ต่างชาติต้องเข้าเมืองวันละ 100 คน ถึงจะแก้ไขปัญหาขาดแรงงานได้

 

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม กระทรวงและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พบกับนายกรัฐมนตรีช็องเซ-คยุนในซัมช็องดง จงโนกู กรุงโซล (서울 종로구 삼청동)

ปัญหาขาดแรงงาน

คิม กี-มุนประธานสมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลี (K-BIZ) กล่าวในการประชุมว่า
“เกาหลีกำลังได้รับความเชื่อมั่นในการเอาชนะ COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางมีการส่งออกเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีแรงงานต่างชาติเพียง 324 คนเท่านั้นที่ได้รับการจัดสรรเข้าประเทศจากโควต้าทั้งหมด 52,000 ที่จัดสรรไว้ในปีนี้”

“ขณะนี้เราอนุญาตให้แรงงาน E-9 ชาวกัมพูชาเข้าประเทศได้และเราจำเป็นต้องขยายจำนวนประเทศที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ควรเพิ่มขีดจำกัดการเข้าเมืองจากปัจจุบัน 50 คนเป็นมากกว่า 100 คน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคน”

รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อียง-กู กล่าว
“หากสถานที่กักกันสำหรับแรงงานต่างชาติเพียงพอล่ะก็ ขีดจำกัดการเข้าเมืองต่อวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 75 และสูงสุดถึง 450 ต่อสัปดาห์”

อี แจ-กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน
“นายกรัฐมนตรีได้ให้คำแนะนำพิเศษเกี่ยวกับเรื่องการขาดแคลนคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมมาบ้างแล้ว ในระหว่างที่มีการพิจารณาเรื่องการกักกันโรคทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติขั้นสุดและจะมีการประกาศรายละเอียดขั้นสุดท้ายในเร็ว ๆ นี้”

ปัญหาขาดแรงงาน

ทางด้านคิม กี-มุน ก็ยังคงยืนกรานเรื่องของการลดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ต้องการจะเปลี่ยนสถานที่ทำงานอยู่เช่นเดิม เขาเผย
“การที่แรงงานต่างชาติสามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้ 5 ครั้งใน 5 ปี สำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางแล้วพวกเขาเองก็ประสบปัญหาเช่นกันที่คนงานเอาแต่ย้ายไปทำงานที่อื่นและบริษัทก็ต้องสูญเสียผลผลิต”

“เพราะฉะนั้นอย่างน้อยภายใน 1 ปี ไม่ควรจะมีการอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ทำงาน และการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานควรลดเหลือเป็นย้ายได้ 3 ครั้งต่อช่วงการทำงาน 5 ปีแทน”

อี แจ-กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว
“การจำกัดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของแรงงานต่างชาติค่อนข้างจะมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน แต่เราจะหาทางออกให้ได้ เราจะคิดหาวิธีที่จะอนุญาตให้บริษัทต่างๆใช้กำลังคนเท่าที่จำเป็นโดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิมนุษยชนภายหลัง”

ปัญหาขาดแรงงาน

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีช็อง เซ- กยุน กล่าวว่า
“เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมและการลดลงของประชากร จำเป็นต้องมีนโยบายการนำเข้าทรัพยากรมนุษย์อย่างเร่งด่วน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้ามาของเหล่าต่างชาติที่มีความสามารถด้วย และต้องสะท้อนไปตามความต้องการของทรัพยากรมนุษย์ที่หลากหลาย”

“เราจะดึงดูดผู้มีความสามารถที่โดดเด่นในด้านต่างๆ จัดระเบียบการจ้างงาน และวีซ่าธุรกิจใหม่ โดยเราจะขยายและดำเนินการเตรียมวีซ่า 숙련기능인력 (E-7-4) ไว้เพื่อให้มีการพำนักระยะยาวที่มั่นคงของแรงงานต่างชาติที่มีความสามารถให้พำนักอยู่ในเกาหลีได้สะดวกขึ้น”

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail