นายจ้างเกาหลีหัวหมอแจ้งจับลูกจ้างไทย ‘ก่อนโดนสอบกรณีค้างค่าจ้างลูกจ้าง’

แรงงานไทย นายเอ เข้ามาทำงานในเกาหลีกว่า 3 ปีต้องถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาหลังขอเงินแทจิกึม (เงินชดเชย) จากนายจ้างในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นายจ้างยืนยันว่าเขาจะไม่จ่ายค่าชดเชยให้เพราะว่าเป็น “คนงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งทำงานโดยไม่มีวีซ่าทำงาน

นายจ้างเกาหลี

นายเอจึงได้ยื่นคำร้องต่อกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) โดยกล่าวว่า “ได้โปรดช่วยผมให้ได้รับค่าจ้างที่นายจ้างค้างจ่ายอยู่เถอะครับ” ในขณะเดียวกันนายจ้างกลับแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่เขาเดินทางไปชี้แจงต่อสำนักงานแรงงาน

ตำรวจเดินทางเข้าไปยืนยันตัวตนว่านายเออยู่ในเกาหลีโดยไม่มีวีซ่าทำงานตามแจ้งความจริงหรือไม่ทันที ก่อนจะแจ้งต่อนายเอถึงการจะส่งตัวเขาไปยังศูนย์คุ้มครองต่างชาติ

ตัวนายเอเองกังวลว่าจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศก่อนและจะไม่ได้รับเงินค้างจ่ายก่อนที่การสอบสวนของกระทรวงการจ้างงานและจัดจ้างแรงงานจะเสร็จสิ้น

ด้วยเหตุนี้จึงมีความเห็นว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบระงับการกักขังและการส่งกลับในขณะที่แรงงานต่างชาติกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการสอบสวนเหตุไม่ยุติธรรมที่ได้รับจากนายจ้าง

นายจ้างเกาหลี

ตามรายงานของสำนักข่าวฮันกยอเร [한겨레] เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม แรงงานต่างชาติชาวไทย 4 คน ในเมืองชอนัน, ชุงช็องนัม (충남 천안) รวมทั้งนายเอได้รายงานเรื่องราวของหัวหน้าโรงงานแปรรูปเกษตรไปยังกระทรวงการจ้างงานและแรงงานสาขาชอนันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม.

ตามคำร้องที่แรงงานส่งไป แรงงานแต่ละคนทำงานในโรงงานแห่งนี้มาเป็นเวลา 1~3 ปีก่อนจะลาออกเพื่อกลับประเทศไทยในเดือนเมษายนปีนี้ แต่พบว่านายจ้างค้างค่าจ้างแรงงานทั้ง 4 คนซึ่งเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 70 ล้านวอน รวมถึงเงินค่าชดเชย (แทจิกึม), ค่าจ้างวันลาประจำปี, และค่าแรงขั้นต่ำ จางฮเยจิน (Jang Hye-jin) คนงานจากสหภาพแรงงาน (노무법인 승리) ที่ช่วยเหลือแรงงานไทยทั้ง 4 กล่าวว่า “นายหน้าที่จัดหางานให้นายเอเคยขู่ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ‘ถ้าใครรายงานเรื่องการจ่ายค่าจ้างล่าช้าต่อกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน เขาจะแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาจับและจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย’ “

และเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ได้มีการสอบสวนแรงงานไทยและนายจ้างครั้งแรก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าไปยังสำนักงานในสาขาชอนันและแจ้งว่าจะจับกุมนายเอและคนอื่นๆ

เพราะได้รับการแจ้งความมาจากนายจ้าง นายจ้างแจ้งว่านายเอแอบขโมยเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาทิเช่น พริกแห้ง ไปขายโดยพลการ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจพบนายเอก็สอบทราบทันทีว่าเขาเข้าพำนักในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่าจะส่งนายเอและพวกไปที่ศูนย์คุ้มครองชาวต่างชาติทันทีหลังการตรวจสอบของกระทรวงการจ้างงานและจัดจ้างแรงงานดำเนินการเสร็จในวันนั้นและจะเนรเทศออกนอกประเทศ แต่แล้วอีก 2 ชั่วโมงให้หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องส่งตัวพวกเขากลับออกมา เนื่องจากทนายความของแรงงานแย้งเรื่องการจับกุมที่ไม่เป็นธรรม เพราะถือเป็นการ “การบังคับจับกุมแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติด้วยวิธีและการพิจารณาความอาญาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย”

เจ้าหน้าที่ที่สำนักงานในสาขาชอนัน ซึ่งสอบสวนกรณีนายเอกล่าว
“ข้อเรียกร้องของแรงงานและนายจ้างแตกต่างกันมาก การสอบสวนที่ต้องว่าตามกฎนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนายจ้างไม่ได้เขียนสัญญาจ้างงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีบันทึกการจัดจ้าง แถมมีการถูกตั้งข้อหาเล็กน้อยในวันเดียวกัน”

“แต่ฉันก็เข้าใจได้ว่านายจ้างเรียกตำรวจมาก็เพราะเห็นนายเอมาที่สำนักงานแรงงาน”

แม้แต่นายเอเองก็สงสัยว่านายจ้างแจ้งความกับตำรวจเพื่อกระตุ้นให้ตนถูกส่งตัวกลับประเทศ เพื่อจะไม่ให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างถูกต้อง

นายจ้างเกาหลี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่ความเรื่องการขโมยพริกแห้งไปแอบขาย ถ้าตัวเขาจะทำคงทำไปนานแล้ว คงไม่จู่ๆก็มาทำทั้งที่อยู่มาตั้ง 3 ปี

ในการตอบสนองนายจ้างกล่าวว่า
“คนที่ซื้อพริกอ้างว่าได้รับพริกที่ถูกขโมยมาจากนายเอ ฉันก็เลยไปแจ้งความ ความเสียหายมีแน่นอนจะรู้ได้ก็ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบบันทึกแล้วเท่านั้น ทางตำรวจเขาจะช่วยแก้ไขให้”

“กล้องวงจรปิดภายในโรงงานก็แสดงให้เห็นว่ามีการทำงานถึงแค่ 15.00 น. ดังนั้น ถ้าผมจะคำนวณค่าจ้างจนถึงแค่ 15.00 น. มันก็จะไม่มียอดค่าจ้างค้างจ่ายที่ต้องให้พวกเขา”

อย่างไรก็ตามนี่ได้กลายเป็นเรื่องราวที่นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายแล้วค้างค่าจ้างมักจะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อแจ้งจับลูกจ้างผิดกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์การหลีกเลี่ยงชำระค่าจ้าง

เพราะหากเหยื่อถูกควบคุมตัวไปยังศูนย์คุ้มครองชาวต่างชาติหรือถูกเนรเทศกลับประเทศบ้านเกิด ก็จะเป็นการยากที่จะระบุชั่วโมงการทำงานที่แน่นอนและคำนวนจำนวนเงินที่ค้างชำระอย่างถูกต้อง

หัวหน้าฝ่ายแรงงานจากกระทรวงจัดจ้างงานและจัดจ้างแรงงานกล่าว
“ฉันคิดว่าจริงๆ นี่เป็นจุดประสงค์เพื่อขัดขวางการสอบสวนของตัวนายจ้างเอง แต่ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ทางเราก็มิอาจจะขัดขวางเรื่องราวนี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวังจริงๆ”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าระบบจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงโดยต้องมีการขยายขอบเขตของ “ระบบการยกเว้นการแจ้งจับผู้พำนักผิดกฎหมาย (불법체류 통보의무면제 제도)” เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มีการแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ทราบถึงตัวตนของผู้เสียหาย เพื่อจะได้ทวงความเป็นธรรมให้กับแรงงานที่ถูกค้างค่าจ้าง

ทนายโชยัง-กวาน (법무법인 덕수) กล่าว
“กฎหมายปัจจุบันใช้เหตุผลในการละเมิดสิทธิ เช่น ค่าจ้างล่าช้าและค่าชดเชย ในเฉพาะกับเหยื่ออาชญากรรม เราจำเป็นต้องนำการละเมิดนี้เข้ามาใช้ในกรณีเช่นนี้ด้วย”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว