จากการประชุมเรื่องแรงงานข้ามชาติแห่งเอเชียที่ได้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคมปีที่แล้ว

ได้มีการหารือในที่ประชุมเรื่อง “มาตรการในการจัดการกับแรงงานผิดกฎหมาย” กับทางกระทรวงยุติธรรม (불법체류 외국인 관리대책)”

นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากฟิลิปปินส์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกล่าวว่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วแม้กระทั่งแพร่ไปยังนายหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาต้องการทราบว่าเป็นจริงหรือไม่ที่จะออกวีซ่าทำงาน สถานการณ์แสดงให้เห็นว่าแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนของเกาหลีนั่นเป็นปัญหาใหญ่สุดในประเทศแถบเอเชีย

 

ผีน้อย

 

มาตรการในการจัดการแรงงานผิดกฎหมายจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2019 ถึง 30 มิถุนายน 2563 และผู้ที่ออกจากประเทศโดยสมัครใจจะได้รับการออกวีซ่าระยะสั้น (C-3) และผู้ที่ไม่เดินทางออกนอกประเทศ จะถูกปรับและปราบปรามรุนแรงมากขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์เบื้องต้นของกระทรวงยุติธรรมไม่ได้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ แต่มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่นักเคลื่อนไหวในเอเชีย

นี่เป็นเพราะนายหน้าที่ต้องการทำกำไรจากระบบการรายงานตัวกลับโดยสมัครใจของชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนนั้นบิดเบือนออกไปจากการประกาศของกระทรวงยุติธรรม ด้วยการแปลราวกับว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน

ตั้งแต่นั้นมาไม่นานกิจกรรมออนไลน์ของนายหน้าก็ลดลง เนื่องจากมีการเปิดเผยว่าการรายงานโดยสมัครใจไม่ใช่งานของตัวแทน และการออกเดินทางโดยสมัครใจไม่ได้หมายความว่า จะมีการออกวีซ่าทำงานให้

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเกี่ยวกับการออกเดินทางโดยสมัครใจและวีซ่าทำงานยังคงแพร่กระจายในหมู่แรงงานข้ามชาติ

แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนเริ่มได้รับผลกระทบ

 

ผีน้อย

 

มาร์ลีน (นามสมมติ) หญิงชาวกัมพูชาที่ทำงานในฐานะแรงงานข้ามชาติถูกไล่ออกเมื่อ 2 ปีก่อน เมื่อเธอกลับไปกัมพูชาเพื่อคลอดบุตรและกลับเข้าประเทศเกาหลีใต้อีกครั้ง แต่เธอได้กลายเป็น “ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน”

นายจ้างได้จัดจ้างพนักงานชาวต่างชาติคนใหม่ ดังนั้นเธอจึงไม่มีงานทำ มาร์ลินล้มเหลวในการหางานและกลายเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนในอีก3 เดือนต่อมา (ภายใต้ระบบใบอนุญาตการจ้างงานถ้าไม่สามารถหางานและมีการเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ภายใน 3 เดือน ชาวต่างชาติผู้นั้นจะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย )

ตั้งแต่นั้นมามาร์ลินก็ได้ย้ายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นที่โพฮัง, อิชอน, ยงอิน และเพียงแทคซึ่งเธอได้รับค่าจ้างและการรักษาที่ไม่เป็นธรรมนัก แต่เธอก็อดทนเพื่อลูกน้อยของเธอ ข่าวลือที่ว่ามีการมอบวีซ่าทำงานให้กับผู้สมัครใจออกจากประเทศนั้นเหมือนสวรรค์มาโปรด มาร์ลินซึ่งกลายเป็นผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียนภายใต้ระบบใบอนุญาตการจ้างงานมีโอกาสที่จะได้รับวีซ่าหากเธอออกจากประเทศโดยสมัครใจ เธอตัดสินใจรีบกลับกัมพูชาทันทีในช่วงวันปีใหม่เกาหลี แต่เธอก็กลับต้องเสียใจอย่างมาก เมื่อได้รับการยืนยันว่าวีซ่าที่จะออกให้กับผู้ที่สมัครใจออกจากประเทศนั้นไม่ใช่วีซ่าสำหรับทำงาน …. มันเป็นเพียงแค่วีซ่าระยะสั้น (C-3) เพื่อมาท่องเที่ยวเท่านั้น

 

มาร์ลินถามว่านโยบายจะให้ประโยชน์แก่นายหน้าเท่านั้นหรือไม่

“ฉันต้องการกลับไปกัมพูชาทันทีเพราะคิดถึงลูกของฉัน ถ้าวีซ่าเข้าประเทศเป็นวีซ่าทำงานก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องชะลอการเดินทางกลับบ้าน แต่วีซ่า C-3 ไม่ใช่วีซ่าทำงาน ฉันจะไม่ได้กลับเข้ามาทำงานอีก ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมมีข่าวลือเกี่ยวกับการให้วีซ่าทำงานหากเดินทางกลับไปกัมพูชาทันที ที่นั่นไม่มีงานให้ทำ มันไม่ง่ายเลยที่จะตัดสินใจกลับบ้านถ้าฉันไม่สามารถกลับเข้ามาในเกาหลีใต้และหางานได้ ฉันก็ตั้งใจจะทำงานจนกว่าฉันจะเลี้ยงลูกจนโต”

 

ผีน้อย

 

ไอลีน (นามสมมติ) ชาวฟิลิปปินส์ ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการออกเดินทางโดยสมัครใจเป็นตัวชี้วัดที่จะป้องกันไม่ให้เธอทำงานในเกาหลีใต้อีกต่อไปในอนาคต มันเป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่ไอลีนกลายเป็นผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียนหลังจากเธอตกงานขณะที่ทำงานภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) แต่ไม่ทันกำหนดการหา

 

ไอลีนกล่าวว่า

“ถ้าฉันยืนยันว่านโยบายกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ตั้งใจจะให้วีซ่าทำงานกับแรงงานผีหลอก ส่วนนายหน้าเองก็จะพูดอารมณ์ประมาณว่า ‘คุณสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อกลับบ้านและกลับมาทำงานในสถานที่ที่คุณเคยทำอยู่ได้อีก’
นี่มันฟังเป็นเรื่องตลกสิ้นดี เมื่อแรงงานผิดกฎหมายรายงานตัวกลับโดยสมัครใจเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็จะตรวจสอบสถานที่และสิ่งที่พวกเขาทำในขณะที่อาศัยอยู่ในเกาหลี คุณต้องแจ้งชื่อบริษัท, หมายเลขติดต่อ, และระยะเวลาการทำงาน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถามรายละเอียดมากมาย แต่คุณก็ไม่สามารถโกหกได้ “

“มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันรายงานตัวกลับบ้านโดยสมัครใจแล้วแจ้งข้อมูลเหล่านั้นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปปราบปรามเมื่อใดก็ได้จากข้อมูลที่ได้ไป แล้วคนที่เป็นแรงงานผิดกฎหมายอื่นๆในบริษัทก็จะเดือดร้อนหากมีการปราบปราม และคิดดูว่าบริษัทก็จะเดือดร้อนไปด้วย ถ้าฉันกลับมาอีกได้คิดเหรอว่าเขายังจะรับฉันเข้าทำงานอีก”

ไอลีนแย้งว่ามาตรการที่กำหนดให้ผู้อพยพผิดกฎหมายต้องรายงานที่อยู่ของพวกเขาต่อกระทรวงยุติธรรมนั้นถือเป็นการจำกัดโอกาสในการถูกจ้างงานอีกครั้ง ระบบนี้มีไว้ให้เฉพาะแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่มีความตั้งใจที่จะกลับมาหางานในเกาหลีอีกครั้งเท่านั้นที่มีแนวโน้มที่จะออกจากประเทศโดยสมัครใจ เธอขอถามอีกครั้งว่า มีชาวต่างชาติคนไหนที่เดินทางออกนอกประเทศเพียงเพื่ออยากจะขอแค่วีซ่า C-3?

 

ผีน้อย

 

นักกิจกรรมคิมกิซู (Kim Ki-soo) ที่ทำงานในชอนอัน (Cheonan) เพื่อสนับสนุนแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวกำลังดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงการจ้างงานและแรงงานด้วยเหตุผลที่ยากต่อการกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง

 

คิมกิซู (Kim Ki-soo) นักเคลื่อนไหวกล่าว

“หากมีการเสนอมาตรการเช่นนี้อย่างน้อยน่าจะมีภาษาต่างๆของแต่ละประเทศที่ใช้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) ถูกแปลและแจ้งให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้องทราบ แต่กลับไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆ ฉันไม่เห็นกลุ่มใด ๆ รอบตัวฉันที่ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เอกสารดูเหมือนว่าจะเป็นนโยบายที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มพลเมืองนัก “

“ในสถานการณ์เช่นนั้นนายหน้าต่างก็กล่าวอ้างว่า: “นี่เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้อาศัยผิดกฎหมายนั้นถูกกฎหมายได้ ” ‘เพราะมันเป็นวีซ่าที่สามารถทำงานได้’ พวกเขากล่าวว่าผู้อพยพผิดกฎหมายที่เดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจจะมีสิทธิ์ได้กลับเข้ามาภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) หรือไม่ก็สิทธิ์การเข้ามาในฐานะแรงงานตามฤดูกาล แต่ขณะเดียวกันนั้นก็มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่รอที่จะได้งานภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS)อยู่เหมือนกัน กระทรวงการจ้างงานและแรงงานเองก็รู้ดีว่าการกลับเข้ามาทำงานได้อีกครั้งนั้นมันเป็นไปได้ยาก มาตรการดังกล่าวจึงมีแต่เพิ่มความคลางแคลงใจต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องทำให้แรงงานผีน้อยนั้นหมดไปอย่างรวดเร็วก็แค่เท่านั้น”

กระทรวงยุติธรรมได้รับการยกเว้นจากการจ่ายค่าปรับต่อแรงงานที่ผิดกฎหมาย เพราะจะเป็นการยากต่อการบังคับให้ผีน้อยเดินทางออกนอกประเทศและทำให้การคุ้มครองในระยะยาว อย่างไรก็ตามการยกเว้นค่าปรับบอกได้ว่ามันเป็นเพียงการ “การขู่” มากกว่าการ “ส่งเสริมความสมัครใจ” และเป็นมาตรการที่สร้างมาเพื่อกระชับบทลงโทษในระบบ

กระทรวงยุติธรรมประกาศว่าจะใช้การปรับค่าปรับแรงงานผีน้อยเพื่อป้องกันอาชญากรรมที่ชาวต่างชาติกระทำและสนับสนุนการจ้างงานของผู้ที่มีความเสี่ยง

 

ผีน้อย

 

ในการตอบสนอง Woo Sam-Yeol ผู้อำนวยการศูนย์แรงงานอพยพชาวอาซานกล่าวว่า

“กระทรวงยุติธรรมเผยว่าจะเก็บเงินจากแรงงานอพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียนและใช้จ่ายให้กับชาวเกาหลี สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าชาวเกาหลีได้รับการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากชาวต่างชาติ นี่พลอยแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวเกาหลีและชาวต่างชาติ มองในด้านความเป็นธรรมแล้วนั้น ฉันอยากจะถามจริงๆ ว่ากระทรวงยุติธรรมนั้นคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนหรือไม่ “

ในขณะที่กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการจ้างงานและแรงงานเพิ่งประกาศออกมานายหน้าเริ่มแสวงหาผลกำไร และพยายามบิดเบือนนโยบายของรัฐบาลและส่งเสริมพวกเขาเอง แต่ความเสียหายนั้นกลับเกิดต่อสาธารณรัฐเกาหลีและแรงงานข้ามชาติเท่านั้น

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account