“เจ็บใจจัง … นี่พวกเขาต้องมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ฉันรู้สึกเหมือนว่าพวกเขากำลังขายอะไรสักอย่าง … “

 

นี่คือความคิดของผู้หญิงอพยพที่แสดงความเห็นในรายงานเรื่องการติดตามการโฆษณาการแต่งงานระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ภายใต้หัวข้อ ‘혐오를 낳는 차별적 광고 이제 그만!’ ที่จัดขึ้นโดยศูนย์สิทธิมนุษยชนหญิงย้ายถิ่นแห่งเกาหลีใต้ (한국이주여성인권센터) ณ ศูนย์โซลโกลโบลเซนเตอร์ (서울글로벌센터)

 

หญิงต่างชาติ

 

ศูนย์สิทธิมนุษยชนหญิงย้ายถิ่นของเกาหลีใต้ได้เลือกโฆษณา 7,000 รายการตามเว็บไซต์นายหน้าหาคู่แต่งงานระหว่างประเทศและตามยูทูป

ซึ่งเป็นช่องทางที่โฆษณาที่ได้รับการคัดเลือกเผยแพรอยู่ มีการเผยแพร่เกี่ยวกับสตรีที่แต่งงานแล้ว 12 คนจากเวียดนาม, กัมพูชา, และลาว โดยมีการสัมภาษณ์พวกเธอเหล่านั้น และประกาศผลการคัดเลือกด้วย

ผู้หญิงย้ายถิ่นที่เห็นโฆษณาเป็นครั้งแรกต่างชี้ให้เห็นว่ามันเป็นเหมือนการค้าบริการอย่างว่าและปัญหาทางเพศ แถมยังมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ชายอีก

 

หญิงอพยพกล่าว

“(ผู้ชายเกาหลี) บอกให้ช่วยส่งรูปสวย ๆ มาให้ดูหน่อย ยิ่งสวยเท่าไหร่ยิ่งดี”

“ว่าที่เจ้าบ่าว (ชายเกาหลี) และว่าที่เจ้าสาว (หญิงต่างชาติ) กว่า 20 ~ 30 คนกำลังนัดบอดกัน… “

“(นั่นคือวิธีการโฆษณา) ฉันรู้สึกเหมือนเป็นการถูกขาย (ผู้หญิง) เหมือนผู้หญิงเป็นสิ่งของ”

 

หญิงต่างชาติ

 

“ในโฆษณา ผู้ชาย (เกาหลี) อายุ 56 ปีและผู้หญิง (ต่างชาติ) อายุแค่ 26 ปีเอง? นั่นหมายความว่าผู้ชายสามารถแต่งงานได้แม้ว่าเขาจะอายุมากแล้วก็ตาม นี่มันก็มีด้านดีอยู่ แต่มีหลายต่อหลายโฆษณาที่อธิบายแบบผิด ๆ”

“พวกเขาพูดถึงสิ่งที่ผู้ชายต้องการเท่านั้น ยังไงก็ควรจะฟังสิ่งที่ผู้หญิงต้องการด้วยสิ ผู้ชายเพียงแค่แนะนำตัวสั้น ๆ แต่ผู้หญิงถูกสัมภาษณ์ประมาณ 15 ถึง 20 นาที รวมถึงคำถามเกี่ยวสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่, มีรถหรือไม่ และฉันคิดว่าพวกเขาอัปโหลดวิดีโอโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวแน่นอน “

 

หญิงต่างชาติ

 

ทนายความแบคโซจุนกล่าว

“เพื่อลดการโฆษณาที่เลือกปฏิบัติและสร้างความรังเกียจนั้น เราจำจะต้องมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ และจำเป็นต้องมีการประเมินรูปแบบและให้ความรู้ตามกลุ่มเฝ้าติดตาม”

“เพื่อที่จะร่างแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติและการแสดงออกที่แสดงความเกลียดชังควรกำหนดมาตรฐานลงไปในกฎหมายมาตรา ” 결혼중개업법시행규칙” เพื่อให้นายหน้าจัดหาและผู้ผลิตเนื้อหาสามารถอ้างถึงได้”

“กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่ครอบคลุม (포괄적 차별금지법) ควรได้รับการตราขึ้นเพื่อเคารพสิทธิมนุษยชนและตัวตนของสมาชิกต่างๆในสังคมรวมถึงผู้ย้ายถิ่นฐานด้วย”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2020 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account