แรงงานเกษตรเกือบเอาตัวไม่รอด

 

เมื่อวันที่ 1 มกราคมของปีนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไวนิลในฟาร์มใบงา (깻잎) แห่งหนึ่งในเมืองมิลยาง (밀양시)

ในช่วงนั้นบ้านไวนิลที่พักอาศัยเป็นของแรงงานหญิงชาวกัมพูชา

แรงงานหญิงทำงานในไร่เสร็จก็กำลังอาบน้ำและจู่ๆคุณยายที่อาศัยอยู่ใกล้เธอก็วิ่งมาแจ้งว่าเกิดไฟไหม้ก่อนจะรีบใช้ผ้าชุบน้ำคลุมตัวหลบหนีออกมา

แรงงานเกษตร

ข้าวของทุกอย่างของแรงงานสาวต่างชาติถูกไหม้หมด แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือการดูแลของเจ้านายเกาหลี

แทนที่จะปลอบโยนแรงงานต่างชาติสาว แต่นายจ้างกลับดุว่าเธอใช้ไฟฟ้ามากเกินไป

เธอไม่มีเสื้อผ้าและอาหารเพราะไฟไหม้หอพักหมด แต่นายจ้างชาวเกาหลีก็ยังเรียกร้องให้ทำงานต่อไป

แรงงานต่างชาติสาวกล่าวว่าเธอไม่สามารถทำงานในสถานที่ที่พวกเธอรู้สึกว่าเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกต่อไป แต่นายจ้างชาวเกาหลีกล่าวโทษว่าเธอจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะที่ไฟไหม้นั่งเพราะเธอใช้ไฟมากเกินขีดจำกัด และก็ไม่อนุญาตให้เธอเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้

แรงงานเกษตร

นอกจากนี้นายจ้างชาวเกาหลียังบอกให้แรงงานต่างชาติสาวออกจากหอพัก หากพวกเขาไม่อยากจะทำงานต่อ ทำให้เธอต้องรู้สึกอับอาย และได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายยิ่งกว่าใบงาดำเสียอีก

และอีกทั้งเธอยังมีปัญหาที่นายจ้างชาวเกาหลีค้างจ่ายเงินเดือนอีกหนึ่งเดือน

ด้วยความช่วยเหลือของทนายความด้านแรงงาน แรงงานหญิงจึงสามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานและได้รับค่าจ้างที่นายจ้างค้างจ่ายคืน

อย่างไรก็ตามแรงงานสาวอพยพเธอไม่ได้รับเงินชดเชยจากเหตุเพลิงไหม้

จากการสำรวจของกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) พบว่า 99% ของแรงงานต่างชาติในภาคเกษตรกรรมและการประมงนายจ้างเกาหลีจัดหาที่พักให้ และ 69.6% อาศัยอยู่ในอาคารชั่วคราว (ตู้คอนเทนเนอร์และบ้านไวนิล)

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail