เตรียมศูนย์ฉีดวัคซีน 250 แห่ง ‘เป้าฉีดวัคซีน 600 ครั้ง/วัน/ศูนย์’

 

วัคซีน COVID-19 ที่จะเปิดตัวครั้งแรกในเกาหลีช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้มีแนวโน้มที่จะเป็นวัคซีนไฟเซอร์(Pfizer)

รัฐบาลเกาหลีใต้จะเริ่มประกาศที่ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีน 250 แห่งในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม วัคซีนไฟเซอร์ต้องเก็บไว้ที่อุณหภูมิลบ 75 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบการกระจายและการจัดเก็บพิเศษที่รัดกุม

เป็นผลให้หน่วยงานกักกันกำลังเร่งตระเตรียมศูนย์ฉีดวัคซีนให้พร้อม

 

Park Jong-hyun (행정안전부안전소통담당관) กล่าวในการบรรยายสรุปการควบคุมสถานการณ์โควิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม

“มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่วัคซีนตัวแรกจะเข้ามาก่อนวันปีใหม่เกาหลีนี้ ดังนั้นเราจึงกำลังเตรียมกำหนดการทั้งหมดอยู่”

“เรากำลังเร่งกำหนดสถานพยาบาลและศูนย์ฉีดวัคซีนที่จะฉีดวัคซีนตามแผนการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลกำหนดไปช่วงแรก”

 

นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งสถาบันทางการแพทย์ 10,000 แห่ง เพื่อเตรียมรับวัคซีน AstraZeneca และ Janssen ที่สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้

 

ศูนย์ฉีดวัคซีน

 

ก่อนอื่นกระทรวงการบริหารราชการและความมั่นคง (행정안전부) มีเป้าหมายที่จะกำหนดและดำเนินการศูนย์ฉีดวัคซีน 250 แห่ง

แผนการติดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนจะทีการแนะนำให้ติดตั้ง 1 แห่ง ในเมืองต่างๆทั่วประเทศ และศูนย์ฉีดวัคซีน 3 แห่งในสถานที่ที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน

ปัจจุบันศูนย์ฉีดวัคซีน 150 แห่งได้รับการคัดเลือกโดยจะมีใช้โรงยิมในร่ม 93 แห่ง สถานอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรม 30 แห่ง สวนสาธารณะกลางแจ้ง 10 แห่ง และสถานพยาบาล 12 แห่ง

 

Park Jong-hyun เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกล่าว

“จะมีการรับรายชื่อผู้ที่จะได้รับวัคซีนผ่านเว็บไซต์จากรัฐบาลท้องถิ่นภายในวันที่ 22 มกราคม และแจ้งศูนย์ฉีดวัคซีน 250 แห่งในสัปดาห์หน้า”

 

กระทรวงการบริหารราชการและความมั่นคงได้ตั้งเป้าหมายในการฉีดวัคซีนอย่างน้อยวันละ 600 คนในศูนย์ๆ เดียว

 

ศูนย์ฉีดวัคซีน

 

การอนุมัติให้ฉีดวัคซีนและการรักษาก็มีการเร่งขึ้นเช่นกัน วัคซีนไฟเซอร์จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการภายในเดือนมกราคม และวัคซีนเกาหลี “EuCorVac-19” ได้อนุมัติแผนการทดสอบทางคลินิกระยะแรกและระยะที่สอง

 

Kwon Duk-chul รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกล่าวในการประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม

“บางคนอาจติดเชื้อไปแล้ว แม้แต่ 70% ของประชากรก็อาจจะมีภูมิคุ้มกันต่อ COVID-19 แล้วก็ได้”

“ปีนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างวัคซีน, การรักษาและการเว้นระยะห่างทางสังคม”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail