เกาหลีลั่นรับวัคซีนแล้ว เตรียม ‘ปลดระยะการแยกกักตัว’

 

รักษาการนายกรัฐมนตรี ฮงนัมกิ (홍남기 총리대행) กล่าวในการบรรยายสรุปสถานการณ์โควิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน

วัคซีน

โดยกล่าวถึงข้อตกลงที่ทำการเพิ่มวัคซีนไฟเซอร์ว่า
“เราสามารถเตรียมการล่วงหน้าด้านการสำรองวัคซีนเพิ่มเติมที่เตรียมสำหรับการฉีดวัคซีนครั้งที่ 3 (บูสเตอร์ช็อต) เพื่อตอบสนองต่อไวรัส”

รักษาการนายกรัฐมนตรีฮงยัมกียังกล่าวเสริมว่าภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เกาหลีใต้จะฉีดวัคซีนได้ครบ 3 ล้านคน และเป้าจะเป็น 12 ล้านคนภายในครึ่งปีแรก

นอกจากนั้นแล้วภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ประชากร 36 ล้านคน (70% ของประชากรทั้งประเทศ) จะได้รับการฉีดวัคซีนรอบที่ 1 จากนั้นพวกเขาก็จะได้รับวัคซีนรอบที่ 2 ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน (ฉีดวัคซีนรวมกัน)

แต่รักษาการนายกรัฐมนตรีฮงนัมกีกล่าวว่า รัฐบาลอาจจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดอาจะเสร็จเร็วกว่าเดือนพฤศจิกายน

วัคซีน

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังวางแผนที่จะขยายจำนวนศูนย์ฉีดวัคซีนเป็น 10,400 แห่งภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมโดยจะสามารถรองรับผู้ได้รับการฉีดวัคซีนมากถึง 1.5 ล้านคนต่อวัน

“จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนต่อผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปี พบว่า เอสตร้าเซเนกา (AstraZeneca) ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ได้ผลอยู่ที่ 93.2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบปฏิกิริยาที่ผิดปกติอย่างละเอียดอีกด้วย”

“ในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือมีความผิดปกติจากวัคซีน รัฐบาลจะชดใช้ภายใต้ระบบการชดเชยแห่งชาติอย่างแน่นอน”

 

เขากล่าวว่าในช่วงฤดูร้อนพอประชาชนเริ่มฉีดวัคซีน ก็จะมีการเตรียมพร้อมในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันและผลประโยชน์สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ

วัคซีน

“ในส่วนของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มฉีดวัคซีนในกลุ่มบุคคลทั่วไปในช่วงฤดูร้อนนี้ เรากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จแล้วให้มีชีวิตประจำวันที่มีอิสระมากขึ้น”

“ด้วยการใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีน (วัคซีนพาสปอร์ต) เรากำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการกักตัว โดยจะมีการยกเว้นการแยกกักตัวแม้ผู้นั้นจะเคยติดต่อกับผู้ติดเชื้อก็ตาม หากประสงค์จะเดินทางเข้าออกนอกประเทศนั้นก็จะสะดวกมากขึ้น เพระจะไม่มีการกักตัว”

วัคซีน

รักษาการนายกรัฐมนตรีฮงกล่าวเช่นกันว่า
“ในระหว่างนี้มีบางคนเกิดความวิตกกังวลอย่างมากในหมู่ประชาชนว่าเกาหลีจะขาดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ซึ่งนี้ถือว่าไม่เป็นความจริง”

“ ทุกประเทศต่างก็เผชิญกับความไม่แน่นอนในอุปทานและอุปสงค์ของวัคซีน ยกเว้นประเทศที่พัฒนาวัคซีน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรและอิสราเอล ซึ่งสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ก่อนใคร ส่วนในเกาหลีความไม่แน่นอนในอุปสงค์และอุปทานของวัคซีนนั้นค่อนข้างต่ำ “

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า กำลังมีความพยายามที่จะขยายฐานการผลิตวัคซีนในเกาหลีใต้ ซึ่งก็มีบริษัทยาของเกาหลี 5 แห่งกำลังดำเนินการทดลองวัคซีป้องกันโควิดทางคลินิกในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 อยู่ และมีเป้าหมายที่คาดว่าจะอนุมัติให้ใช้จริงภายในสิ้นปีนี้

ในท้ายที่สุดรักษาการนายกรัฐมนตรีฮงนัมกี กล่าวว่า
“ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องทุ่มเทพลังในการสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวม อย่าสิ้นเปลืองเวลาตามข่าวที่ไม่มีมูลและคอยแต่จะกังวลเกี่ยวกับเรื่องการจัดหาวัคซีนและการฉีดวัคซีนกันเลย จงเชื่อมั่นในการทำงานของเรา”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail