Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)

Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)

 

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

           Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 : สวัสดีค่ะ แอดมินเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่ได้ อปป้า มาเป็นคู่ชีวิต มีหลายท่านที่เคยอ่านรีวิวเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับการขอวีซ่าแต่งงานเกาหลีในหลายๆเว็บ หนึ่งในนั้นก็รวมตัวแอดด้วยค่ะ เพราะกว่าจะได้วีซ่ามาครอบครองก็หาข้อมูลกันเบ้าตาเกือบทะลุเช่นกัน พอผ่านขั้นตอนนั้นมาจนกระทั่งเดินทางมาที่เกาหลีสำเร็จแล้วยังต้องดำเนินการต่ออีกกับการขอเจ้าเอเลี่ยนการ์ด (ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวนะคะ) บัตรต่างด้าวนั่นเอง เรียกให้หรูขอใช้คำว่าบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ แล้วกันค่ะ ก่อนอื่นขอบ่นก่อนแล้วกันนะคะว่า ขั้นตอนนี้เล่นเอาปวดหัวและแอบวุ่นวายมาก อาจจะด้วยความที่แอดจัดการเองทุกอย่างโดยไม่ผ่านเอเจนซี่ใดๆเลย ทำทุกอย่างเองหมด ความวุ่นวายเลยบังเกิด มา! เดี๋ยวแอดจะเริ่มอธิบายขั้นตอนกันก่อน

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

การอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램

 

สำหรับแม่บ้านคนใดที่มีสามีเป็นชาวเกาหลี หากต้องการระยะเวลาในการอยู่อาศัย 2 ปี สามารถทำตามคำแนะนำของแอดได้นะ เพราะมันมีการทำแบบ 1 และ 2 ปี เดี๋ยวมาดูกันว่ามันต่างกันตรงไหน (เราขอข้ามขั้นตอนการทำวีซ่าที่ไทยนะแวะไปอ่านได้ที่ https://thaikuk.com/2018/09/request-f-6-visa/)

            หลังจากที่ได้วีซ่า หน้าตาตามรูปด้านบนมาแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมในการต่อไปนั่นคือ การสมัครเข้าร่วมอบรมโปรแกรม 조기적응프로그램สำหรับผู้ที่ย้ายถิ่นฐานตามคู่สมรส การเข้าอบรมเพื่อรับใบผ่านการอบรมนั้นจะช่วยให้เราสามารถยืดระยะเวลาการต่ออายุวีซ่าของเราออกไปเป็นการต่อสองปีครั้ง หากผู้ที่ไม่ผ่านการเข้าอบรมจะได้รับระยะเวลาในการพำนักที่เกาหลีเพียงหนึ่งปีและต้องต่ออายุปีต่อปี ซึ่งการสมัครสามารถเข้าไปสมัครได้ที่เว็บนี้ http://socinet.go.kr/soci/main/main.jsp?MENU_TYPE=S_TOP_SY ขอแนะนำให้สามีเป็นคนสมัครให้นะคะเพราะไม่มีเวอร์ชั่นอื่นนอกจากภาษาเกาหลี ขั้นตอนนี้สามีต้องช่วยค่ะเพราะแอดก็ไม่เข้าใจภาษาเกาหลีเท่าไหร่เคยลงเรียนแค่เดือนเดียวพออ่านออกเขียนได้แต่แปลไม่ได้ +555 ขอเวลาแปบล่ะกันค่ะ หน้าตาเว็บไซต์จะเป็นแบบนี้นะคะ

          หลังจากลงสมัครเรียบร้อยแล้วก็รอค่ะ ขั้นตอนการรอจะเป็นอะไรที่ช่างยาวนานสำหรับใครบางคนซึ่งแอดมินก็คิดเช่นนั้น แอดสมัครทันทีที่เดินทางมาถึงเกาหลีแต่รอบการเข้าอบรมที่ใกล้ที่สุดคือเดือนถัดไปหลังการสมัคร =_=; แอดลงอบรมไว้ที่กรุงโซลค่ะ สถานที่ๆเลือกคือ สถาบันวิจัยเพื่อบูรณาการความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยสตรี ซุคมยอง (숙명여자대학교 다문화통합연구소) ระยะเวลาในการอบรม 3 ชั่วโมง สามีแอดระบุล่ามไทยให้แอดด้วยตอนสมัครเลยมีพี่ล่ามรุ่นพี่มาช่วยแปลขณะฟังการอบรมค่ะ พี่ล่ามใจดีและน่ารักมากค่ะ การอบรมจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน มีหนังสือให้ด้วยเล่มนึง หน้าตาแบบนี้ค่ะ มีข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้เยอะเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆ

             ช่วงแรกจะเป็นการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นล่ามให้แอดซึ่งพี่เขาแต่งงานกับชาวเกาหลีแล้วมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังและจะถามปัญหาว่ามีปัญหาอะไรบ้างไหมหลังจากมาเริ่มใช้ชีวิตในเกาหลี ขั้นตอนนี้จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ โดยส่วนตัวแอดเองไม่ค่อยมีปัญหากับสามีเท่าไหร่เพราะเคมีเราตรงกันจนทุกอย่างมันเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับคู่เรา แต่ปัญหาหลักของแอดคือ อยากหางานทำเพราะมาอยู่กับสามีเฉยๆมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของเราและอีกอย่างแอดจบป.โทมาแล้วจะให้มาอยู่บ้านเปล่าๆไม่ทำงานทำการนั้นมันไม่ค่อยจะเหมาะกับตัวเองเท่าไหร่ ปัญหาแรกที่ถามรุ่นพี่คือ หางานทำยังไงคะ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาแอบช็อคค่ะ รุ่นพี่บอกว่า เรื่องหางานน่ะอย่าไปคิดถึงมันเลยในระยะ 2 -3 ปีนี้ @o@!!! ช็อคสิคะ จะให้ทำอะไรล่ะระยะเวลานานขนาดนั้น แต่รุ่นพี่ให้เหตุผลที่มันเปลี่ยนความคิดแอดไปโดยสิ้นเชิง พี่เค้าบอกให้แอดไปเรียนภาษาเกาหลีก่อนให้พูดได้ รู้เรื่อง ลำพังแค่ภาษาอังกฤษมันไม่สามารถหางานได้ทันทีหรอก อย่างที่รู้ๆว่าคนเกาหลีน่ะค่อนข้างชาตินิยม ถ้าพูดกับเขาไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้จะทำงานอะไรได้ นอกจากงานโรงงาน หรืองานเกษตรกรรม แต่เราอยากใช้ทักษะของเราที่มีไปทำงานที่มันจะส่งผลต่อโปรไฟล์เราในอนาคตมากกว่าจบชีวิตที่โรงงาน แอดจึงมีความคิดที่อยากจะเรียนต่อยอดความรู้ต่อ อย่างน้อยมันก็จะอยู่กับเราไปตลอดไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ดังนั้นการเรียนภาษาจึงทำให้แอดต้องคิดถึงในขั้นตอนหลังจบการอบรม

             ช่วงที่สองจะเป็นการบรรยายของอาจารย์ภายใต้หัวข้อ ทำความเข้าใจระบบกฎหมาย ช่วงนี้จะเป็นการอธิบายกฎหมายในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ต้องทำหลังเข้าสู่ประเทศเกาหลี, ขั้นตอนการขอสัญชาติในอนาคตสำหรับผู้ต้องการอยู่แบบถาวร, การบูรณาการทางสังคมหรือการทำงานร่วมกัน, แนะนำหน่วยงานและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ, และวิธีการรับมือกับสถานการณ์เร่งด่วน

           ช่วงสุดท้ายจะเป็นอาจารย์ผู้ที่ให้คำปรึกษาทางด้านการใช้ชีวิตคู่ ความเข้าใจซึ่งกันและกันในฐานะสามีภรรยา ช่วงนี้จะมีกิจกรรมมาให้เล่น จะผ่อนคลายหน่อยเพราะถือเป็นการสานสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา

หลังจบการอบรมก็จะได้รับใบประกาศการเข้าอบรมเป็นกระดาษA4ที่ไม่ได้มีลวดลายอันใดซึ่งแอดจะต้องเอาไว้ยื่นประกอบการของบัตรประจำตัวชาวต่างชาติในลำดับต่อไป (ลืมถ่ายรูปไว้ขออภัยด้วยค่ะ)

 

 

การขอ Alien registration card สำหรับผู้ถือวีซ่า F-6-1

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าขั้นตอนนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากสำหรับมือใหม่ไฟกระพริบแบบคู่ของแอดกับสามี คือแบบว่าเสริชหาข้อมูลกันบ่อยมากแต่ข้อมูลที่ได้มักจะไม่ตรงกันเสมอไป เอาเป็นว่าลงมือทำเลยดีกว่า ก่อนอื่นในเน็ตให้ข้อมูลมาว่าต้องทำการตรวจวัณโรคก่อนเพื่อเอาไปประกอบการขอบัตร โรงพยาบาลที่แอดไปตรวจอยู่ใกล้สถานี sillim line#2 สายสีเขียว แอดถือโอกาสถ่ายรูปโปรชัวร์มาฝาก

ที่นี่สามารถออกใบตรวจให้ได้เลยทันทีในวันนั้น หากไปตรวจที่อื่นจะต้องรอประมาณอาทิตย์นึง (สามีกล่าวอ่ะนะ) แต่ก็แลกด้วยการจ่ายแพงกว่าปกติ (ตอนไปตรวจราคาอยู่ที่เจ็ดพันวอน) แต่!!!!!! จะบอกอะไรไว้อย่างหนึ่ง เอกสารตัวนี้ไม่จำเป็นต้องนำไปด้วยเพราะสำนักงานตม.ที่แอดไปเขาไม่ต้องการ คือแนะนำไปข้างบนนี้เพื่อ!!!!???? เหตุผลคงเพราะตอนแอดขอวีซ่าก่อนหน้านี้ได้ตรวจแบบ Full options ไปแล้วกระมั่ง ด้วยความที่เตรียมมาแล้วเลยบอกเจ้าหน้าที่ตม.ไปว่ารับไว้เถอะค่ะ เสียค่าตรวจแล้วอ่ะถือกลับบ้านไปช้ำใจเปล่าๆ

สรุปเอกสารที่ต้องเตรียมนะคะ

  1. แบบฟอร์มการสมัคร (เอกสารอยู่ที่สำนักงานตม.)
  2. Passport เล่มจริง และสำเนาพร้อมถ่ายหน้าที่มีวีซ่าด้วยอย่างละ 1 ฉบับ
  3. ทะเบียนสมรสฉบับเกาหลี 1 ฉบับ
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของสามี (주민등록등본)
  5. รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 cm (พื้นหลังสีขาว) จำนวน 1 รูป
  6. เงินค่าทำบัตร 60,000KW ในกรณีต้องการให้จัดส่งทางไปรษณีย์ให้เตรียมเงิน 3,000KW เพิ่มเติม

หลังจากจากที่เตรียมเอกสารข้างต้นเรียบร้อยแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั่นคือการตรวจเช็ค Location ตามที่อยู่ของตนเองว่าสามารถไปทำบัตรได้ที่สำนักงานตม.เขตไหน ตัวแอดมินเองอยู่โซนเหนือของกรุงโซล สำนักงานที่แอดไปทำคือสาขา Sejongro immigration branch office ซึ่งการเดินทางก็ไม่ได้ยากลำบากนัก นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานี Jonggak Line#1 สายสีน้ำเงิน ซึ่งแอดเอารูปภาพมาฝากสำหรับเขตที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานนี้

**สำนักงานจะอยู่ที่ชั้น 2 นะคะ เดินขึ้นบันไดได้**

ขั้นตอนการจองคิว

 

ย้ำ!!!!! นะคะว่าต้องจองคิวก่อนไป หากคุณไม่จองคิวจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการใช้บริการในวันนั้นค่ะ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ตามขั้นตอนในรูปได้เลยค่ะ

ขั้นแรกเข้าเว็บไซต์ www.hikorea.go.kr คลิกตามหมายเลขในรูปได้เลยค่ะ

ต่อมาจะเห็นหน้านี้ให้เลื่อนลงด้านล่าง

จะพบกับปุ่มสีเขียวด้านล่างคลิกตามหมายเลข 3

เนื่องจากเราสมัครครั้งแรกให้ตามหมายเลข 4 และกรอกข้อมูลที่จำเป็นลงไปในช่องว่างได้เลย เป็นภาษาอังกฤษค่ะ

เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนคลิกเลือกวันที่จะจองตามหมายเลข 6

ก็จะพบกับหน้านี้ ให้สังเกตุนะคะว่าถ้าวันไหนมีคิวว่างเมื่อเราคลิกที่วันที่และมันจะโชว์แบบในรูปแต่หากวันไหนคิวเต็มตรงปฏิทินวันนั้นๆจะขึ้นสีเทาแปลว่าคิวเต็มค่ะ ให้ทริคเล็กน้อยหากใครต้องการแบบด่วนให้หมั่นเช็ควันว่างบ่อยๆเผื่อมีใครยกเลิกคิวไปเราก็สามารถเสียบแทนได้เลยแต่อย่าลืมไปยกเลิกคิวเดิมที่จองไว้ก่อนหน้านะคะจะได้ไม่กันคิวท่านอื่นๆที่มาจองทีหลังเราอ่ะค่ะ

ได้วันและเวลาที่ต้องการแล้วก็กดตรง OK แล้วรอเมสเสจยืนยันเข้ามาในมือถือค่ะ

เพิ่มเติมการตรวจเช็คสถานะการจองนะ ตามรูปภาพด้านล่างเลยค่ะ

ข้อมูลจะโชว์ขึ้นให้เห็นว่าเราจองคิววันไหนบ้าง แอดมินจองคิวผิดสำนักงานด้วยล่ะไปเก้อเลยวันนั้นเพราะความบื้อของพวกตัวเองไม่ได้เช็คว่าตัวเองสามารถลงทะเบียนได้ที่เขตไหน ยังไงก็อย่าพลาดเหมือนคู่แอดนะคะเสียเวลาแถมเสียความรู้สึก รอนานแต่ไม่ได้ทำ T^T

ขั้นตอนการยื่น

แนะนำให้ทำการจ่ายค่าแสตมก่อน 30,000KW แล้วเราจะได้กระดาษหน้าตาแบบนี้มา

หลังจากนั้นเดินไปจ่ายค่าทำบัตร 30,000KW ที่ตู้เอทีเอ็มที่ทางตม.เตรียมไว้แต่หากต้องการให้มีการจัดส่งบัตรทางไปรษณีย์ก็จ่ายเพิ่มอีก 3,000KW ตรงนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในการจ่ายไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วเราก็จะได้สลิปหน้าตาแบบนี้

หลังจากเตรียมตรงนั้นเสร็จแล้วก็รอคิวเจ้าหน้าที่เรียกค่ะ ยื่นเอกสารทุกอย่างให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลังจากนั้นจะได้รับกระดาษนัดรับบัตรสำหรับผู้มารับเอง ก่อนจะเดินไปประทับลายนิ้วมือที่ช่องหมายเลข 0 ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย รอวันมารับอีกที ในส่วนของแอดเลือกมารับเองเพราะไม่ไกลจากที่อยู่มากแต่ไม่อยากบอกว่าต้องรอไปอีกหนึ่งเดือนเต็มๆ!!!!! อยากสมัครงานแล้วอ่ะแต่ทำยังไม่ได้เพราะต้องมีบัตรตัวนี้ไว้ยืนยันตนเอง ทำไงได้ต้องรอต่อไปค่ะ

 

ขั้นตอนการรับบัตร Alien registration card 

 

และแล้ววันนี้ขอแอดก็มาถึง วันนัดรับบัตรค่ะไปกันค่ะ นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่สถานนีจงกัก (Jonggak) ทางออกที่ 6 เดินตรงมาเรื่อยๆ

Korean alien card registration card

 

Korean alien card registration card

ไปชั้น 2 กันค่ะ 

Korean alien card registration card Korean alien card registration card

ส่วนขั้นตอนไม่มีอะไรยุ่งยากค่ะ ไม่ต้องรับบัตรคิวแค่นำใบนัดรับบัตรไปยื่นให้กับพนักงานในช่องแรกที่อยู่ก่อนช่อง 1

Korean alien card registration card

รอเจ้าหน้าที่เรียกชื่อไปรับบัตรไม่นานค่ะ แค่ 2 นาทีก็เรียกละ และหน้าตาบัตรก็เป็นแบบนี้ค่ะ

Korean alien card registration card

Korean alien card registration card

ด้านหลังจะระบุวันเวลาที่สามารถพำนักอยู่ได้และด้านล่างจะเป็นที่อยู่ค่ะ ถ้ามีการย้ายที่อยู่ใหม่ก็ต้องกลับมาที่นี่เพื่อแก้ไขข้อมูลที่อยู่อีกครั้งค่ะ

สำหรับการรีวิวข้างต้นนั้นหวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่อยู่ในสถานะเดียวกันกับแอดมินนะ ใครมีอะไรสงสัยและแอดพอช่วยตอบได้ Comment ไว้ได้เลยจ้าจะแวะมาตอบให้นะคะ

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับ “Reviews การเข้าอบรมโปรแกรม조기적응프로그램 และการขอ Aline Registration Card เกาหลีใต้ (F-6-1)”

ใส่ความเห็น