ขยายเว้นระยะห่างอีก 3 สัปดาห์ “พร้อมมาตรการพิเศษ เทศกาลซอลลัล”

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายกรัฐมนตรีคิมบูคย็อม (김부겸 국무총리) ได้ออกประกาศถึงการขยายระยะเวลาการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อออกไปอีก 3 สัปดาห์ (ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์) อย่างไรก็ตาม การจำกัดจำนวนการชุมนุมส่วนตัวจะถูกปรับจากเดิม 4 คนเป็น 6 คน นอกจากนี้ เวลาทำการส่วนใหญ่ของสถานอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์ยังสามารถเปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. เท่ากับเมื่อก่อน

นายกรัฐมนตรีคิม กล่าวในการประชุมที่จัดขึ้นที่ศูนย์ราชการกรุงโซล (정부서울청사) “รัฐบาลเกาหลีตั้งใจที่จะรักษาระยะห่างทางสังคมในปัจจุบันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ จนกว่าจะสิ้นสุดวันหยุดปีใหม่ทางจันทรคติ (ซอลลัล) อย่างไรก็ตาม เราจะปรับการจำกัดจำนวนการชุมนุมส่วนตัวจาก 4 คนเป็น 6 คน” เขากล่าว

เทศกาลซอลลัล

นอกจากนี้ หน่วยงานสาธารณสุขจะดำเนินการมาตรการพิเศษสำหรับวันหยุดปีใหม่ทางจันทรคติ (설 연휴 특별 대책)

[มาตรการพิเศษสำหรับวันหยุดซอลลัลนี้]
▲ งดการเคลื่อนย้าย เช่น การกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดและการเดินทางท่องเที่ยว (หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พบปะได้เพียงกลุ่มเล็กๆ ตามกฎการควบคุมโรคหลังฉีดวัคซีน) ▲ รถไฟจะมีขายเฉพาะที่นั่งริมหน้าต่าง ▲ ค่าผ่านทางทางหลวงเก็บตามปกติ ▲ห้ามเข้าเยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาลหรือศูนย์เนอร์สซิ่ง หากจำเป็นจริงๆ ต้องทำการจองล่วงหน้า ▲ห้ามรับประทานอาหารในบริเวณที่พักบนทางหลวง (29 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์)

เทศกาลซอลลัล

นี่จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนไปใช้ระบบกักกันและเป็นการตอบสนองทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมก่อนโอมิครอนจะแพร่กระจาย

รัฐบาลเกาหลีจะเปลี่ยนระบบกักกันระหว่างปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์หากไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนยังเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นในเกาหลี

ก่อนอื่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดการณ์ว่าโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนจะกลายเป็นสปีชีส์ที่โดดเด่น (มีอัตราการตรวจพบ 50% หรือมากกว่า) ในเกาหลีประมาณวันที่ 21 มกราคม

คาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อวันคาดว่าจะเกิน 20,000 ในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์และ 30,000 ในปลายเดือนมีนาคมขึ้นอยู่กับระดับการเว้นระยะห้างทางสังคม

ประการแรก การเตรียมการสำหรับการป้องกันโอมิครอนจะแบ่งออกเป็นขั้นตอนการเตรียมการและการตอบสนอง

เทศกาลซอลลัล

ในขั้นตอนการเตรียมการ มาตรการต่างๆ เช่น การจำกัดการเข้าประเทศของ 11 ประเทศ รวมถึงแอฟริกาใต้ จะมีการระงับเที่ยวบินตรงไปยังเอธิโอเปีย และการให้มีการกักตัวในกลุ่มผู้เดินทางขาเข้าเป็นเวลาทั้งหมด 10 วัน และกฎนี้จะยังคงอยู่จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์

ระบบการจัดการ เช่น การยื่นคำยืนยันผลตรวจ PCR เชิงลบภายใน 48 ชั่วโมงของวันออกเดินทาง เพื่อเป็นการจัดการตรวจคนเข้าเมืองและเที่ยวบินเข้าประเทศ ซึ่งถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโอมิครอนมีประสิทธิภาพน้อยต่อระบบตอบสนองที่เตรียมการไว้ การบังคับใช้ข้อจำกัดในการเข้าประเทศอาจจะถูกยกเลิกและจะมีการการจัดการบริหารความเสี่ยงเองภายในประเทศ แต่ระบบการป้อนข้อมูลการกักกันล่วงหน้าจะยังคงกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เช่นเดิม

นอกจากนี้ ความสามารถในการตรวจวินิจฉัย PCR จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 850,000 เคสต่อวัน เมื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบ “ระยะตอบสนองต่อโอมิครอน” โดยจะมีการใช้การตรวจโควิดแบบ PCR ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ส่วนค่าประกันสุขภาพที่ประชาชนมีอยู่จะถูกนำไปใช้กับการตรวจแอนติเจนแบบรวดเร็วและการตรวจโควิดตามโรงพยาบาลหรือคลินิก

เทศกาลซอลลัล

ขั้นตอนการตอบสนอง ในปัจจุบันมีการสอบสวนทางระบาดวิทยาที่ตรวจสอบผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดโดยจะเน้นไปที่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัวและคนในครอบครัว โดยจะมีการให้กักตัวในระยะเวลาสั้นลงจาก 10 วันเป็น 7 วัน แต่สำหรับผู้ติดเชื้อจะยังคงแนะให้ปฏิบัติตามกฎกักกันเป็นเวลา 3 วันหลังจากออกจากการรักษาตัว และบุคคลที่ติดต่อกับผู้ป่วยโดยจรงจำเป็นต้องได้รับผลตรวจเป็นลบหลังจากพบปะผู้ติดเชื้อไปแล้ว 6 วัน

ในขั้นตอนการเตรียมการ มีความจำเป็นที่จะต้องให้มีการรับวัคซีนเข็ม 4 สำหรับผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และมุ่งเป้าลดจำนวนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

ระบบตอบสนองทางการแพทย์ได้รับการจัดระเบียบใหม่ทั้งหมดเริ่มมาตั้งแต่ขั้นตอนการตอบสนองหลังจากขั้นเตรียมขั้นตอนเตรียมการ

เดิมทีในปัจจุบันการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาต้วที่บ้านจะใช้เวลา 10 วันขึ้นไป โดย 7 วันจะรักษาอาการ + 3 วันกักตัวเองหลังสิ้นการรักษา แต่จะมีการลดเวลาให้สั้นลงให้เหลือ 7 วัน (โดยจะกักหรือไม่กักตัวก็ได้หลังการรักษาเสร็จสิ้น)

นอกจากนี้ จะเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก 1,200 เตียงไปยังศูนย์รักษาโควิดย่านชุมชนซึ่งมีไว้รองรับการรักษาผู้ป่วยนอก ในขั้นตอนการเตรียมการ จะมีการขยายเตียงทั้งหมด 6,944 เตียงภายในสิ้นเดือนมกราคม และจะใช้ระดับของผู้ป่วยในการกำหนดระบะเวลารักษาตัว ผู้ป่วยระดับกลางเตียงผู้ป่วยจะลดระยะเวลารักษาตัวลงจากอย่างน้อย 10 วันเป็น 7 วัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในการรองรับด้านเตียงผู้ป่วย

เรมเดซิเวียร์ ซึ่งทราบกันดีว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนในขั้นตอนการตอบสนอง โดยจะมีการขยายการนำไปใช้เริ่มจากผู้ป่วยขั้นรุนแรงไปสู่ผู้ป่วยที่ไม่รุนแรง และจะเพิ่มการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ด้วยการใช้ยาชนิดรับประทานด้วย

นอกจากนี้ จะย้ายระบบการรักษา COVID-19 ไปยังโรงพยาบาลและคลินิกในท้องถิ่น ผู้ป่วยที่มีอาการจะได้รับการตรวจที่คลินิกระบบทางเดินหายใจ และตามโรงพยาบาลที่กำหนดรวมทั้งตามคลินิก ส่วนผู้ป่วยที่ไม่รุนแรงจะได้รับการรักษาและสั่งจ่ายยาที่โรงพยาบาลและคลินิกในท้องถิ่น แล้วก็ให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยระดับกลางและระดับรุนแรงก็ยังคงต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะรักษาโรคติดเชื้อเท่านั้น

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว