้

ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “ฉันคิดว่าเขาอาจจะถูกแจ้งความจับได้ (หากเช็คผ่านประวัติการชำระเงิน ฯลฯ)  ไม่รู้ว่าเขามั่นหน้ามั่นโหนกขนาดไหนถึงได้โพสต์สิ่งนี้ด้วยความมั่นใจขนาดนั้น”

นอกจากนี้ยังมีปฏิกิริยาโต้กลับหลายความเห็นอาทิเช่น “คุณ (ผู้รีวิว)เป็นพวกที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆหรือเปล่า”  และบางคนก็แสดงความเห็นว่า “ตนไม่สามารถรับเงินเยียวยาโควิดได้เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพต่างจากที่กำหนดไว้เพียงแค่ 1,000 วอน แต่พอเห็นโพสต์แบบนี้ทำให้รู้สึกโกรธมาก”

เงินเยียวยา

ตามที่กฎหมายชุมชนกำหนด ร้านนวดทั้งหมด (ยกเว้นร้านนวดที่มีผู้พิการทางสายตาทำงานเป็นหมอนวด) ที่เปิดทำการ ถือเป็นการทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายในปัจจุบัน  มาตรา 82 วรรค 1 ของพระราชบัญญัติการแพทย์กำหนดว่าเฉพาะผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาเท่านั้นที่สามารถทำงานหมอนวดได้  อย่างไรก็ตาม ร้านนวดส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้เป็นร้านนวดที่เน้นความงามของผู้ให้บริการเป็นหลักฯลฯ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้แต่ร้านนวดปกติทั่วไปก็ยังได้รับความเสียหายเนื่องจากบางแห่งมีการเสนอบริการเสริมอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย จะว่าไปแล้วการหาร้านนวดปกติในเกาหลีนั้นยากมากทีเดียว

อัพเดทมาตรการพิเศษช่วงชูซ็อก

‘มาตรการกักกันพิเศษสำหรับเทศกาลชูซ็อก’ จะดำเนินการเป็นเวลา 2 สัปดาห์นับจากวันนี้

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะดำเนินการ “มาตรการกักกันพิเศษสำหรับเทศกาลชูซ็อก” เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนถึง 26 กันยายน

ชูซ็อก

ประการแรก อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 สัปดาห์สามารถแวะเยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเนอร์ซิ่งได้ผ่านระบบการจองล่วงหน้า หรือ Pre-booking โดยไม่คำนึงถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ชูซ็อก

นอกจากนี้ ในช่วงวันหยุดเทศกาลชูซ็อก สมาชิกในครอบครัวสามารถรวมตัวกันได้สูงสุด 8 คนสำหรับพื้นที่ในโซลที่ยังคงระดับไว้ 4 อยู่

การรวมตัวของครอบครัวตามบ้านตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 23 กันยายนจะได้รับอนุญาตให้รวมกันได้มากสุด 8 คนโดยทุกคนต้องได้รับวัคซีนครบหมด และอนุญาตให้รวมตัวกันได้ 4 คนในกรณีผู้รับวัคซีนได้รับเพียงเข็มแรกหรือผู้ไม่ได้รับวัคซีน(วัคซีน Janssen ที่ฉีดเข็มเดียวนั้นนับว่าผู้ฉีดวัคซีนสมบูรณ์แล้ว)

อย่างไรก็ตามกฎข้างต้นนั้นจะใช้ได้กับ “การรวมตัวของครอบครัวที่บ้าน” เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ได้กับสถานอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์ที่ยังอยู่ในการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4

*การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 กฏคือ
หากมีสมาชิกในบ้านอยู่บ้าน 8 คน จะรวมตัวกันได้ก็ต่อเมื่อ 4 คนได้รับการฉีดวัคซีน + 4 คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกและผู้ไม่ได้ฉีดวัคซีน
หากมีการรวมตัวกัน 6 คนตามสถานที่เอนกประสงค์ก่อน 18.00 น. 2 คนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนสมบูรณ์ + 4 คนที่ฉีดเข็มแรกและผู้ที่ไม่ได้ฉีด

* การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 3 = รวบตัวกันได้สูงสุด 8 คน โดยต้องมี 4 คนฉีดวัคซีนครบโดสและ 4 คนที่ฉีดเพียงเข็มแรกหรือผู้ที่ยังไม่ฉีด

ชูซ็อก อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลวันหยุดนั้นพื้นที่พักรถพักผ่อนบนทางหลวงจะถูกห้ามไม่ให้รับประทานอาหารภายในและส่วนการเก็บค่าทางด่วนนั้นจะเป็นไปตามปกติ

ตั๋วรถไฟไม่ได้ขายเต็มจะขายเฉพาะที่นั่งริมหน้าต่างเท่านั้น และจำนวนผู้โดยสารบนเรือโดยสารจะจำกัดที่ 50% ของความจุที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้

ต่างชาติคย็องกีโด คลัสเตอร์โควิดระบาดหนัก

คย็องกีโดกำลังพบศึกหนักโควิดระบาด 77% มาจากคลัสเตอร์กลุ่มต่างชาติตามสถานประกอบการต่างๆ อาทิ โรงงานและบริษัทจัดจ้างแรงงานต่างชาติ

คย็องกีโดได้แถลงข่าวเช้าวันนี้ “ขอร้องให้ต่างชาติทุกท่านที่อาศัยและทำงานในคย็องกีโดออกมารับวัคซีนป้องกันโควิด เพื่อตัวท่านเองและคนรอบข้าง”

คลัสเตอร์โควิด

ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยทางการคย็องกีโด ตั้งแต่ 29 เม.ย. – 5 ก.ย. คลัสเตอร์กลุ่มมีทั้งหมด 26 กลุ่ม ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานประกอบการต่างๆ กว่า 20 แห่ง, มาจากสถานศึกษา 4 กลุ่ม, และมาจากโรงพยาบาล 2 กลุ่ม

แบ่งตามพื้นที่พบ 8 กลุ่มในฮวาซ็อง, 2 กลุ่มในพย็องแทค, 1 กลุ่มในโกยาง&กูรี, 1 กลุ่มในซูวอน และอีก 1 กลุ่มในอันซาน รวมผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มทั้งหมด 369 ราย ในยอดทั้งหมดพบ 213 รายเป็นแรงงานต่างชาติคิดเป็น 57.7% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด สาเหตุที่คลัสเตอร์กลุ่มไม่ลดละนั่นก็เพราะ แรงงานต่างชาติกังวลเรื่องที่ตนจะถูกปราบปรามจนไม่กล้าที่จะออกมาตรวจหาโควิดตามประกาศ และไม่กล้าออกมารับวัคซีน

คลัสเตอร์โควิด

เจ้าหน้าที่จากที่ว่าการคย็องกีโดเผย “ทางการได้มีนโยบายมอบวัคซีนให้ต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าพำนักมาตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมแล้ว และก็ยังคงดำเนินการกันอย่างต่อเนื่อง อยากให้ทุกท่านให้ความร่วมมือในการออกมารับการตรวจและฉีดวัคซีนกันได้เลย จะไม่มีการปราบปรามแต่อย่างใด”

คลัสเตอร์โควิด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ปธน.มุนแจอินแถลง “เกาหลีอัตราฉีดวัคซีนเร็วสุดในโลก”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2021 ประธานาธิบดี มุน แจอิน แถลงการณ์ไว้ว่า
“เมื่อสถานการณ์โควิด-19 สงบลง เราจะสามารถแสวงหาการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่ระบบควบคุมโรคแบบใหม่ที่สามารถควบคุมโรคไปด้วยและใช้ชีวิตประจำวันไปด้วยได้”

มีการวิเคราะห์ว่าคำกล่าวของประธานาธิบดีมุนแจอินและจะเร่งการหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบควบคุมโรคให้กลายเป็น ‘การอยู่ร่วมกับ COVID-19’ ให้ได้

อัตราฉีดวัคซีน

ประธานาธิบดีมุนกล่าวในที่ประชุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีไว้ว่า “อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของประชาชน”

“เกาหลีใต้เพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนเร็วที่สุดในโลก เมื่อไม่นานมานี้เราได้กลายเป็นประเทศชั้นนำด้านวัคซีน”

“รัฐบาลกำลังขยายเน้นเข้มมาตรการควบคุมโรคที่สูงขึ้นมันเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็สามารถรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ และมุ่งเป้าหมายในการฟื้นฟูชีวิตประจำวันโดยเร็วที่สุด”

“ในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น เราจะพยายามอย่างเต็มเพื่อจะทำให้ธุรกิจ (ผู้ประกอบอาชีพอิสระ) กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในอนาคต เช่น ลดขีดจำกัดจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น”

“เรามาลองลุยกันอีกเถอะ มองให้ไกลแล้วไปให้สุด”

อัตราฉีดวัคซีน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดการณ์ว่าอัตราการฉีดวัคซีนเข็มแรกจะอยู่ที่ร้อยละ 70 ก่อนเทศกาลชูซ็อก

และจนถึงขณะนี้ อัตราการการฉีดวัคซีนเข็มแรกของเกาหลีอยู่ที่ 58.4 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการการฉีดเข็มที่สองอยู่ที่ 34.6 เปอร์เซ็นต์

หากมองถึงอิสราเอลอัตราการฉีดวัคซีนเบื้องต้นจนถึงวันที่ 4 กันยายนอยู่ที่ร้อยละ 68.39 และสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ร้อยละ 61.52 คาดว่าเกาหลีจะมีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงกว่าประเทศเหล่านี้ก่อนเทศกาลชูซ็อกนี้

นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อีกหนึ่งวัคซีนที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 13 ปี สตรีมีครรภ์ แล

อัตราฉีดวัคซีน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

ขับรถจักรยานยนต์ไม่ขึ้นทะเบียน ปรับ 3 ล้านวอน

ปัจจุบันนี้รถจักรยานยนต์ที่ใช้สำหรับเดลิเวอร์รี่ในเมือง ชาวต่างชาติได้นำมาใช้เพื่อสัญจรไปมาในชนบทและเขตอุตสาหกรรม

และช่วงนี้เกิดอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์สำหรับเดลิเวอร์รี่บ่อยมาก

รถจักรยานยนต์ไม่ขึ้นทะเบียน

โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ชนบท ชาวต่างชาติมักใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ลงทะเบียนหรือยานพาหนะที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้งานอย่างถูกกฎหมายมาใช้มากขึ้นและทำเป็นไม่ใส่ใจว่ารถจักรยานยนต์นั้นจะจดทะเบียนหรือไม่

ในพื้นที่ชนบทผู้คนมักจะใช้รถจักรยานยนต์ในเวลากลางคืนและนั่นก็เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุเพราะขับรถจักรยานยนต์เร็วเกินไปอยู่บ่อยครั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะค่าซ่อมรถหรือค่ารักษาก็จะกลับกลายมาเป็นปัญหาของต่างชาติที่อาศัยอยู่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่มีประกันภัยไว้คอยสนับสนุนยามเกิดอุบัติเหตุ

ด้วยสถานการณ์ที่ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ รัฐบาลจึงได้มีการออกมาตรการควบคุมขึ้นมา

รถจักรยานยนต์ไม่ขึ้นทะเบียน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อมกล่าวในที่ประชุมทำเนียบรัฐบาลในกรุงโซลว่า “เราคาดว่ารถจักรยานยนต์จะสิ้นสุดจากการถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ระเบิดเวลาบนท้องถนน’ ด้วยมาตรการในวันนี้”

“ในขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์ที่ให้บริการเดลิเวอร์รี่เพิ่มขึ้น อุบัติเหตุก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งนี่เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง”

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์นั้นมากกว่าสองเท่าของรถยนต์ธรรมดา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษ”

รถจักรยานยนต์ไม่ขึ้นทะเบียน

“ก่อนอื่น เราจะตรวจเข้มเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลเจ้าของจักรยานยนต์คนปัจจุบันและจะต้องยกเลิกไม่ให้มีการใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน”

“เราจะเสริมความแข็งแกร่งในการปราบปรามรถจักรยานยนต์ที่ผิดกฎหมาย เช่น รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีป้ายทะเบียน, ไม่มีการรายงานข้อมูลผู้ใช้งาน และจะผลักดันมาตรการเพิ่มค่าปรับให้สูงขึ้นหากถูกปราบปรามได้”

รถจักรยานยนต์ไม่ขึ้นทะเบียน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

เริ่มมุ่งปราบนายหน้าหางาน ‘ยุยงแรงงานต่างชาติโดดวีซ่า’

ช่วงนี้ใกล้เข้าฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชผลฤดูใบไม้ร่วงตามพื้นที่ชนบทแช้ว ส่งผลให้ความต้องการแรงงานเพิ่มสูงขึ้น จึงได้เริ่มมีการจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาชดเชยการขาดแคลนกำลังคนที่พื้นที่ชนบทกำลังประสบปัญหาอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ในคังวอนโด แรงงานต่างชาติมักแอบหลบหนีโดยไม่บอกไม่กล่าวทำให้เกษตรกรเกิดความกังวล

ในสวนปลูกแตงกวาแห่งหนึ่ง แรงงานต่างชาติ 7 ใน 10 คนหนีหายออกไปจากสวนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

นายหน้าหางาน

ส่งผลให้เจ้าของฟาร์มทุ่มทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการกักตัวและที่พักให้กับแรงงานต่างชาติต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่

[ฮงชางอึย / ชาวไร่สวนแตงกวา]
“ถ้าการเก็บเกี่ยวแตงกวาล่าช้าแม้แต่วันเดียว เราก็ทำได้เพียงทิ้งมันซะ ทั้งๆที่ก่อนเข้านอนยังมีแรงงานต่างชาติอยู่แท้ๆ แต่พอฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า พวกเขาก็หายตัวไปกันหมด”

มีแรงงานต่างชาติประมาณ 300 คนที่มีการส่งเข้ามาสนับสนุนเกษตรกรในคังวอนโดในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม 30% ของพวกเขาหนีออกจากที่ทำงานและหายตัวไป

ในการสรรหาแรงงานต่างชาติก็จะมีการจำกัดเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเกษตรเท่านั้นที่สามารถสมัคเข้ามาทำงานได้ แต่แรงงานต่างชาติบางคนรวมถึงผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ก็ยังถูกส่งมาในภาคการเกษตรด้วย

เจ้าหน้าที่สำนักงานยางกู-กุนกล่าว
“กระบวนการคัดเลือกแรงงานต่างชาติผิดตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว แถมยังมีแรงงานต่างชาติจำนวนมากที่ทำงานโรงงานในเกาหลีแล้วมายุยงให้แรงงานต่างชาติภาคเกษตรกรรมคนอื่นๆ ลาออก”

นายหน้าหางาน

คาดว่าแรงงานต่างชาติที่ออกจากชนบทนั้นมุ่งหน้าไปทำงานโรงงานในเมืองที่พวกเขาสามารถหาเงินได้มากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชุนช็อนกล่าว
“หากแรงงานต่างชาติที่หนีหายนั้นถูกจับในระหว่างการปราบปราม พวกเขาจะต้องจ่ายค่าปรับ และจะมีถูกแบนห้ามเข้าประเทศเกาหลีใต้อย่างถาวร”

แรงงานต่างชาติที่หลบหนี้ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะกลายเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชุนช็อนวางแผนที่จะเสริมสร้างกิจกรรมค้นหาและจับกุมนายหน้าหางานที่คอยยุยงแรงงานต่างชาติหนีวีซ่าผ่านทางโซเชี่ยล SNS

นายหน้าหางาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดแรงงานผิดกฎหมายซึ่งมีการจัดการโดยชาวต่างชาติที่พูดภาษาเกาหลีได้คล่องนั้นก็แพร่หลายในทุกวันนี้เช่นกัน ดังนั้นทางการจึงต้องควรระมัดระวังให้มากขึ้น

มีการกล่าวกันว่านายหน้าหางานบางรายหักค่าจ้างแรงงานต่างชาติมากถึง 50% ของค่าจ้าง หรือแม้แต่บางรายไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยด้วยซ้ำ

6 กันยา เริ่มรับเงินเยียวยา “250,000 วอนต่อคน”

กระบวนการจ่ายสนับสนุนแห่งชาติ (국민지원금) หรือเงินเยียวยาโควิดจะเริ่มในวันที่ 6 กันยายนนี้ โดยประชาชนร้อยละ 88 ของประเทศจะได้รับเงินเยียวยา 250,000 วอนต่อคน

ชาวต่างชาติมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ (주민등록표) ซึ่งรวมถึงชาวเกาหลีตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนชำระประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเป้าหมายหลักในต่างชาติกลุ่มนี้คาดว่าจะเป็นผู้อพยพจากการสมรส(F-6)

เงินเยียวยา

บุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับการเงินเยียวยาจะต้องมีประวัติการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ (건강보험료) ในเดือนมิถุนายน อาทิเช่น ครัวเรือนเดี่ยวต้องมีการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพน้อยกว่า 170,000 วอน ส่วนครัวเรือนแบบสองคน บุคคลในครัวเรือนควรมีการจ่ายเบี้ยประกันให้ที่ทำงาน: 200,000 วอน, หรือให้ภาคท้องถิ่น: 210,000 วอน, หรือมีประวัติจ่ายแบบผสม (สถานที่ทำงาน+ท้องถิ่น): 200,000 วอน เป็นต้น

คุณสามารถยื่นเรื่องขอเงินเยียวยาผ่านทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน และคุณสามารถยื่นเรื่องโดยตรงผ่านบุคคลได้ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนนี้เป็นต้นไป เงินเยียวยาจากส่วนกลางของประเทศครั้งนี้จะได้รับหลังจากวันยื่นเรื่องเพียง 1 วัน และสามารถใช้ได้ตามร้านค้าทั่วไปในท้องถิ่น (지역사랑상품권 가맹점) ตามเขตที่อยู่อาศัยไปจนถึงเดือน 31 ธันวาคมสิ้นปีนี้

บุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาสามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินผ่านช่องทางใด อาทิ เครดิตการ์ด, เดบิตการ์ด, มือถือ หรือ บัตรสวัสดิการท้องถิ่น (지역사랑상품권)

การรับเงินเยียวยาผ่านบัตรเครดิตและเดบิตการ์ดสามารถลงทะเบียนผ่านผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของบริษัทบัตรเครดิตได้โดยตรง ส่วนบัตรสวัสดิการท้องถิ่นสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินผ่านแอปหรือเว็บไซต์บัตรสวัสดิการท้องถิ่นตามที่อยู่อาศัยได้

เงินเยียวยา

สถานที่ที่สามารถใช้เงินเยียวยาได้ อาทิ ตลาดดั้งเดิม, มาร์ทในท้องถิ่น, ร้านอาหาร, สถานเสริมความงาม, ร้านขายยา, โรงพยาบาล, ร้านแว่นตา, สถาบันศึกษาเอกชนและธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ห้างช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ตสไตล์องค์กร ร้านค้าปลอดภาษี ธุรกิจบันเทิง เจ้าของธุรกิจแบร์

เงินเยียวยา