ทำไมวีเกษตรแค่ 10% เอง?

 

กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าระบบการจ้างงานชาวต่างชาติในภาคเกษตรกรรมนั้นควรจะมีการแบ่งย่อยตามลักษณะการทำฟาร์มหรือตามลักษณะการเพาะปลูก

Um Jin-young นักวิจัยจาก KREI (the Korea Rural Economic Institute) ได้ออกมาโต้แย้งในการศึกษาล่าสุดที่ชื่อว่า “농업 고용환경 변화에 따른 외국인 근로자 활용 정책 방안”

ในภาคการเกษตรนโยบายแรงงานต่างชาติมีความสำคัญมากเนื่องจากมีการขาดแคลนกำลังคน และได้เริ่มมีการใช้ระบบอนุญาตจัดจ้างงานและระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลเข้ามาใช้ในภาคเกษตรอย่างถูกกฎหมาย

วีเกษตร

ระบบอนุญาตจัดจ้างงานแบ่งออกเป็น E-9 และ H-2 และขนาดของการนำ E-9 ในพื้นที่ชนบทเพิ่มขึ้นจาก 2,333 ในปี 2550 เป็น 5,887 ในปี 2562

นักวิจัยกล่าวว่าการจ้างแรงงานต่างชาติในพื้นที่เกษตรกรรมมักดำเนินการผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ เช่น การจ้างงานชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนมากกว่าผู้ที่เข้ามาผ่านระบบกฎหมาย เช่น ระบบอนุญาตจัดจ้างงาน

ในส่วนอุตสาหกรรมการเพาะปลูกพืชการจ้างงานผ่านระบบอนุญาตจัดจ้างงานและระบบแรงงานตามฤดูกาลเท่ากับ 10% และ 1.4% ตามลำดับ และระบบอนุญาตจัดจ้างแรงงานต่างชาติอยู่ที่ 55.8% ในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์

วีเกษตร

[เหตุผลที่ไม่ใช้ระบบอนุญาตจัดจ้างแรงงานต่างชาติในด้านการเพาะปลูกพืช]
42.9% – ไม่ต้องใช้กำลังคนตลอดทั้งปี
17.5% – ความน่าจะเป็นค่อนข้างต่ำด้านการจัดสรรพลังงานจากชาวต่างชาติ

[เหตุผลที่ไม่ใช้ระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล]
24.1% – ไม่สะดวกในการจ้างงานเป็นเวลาน้อยกว่า 3 เดือน
17.6% – การจ่ายค่าจ้างเป็นภาระ
17.1% – ช่วงเวลาของการจ้างงานและการเข้าทำงานไม่ตรงกัน

[เหตุผลที่ฟาร์มปศุสัตว์ไม่ใช้ระบบอนุญาตจัดจ้างงานแรงงานต่างชาติ]
35.8% – ขั้นตอนการสมัครมีความซับซ้อน
28.3% – การจ่ายค่าจ้างเป็นภาระ
22.6% – ความน่าจะเป็นค่อนข้างต่ำด้านการจัดสรรพลังงานจากชาวต่างชาติ

จากรายงานระบุว่าควรมีการแบ่งนโยบายที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติให้เป็นไปตามลักษณะของพืชผลแต่ละชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลควรแยกระบบแรงงานต่างชาติออกเป็นตามลักษณะของอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอุตสาหกรรมการเพาะปลูกพืช

วีเกษตร

[แผนการแบ่งสัดส่วนของระบบการจ้างงานชาวต่างชาติ]
– รวมระบบอนุญาตจัดจ้างแรงงานต่างชาติสำหรับการเพาะปลูกพืชเข้ากับระบบแรงงานตามฤดูกาลและแบ่งออกเป็น E-8-1(농작업제도), E-8-2(계절근로제도)
– ใช้ระบบอนุญาตจัดจ้างแรงงานต่างชาติเมื่อจ้างเกษตรกรปศุสัตว์หรือเกษตรกรพืชสวนหากให้ทำงานมากกว่า 1 ปี (ใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลหากทำงานน้อยกว่า 1 ปี)
– การนำวีซ่าประเภท E-7-5 (‘농업’ 숙력근로자제도) เข้ามาช่วยยกระดับและปรับปรุงวีซ่า E-7-4 (숙련기능점수제)

[การปรับปรุงระบบการจ้างงานชาวต่างชาติ]
●ต้องมีการออกแบบและการทำงานของระบบแรงงานต่างชาติตามลักษณะของพืชแต่ละชนิด
●ต้องมีกำหนดนโยบายการจ้างงานทางการเกษตรและระบบการจัดส่ง
●ต้องการแลกเปลี่ยนกำลังคนระหว่างศูนย์จัดหางานต่างประเทศที่ดำเนินการโดยรัฐบาล
●ต้องมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานทางการเกษตร

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail