“จ่ายมาก่อน…เดี๋ยวส่งคนไทยไปให้” นายหน้าหัวใสเชิ่ดเงินเกษตรกรเกาหลี

“ฉันอารมณ์เสียที่ต้องมาเสีย 3.3 ล้านวอน จริงๆ ฉันไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรหากไม่มีเงินนั้น แต่ฉันโกรธและเหนื่อยมาก เพราะทำแบบนี้เท่ากับเป็นทำสวนในอนาคตของฉันต้องมาพังลงน่ะสิ”

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นางจาง (55) ผู้ดูแลสวนปลูกมะเขือเทศในกึนนัม-มย็อน ชอวอน-กุน คังวอนโด (강원도 철원군 근남면) ทั้งโกรธพร้อมกับเล่าประสบการณ์ล่าสุดของเธอ

เมื่อต้นเดือนมีนาคม นางจาง ได้รับโทรศัพท์จากนายเอ(40) ซึ่งรู้จักกันเพราะเขาช่วยส่งแรงงานต่างชาติมายังฟาร์มเธอ และเขาก็ได้ส่งแรงงานไทยเข้ามา 3 คน

นายเอ เรียกร้องให้นางจางจ่ายเงินให้ตนทั้งหมด 3.3 ล้านวอน โดย 1.1 ล้านวอนต่อ 1 แรงงาน เขาบอกว่าแรงงานจำเป็นต้องนำมาใช้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่าออกวีซ่า

นายหน้า

และด้วยเหตุโควิด-19 ในปัจจุบันที่ลากยาวมายาวนานทำให้การหาแรงงานต่างชาติเดินทางเข้ายากขึ้น เธอจึงเชื่อและส่งเงินให้นายเอในที่สุด

ปีที่แล้ว นายเอ มีประวัติการจัดการแรงงานไทยในชอวอน (철원) มาก่อน ตัวเธอจึงไม่สงสัยในเรื่องนี้มากนัก

นายเอ เองก็สัญญาว่าจะส่งแรงงานไทย 3 คนเข้ามาภายในวันที่ 15 เมษายน และทั้งคู่ก็ติดต่อกันเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็น 2 วันก่อนวันที่สัญญาไว้ นายเอ ก็ตัดขาดการติดต่อทั้งหมดและหายตัวไป

นายหน้า

นางจางถึงกับตกอยู่ในความสับสน

เนื่องจากมีการสั่งต้นกล้ามะเขือเทศจำนวนมากเพื่อให้คนไทยได้เริ่มทำการเกษตรในปีนี้ เธอเพิ่งเริ่มปลูกต้นกล้ามะเขือเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากคนงานสามคนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดเธอ แต่เธอกลับกำลังจะต้องสูญเสียการลงทุนในการทำสวนมะเขือเทศในอนาคตอันใกล้

เพราะการปลูกมะเขือเทศต้องใช้การทำงานด้วยมือของแรงงานทุกวัน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติเองก็ยังหายากในฤดูทำไร่ทำนาเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการแรงงานช่วยงานเป็นอย่างมาก

นางจางเผยว่า “ฤดูร้อนครั้งที่แล้ว แรงงานต่างชาติ 3 คนเลิกทำการเกษตรและหนีไป แต่ปีนี้ยังต้องมาเจอเหตุการณ์ที่คล้ายกันอีกรอบ มันไร้สาระและน่าหงุดหงิดที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับตนเอง”

และนางจางเธอก็ไม่ใช่ผู้ต้องตกในที่นั่งลำบากรายเดียว

ตามรายงานของสถานีตำรวจชอลวอน(철원경찰서) มีฟาร์มกว่า 8 แห่งรายงานความเสียหายแบบเดียวกันที่เกิดจากฝีมือ นายเอ จนถึงวันก่อนหน้านี้

นางจางเผยอีกว่า “มีข่าวลือว่ามีคนได้รับความเสียหายมากกว่า 20 รายซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ได้รับรายงาน”

นายหน้า

นาย คิม(45) ซึ่งทำไร่ในชอวอนกล่าวว่า “ฉันได้รับความเสียหายไปกว่า 4.4 ล้านวอน จริงๆแล้ว นายเอ ควรจะต้องถูกลงโทษขั้นสุดนะ”

หลังจากเริ่มมีการสอบสวนพบว่า นายเอ มีวิธีการลวงเงินชาวนาในทางเดียวกันในขณะที่ตนก็ตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน สถานีตำรวจคย็องจู (경주경찰서) ในคย็องซังบุกโด (경상북도) ได้เข้ารวบ นายเอ และทำการสอบสวนถึงเรื่องราวทั้งหมด

ทราบว่า นายเอ ได้รับเงินจำนวน 87 ล้านวอนจากเกษตรกรที่ตนไปลวงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ได้เริ่มมีการรายงานลักษณะคล้ายคลึงกันนี้แล้วทั่วประเทศ อาทิ ชอลวอน(철원), นัมวอน(남원) และ ดัมยาง (담양) และคาดว่าความเสียหายจะเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว