ใครเป็นผู้จัดหางานให้ แรงงานต่างชาติ ในเกาหลี?

ใครเป็นผู้จัดหางานให้ แรงงานต่างชาติ ในเกาหลี?

แรงงานต่างชาติ

 

ผ่านการคัดเลือกด้วยระบบ EPS แล้วคุณก็จะได้ทำงานที่เกาหลีตามความฝันของคุณ..งั้นหรอ

ถือเป็นเรื่องที่ยากอยู่มิน้อยที่ต้องทำงานด้วยความอดทนยิ่งต่างถิ่นต่างแดน และยังต้องทำงานเกินเวลาบ้างล่ะ หรือบางทีก็โดนบอกเลิกจ้างกระทันหันบ้างล่ะ มันไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตแรงข้ามชาติในเกาหลีเลย

 

แรงงานต่างชาติ

การหางานทำของ แรงงานต่างชาติ ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะหางานให้ได้ภายใน 3 เดือนแรกหลังการตกงาน เพียงเพราะการเลิกจ้างกะทันหันของนายจ้าง และนั่นมันยิ่งยากมากเข้าไปอีกถ้าคุณถูกบังคับให้ออกนอกประเทศโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวหลังการจ้างงานเกิดขึ้นไม่ถึงเดือน

ปัญหาของเคสที่ 1

ปัญหาเกี่ยวกับระบบการทำงานของสถานที่ทำงาน

Susilo Foyal (อายุ 24 ปี) จากเนปาล เธอไม่สามารถทำงานภายใต้เงื่อนไข ต้องทำงาน12 ชั่วโมงต่อวัน เธอตัดสินใจลาออกก่อนกำหนด แต่เธอยังไม่ทำบัตรประจำตัวคนต่างชาติ เพราะฉะนั้นหากเธอไม่มีงานทำภายในระยะเวลาที่มีในวีซ่า เธอจำเป็นต้องโดนบังคับให้ออกนอกประเทศ

Susilo Foyal มีวีซ่าประเภท  E-9 วีซ่า โดยได้รับการจ้างงานผ่านระบบ EPS ไม่ได้ผ่านนายหน้า หรือ เพื่อนแต่อย่างใด เธอได้รับการเสนองานจากโคยงเซ็นเตอร์โดยตรง (고용센터)

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิหลังทางการศึกษาและอายุของแรงงานชาวต่างชาติแก่นายจ้างในเกาหลี และหลังจากนั้นแรงงานต้องรอจนกว่านายจ้างจะโทรหาเพื่อทำการสัมภาษณ์ในการจ้างงานต่อไป

หญิงสาวชาวเนปาลได้เดินทางไปยังกระทรวงการจ้างงานและแรงงานเพื่อดำเนินการหางานแต่กลับได้รับคำตอบเพียงว่า “ให้รอก่อน” แค่นั้นจริงๆ

หลังจากนั้นผ่านไป 25 วันเธอได้รับการเสนองานมา 3 งานแต่เธอรู้สึกว่างานที่ได้รับการเสนอมานั้นมันไม่เหมาะกับเธอ งานแรกที่เสนอคือเป็นงานที่นายจ้างต้องการแรงงานผู้ชาย ส่วนงานที่สองต้องทำงาน 11 ชั่วโมงต่อวัน และมีวันหยุดแค่ 2 วันต่อเดือน ส่วนงานสุดท้ายเธอไม่ได้รับสายนายจ้างเลยพลาดโอกาสนั้นไป

 

 

แรงงานต่างชาติ

แรงงานต่างชาติ อีกคน (26ปี) ก็รอการติดต่อกลับมาของนายจ้างหลังมีการแจ้งสถานะตกงานไปแต่กลับไม่มีใครหน้าไหนโทรกลับมาหาเธอเลยเช่นกัน

เธอไม่มีงาน หางานไม่ได้ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เธอเหลือเวลาในการหางานให้ได้เพียงแค่ เดือนเดียวหลังจากนี้

 

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부)กล่าว “แรงงานต่างชาติ พวกเขาพยายามทดสอบภาษาเกาหลีโดยผ่านระบบ EPS แต่กลับไม่คุ้นเคยกับภาษาเกาหลีมากนัก และอีกทั้งยังต้องเจอกับนายหน้าไม่ดี นั่นจึงมีส่วนเกี่ยวข้องและมีความเสียหายเกิดขึ้นตามมา“ และกล่าวต่ออีกว่า “เพราะเราปกป้องแรงงานข้ามชาติ”

และในขณะนี้กลายเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าศูนย์ช่วยเหลือแรงงานต่างชาตินั้นเป็นสถาบันที่ดีสำหรับนายจ้างเท่านั้น

และเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมาแรงงานชาวต่างชาติชุมนุมกันที่ กวังฮวามุน (Gwanghwamun)นั่นก็เกี่ยวข้องกับเหตุผลเหล่านี้

โคยงเซ็นเตอร์ มีหน้าที่แนะนำแรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสูง (เรียงตามลำดับคะแนน) ให้กับนายจ้างทีละคน และหลังจากนั้น 3 วันคนที่ไม่ถูกเลือกก็จะถูกแนะนำให้กับนายจ้างคนต่อไป ซึ่งหมายความว่าโคยงเซ็นเตอร์ไม่สามารถแนะนำลูกจ้างให้นายจ้างได้ทีละหลายๆคนในเวลาเดียวกัน และยิ่งคะแนนคุณอยู่ในเกณฑ์รั้งท้ายยิ่งยากต่อการถูกโคยงเซ็นเตอร์เสนอชื่อไปให้นายจ้างอีกด้วย อีกทั้งมีคู่แข่งที่คะแนนสูงกว่าเยอะ นั่นยิ่งทำให้ชื่อของเราถูกนำเสนอช้าเข้าไปอีก นายจ้างย่อมต้องการแรงงานต่างชาติทีมีความสามารกันทั้งนั้น อีกอย่างโคยงเซ็นเตอร์ต้องการลดปัญหาการโทรติดต่อจากนายจ้างครั้งละหลายสายในเวลาเดียวกันอีกด้วย

เจ้าหน้าที่โคยงเซ็นเตอร์กล่าวว่า “ในเดือนๆหนึ่ง พวกคุณสามารถที่จะรับสายจากนายจ้างได้หลายต่อหลายครั้ง” และเหตุผลนี้จึงทำให้มีการรองานเป็นระยะเวลายาวนานสำหรับบางคน

“นโยบายเหล่านี้ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้หางานเลย และนี่ก็เป็นนโยบายที่มาจาก “นโยบายเป็นมิตรกับเจ้าของธุรกิจ “ ของรัฐบาล อดีตประธานาธิบดี อีมิยงบัก Lee Myung-bak นั่นเอง” ตัวแทนของ Go gi-bok (ที่พักพิงแรงงานข้ามชาติ) กล่าวไว้

ปัญหาเคสที่ 2

ถูกไล่ออกก่อนที่จะได้รับบัตรประจำตัวคนต่างชาติ

การติดต่อทำบัตรประจำตัวชาวต่างชาตินั้นจำเป็นต้องมีเอกสารสัญญาจ้างจากนายจ้างรวมถึงเอกสารจำเป็นต่างที่นายจ้างต้องออกให้เพื่อนำไปยื่นขอทำบัตรประจำตัวคนต่างชาติ

แต่ลูกจ้างบางคนดันมีปัญหาการเลิกจ้างกระทันหันจากนายจ้างก่อนการทำบัตรประจำตัวคนต่างชาติ

 

 

แรงงานต่างชาติ

 

Bien (อายุ 37ปี) และ Nari (อายุ 41ปี) จากกัมพูชาได้เข้ามาทำงานในเกาหลีได้เพียงหนึ่งเดือนในฟาร์มแห่งหนึ่งที่เขตกวางจู, คยองกีโด แต่กลับถูกไล่ออกก่อนไปยื่นเรื่องทำบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ เหตุเกิดเพราะนายจ้างไม่ยอมมอบเอกสารให้พวกเขาไปดำเนินการ

ถึงแม้แรงงานต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้มีวีซ่าทำงานแต่หากไม่มีบัตรประจำตัวชาวต่างชาตินั้นยิ่งทำให้นายจ้างไม่ไว้วางใจและไม่กล้าที่จะจ้างลูกจ้างนั้นๆ จึงเป็นการยากที่จะหางานใหม่ให้ได้ในเร็ววัน

รัฐบาลยังริเริ่มขั้นตอนการจองคิวล่วงหน้าก่อนมาทำบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ

นี่คือเหตุผลที่ต้องรอนาน และขั้นตอนนี้ยังมีความซับซ้อนสำหรับชาวต่างชาติอยู่มาก และพวกเขายังต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่าจึงจะได้รับบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ

 

 

แรงงานต่างชาติ

ด้วยปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้แรงงานผิดกฎหมายเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

และในตอนนี้แรงงานต่างชาติที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องการให้มีนโยบายการค้นหางานได้ตามความต้องการของตนเอง และแรงงานผิดกฎหมายก็ต้องการที่จะได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการจากนายจ้างของเขาเช่นกัน

ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงการจ้างงานและแรงงานจะต้องเปลี่ยนนโยบายเพื่อปรับปรุงสิทธิมนุษยชนและสภาพแวดล้อมของแรงงานต่างชาติ

 

CR = NOCUTNEWS

ด่วน!!ตม.ลงตรวจ เขตอิชอน, เขตโกยาง

ด่วน!!ตม.ลงตรวจผีน้อย เขตอิชอน, เขตโกยาง

 

 

 

 

มีการแจ้งเตือนจากผู้ใช้งานเฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์เฟสบุ๊คแจ้งเตือนเหล่าผีน้อยในเกาหลี ว่ามีการลงตรวจของเจ้าหน้าที่ตม.เกาหลีบริเวณเขตโกยางและเขตอิชอน ซึ่งอยู่จังหวัดคยองกีโด เป็นบริเวณทางตอนเหนือของกรุงโซลขึ้นไป 

 

 

ด่วน ตม.ลงตรวจ ผีน้อย

 

 

และด้วยความเป็นห่วงใยจากผู้ใช้เฟสบุ๊คดังกล่าว ได้มีการโพสต์เตือนถึงผีน้อยให้อยู่เงียบๆ อย่าออกมาข้างนอก บ้างก็มีการคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันให้ขอให้อยู่รอดปลอดภัย บ้างก็โพสต์บอกหากโดนจับห้ามพาเจ้าหน้าที่ตม.ไปยังสถานที่พัก ด้วยเหตุกลัวทำให้เพื่อนๆผีน้อยอีกหลายคนเสี่ยงไปด้วย 

 

 

ด่วน ตม.ลงตรวจ ผีน้อย

 

 

ด่วน ตม.ลงตรวจ ผีน้อย

 

เกาหลีตัดสิน ผู้ลี้ภัยชาวเยเมน อยู่ หรือ ไป?!

เกาหลีตัดสิน ผู้ลี้ภัยชาวเยเมน อยู่ หรือ ไป?!

ผลการตัดสินการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยของชาวเยเมนที่เกาะเจจูจำนวน 458 รายได้ออกมาแล้ว หลังจากมีการอพยพเข้ามาของ ผู้ลี้ภัยชาวเยเมน เนื่องด้วยสงครามกลางเมือง ผู้ลี้ภัยชาวเยเมน เริ่มทยอยอพยพมาขอลี้ภัยบริเวณเกาะเจจู ทำให้เกิดกระแสต่อต้าน โดยการรวมกลุ่มประท้วงจากชาวเกาหลีใต้ที่ไม่สนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยได้สถานะในการพำนักในประเทศของตน

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาะเจจูและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศผลการยื่นขอสถานะของผู้ลี้ภัยจำนวน 458 คน โดยไม่รวมผู้คน 23 คนที่ได้รับสถานะเป็นครั้งแรกในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

จากทั้งหมด 458 คน 339 คนได้รับสิทธิด้านมนุษยธรรมให้พักอาศัยในเหลีใต้ได้ ส่วนอีก 34 คนถูกปฏิเสธคำร้องขอ และยังมีอีก 85 คนที่เหลือถูกเลื่อนการพิจารณาออกไป ไม่มีผู้ลี้ภัยคนใดคนหนึ่งเข้ารับการรักษา

เป็นผลให้จำนวนรวมของบุคคลที่อยู่ภายใต้การขอวีซ่าด้านมนุษยธรรมมีทั้งหมด 362 ของผู้ลี้ภัยชาวเยเมนที่อพยพมาที่เกาะเจจู

ด้วยกฎด้านมนุษยธรรมผู้ลี้ภัยชาวเยเมนสามารถอยู่ในประเทศได้เป็นเวลา 1 ปี และจะมีการตรวจสถานะเพื่อการอนุญาตให้พำนักต่อหรือไม่ หากแต่สถานการณ์ภายในประเทศสงบอาจจะพิจารณาปฏิเสธิการพำนักต่อ

 

ทางการไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่ไม่ได้เกิดในเยเมน แต่ไปเกิดในประเทศที่สามและได้อาศัยอยู่ที่นั่นหรือมีคู่สมรสชาวต่างชาติยื่นคำร้องขอในการพำนักที่เกาหลี

นอกจากนี้ผู้ที่ถูกตัดสินว่าได้ยื่นขอลี้ภัยเพื่อวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและผู้ที่ไม่สามารถเข้าพักในเกาหลีได้เนื่องจากมีการประวัติทำอาชญากรตามความผิดอาญา

คำตัดสินของผู้พิพากษาถูกระงับไว้สำหรับผู้ลี้ภัยชาวเยเมน 85 คนซึ่งรวมถึง 69 คนที่พบว่าจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป
และยังมีอีก 16 คนที่กำลังทำงานอยู่หรือยังไม่ได้รับการสัมภาษณ์ในการตัดสิน

 

พวกเราไม่ใช่ทาสการ ค้าประเวณี

พวกเราไม่ใช่ทาสการ ค้าประเวณี

ค้าประเวณี

 

 

หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการ ค้าประเวณี ผ่านเว็บไซต์ “War of the Night” ที่มีการเตรียมสาวๆคนไทยเพื่อการ ค้าประเวณี จะต้องได้รับโทษจำคุก!!

ค้าประเวณี

 

 

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2016 ถึงเดือนมีนาคมปี 2017 มีห้องนวดที่ชื่อว่า “Shampuara” ที่อยู่ใกล้กับโซบุกกู จังหวัดชอนอัน (Seobuk-gu, Cheonan-si) จ้างผู้หญิงไทยพร้อมเตรียมที่นอนเพื่อกิจกรรมทางเพศ, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับอาบน้ำ, สินค้าสำหรับผู้ใหญ่, และโทรศัพท์ปลอมไว้ติดต่อกับลูกค้า

ค้าประเวณี

 

 

นาย A 39 ปี มีโทษจำคุก 8 เดือนในคุกและรอลงอาญา 2 ปีและถูกปรับ 1,375,000 วอน

นาย B อายุ 46 ปีและโทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือนในคุกและรอลงอาญา 1 ปีและได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานบริการชุมชนเป็นระยะเวลา 80 ชั่วโมง

ในตอนนี้พวกเขายังได้รับโทษจำคุกเพราะต้องรอลงอาญา

ค้าประเวณี

 

 

นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันของชายเหล่านี้

ชายชาวเกาหลี : “ช่วยติดต่อผู้หญิงไทยที่ต้องการทำงานในเกาหลีหรือทำศัลยกรรมที่เกาหลีหน่อยสิ”

หน่วยงานในประเทศไทยลงประกาศ : “คุณสามารถหางานทำหรือไปทำศัลยกรรมได้ที่เกาหลีโดยมีนายจ้างจ่ายเงินให้”

ค้าประเวณี

 

 

ตั๋วเครื่องบินฟรีและยังฟรีค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมอีก นั่นทำให้สาวไทยตัดสินใจไปเกาหลีด้วยโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้น

ผู้หญิงไทยมาเกาหลีด้วยความคาดหวังและพวกเขาเองก็ศึกษาภาษาเกาหลีขั้นพื้นฐานและค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเตรียมพร้อมมาด้วย

ค้าประเวณี

 

 

นายหน้า ค้าประเวณี ได้รออยู่ที่สนามบิน เพื่อทำการต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและบอกว่าเหล่าสาวๆไทยว่าจะพาไปที่ที่พักก่อน

ในที่พักนั้นมีผู้หญิงไทยอีกหลายคน พวกเขายังคงไม่ทราบว่างานคืออะไร “ฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า … ต้องมีเซ็กส์กับผู้ชายเกาหลี … และไม่สามารถออกไปข้างนอกได้” สาวไทยคนหนึ่งกล่าว

