เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว “ลุ้นตัวโก่งจะมีเกาหลีด้วยไหม”

ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่ากำลังพิจารณาดำเนินการยกเว้นกฎการกักตัวหลังเดินทางเข้าไทยโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป มุ่งเน้นไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ในช่วงเวลาของการประกาศนั้นได้มีการกล่าวถึงสหรัฐอเมริกา, จีน, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, และสิงคโปร์ โดยนายกได้อ้างว่าเป็นตัวอย่างของประเทศที่รวมอยู่ใน “ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ” และยังมีประเทศอื่นๆอีก รวมอย่างน้อย 10 ประเทศ

ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวยอนฮับได้ตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และได้รับรายงานว่าเกาหลีใต้ถูกรวมอยู่ใน 10 ประเทศที่ถูกเสนอชื่อ นั่นทำให้เกิดความคาดหวังในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการจะเดินทางไปประเทศไทย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม รัฐบาลเกาหลีได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประเทศไทย และความคิดเห็นของสาธารณชนระหว่างทั้งสองประเทศเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดี

บรรยากาศการเดินทางมาประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มขึ้น โดยมีสายการบิน เช่น Jeju Air ยื่นขออนุมัติเส้นทางการบินไปไทยใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากการประกาศของนายกรัฐมนตรีไทย ทางด้าน CCSA ก็ได้มีการบรรยายสรุปต่อสื่อท้องถิ่นเพียง 5 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสิงคโปร์) เท่านั้นยังไม่มีการสรุปออกมาทั้ง 10 ประเทศอย่างเป็นทางการ และบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ชาวเน็ตเกาหลีบางคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า “ฉันผิดหวังกับรัฐบาลไทย”, “ฉันไม่ค่อยอยากมาประเทศไทย” และ “ฉันชอบประเทศไทยจริงๆ…แต่เรื่องนี้มันช่างน่าผิดหวัง”

การตัดสินใจของรัฐบาลไทยเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นอำนาจของประเทศไทยเอง แต่นั่นก็มีเหตุผลอันสมควรพอที่จะสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวเกาหลีที่ทราบข่าว

เมื่อเปรียบเทียบอัตราการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 กับจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันล่าสุดใน 5 ประเทศที่ถูกกล่าวถึงแล้ว เป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจว่าทำไมการตัดสินใจของไทยจึงเป็นเช่นนั้น

ข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม (ข้อมูลจาก our world in data) แสดงจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อ 1 ล้านคน (โดยเฉลี่ย 7 วัน) สหราชอาณาจักรอยู่ที่ 570 รายต่อล้านคน, สิงคโปร์ยอดอยู่ที่ 519, สหรัฐอเมริกาอยู่ 261, เยอรมันนีอยู่ที่ 100 ราย ส่วนเกาหลีใต้อยู่ที่ 31 รายและจีนคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ 0.01

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก our world in data ณ วันที่ 13 ตุลาคม เกี้ยวกับอัตราสำเร็จการฉีดวัคซีนพบว่าสิงคโปร์มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดยที่ 79.23% , สหราชอาณาจักร 66.37%, เยอรมันนี 64.95%, เกาหลีใต้ 61.65% และ 55.88% ในสหรัฐอเมริกา (จีน 72.56% – ข้อมูลในวันที่ 28 กันยายน)

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการฉีดวัคซีนของเกาหลีใต้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ มาก และอัตราการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้นคาดว่าจะสูงถึง 70% ในวันที่ 25 ตุลาคม (ณ วันที่ 16 ตุลาคม – 63.9%)

อีกทั้งประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกด้านการป้องกันและควบคุมโรคระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ก็ได้เอาชนะวิกฤต COVID-19 แล้วกำลังเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

ในปี 2019 ก่อนจะมีโควิด-19 นั้นชาวเกาหลี 1,800,000 คนเดินทางไปเที่ยวประเทศไทย และประเทศไทยยังถือว่าเป็นประเทศที่ชาวเกาหลีมีความต้องการที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือนสูง

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการร้องเรียนว่าเหตุใดจึงไม่มีการกล่าวถึงเกาหลีในฐานะประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ

เที่ยวไทยแบบไม่กักตัว

ตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยมีการเผยว่า “สถานทูตของเราอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลไทย และจนถึงขณะนี้ เกาหลีถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ”

“จนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อ ‘ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ’ อย่างเป็นทางการในขั้นสุดท้ายในอนาคต สถานทูตของเราก็จะขอคอยจับตาดูแนวโน้มที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบต่อไป”

“รัฐบาลไทยกำลังวางแผนที่จะสรุปและประกาศรายชื่อ ‘ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ’ ในสัปดาห์หน้า ดังนั้นโปรดทราบว่าสถานทูตของเราจะแจ้งผลสุดท้ายและรายละเอียดให้คุณทราบหลังจากการประกาศดังกล่าว”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว