นายประยงค์ ใจบุญ (33) ชาวไทยไม่เคยได้รับเบี้ยเลี้ยงเพิ่มอะไรสักอย่างเลย แม้เขาจะเข้ามาเกาหลีใต้ได้กว่าหนึ่งปีครึ่งแล้ว

เงินเดือนของเขาอยู่ที่ 1.4 ล้านวอนและเบี้ยเลี้ยงของเขาอยู่ที่ 200,000 วอน

เขาไม่ได้ทำงานล่วงเวลาเกิน 90 ชั่วโมงต่อเดือน

หลังจากการจากไปของชายหนุ่มชาวไทย ชาวเกาหลีใต้ก็เริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายชั่วโมง

มีการคิดค่าห้องโรงเก็บศพ 8,000 วอนต่อชั่วโมง หรือ 192,000 วอนต่อวัน

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.เวลา 8:02 น. มีชายหนุ่มชาวไทยเสียชีวิตหลังจากไหลเข้าไปตามสายพานลำเลียงหินที่โรงงานขยะก่อสร้างในเมืองหยางจูเมืองคย็องกีโด

ร่างของประยงค์นอนอยู่โรงพยาบาลโดยไม่มีพิธีการศพ

 

หนุ่มไทย

 

ประยงค์ทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6โมงเย็น เพื่อยกและบดของเสียจากการก่อสร้างบนสายพานลำเลียง

เขาทำงานตั้งแต่ 8 ถึงสามทุ่มซึ่งเป็นการทำงานล่วงเวลา

แม้ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ นายประยงค์ก็มาทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า

อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

 

ผู้จัดการโรงงานตะโกนให้เพื่อนร่วมงานของเขามายืนยันการเสียชีวิต

“แยกแล้วทำงานต่อไป !! ห้ามแอบใช้โทรศัพท์มือถือเด็ดขาด!”

 

ประยงค์จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศไทยและพูดภาษาอังกฤษได้ดี

เขามาเกาหลีเพราะพี่ชายของเขา

พี่ชายของประยงค์มาที่เกาหลีเมื่อสองปีก่อนที่เขาจะเข้ามา

 

พี่ชายของประยงค์บอกเขาผ่านทางโทรศัพท์

“ถ้าแกมาเกาหลีนะ แกจะได้รับเงินเดือน 1.4 ล้านวอน”

 

ประยงค์จบการศึกษาระดับวิทยาลัยทำงานในประเทศไทย แต่เทียบกับค่าแรงที่นี้แล้วเขาได้รับเงินเดือนแค่ 300,000 ถึง 400,000 วอนเท่านั้น

ชำระเงินกู้และค่ารักษาพยาบาลแม่ของเขาแล้วก็แทบจะไม่เหลืออะไร

นายประยงค์ซึ่งเป็นทุกข์ทางการเงิน ลำพังเงินเดือนในไทยนั้นไม่สามารถอะไรได้มากด้วยซ้ำ

 

คุณประยงค์เล่าให้พ่อแม่ฟังว่า

“ผมจะไปเกาหลีแล้วทำเงิน”

 

ประยงค์อาศัยอยู่ในบ้านพักเล็ก ๆ ซึ่งมีแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน 9 คน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากนายประยงค์เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวไม่ใช่วีซ่าทำงานเขาจึงใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงกลัวว่าจะถูกปราบปรามและถูกส่งกลับประเทศอยู่ตลอดเวลา

 

เพื่อนร่วมงานของประยงค์บอก

“เราต้องคอยหนีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ … “

 

นายประยงค์เองก็เหน็ดเหนื่อยกับการหลบหนี

“คนเกาหลีไม่ทำงานเบบนี้กันเพราะมันลำบาก และแม้แต่คนงานต่างชาติที่ลงทะเบียนยังแอบหนีเพราะงานลำบาก …. แล้วทำไมฉันต้องใสคอยหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้”

 

เมื่อใดก็ตามที่เขาเหนื่อยประยงค์ก็มักจะดื่มเบียร์กับพี่ชายของเขา

“แต่พวกเราก็ได้เงินเยอะ เพราะงั้นก็มาทนกับมันกว่านี้หน่อย … “

 

ประยงค์พูดกับพ่อของเขาในวันก่อนที่เขาจะตาย

 

นายประยงค์

“รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวแถมอาการก็หนาวจนชาไปหมด … “

 

พ่อ

“ถ้ามันลำบากขนาดนั้นก็กลับมา … “

 

นายประยงค์

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ … ผมอยากจะหารายได้เพิ่มแล้วกลับไปเปิดร้านกาแฟในบ้านเกิด”

 

หนุ่มไทย

 

วันต่อมาพ่อได้รับโทรศัพท์จากลูกชายคนโตของเขา

“ประยงค์ถูกดูดเข้าเครื่อง … “

 

พ่อผู้รับโทรศัพท์ร้องไห้แทบจะขาดใจ …

แม่ของเขาเองก็ถึงกับทรุดตัวลงตรงนั้น …

 

พ่อของประยงค์ นายมลนิ ใจบุญ (69), ที่พยายามจะพาร่างของลูกชายของเขากลับไปที่บ้านเกิด และตอนนี้ก็เป็นฤดูหนาวครั้งแรกของเขาในเกาหลีใต้ ผู้เป็นพ่อรู้สึกแปลกๆ กับเสื้อผ้าฤดูหนาวที่ลูกชายคนเล็กเหลือทิ้งไว้ให้

จำนวนยอดที่ประยงค์ไม่ได้รับจากบริษัทคือ 13 ล้านวอน

บริษัทจ่ายเพียงแค่ค่างานศพ และนั่นคือทั้งหมดที่ได้

บริษัทที่เขาทำงานทำกำไร 4.5 พันล้านวอนจากยอดขาย 13.2 พันล้านวอนเมื่อปีที่แล้ว

แต่ในขณะที่บริษัทได้กำไรมากมาย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีเงินสำหรับประยงค์เลย

นอกจากนี้แล้ว คนงานแผนกสายพานลำเลียงของบริษัททุกคนเป็นแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน

ในปีนี้แรงงานข้ามชาติ 135 คน เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรับผิดชอบต่อชีวิตของพวกเขาเลย

 

หนุ่มไทย

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account