“ผมกำลังหางานให้พ่อตาและแม่ยายของผม ผมอยากให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ด้วยกันกับพวกเรา”

“ผมจะหางานให้กับแม่ยายของผมที่พูดภาษาเกาหลีไม่ได้จะได้ไหม?”

หากคุณมองหาเว็บไซต์หรือคาเฟ่ต์ที่มีคู่รักต่างชาติอยู่ในนั้นล่ะก็ คุณจะสามารถหาข้อความเช่นนี้ เช่น “การหางานให้พ่อตาต่างชาติและแม่ยายต่างชาติ” อยู่เต็มไปหมด

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีข้อความที่บอกว่า “ผมอยากจะหางานให้กับพี่สะใภ้” ด้วยเช่นกัน

วีซ่าประเภท F-1-5 ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้ผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่แต่งงานแล้วสามารถเชิญครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยอย่างถูกกฎหมาย แต่ผลกลับตรงกันข้ามกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิม

ตามคู่มือของกระทรวงนั้นวีซ่าประเภท F-1 จะออกให้สำหรับผู้ที่มาเยี่ยมญาติโดยออกให้กับสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวและช่วยทำงานบ้าน แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน

 

วีซ่าติดตาม

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองของคู่สมรสชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวเกาหลีซึ่งได้รับวีซ่า F-1-5 มาเพื่อวัตถุประสงค์ในการตั้งถิ่นฐานหลังการคลอดของลูกสาว ผู้ปกครองจะได้สิทธิ์เข้ามาเลี้ยงดูและการพยาบาลหลังลูกสาวคลอด

เมื่อผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานตั้งครรภ์หรือให้กำเนิด ผู้ปกครองสามารถอาศัยอยู่ในเกาหลีด้วยวีซ่า F-1-5 ได้นานถึง 4 ปี 10 เดือน

และข้อจำกัดในการย้ายถิ่นที่อยู่ของผู้ปกครองนั้นจะถูกจำกัดเมื่อตอนเด็กอายุได้ 7 ขวบ โดยจะจำกัดถึงในช่วงปลายเดือนมีนาคมในปีที่เด็กอายุครบ 7 ปี

หากผู้ปกครองนั้นไม่สะดวกในการเดินทางมาช่วยเหลือได้ สิทธิ์จะสามารถยกไปให้กับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งในฐานะลูกพี่ลูกน้อง (ลูกสาวป้า, น้า เท่านั้น)

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 มีชาวต่างชาติ 46,000 คนที่ได้วีซ่า F-1-5

กว่า 33,000 คนที่ได้วีซ่านี้เป็นชาวเวียดนาม

 

วีซ่าติดตาม

 

ปัญหาคือผู้ปกครองของผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานนั้นใช้วีซ่าพำนักอาศัยไปในทางที่ผิดกฎหมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกเขยเกาหลีที่เชิญพ่อตาชาวต่างชาติและแม่ยายต่างชาติเข้ามาก็พยายามจะหางานให้ทำ

ผู้ปกครองของผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานจะได้รับเงินรายวันมากกว่า 60,000 วอนเป็น 70,000 วอนต่อวันหากทำงานล้างจานตามร้านอาหารและทำงานตามฟาร์ม หากทำงานทำความสะอาดตามโมเต็ลก็ได้เงินเดือน 1.3 ล้านวอนต่อเดือน และเงินเดือน 1.5 ล้านวอนต่อเดือนสำหรับการทำงานในโรงงานที่จัดหาที่พักและอาหาร

แม้ว่าพวกเขาจะได้รับค่าแรงน้อยกว่าแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าทำงาน (ระบบEPS) แต่พวกเขาสามารถประหยัดเงินได้จำนวนมากในระหว่างที่พำนักอยู่ในเกาหลี

พวกเขาตระหนักดีถึงความจริงที่ว่าพวกเขาไม่สามารถหางานหาเงินในเกาหลีได้ แต่พวกเขาก็แอบทำงานอย่างไม่เป็นทางการ เพราะกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ทำการปราบปรามอย่างจริงจัง

เจ้าหน้าที่ออกวีซ่ากล่าวว่า
“ในอดีตสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะต้องทำการบังคับให้ออกจากประเทศทันทีหากตรวจพบคนงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย แต่พ่อตาและแม่ยายของชาวเกาหลีนั้น มักจะถูกเตือนเพียงหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น”

และอีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการประกันสุขภาพ

 

วีซ่าติดตาม

 

เมื่อพ่อแม่ชาวต่างชาติเดินทางมาประเทศเกาหลีด้วยวีซ่า F-1-5 พวกเขาสามารถลงทะเบียนเป็นผู้ติดตามได้ แล้วแต่ลูกเขยเกาหลีหรือลูกสะใภ้เกาหลี ว่าจะทำการประกันสุขภาพในฐานะที่อุปถัมภ์หรือไม่

ในแง่ของกรอบครอบครัวอาจเป็นระบบธรรมชาติ แต่เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคที่ยากจะรักษาหรือค่ารักษาแพงตั้งแต่อยู่ในต่างประเทศ พวกเขาก็มักจะเดินทางเข้ามาที่เกาหลีเพื่อรับการรักษาโดยไม่ต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพแล้วค่อยเดินทางกลับประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำว่า
“การออกคำเชิญผู้ปกครองหรือสมาชิกในครอบครัวของผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานเป็นระบบที่จำเป็นสำหรับการตั้งถิ่นฐานที่มั่นคง อย่างไรก็ตามระบบจะต้องได้รับการเสริมมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการชุกการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย และป้องกันการรั่วไหลของเงินประกันสุขภาพ”

มีความคิดเห็นอื่น ๆ เข้ามาว่า
“ปัญหาอยู่ที่ คนที่เข้ามานั้นได้ละเมิดกฎของวีซ่าโดยแอบไปทำงาน”

“เพราะชาวต่างชาติบางคนก็ไปแอบทำงานอยู่ ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่ได้รับเชิญให้เข้ามาเลี้ยงดูลูก ๆ ของคู่สมรสชาวต่างประเทศบางคนได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นการปรับปรุงระบบควรจะรอบคอบมากกว่านี้”

“นอกจากนี้แล้วผู้ปกครองควรได้รับการขยายเวลาการดูแลบุตรของผู้อพยพเข้าประเทศด้วยการแต่งงานมากกว่านี้ เพราะที่มีตอนนี้มันสั้นเกินไป แค่ 7 ปีเท่านั้นเอง “

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account