เพจมีโอกาสได้เข้าไปอ่านบทความที่ค่อนข้างจะเป็นที่สนใจของชาวเน็ตของนายจ้างชาวเกาหลีรายนึงที่ออกมาตัดพ้อต่อสถานการณ์โควิดและผีน้อยไทยที่เริ่มหดหายไปจากงานฟาร์ม โดยใจความของนายจ้างเกาหลีที่ออกมาตัดพ้อผ่านสื่อออนไลน์มีคร่าวๆดังต่อไปนี้

“ผมมักจะออกมาทานข้าวข้างนอกบ่อยครั้ง เหตุผลก็ไม่ใช่อะไรเพราะผมกับภรรยาทำงานฟาร์มกันเหนื่อยๆแล้ว ผมไม่อยากให้ภรรยาผมต้องมาทำกับข้าวงกๆหลังเสร็จงานมาเหนื่อยๆ เรียกได้ว่า 90% ของเราทั้งคู่มักจะทานข้าวนอกบ้านทั้งเที่ยงและเย็นเป็นส่วนใหญ่เลยล่ะ พลอยทำให้ค่าอาหารเท่านั้นตกเดือนละ 1.5 – 1.8 ล้านวอนต่อเดือนแม้จะไม่ได้กินของแพงอะไร” นายจ้างเกาหลีรายนึงเผยถึงชีวิตประจำวันของเขา

 

ผีน้อยไทย

 

“และเราทั้งคู่แทบจะออกไปตระเวนทานข้าวเย็นตามร้านต่างๆทั่วหมู่บ้านแล้ว ตั้งแต่โควิดระบาดมาทุกอย่างมันก็เริ่มยากขึ้น ก่อนหน้านี้ตามร้านอาหารใหญ่ตนมักจะเห็นต่างชาติมาทำงานเสริฟ แต่เดี๋ยวนี้ทำแม้กระทั่งอาหารในครัว ร้านอาหารที่ว่ามีต่างชาติทำอาหารนั้นเป็น ผีน้อยชาวไทย ที่ทำอาหารเกาหลีในร้านอาหารแห่งหนึ่งในโพชอน…ทำไมผมถึงพูดเรื่องนี้น่ะเหรอ เพราะพวกเธอเคยเป็น ลูกจ้างในฟาร์มผมมาก่อนน่ะสิ” เขาได้เริ่มประเด็นที่ต้องการสื่อขึ้นมาจากจุดนี้

“ตั้งแต่มีโควิดระบาดแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายก็ถูกระงับการเดินทางเข้าประเทศ ผีน้อยไทยในเกาหลีเองก็รู้ดีว่าช่วงโควิดระบาดอยู่จะไม่มีการปราบปรามเว้นแต่มีคดีบางอย่าง ส่งผลให้แรงงานถูกกฎหมายลดลง ผีน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ออกมาเลือกงานมากขึ้น และแน่นอนพวกเขาต้องเลือกงานสบายๆอยู่แล้ว ทำเอาลูกจ้างผมหนีออกไปหมดไม่มีคนทำงานให้เหตุผลเพราะงานหนัก “

แรงงานต่างชาติที่นายจ้างผู้นี้ตัดพ้อถึงหลักเลยคือ “ผีน้อยชาวไทย” ซึ่งพวกเขาเริ่มหันมาเลือกงานตามร้านอาหารที่ไม่ต้องเหนื่อยมากนักแถมเจ้าของร้านอาหารยังพอใจเพราะค่าจ้างก็ไม่แพงไม่ต้องถึงค่าแรงขั้นต่ำ (เพราะงานสบาย) ก็จัดจ้างได้

 

ผีน้อยไทย

 

“งานตามฟาร์มเริ่มไม่มีคนทำ ทางฟาร์มอื่นๆ ก็พากันขึ้นค่าแรงสูงขึ้น เพื่อจัดจ้างผีน้อยมาทำงานแทนแรงงานถูกกฎหมาย พอเหล่าผีน้อยรู้เรื่องก็แห่กันไปตามคำบอกกล่าวกันหมด คิดดูผีน้อยเคยซ่อนตัวอยู่เงียบตอนนี้พวกเขาออกไปไหนมาไหนทั่วเกาหลี แถมบางทีผมก็เห็นพวกเขาดื่มสุราร้องเพลงเฮฮากันแบบไม่แคร์ ต.ม. อีกต่อไป เพราะความรู้ดีว่าตนเองจะไม่ถูกจับในสถานการณ์ตอนนี้”

“ผมว่านะ วงจรอุบาทเช่นนี้จะยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าโควิดจะหมดไป”

“ตั้งแต่ผมทำงานฟาร์มมา 7 ปี รับสมัครแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานก็เยอะแต่ไม่มีใครอยากจะมาทำงานในฟาร์มผมเท่าไหร่ ผมเคยขอแรงงานถูกกฎหมายไป 12 คน เชื่อเลยไม่มีใครอยากมาทำสักคน เพราะเป็นงานสวนผัก ก่อนหน้านี้ก็มองหาแรงงานผีน้อยมาช่วยงานและพักในบ้านไวนิลก็พอมีบ้างเพราะถือเป็นที่ๆหลบต.ม. ได้ดี แต่รัฐก็เริ่มมีการปรับปรุงที่พักตามโรงงานตามไซต์ก่อสร้างให้มันดีขึ้นผีน้อยก็แห่กันไปตามสายงานนั้นๆ เอาเป็นว่าบ้านไวนิลได้กลายเป็นที่ๆแท้แต่ผีน้อยก็ไม่อยากจะอาศัยอยู่อีกต่อไป…”

 

ผีน้อยไทย

 

ข้อความตัดพ้อยังกล่าวต่อว่า

“ผีน้อยหลายคนถึงกับขู่ว่าตนควรได้ค่าแรงตามกฎหมายทั้งๆที่พวกเขาเองไม่ใช่แรงงานถูกกฎหมายแต่กลับพูดเรื่องค่าแรงที่ต้องเป็นไปตามค่าแรงขั้นต่ำ พอทางฟาร์มให้ไม่ได้ก็มีการตอกกลับมาว่า…งั้นก็ไปหาแรงงานถูกกฎหมายมาทำให้แทนสิ…”

ตอนนี้แรงงานผีน้อยพวกเขารู้ไปหมดซะทุกอย่าง นายจ้างเกาหลีเองก็ไม่สามารถจัดจ้างแรงงานต่างชาติได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ผมเคยพยายามเป็นผู้ละเมิดกฎการจัดจ้างงานด้วยตนเองแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเจ้าของร้านอาหารในหมู่ได้ชิงการเป็นผู้ละเมิดกฎหมายการจ้างงานไปเสียแล้ว เอาจริงๆเลยนะ โลกเรากำลังฝึกฝนให้เกิดการละเมิดกฎหมายไปในตัว จริงๆ

 

แต่คุณรู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกเศร้ากว่านั้น?

“เกาหลีในยุคนี้นะเพียงแค่ได้จ้างแรงงานผิดกฎหมายก็เท่ากับกลายเป็นผู้ชนะไปซะแล้ว…”

 

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2020 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account