นายอาโปลี (33) ชาวติมอร์ตะวันออกที่หลบหนีจากการเป็น”ทาสบนเกาะ” ได้มาเข้าร่วมการสอบถามจากรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 ต.ค.

 

แรงงานทาส

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการจ้างงานและแรงงานที่เขาอยากพบได้อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว และที่เขาต้องการมาที่กระทรวงการจ้างงานและแรงงานนั้นก็เพื่อประท้วงถึงสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ ที่ทำให้เขาไปไหนมาไหนไม่ได้เพราะนายจ้างห้ามปราม

 

ผู้แทนคังอึนมีถามเขาว่า

“ตอนทำงานอยู่บนเรือคุณไม่ได้รับการเสิร์ฟอาหารเลย คุณก็เลยทานแต่ช็อกโกแลตพายเหรอ”

 

นายอาโปลีกล่าว

“ใช่ครับ ถูกต้องครับ ผมทานพายช็อกโกแลตทุกมื้ออาหารเลย”

“ผมทำงานโดยเฉลี่ย 15 ชั่วโมงต่อวันและไม่มีวันหยุดเลย ผมไม่สามารถออกจากเกาะนี้ได้อย่างอิสระด้วย”

“ผมแค่หวังว่าสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ของแรงงานข้ามชาติทุกคนจะดีขึ้น และหวังว่าทุกคนจะมีสุขภาพที่ดีและมีความสุข”

 

ลีแจคัพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว

“ผมขอโทษที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ผมจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด”

 

แรงงานทาส

 

หลังจากพูดไปสิบนาทีสีหน้าของอาโปลีก็เริ่มสดใสขึ้นมาก

เขาได้กล่าวถึงความคิดของเขาเองดังนี้

“ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่สามารถพูดต่อรัฐสภาในสิ่งที่ผมไม่เคยพูดมาก่อน ตอนนี้ผมเริ่มมีความหวังว่าปัญหานี้จะสามารถแก้ไขได้”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกมีความสุขตั้งแต่มาเกาหลี … ผมไม่เคยรู้สึกมีความสุขเลยตลอด 6 ปีที่อยู่ที่เกาหลี”

 

นายอาโปลีเป็นคนงานอพยพที่หลบหนีจากเกาะแกยาโด (개야도) เกาะนอกกุนซาน, จอลลาบุกโด (전북 군산) ได้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เขาใช้ชีวิตแบบเดียวกับ ‘การเป็นทาส’ บนเกาะแห่งนั้น เพราะตัวเขาต้องทำตามสิ่งที่เจ้านายบอกให้ทำอยู่ตลอด

สัญญาจ้างแรงงานไม่มีผลต่อตัวนายจ้างใดๆเลย และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาทำผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวเขามักจะถูกนายจ้างตำหนิ เขาไม่สามารถออกไปจากเกาะได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง

อาโปลีเดินทางเข้าเกาหลีใต้ด้วยวีซ่า E-9-4 ในเดือนมิถุนายน 2014 ตอนนั้นเขาอายุ 27 ปี อาโปลี มีหน้าที่ต้องดูแลค่าครองชีพของครอบครัวและค่าเล่าเรียนของน้องชายตัวเอง

แม้ว่าเขาจะทำงานโดยไม่หยุดพัก แต่เขาก็สามารถสร้างรายได้เดือนละ 1.9 ล้านวอนต่อเดือน แต่หากพิจารณาถึงชั่วโมงการทำงานจริงๆ ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอย่างมาก เพราะหากพิจารณาถึงชั่วโมงการทำงานเขาควรได้รับเงินประมาณ 3.25 ล้านวอนต่อเดือน

 

แรงงานทาส

 

แม้จะมีสภาพที่ย่ำแย่เช่นนี้ อาโปลีก็อดทนเป็นเวลา 4 ปี 10 เดือนและกลับมาที่เกาหลีในฐานะแรงงานซื่อสัตย์

เขาไม่สามารถบอกผู้เป็นแม่ถึงชีวิตอันยากลำบากของเขาในเกาหลีได้ แต่เขาบอกเล่าได้กับแค่พี่น้องตนเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามอาโปลีกลับมาที่เกาะอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาทนไม่ได้กับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป

เพราะเขาได้นอนหลับจริงๆ บนเรือเพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง และเขาไม่มีอิสระที่จะออกจากเกาะหรือลาออกจากงานด้วยซ้ำ

แต่ในเดือนกรกฎาคมกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้ไปเยี่ยมเกาะเพื่อทำการสำรวจเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติและสิ่งที่ไม่เป็นธรรมนี้ก็ถูกเปิดโปง

 

ในวันที่เขาออกจากเกาะด้วยความช่วยเหลือของกลุ่มสิทธิมนุษยชนนายจ้างสบถด่านายอาโปลีอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แรงงานข้ามชาติกว่า 16 คนที่หลบหนีออกจากเกาะได้ส่งเรื่องฟ้องร้องนายจ้างไปยังกระทรวงการจ้างงานและแรงงานสาขากุนซานในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานเรียบร้อยแล้ว

 

แรงงานทาส

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2020 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account