ค้าประเวณี

 

 

นายหน้า ค้าประเวณี กล่าวว่า “เราพาคุณมาที่นี่เพื่อหางานทำอย่างอิสระไง”

กฎคือหญิงไทยต้องมีเพศสัมพันธ์กับชายเกาหลี 3 – 6 ครั้ง/วัน และจากผู้หญิงธรรมดาไร้เดียงสาคนหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นหญิงโสเภณีอย่างเต็มตัว

ค้าประเวณี

 

 

ผู้หญิงไทยหลายคนได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตามการลงโทษโสเภณีในเกาหลีถือว่ายังมีให้เห็นได้น้อย

ค้าประเวณี

 

 

แม้กระทั่งตอนนี้ผู้หญิงไทยจำนวนมากก็กำลังตกหลุมกิเลสไปซะแล้ว

ค้าประเวณี

 

CR = chungnamilbo

การจับกุมชาย โรคจิต เปลือยกาย สำเร็จความใคร่ หน้ามหาวิทยาลัยหญิง

การจับกุมชาย โรคจิต เปลือยกาย สำเร็จความใคร่ หน้ามหาวิทยาลัยหญิง

 

“ช่วยฉันด้วยค่ะ มีชายคนหนึ่งถ่ายรูปภาพเปลือยกายของตัวเองพร้อมสำเร็จความใคร่อยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสตรีดงด็อก Dongduk Women’s University” ข้อความถูกโพสต์บนกระดานข่าวของรัฐบาลในวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่าน พร้อมแชร์ว่อนสื่อออนไลน์

 

โรคจิต

หลังจากยืนยันข้อเท็จจริงแล้วตำรวจได้ตรวจพบภาพในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมและพบชายคนดังกล่าว

ชายคนนี้เป็นที่รู้จักในฐานะพนักงานร้านอาหารในเขตกวางจินกู, กรุงโซล ดังนั้นตำรวจจับกุม นายปาร์ค (Park) อายุ 28 ปี

 

โรคจิต

หลังการจับกุมนายปาร์ค ตำรวจถามหาหลักฐานรูปภาพ เขาบอกว่าแฟนสาวของเขาจับได้ เธอจึงลบทิ้งหมดแล้ว

 

 

โรคจิต

 

 

CR = INSIGHT NEWS

ลูกเนรคุณ สั่งเก็บพ่อแม่

ลูกเนรคุณ สั่งเก็บพ่อแม่

ลูกเนรคุณ

“ผมต้องการเงินเพื่อไปแต่งงาน”

“ช่วยผมด้วยนะ”

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมชายคนหนึ่ง (นาย A (อายุ 32 ปี)) มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจฝั่งตะวันออกที่แดกูด้วยความหวาดกลัว

นาย A (32 ปี) ได้ทำสัญญาว่าจ้างให้ไปฆาตกรรม แต่เขากลับอยู่ในฐานะของผู้ถูกล่าแทน

มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ แต่นายตำรวจได้ทำสืบสวนหาตัว นาย B (อายุ 34 ปี) ที่มีการระบุว่าเขาเป็นผู้ว่าจ้างการฆาตกรรมและยังขู่ว่าจะฆ่านาย A

นาย B เป็นคนทำงานธรรมดาและไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการฆาตกรรมมาก่อน แต่ตอนนี้มันยากที่จะหาหลักฐานว่านาย B ขู่นาย A.

ตำรวจได้ออกค้นหานาย B และพบว่าเขากำลังยืนจ้องโทรศัพท์มือถือในซอยเล็ก ๆ จึงทำการจับกุมเพื่อสืบสวนความเป็นมาเป็นไป

ลูกเนรคุณ

 

ในเดือนมิถุนายนพ่อของเขาเกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เขตอุลจิน, คยองซังบุกโด

ตำรวจถามอีก จนได้ความว่านาย B ขอให้ชายคนหนึ่งฆ่าพ่อของเขา ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากหลักฐานการโทรออกที่มีการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของชายที่พยายามฆ่าพ่อของเขาก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ

เหตุผลที่นาย B ฉุดคิดเรื่องการฆ่าพ่อนั้นเพราะเขาต้องการเงินไปใช้ในการจัดงานแต่งงาน เขาจึงพยายามที่จะฆ่าพ่อของเขาเพื่อที่จะได้รับเงินประกัน

นาย B จ้างคนที่กำลังมองหา ‘งานพาร์ทไทม์ที่มีค่าตอบแทนราคาสูง’ มาเพื่อขอฆ่าพ่อตัวเอง

แผนการของนาย B เองก็อยู่ในการรับรู้ของแม่เขาด้วยเช่นกัน เธอได้พยายามช่วยเหลือโดยบอกข้อมูลกับคนขับรถที่จ้างวานมาเพื่อฆ่ากรรมสามีถึงสถานที่ๆสามีของเธออยู่และช่วยทำให้แผนการง่ายขึ้น

ลูกเนรคุณ

 

แต่พ่อของเขานาย B ไม่ตาย เขารอดมาได้อย่างหวุดหวิด และได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล และนั่นทำให้นาย B คิดเรื่องอกตัญญูอีกครั้งนั่นคือการวางแผนเพื่อฆ่าแม่แทน

แม่ของ นาย B รู้เรื่องแผนการลอบฆ่านี้และเธอจึงขอให้เธอและหาเอาเงินประกันเธอไปซะ

ดังนั้นนาย B จึงพยายามฆ่าแม่ของเขาโดยจ้างนาย A ผ่านการโพสต์หางานทางอินเทอร์เน็ตโดยเงื่อนไขงานพาร์ทไทม์ค่าแรงสูงมาล่อใจ

นาย A กล่าว เขาพยายามที่จะฆ่าแม่ของนาย B บนถนนในแดกู แต่กลับล้มเหลว แต่กระนั้นแล้วนาย B ก็ไม่ละความพยายาม จึงบอกให้นาย A จัดการให้เรียบร้อยในวันถัดไป

นาย A ปฏิเสธไปว่าเขาไม่สามารถร่วมสมคบคิดในการฆ่าคนได้ แต่กลับถูกนาย B ขู่ว่า ถ้าไม่ฆ่าแม่ของเขาให้ล่ะก็คนที่ต้องตายก็คือนาย A แทน

 

CR = NOCUT NEWS

แรงงานต่างชาติรวมตัวชุมนุมกลางโซล

แรงงานต่างชาติรวมตัวชุมนุมกลางโซล

 

วันนี้การชุมนุมของแรงงานข้ามชาติได้จัดขึ้นที่หน้าตึก Finance Building ในกรุงโซล

โดยกลุ่มกล่าวว่า ” ยกเลิกระบบการจ้างงานซึ่งจะทำให้ไม่สามารถย้ายที่อยู่อาศัยและขอให้มีการนำระบบใบอนุญาตทำงานออกไป “

พวกเขายังกล่าวอีกว่า “การเสียชีวิตของแรงงานอพยพในพม่าเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าการปราบปรามแรงงานข้ามชาติรุนแรง” และ “เป็นการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อแรงงานข้ามชาติ”

 

แรงงานต่างชาติ

พวกเขากล่าวว่า “แรงงานข้ามชาติมากกว่าหนึ่งล้านคนทำงานในเกาหลี แต่ไม่มีสิทธิ์ทำงานได้อย่างถูกต้อง “โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานข้ามชาติไม่สามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้และแม้กระทั่งถูกบังคับให้จ่ายค่าอาหาร”

” แรงงานข้ามชาติมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีโดยการเติมเต็มความขาดแคลนจากงานที่ไม่ดีที่ชาวเกาหลีหลีกเลี่ยง ” เขากล่าว

 

 

แรงงานต่างชาติ

ในอีกฝั่งหนึ่ง?
ในทางตรงกันข้ามสมาชิกของ “หน่วยงานผู้ลี้ภัย” เรียกร้องให้มีการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายและแก้ไขกฎหมายผู้ลี้ภัยที่อยู่ใกล้ ชองกเยชอน พล่าซ่าในกรุงโซล

 

 

ข่าวแนะนำ

จับกุมนายจ้างเกาหลี จ้าง แรงงานผิดกฎหมาย

 

 

จับกุมนายจ้างเกาหลี จ้าง แรงงานผิดกฎหมาย

จับกุมนายจ้างเกาหลี จ้าง แรงงานผิดกฎหมาย

แรงงานผิดกฎหมาย

หลังจากได้รับแจ้งจากทางการว่าพบการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และมีการจับกุมนายจ้างชาวเกาหลีด้วยเหตุผลที่ว่า นายจ้างเกาหลีไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้กับลูกน้อง

ศูนย์จ้างงานและแรงงานของ Daegu Western กล่าวว่ามีการจับกุม นายยู (อายุ 48 ปี) ด้วยข้อหาละเมิดมาตรฐานแรงงาน

นายยู ไม่ได้จ่ายเงินค่าแรงต่อ แรงงานผิดกฎหมาย … ประมาณ 60 ล้านวอน (ราว 1,764,705 บาท) นายยูใช้แรงงานผิดกฎหมาย ผ่านการประกาศหางานจากเครือข่ายทางสังคม เขารู้ว่า แรงงานผิดกฎหมาย ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใดๆได้ และยังมีปัญหาทางด้านภาษาในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและคงไม่กล้าติดต่อตำรวจเพราะพวกเขาเองก็ทำผิดกฎหมายเช่นกัน

 

แรงงานผิดกฎหมาย

เขาอ้างว่าเหตุผลที่ค้างค่าจ้างเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดีและ แรงงานผิดกฎหมาย ที่ทำงานให้ก็ทำงานไม่ดีอีกด้วย

กระทรวงแรงงานกล่าวว่า
“นายยูใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่ว่าคนต่างด้าวผิดกฎหมายไม่สามารถรายงานต่อกระทรวงแรงงานและนั่นจึงทำให้เขาได้ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของคนงานของเขา … “

กระทรวงแรงงานจึงได้จับกุมนายยูดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

 

แรงงานผิดกฎหมาย

นายจ้างดี? นายจ้างไม่ดี? พวกเราจะรู้ได้อย่างไร??
นี่คือสิ่งที่คนงานต่างชาติคนอื่นๆ บ่น

แรงงานต่างชาติถูกต้องตามกฎหมายสามารถทำงานได้เป็นเวลา 3 เดือนหลังจากได้รับการจ้างงานแล้ว ศูนย์จัดหางานจะจัดหาลูกจ้างให้เหล่านายจ้างเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

และนี่ก็คือปัญหา

 

แรงงานผิดกฎหมาย

เป็นเรื่องยากสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่สามารถใช้ภาษาเกาหลีเพื่อเลือกสถานที่ทำงานของตัวเองได้ ดังนั้นจึงมีหลายวิธีที่ตามมาในระหว่างการรอการติดต่อกลับของนายจ้าง แต่กระนั้นเราก็ไม่ทราบว่าเจ้านายที่ติดต่อเรามาในขณะรอนั้น จะเป็นเจ้านายที่ดีหรือเจ้านายที่ไม่ดี

ในขณะที่มีแรงงานบางคนยอมเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายโดยจ่ายเงินให้กับเอเจนซี่หางานเพื่อที่จะหางานและเลือกสถานที่ทำงาน หากพวกเขามีเงินเพียงพอพวกเขาก็สามารถทำงานในเกาหลีได้ แต่พวกเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้านายหรือเจ้านายไม่ดีหรือไม่

จากทุกอย่างที่กล่าว การจ้างงานในเกาหลีนั่นมันดีหรือไม่ดีสำหรับแรงงานต่างด้าวกันแน่…….นี่คือคำถามจากชาวเกาหลีด้วยกันเอง

 

 

แรงงานผิดกฎหมาย

cr = MT NEWS

ปฏิกิริยาชาวเกาหลีเกี่ยวกับ การทารุณช้างไทย

ปฏิกิริยาชาวเกาหลีเกี่ยวกับ การทารุณช้างไทย

การทารุณช้างไทย

ภาพนี้เป็นภาพหนึ่งที่ได้สร้างความสนใจและสงสารช้างไทย จากชาวเกาหลี

เป็นช้างที่ใช้เพื่อให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับการนั่งตลอดทั้งวัน

