แรงงานต่างชาติบ่นอุบ “ออกนอกโรงงานไม่ได้ 4 เดือนแล้ว”

 

แรงงานต่างชาติรายหนึ่งถูกขังให้อยู่ในโรงงานนอกเมืองมาเป็นเวลากว่า 4 เดือน นายจ้างของเขาห้ามไม่ให้เขาออกไปไหนมาตั้งแต่ต้นปีเพราะโควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันคนงานเกาหลีในโรงงานเดียวกันกลับสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามเข้าห้ามแรงงานต่างชาติ 3 คน รวมทั้งนายเอ ให้พักอยู่แต่ในโรงงานเพียงเท่านั้น

แรงงานต่างชาติ

นายเอคนงานต่างชาติกล่าว
“นายจ้างบอกเราว่าหากติด COVID-19 มามันจะเป็นอันตราย เขาจึงบอกเราว่าอย่าออกไปข้างนอก”

“ฉันต้องอยู่หอพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย แถมนายจ้างยังบอกให้ฉันซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต”

แรงงานต่างชาติ

นางสาวบีคนงานต่างชาติอีกคนได้รับคำสั่งจากนายจ้างว่าให้เดินทางไปได้เพียงแค่มาร์ทเท่านั้น

นางสาวบีแรงงานต่างชาติกล่าว
“ฉันรู้สึกอัดอัดที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้”

ในทางกลับกับทางด้านนายจ้างของเธอกลับเอาแต่โต้ว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

นายจ้างของนางสาวบีกล่าว
“ฉันไม่ขังแรงงานต่างชาติเสียหน่อย ในสมัยนี้วิธีนี้มีแต่แรงงานต่างชาติจะไม่อยากอยู่ที่นี่ สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตามแรงงานต่างชาติหลายคนกล่าวว่าแนวทางการเลือกปฏิบัติต่อต้านโควิด-19 นั้นเลวร้ายลง

ในบางกรณีนายจ้างอาจห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอกหรือในทางกลับกัน พอขอให้มีการตรวจ โควิด-19 ถ้าหากจังไม่ได้ผลตรวจก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในที่พักจนกว่าจะได้รับผลการตรวจสอบ

นายซีคนงานต่างชาติกล่าว
“นายจ้างบอกห้ามมาที่โรงงานจนกว่ากว่าจะรู้ผลการตรวจหา COVID-19 และห้ามไม่ให้ไปไหนภายใน 3 วัน…”

แรงงานต่างชาติ

ตามระบบอนุญาตการจ้างงาน (E9) คุณต้องทำงานที่เดียวเป็นเวลา 4 ปี 10 เดือนโดยไม่ต้องเปลี่ยนงานเพื่อที่จะได้รับสิทธิ์กลับเข้ามาในประเทศ (re-entry)

แม้ว่านายจ้างจะบังคับในสิทธิมนุษยชน เช่น การห้ามออกไปข้างนอก เช่นนี้ก็ตาม แรงงานต่างชาติต่างจะต้องแบกรับและเออออไปกับพวกเขาด้วย

ทนายความลีจินเฮกล่าว
“ถ้าหากแรงงานชาวต่างชาติไม่ฟังคำสั่งนายจ้างชาวเกาหลี โอกาสที่แรงงานต่างชาติจะได้ทำงานในเกาหลีต่อไปนั้นก็จะหายไปด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงมักทนกับสภาพที่ย่ำแย่และทำงานต่อไปได้”

หลายฝ่ายชี้ให้เห็นว่านายจ้างควรละทิ้งทัศนคติที่ความไม่เสมอภาคต่อกันและแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระบบอนุญาตการจ้างงานหรือ E9 เสีย!

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail