ย้ำต่างชาติไปรับวัคซีนเข็ม 3 พร้อมเตรียมปรับวิธีเข้าเกาหลีใหม่

ในการบรรยายสรุปเมื่อวันที่ 13 มกราคม หน่วยงานสาธารณสุขได้เน้นว่าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ได้เช่นเดียวกับชาวเกาหลี

เข้าเกาหลี

ชาวต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนพำนัก (คนมีวีซ่า) สามารถจองวัคซีนได้ผ่านเว็บไซต์จองวัคซีนล่วงหน้า (https://ncvr2.kdca.go.kr/) และสามารถเข้ารับวัคซีนได้เลย ส่วนชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนสามารถไปรับวัคซีนที่สถานพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพ (보건소) ได้ชั่วคราว โดยใช้หมายเลขประจำตัวชั่วคราว (임시관리번호) ที่ศูนย์สุขภาพออกให้

หน่วยงานสาธารณสุขได้ขอให้ผู้อพยพผิดกฎหมายเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 และไม่ต้องกังวลผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ยังได้อธิบายมาตรการเสริมสร้างการควบคุมโรคในกลุ่มชาวต่างชาติที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด อาทิ

เข้าเกาหลี

ประการแรก ผู้เดินทางขาเข้าทุกคนต้องใช้รถยนต์ของตนเองหรือรถจากเครือข่ายขนส่งสาธารณสุขเท่านั้น ห้ามใช้รถสาธารณะ

ประการที่สอง เกณฑ์การส่งผลตรวจโควิดแบบ PCR เชิงลบยืนยันของผู้โดยสารขาเข้าประเทศเดิมทีใช้ผลตรวจที่ได้รับ 72 ชั่วโมงก่อนวันออกเดินทาง แต่ลดลงให้เหลือ 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ หน่วยงานสาธารณสุขยังมีแผนที่จะใช้มาตรการจำกัดเที่ยวบินที่พบผู้ป่วยชาวต่างชาติมากกว่า 3 รายในหนึ่งสัปดาห์

รวมทั้งจะมีการแนะนำให้มีการขยายที่พักที่ปลอดภัยตามที่รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งจัดหา เผื่อไว้ในกรณีที่มีพื้นที่กักตัวไม่เพียงพอ แทนการอยู่ร่วมกับครอบครัวในหลังเดียวกัน

ทางด้านการนำเข้ายารักษาโควิดชนิดรับประทานก็ได้เดินทางเข้ามาถึงเกาหลีแล้ว

เข้าเกาหลี

นายกรัฐมนตรี คิวบูคย็อม(김부겸 국무총리) แถลงข่าวถึงการมาถึงเกาหลีของยารักษาโควิดชนิดรับประทาน เมื่อวันที่ 13 มกราคม โดยเน้นว่า “ขณะนี้เรามีทางเลือกเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากวัคซีนในการต่อสู้กับโควิด-19”

นายกรัฐมนตรี คิม เผยแพร่ผ่านทาง SNS ของตนว่า “เมื่อไม่นานมานี้ การรักษาโควิดแบบยากิน ได้มาถึงเกาหลีเป็นครั้งแรก ในวันพรุ่งนี้ยาตัวนี้จะถูกนำมาใช้อย่างเร็วที่สุด”

ในระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรีคิม ได้แสดงความคาดหวังต่อการใช้ยารักษาโควิดชนิดกินด้วยว่า ผลของการใช้ยารักษาสามารถลดความน่าจะเป็นของการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและลดการสูญเสียได้ร้อยละ 88 หลังรับประทานภายใน 5 วัน

ยารักษาโควิดชนิดกินจะมีการนำมาใช้กับก่อนกับกลุ่มผู้ที่มีอาการเล็กน้อย, กลุ่มผู้ป่วยรุนแรง, กลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป, กลุ่มผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือผู้ที่รักษาตัวเองที่บ้านหรือผู้ที่เข้าศูนย์ไลฟ์แคร์

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)