กลุ่มช่วยเหลือช้างไทย ‘elephantnaturepark’ กล่าวเมื่อวันพุธที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ว่าเราได้ช่วยเหลือช้างพงษ์ศิริผ่านทางการสืบค้นด้วยอินสตราแกรม

 

 

การทารุณช้างไทย

นี่คือช้างพงษ์ศิริเป็นช้างในสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นช้างที่แก่มากแล้ว

พงษ์ศิริมีลักษณะที่ซูบผอม เนื้อแห้งจนหุ้มซี่โครง จนเห็นกระดูกยื่นออกมา และใบหน้าของเจ้าช้างพงษ์ศิริตัวนี้ยังซูบ ไร้ชีวิตชีวาจนน่าตกใจ

 

 

การทารุณช้างไทย

มันไม่มีกำลังและดูอ่อนแรงเอามากๆ อย่างไรก็ตามเจ้าของมันก็ยังใช้มันเพื่อทำงานทั้งวันแต่กลับให้อาหารมันเพียงเล็กน้อย

ในที่สุดกลุ่มช่วยเหลือช้างได้เกลี้ยกล่อมให้เจ้าของช่วยช้างพงษ์ศิริก่อน

 

 

การทารุณช้างไทย

ช้างพงษ์ศิริถูกส่งไปยังโรงพยาบาลด้วยอาการกระหายน้ำ นายเล็ก ผู้ช่วยเหลือช้างกล่าวว่า “ผมเห็นช้างพงษ์ศิริเมื่อสามวันก่อน” เขากล่าวว่า “ตอนนี้ มันดูแย่ยิ่งกว่าที่เคยเป็นเสียอีก”

ผมเองก็หวังว่าช้างป่วยอื่น ๆ จะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน

 

การทารุณช้างไทย

 

 

 

 

การทารุณช้างไทย

 

 

 

การทารุณช้างไทย

 

 

 

การทารุณช้างไทย

 

นักปีนเขาแดนโสม เซ่นชีวิต เทือกเขา หิมาลัย

นักปีนเขาแดนโสม เซ่นชีวิต เทือกเขา หิมาลัย

หิมาลัย

ทีมนักเดินทางชาวเกาหลีใต้ 5 คนและทีมนำทางชาวเนปาล 4 คนได้เดินทางไปตั้งแคมป์ที่ Mount Gurja ขณะที่มีพายุเข้า

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยในที่เกิดเหตุยืนยันว่าเห็นศพ 8 ศพติดอยู่ในซากปรักหักพังของแคมป์ แต่ไม่สามารถเข้าไปยังแคมป์ได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

หิมาลัย

ขณะนี้ยังไม่พบร่องรอยของนักปีนเขาคนที่ 9

สื่อท้องถิ่นรายงานว่านักปีนเขาชาวเกาหลีใต้ Kim Chang-ho ซึ่งเป็นนักปีนเขาที่ชำนาญที่สุดในการปีนขึ้นภูเขาสูงๆ 14 แห่งทั่วโลกโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริมก็เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต

โฆษกตำรวจ Sailesh Thapa กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากพายุหิมะที่มีระดับความรุนแรงมากจนทำให้ต้นไม้หักโค่นลงมาทับเต็นท์ นั่นทำให้ศพกระจัดกระจายอยู่กัน

หิมาลัย

ผู้จัดการปีนเขานี้ได้แจ้งขอความช่วยเหลือ หลังจากขาดการติดต่อกับกลุ่มนักเดินทางไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมเป็นเวลาเกือบ 24 ชั่วโมง

ทีมกู้ภัยของตำรวจกำลังเดินเท้าไปยังที่เกิดเหตุ ในขณะที่ทีมเฮลิคอปเตอร์คาดว่าจะกลับมาที่ค่ายในวันอาทิตย์หากสภาพอากาศดีขึ้น

หิมาลัย

แคมป์ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินเท้าอย่างน้อยหนึ่งวันจากหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด และอยู่ห่างจากหมู่บ้านดังกล่าวที่ระดับ 3,500 เมตร (11,483 ฟุต) และระดับความสูงของภูเขาอยู่ที่ระดับ 7,193 เมตร

Mount Gurja ตั้งอยู่ในพื้นที่ Annapurna ของเนปาลติดกับ Dhaulagiri ที่มีหิมะถล่มซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลก