‘เล็งเพิ่มประชากรผ่าน ‘ระบบให้คะแนน’ แทนระบบ E-9, E-8′

ประชากรของเกาหลีเริ่มลดลงในปี 2020 ในการตอบสนองต่อสิ่งนี้ ได้มีการถกเถียงกันอยู่ว่าควรจะนำ “ระบบการใช้คะแนนในการคัดกรองตรวจคนเข้าเมือง” เข้ามาเพื่อเพิ่มจำนวน “ผู้อพยพที่ต้องการตั้งถิ่นฐานในเกาหลีใต้” ดีหรือไม่

ระบบให้คะแนน

คิมดองวุก ศาสตราจารย์แห่งบัณฑิตวิทยาลัยรัฐประศาสนศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (김동욱 서울대학교 행정대학원 교수) ได้กล่าวคำในงานเสวนาขณะวิเคราะห์ “ผลกระทบของนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่คาดหวังจากทางเศรษฐกิจและประชากร” ณ งานเสวนา “이민정책 패러다임 전환 대토론회” ซึ่งจัดโดยกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์คิมชี้ให้เห็นว่า “เนื่องจากนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่มีอยู่ตอนนี้นั้นได้ถูกนำมาใช้ควบคู่กับนโยบายการนำเข้าชาวต่างชาติแบบชั่วคราว เช่น ระบบอนุญาตการจ้างงาน (E-9) และโครงการแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล (E-8) เท่านั้น หากแต่สัดส่วนของผู้ที่มีการศึกษาสูง แรงงานที่มีทักษะ และผู้เชี่ยวชาญนั้นยังต่ำมาก”

“มีหลายความคิดที่นโยบายการย้ายถิ่นฐานทำให้ชาวเกาหลีเข้าใจว่าพวกเขาจะตกงานและจะเป็นการลดคุณภาพชีวิตของชาวเกาหลี แต่ฉันคิดว่าการนำเข้าแรงงานต่างชาติจะช่วยปรับปรุงการเติบโตด้านการจ้างงานและผลผลิตผ่านการวิจัยเชิงประจักษ์มากกว่า”

“เพราะพวกเขานั้นเป็นกลุ่มแรงงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาวในวัย 20 กว่าปีและแรงงานที่มีทักษะการศึกษาสูง”

“หลายประเทศก็ได้ใช้นโยบายการย้ายถิ่นฐานระดับสูงเข้ามาปรับใช้ อาทิ ‘ระบบการใช้คะแนน’ ในการวัดผล ซึ่งเป็นการให้คะแนนตามคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการอพยพและอนุญาตให้มีการย้ายถิ่นฐานได้หากคะแนนนั้นเกินมาตรฐานที่รัฐบาลกำหนด”

“ในขณะที่ใช้ระบบการวัดผลทางคะแนน ระบบก็จะนำไปสู่นโยบายที่จะสามารถพิจารณาถึงการแปลงสัญชาติได้ ซึ่งถือเป็นการสร้างการตั้งถิ่นฐานในกลุ่มแรงงานมากกว่าที่จะส่งเสริมให้อยู่อาศัยเพียงระยะสั้น”

ระบบให้คะแนน

ในขณะเดียวกัน ทนายลี อิล (공익법센터 어필) ผู้นำเสนอหัวข้อเรื่อง “นโยบายการย้ายถิ่นฐานเพื่อตอบสนองด้านมนุษยธรรมและความรับผิดชอบระหว่างประเทศ” ชี้ว่า “เราต้องคิดถึงวิธีการอยู่ร่วมกันให้ได้ ไม่ใช่สักแต่คิดว่าจะควบคุมชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีได้อย่างไร”

ทนายความลีแย้งว่า “ในความเป็นจริง แรงงานต่างชาติเป็นแรงงานอายุน้อยที่จะพอใจกับค่าแรงต่ำ ผู้อพยพย้ายถิ่นฐานจากการแต่งงานก็เป็นหนึ่งในปัจจัยการสืบพันธุ์และอัตราการเกิดของเด็ก ส่วนการมีผู้ขอลี้ภัยเข้ามาในประเทศนั้นก็เป็นเครื่องวัดชื่อเสียงของประเทศในระดับประชาคมระหว่างประเทศ”

“เราจำเป็นต้องตระหนักให้ได้ถึงการช่วยกันสร้างสังคมที่มั่งคั่งไปพร้อมๆ กับการให้สมาชิกในสังคมได้มีสิทธิ์เท่าเทียมกันอย่างไร มากกว่าการคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากแรงงานต่างชาติอย่างไร”

การจัดเวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการย้ายถิ่นฐานในแวดวงวิชาการและภาคประชาสังคม ภายใต้หัวข้อ ‘지속가능한 국가 발전을 위한 이민정책 방향’

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ปาร์ค บอม-กเย (박범계 법무부 장관) กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณาการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่นโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงรุกที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และโครงสร้างทางประชากร”

“เราจะทบทวนเรื่องที่หารือในวันนี้และสะท้อนให้เห็นการกำหนดทิศทางของนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองในอนาคต”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว