เรื่องราวต่อไปนี้ถูกถ่ายทอดมาจากศูนย์สิทธิมนุษยชนหญิงต่างชาติในเกาหลีใต้ (한국이주여성인권센터) ที่ออกมาตีแผ่ถึงปัญหาหญิงไทยที่มีสามีเกาหลีแต่กลับรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังพวกเธอมีบุตรกับชาวเกาหลี เรื่องราวถูกถ่ายทอดในลักษณะการเล่าเรื่อง โดยเรื่องมีอยู่ว่า…

หน้าร้อนปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อเข้าพบกับหญิงสาวชาวไทยที่ได้เดินทางกลับจากเกาหลี ในช่วงแรกการหาหญิงไทยเหล่านี้ไม่ได้ง่ายนักเนื่องจากพวกเธอจะแต่งงานแล้วย้ายเข้าไปยังเกาหลีกันหมด แต่เราได้มีโอกาสรู้จักกับสาวชาวไทยคนหนึ่งที่เธอหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีและหนีกลับมาอยู่ไทย และเธอก็แนะนำให้รู้จักกับสาวไทยที่มีลักษณะเดียวกันอีก 9 คนด้วย

พวกเขาแตกต่างจากที่คนทั่วไปคิดแม้ว่าเป็นผู้หญิงอพยพที่แต่งงานแล้ว แต่ก็มีเรื่องราวต่างๆมากมายผ่านมาเข้ามา แต่ส่วนใหญ่พวกเธอทั้งหลายกลับมาจากงานนวดที่เกาหลีและไม่มีวีซ่า หรือไม่ก็พบเจอกับชายชาวเกาหลีในประเทศไทยผ่านการติดต่อทางอินเทอร์เน็ตหรือเพื่อนๆ แนะนำ ที่สำคัญพวกเธอล้วนให้กำเนิดบุตรกับชาวเกาหลีทั้งสิ้น และสิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันอีกอย่างก็คือ พวกเขาถูกผู้ชายเกาหลีรังเกียจหลังจากที่ตั้งครรภ์ จนต้องกลายมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวหลังคลอดลูก ลองมาดูว่ามีเคสใดกันบ้าง?

 

สาวไทย

 

– แฟนหนุ่มเกาหลีทิ้งหลังคลอดลูก

ก่อนหน้านี้ น้ำ (นามสมมติ) เธอได้ฟังเรื่องราวจากเพื่อนของเธอที่บอกว่ามาทำงานนวดที่เกาหลีจะได้เงินเดือนเยอะ เพราะเกาหลีเข้าง่าย แถมอยู่แบบฟรีวีซ่าได้นานถึง 3 เดือน ตอนนั้นที่เธอได้ฟังเรื่องราวจากเพื่อนเธอยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ ต่อมาเธอได้เลิกกับสามีชาวไทยและอยู่มาเรื่อยๆ ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอทำงานฝ่ายการตลาดในบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งในไทยและหาเงินเลี้ยงดูลูกได้พอประมาณ แต่อยู่มาวันหนึ่งคุณแม่ของเธอล้มป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดศีรษะ เธอไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่ารักษาผู้เป็นแม่ เธอจึงตัดสินใจเข้ามาทำงานนวดในเกาหลี

น้ำเข้ามาทำงานนวดได้ 6 เดือนเธอก็พบรักกับแฟนชาวเกาหลี 2 เดือนต่อมาเขาทั้งคู่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 9 เดือนโดยที่ครอบครัวฝ่ายชายไม่เคยทราบ แต่น้ำได้มีโอกาสทำงานอื่นด้วย นั่นเลยทำให้เธอและแฟนห่างเหินกันเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เลิกรากันไป เธอจีงได้คิดที่จะเริ่มธุรกิจบางอย่างกับเพื่อนในเกาหลี

เวลาล่วงเลยไปเกือบ 3 เดือนระยะวีซ่าของเธอก็เริ่มจะหมดลง แต่กลับมีชายคนหนึ่งมาเสนอว่าจะดำเนินเรื่องขอวีซ่าอยู่ต่อให้โดยแลกกับเงินกว่า 4.5 ล้านวอน และเขาจะช่วยให้เธอได้รับวีซ่าประเภท G-1 ซึ่งจะมีระยะเวลาพำนัก 3 เดือนและเธอก็ต้องต่อวีซ่าทุกๆ 3 เดือน แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อตัวแทนที่ทำวีซ่า G-1 ให้เธอนั้นถูกจับฐานปลอมเอกสารเพื่อให้ได้มาซึ่งวีซ่า G-1 และแน่นอนเธอถูกส่งกลับไทยหลังจากนั้น เธอตัดสินใจติดต่อเพื่อนเพื่อขอถอนเงินที่ลงทุนไปกับธุรกิจคืน แต่เพื่อนกลับขาดการติดต่อไปทันที น้ำหญิงสาวผู้ต้องการหาเงินในเกาหลีใต้กลับต้องชดใช้หนี้สินและเสียเงินก้อนโตไปกับการลงทุนที่ล้มเหลว และเดินทางกลับไทยตัวเปล่า

หลังจากเธอเดินทางกลับมาไทยเธอก็ยังติดต่อกับแฟนเกาหลีอยู่ เขาได้ตามน้ำมาที่เมืองไทยหลังเธอกลับมาได้กว่า 9 เดือน แฟนหนุ่มกลับมาขอคืนดีและพร้อมขอโอกาสเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้ง แต่เธอไม่สามารถกลับเข้าไปเกาหลีได้อีกแล้ว ไม่นานน้ำก็พบว่าตัวเธอได้พลาดท้องกับแฟนเกาหลีอีกด้วย เธอพยายามติดต่อแฟนเธอหลังจากแฟนกลับไปเกาหลีและบอกข่าวดีกับแฟนว่าเธอมีลูกกับเขา แฟนหนุ่มยังคอยให้เงินสนับสนุนเธอแม้จะอยู่ที่ไทย แต่เมื่อทราบว่าแฟนสาวท้องเขากลับเลือกที่จะปฎิเสธน้ำ เขาอ้างว่าครอบครัวต้องรับไม่ได้แน่ๆ เธอทนมาตลอดจนกระทั่งเด็กคลอดออกมา แฟนหนุ่มก็ไม่เคยแม้แต่จะคิดแต่งงานกับเธอ เอาแต่บอกให้เธอรอไปก่อน ตอนนี้พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องของทั้งคู่ นั้นยิ่งทำให้น้ำเศร้าในนัก

พ่อของลูกไม่คิดแม้แต่จะลงนามความเป็นพ่อในเอกสารสูติบัตรหรือแม้แต่จดทะเบียนสมรสกับเธอก็ไม่เคย ต่อมาแฟนหนุ่มก็ได้ตัดขาดการติดต่อกับเธอโดยสิ้นเชิงเป็นเวลากว่า 5 เดือนและเธอก็ไม่เคยได้รับเงินค่าเลี้ยงดูบุตรหลังจากนั้นอีก เธอเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นและพยายามติดต่อพ่อเด็ก ทั้งสอบถามเพื่อนร่วมงานเก่าๆ ให้ช่วยหาช่องทางติดต่อเพราะเธอต้องการให้ลูกของเธอมีพ่อแต่ดูเหมือนจะสิ้นหวัง…

 

สาวไทย

 

– ยื่นฟ้องสามีเกาหลี

สา (นามสมมติ) เธอเป็นสาวไทยหัวกะทิคนหนึ่งเหมือนกับน้ำ (นามสมมติ) เธอจบการเงินจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและมีประวัติทำงานในสถาบันวิจัยกว่า 13 ปีและสาก็ฝันที่อยากจะเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาแต่เพราะไม่มีทุนเล่าเรียนบวกทั้งค่าครองชีพในกรุงเทพฯที่สูงขึ้น เธอจีงวางแผนที่จะเข้ามาทำงานนวดในเกาหลีสักระยะเพื่อเก็บเงินนี้ไปใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียน

เธอไปลงครอสเรียนนวดเพื่อที่จะไปทำงานนวดที่เกาหลีโดยติดต่อผ่านบริษัทหางานนวดแห่งหนึ่ง หลังจากเธอได้เดินทางไปถึงแล้วเธอก็เริ่มทำงานนวดและมีโอกาสได้พบรักกับชายเกาหลีคนหนึ่งผ่านการติดต่อให้ของเพื่อนที่มีสามีเกาหลี เธอทำงานวันธรรมดาและในวันหยุดทั้งคู่ก็จะไปออกเดทกัน

ไม่นานสามาทราบว่าตนพลาดมีลูกกับแฟน ซึ่งสาในเวลานั้นเธออายุ 40 กว่าปีส่วนแฟนของเธอเป็นหม้ายภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว และเขาก็อายุ 50 กว่าปี เธอรู้สีกเป็นกังวลว่าแฟนเธอจะรู้สีกยังไงกับการตั้งครรภ์ของเธอ แต่เธอก็ดีใจที่มีลูกก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสนี้เพราะด้วยวัยที่สูงเกินไป แล้วความกังวลก็เกิดขึ้นเป็นระยะๆ เธอกลัวว่าแฟนจะรับไม่ได้ กลัวการถูกบังคับให้เอาเด็กออก กลัวจะไม่ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดู เธอจึงตัดสินใจเดินทางกลับไทยและปิดบังเรื่องเด็กในท้องของเธอ หลังจากเดินทางมาถึงไทยเธอถึงได้ส่งข้อความบอกแฟนว่าเธอตั้งครรภ์ลูกของเขา แฟนก็ถามกลับทันทีว่า “อายุปูนนี้แล้วจะตั้งครรภ์ได้ไง?” สาฟังจากปากแฟนแล้วก็รู้สึกเจ็บเข้าไปถึงในใจ

หลังจากเธอกลับมาไทยเธอก็ตัดสินใจเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอไม่กล้าแม้จะกลับไปหาครอบครัวของเธอขืนกลับไปบ้านพ่อแม่มีหวังเป็นขี้ปากคนในหมู่บ้านกันพอดี เพราะสาถือได้ว่าเป็นลูกสาวที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจมาตลอดและเธอก็รับผิดชอบด้านการเงินให้ครอบครัวเป็นอย่างดีเสมอมา แต่การท้องไม่มีพ่อนั้นไม่อาจจะเป็นที่ยอมรับของพ่อแม่ได้

จนกระทั่งถีงวันที่เธอคลอดลูก เธอจัดการเรื่องทุกอย่างด้วยตนเองหมดเลย แต่เพียงตัวเธอลำพังไม่อาจจะดูแลจัดการทุกอย่างได้หมดเธอจึงตัดสินใจกลับบ้านไปหาพ่อและแม่แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดเมื่อพ่อไม่อาจรับได้กับสภาพของลูกสาวในตอนนั้น ทำให้พ่อหัวใจวายและเสียในเวลาต่อมา นั่นทำให้คนในครอบครัวต่างประณามเธอว่าเป็นสาเหตุให้พ่อจากไปในครั้งนี้ เธอจึงตัดสินใจหอบลูกตัวเองกลับมาที่กรุงเทพฯอีกครั้ง

จนถึงขณะนี้พ่อของเด็กได้รับผิดชอบเพียง 3.4 ล้านวอนเท่านั้น จนกระทั่งทารกคลอดออกมาและมีอายุหนึ่งเดือน สาคิดว่าเธอควรจะกลับไปที่เกาหลีและทำงานหาเงินและเลี้ยงลูกของเธอ ในขณะเดียวกันเธอได้พยายามส่งรูปภาพของเด็กให้กับแฟนโดยคาดหวังว่าวันหนึ่งจะมีคำว่าเรา 3 คนเหมือนครอบครัวทั่วไป อย่างไรก็ตามแม้แฟนของเธอพยายามจะช่วยส่งเอกสารตนเองมาเพื่อจดทะเบียนสมรสด้วยกันกับเธอ แต่เขากลับขาดการติดต่อไปดื้อๆ หลังทารกน้อยเติบโตขึ้นได้เพียง 6 เดือน เธอพยายามติดต่อกับแฟนของเธอผ่านเพื่อนที่แนะนำเขาให้รู้จักกับเธอ และคำตอบที่ได้คือเขาบอกว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับเธอ และบอกให้เธอออกไปจากชีวิตเขา สารู้สึกอ้างว้างและสิ้นหวังมาก

แม้ว่าเธอจะไม่สมหวังในการแต่งงานกับแฟนแต่เธอก็อยากจะให้ลูกของเธอได้สัญชาติเกาหลี เธอจึงได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายผ่านทางศูนย์สิทธิมนุษยชนหญิงต่างชาติในเกาหลีใต้ จนกระทั่งลูกของเธอถือ 2 สัญชาติ และเธอก็ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูบุตร 400,000 วอนต่อเดือนจากเแฟนของเธอด้วย แต่นั้นก็ต้องแลกกับการเดินทางไปมาระหว่างสองประเทศและค่าโรงพยาบาลอีกมากมายแทบจะหมดตัว

สากลับมาทำงานที่สถาบันวิจัยที่เดิมแต่เธอต้องเดินทางไปนั้นมานี่อยู่บ่อยครั้งทำให้เธอไม่สะดวกเนื่องจากมีลูกน้อยติดตัว เธอตัดสินใจอยากจะเดินทางเข้ามาในเกาหลีอีกครั้งและหางานทำที่เกาหลี เหตุผลหลักๆที่คิดเช่นนั้นเพราะที่ไทยนั้นมีแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด เธอได้แต่หวังว่าเธอจะสามารถเรียนภาษาเกาหลีได้ไวขึ้นและมองหางานล่ามแปลภาษาหรือไม่ก็หางานสอนภาษาอังกฤษได้ เพราะยังไงชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวในไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอ แม้ในอนาคตจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจทราบได้

 

สาวไทย

 

– ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตามบุตรควรได้รับการดูแลจากผู้ปกครอง

เนื่องจากการเดินทางไปไทยของศูนย์สิทธิมนุษยชนหญิงต่างชาติในเกาหลีใต้ครั้งนั้นส่งผลให้มีคำเรียกร้องมากมายจากหญิงสาวชาวไทยเข้ามายังศูนย์ไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียนเรื่อง การติดต่อพ่อเด็กไม่ได้, การขอความช่วยเหลือด้านการลงทะเบียนแจ้งเกิดลูกในเกาหลี จะเห็นได้ว่าแม่ๆ เหล่านี้พยายามดิ้นรนเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของลูกของพวกเธอ

ประเทศไทยและเกาหลีใต้เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าในการไปมาหาสู่ ดังนั้นผู้คนจากทั้งสองประเทศจึงเดินทางไปมาได้สะดวก ชายเกาหลีและหญิงไทยกำลังพบปะกันผ่านทั้งทาง Facebook และ Line นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่ผู้หญิงไทยออกเดทหรือใช้ชีวิตร่วมกันกับชายชาวเกาหลีที่เป็นแขกในร้านนวดในเกาหลี แต่เมื่อพวกเขามีลูกด้วยกันพ่อของทารกมักจะสานต่อความสัมพันธ์จนกว่าทารกจะคลอดแล้วก็เลือกที่จะตัดการติดต่อหลังเด็กถูกคลอดออกมา ในกรณีเช่นนี้ผู้หญิงต่างชาติจะสามารถเรียกร้องเพื่อขอรับเงินค่าเลี้ยงดูบุตรได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบว่าชายผู้นั้นเป็นบิดาของทารกจริง

อย่างไรก็ตามของแบบนี้ตบมือข้างเดียวย่อมไม่มีทางจะดังอยู่แล้ว การตั้งครรภ์ก็เช่นกันไม่ได้ทำได้เพียงลำพัง ดังนั้นผู้หญิงก็ไม่ควรที่จะให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรโดยลำพังเช่นกัน ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ สังคมเกาหลีควรจะเน้นย้ำให้มากๆ ว่า ควรจะปฏิบัติตามหน้าที่และมีความรับผิดชอบในฐานะพ่อแม่ต่อลูกที่เกิดขึ้นมาด้วยทั้งคู่

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2020 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account