เกิดการวิพากวิจารณ์กันอย่างหนักตามโซเซียลถึงกรณี นายเอ ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ผู้ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังจากไปเที่ยวคลับในอิแทวอน, ยงซานกู, กรุงโซลมา

ชาวเกาหลีบางคนโต้แย้งว่าผู้อพยพผิดกฎหมายควรถูกจับกุมและส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดไปซะเลย

อย่างไรก็ตามในทางตรงกันข้ามก็มีบางประเด็นที่กลัวว่าความคิดเช่นนี้อาจก่อให้เกิดจุดบอดในการกักกันโรคในกลุ่มชาวต่างชาติเสียมากกว่า

จากเหตุการณ์ข้างต้น นายเอ ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวเวียดนามได้ไปคลับอิแทวอนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมจากนั้นก็มีอาการติดเชื้อโควิด-19 โดยอาการได้ปรากฏขึ้นในวันที่ 15 พฤษภาคมเขาได้รับการตรวจและยืนยันว่าติดเชื้อจากศูนย์สุขภาพบูชอนในคย็องกีโด

ในเวลานั้นนายเอได้ทิ้งเพียงเบอร์โทรติดต่อไว้ที่ศูนย์สุขภาพเท่านั้น

นี่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่กักกันโรคไม่เก็บข้อมูลจากผู้ที่มาตรวจเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ไปคลับอิแทวอนมา

เหตุก็เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไปคลับนั้นเป็นชนกลุ่มน้อยทางเพศ

 

ผีน้อย

 

ในวันที่ 16 พฤษภาคมผลการตรวจของ นายเอ ได้รับการยืนยันว่าเป็นบวกจากศูนย์สุขภาพ และนายเอเองก็ได้ปิดโทรศัพท์มือถือของเขาไปด้วยทำให้ไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่กักกันโรค

ปัญหาคือเส้นทางหลังจากที่นายเอไปที่คลับในอิแทวอนมานั้น เขาได้ไปยังบ้านเพื่อน, ไนท์คลับ, และห้องคาราโอเกะ ด้วย

นายเอไปหาเพื่อนที่โอจ็องดงในบูชอนเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 พฤษภาคม และพบเข้ากับผู้คนกว่า 32 คน ก่อนที่เขาจะเริ่มมีอาการโควิด เขายังไปที่ ‘เมอริสไนท์คลับ(메리트나이트클럽)’ ในเมืองบูชอนในบ่ายวันนั้นซึ่งมีคนในไนท์คลับราวๆ 250 คน

เขาไม่รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่กักกันโรค เพราะกลัวว่าจะโดนไล่ออกนอกประเทศมากกว่ากลัวการติดเชื้อโควิด-19

นี่คือสาเหตุที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่มีความรับผิดชอบของ นายเอ นั้นเพิ่มขึ้น

เขาไปเที่ยวคลับบาร์ ฯลฯ เพื่อแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่กลับไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กักกันโรค

 

ผีน้อย

 

นายบี พนักงานออฟฟิศรายนึงกล่าว

“คนอื่นเขาก็อยากไปเที่ยวคลับกันทั้งนั้นล่ะ แต่พวกเขาก็อดใจไว้ นอกจากนี้ยังทำให้กลายเป็นปัญหาใหญ่อีกกับการที่จะไม่ร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายหรือเป็นอะไรก็ตามก็ควรได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้ล่ะ”

นายซี (29) พนักงานออฟฟิศ อีกรายกล่าวว่า

“ทำไมคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจึงไปไนท์คลับ? ระวังตัวเองไว้จะไม่ดีกว่าเหรอ”

 

คำติต่างๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไปในชุมชนออนไลน์

ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าว

“ประเทศอื่นๆ เขายังห้ามชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 ผู้อพยพผิดกฎหมายที่ไม่ร่วมมืออย่างถูกต้องในการกักกันโรคก็ควรถูกจับกุมและส่งกลับประเทศเห็นจะดีกว่านะ”

 

ในทางตรงกันข้ามบางคนชี้ให้เห็นว่าความคิดเห็นดังกล่าวอาจบ่อนทำลายเครือข่ายกักกันโรคที่ต่างก็จะทำให้ต่างชาติรู้สึกไม่อยากเข้ามารับการรักษา

 

ผีน้อย

 

นายดี นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษากล่าวว่า

“รัฐบาลเกาหลีสนับสนุนการตรวจหาโควิด-19 ฟรีสำหรับผู้อพยพผิดกฎหมายเพราะหากมีการติดเชื้อใด ๆ พวกเขาก็เสี่ยงที่จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังกลุ่มอื่น ๆ หากเราตัดสัมพันธ์ชาวต่างชาติ อันตรายก็อาจจะกลับมาหาเราในที่สุด”

 

รัฐบาลให้เผยว่าอาจจะมีการตรวจหาเชื้อฟรีให้สำหรับชาวต่างชาติ รวมถึงผู้อพยพผิดกฎหมายด้วย

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 1 พฤษภาคมเจ้าหน้าที่กักกันโรคประกาศมาตรการในการจัดการกักกันโรคในชาวต่างชาติ

หน่วยงานกักกันโรคจะให้การตรวจหาเชื้อฟรีแก่ชาวต่างชาติที่มีอาการโควิด-19 และมีการส่งคู่มือคำแนะนำการตรวจหาเชื้อทั้ง 16 ภาษาไปยังพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอยู่มาก

ในขณะเดียวกันนั้นทางด้านกระทรวงยุติธรรมเองก็ได้ตัดสินใจระงับการปราบปราม เพื่อให้ชาวต่างชาติที่เชื่อว่าอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายเพราะวีซ่าของพวกเขาหมดอายุจะสามารถออกมาตรวจหาเชื้อได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังขอให้มีการตรวจโควิด-19 ในผู้อพยพผิดกฎหมายทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่กลายเป็น “จุดบอดในการกักกันโรค”

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการที่คล้ายจะเป็นโควิด-19 กรุณาติดต่อ 1339 หรือ 1345 จะเป็นการร่วมมือที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account