เริ่มเห็นจุดสิ้นสุด ‘โควิด -19 ระบาดรอบ 3’

 

“การระบาดใหญ่ครั้งที่ 3” ของ โควิด-19 ที่ยาวนานเริ่มจะสิ้นสุดลงด้วยการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลเกาหลี ด้วยความเสียสละและความอดทนของประชาชน และด้วยความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่านักการเมืองฝ่ายค้านได้กระตุ้นให้เกิดวิกฤตโดยสร้างทฤษฎี “K-quarantine failure” ที่ว่ากันว่าเกาหลีอยู่ได้ด้วยปาฏิหาริย์ในทุกวันเมื่อเทียบกับทั่วโลก แม้แต่สหรัฐฯและยุโรปก็ยังชัตดาวน์ลงเนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาลและไวรัสที่กลายพันธุ์

ตามข้อมูลของหน่วยงานกักกันโรคเมื่อวันที่ 16 มกราคม จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันใหม่คือ 580 ราย

 

โควิด

 

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเฉลี่ยรายวันสูงสุดที่ 1,016 จนถึงเดือนธันวาคมและต้นเดือนมกราคม แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันนั้นจะเริ่มค่อยๆลดลง

ในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 523 ราย

สถานการณ์ในเกาหลียังไม่ง่ายอย่างที่คิด ประเทศส่วนใหญ่ในซีกโลกเหนือได้เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วและการติดเชื้อ COVID-19 ก็กำลังแพร่ระบาดไปทั่ว

ในช่วงฤดูหนาวผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในอากาศหนาวขึ้นจะทำให้มีการใช้ชีวิตในที่ร่มเพิ่มขึ้นและจำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่อจากสถานที่ใช้งานนั้นเป็นสถานที่อเนกประสงค์แบบปิด

 

โควิด

 

ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือกับ COVID-19 แต่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก็ยังไม่ได้ลดลงมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว

จีนก็ยังมีมาตรการกักกันที่เข้มงวด เช่น “ห้ามออกไปข้างนอก” และ “การปิดล้อมเมือง” แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาการแพร่ระบาดได้อย่างง่ายดาย

ฝรั่งเศสได้กำหนดเคอร์ฟิวอย่างเข้มงวดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลัง 18.00 น.

ในสหราชอาณาจักรไวรัสกลายพันธุ์เป็นที่ถกเถียงกัน อย่างมากซึ่งไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้กำลังแพร่กระจายไปยังยุโรปสหรัฐอเมริกาและเอเชีย

สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังตรึงความหวังในการเปิดตัววัคซีนกับสหราชอาณาจักรยังมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันสูงกว่า 230,000 รายเพียงวันเดียวอยู่ วัคซีนไม่สามารถกระจายได้ทันเท่าการแพร่ระบาดของ COVID-19

ทางด้านเกาหลียังไม่ได้เริ่มการฉีดวัคซีนและแม้ว่าจะไม่ได้ใช้นโยบายชัตดาวน์ที่เข้มงวดเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่เชื่อว่าผลลัพธ์มาจากความเสียสละและความอดทนของประชาชนพร้อมกับการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลและความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 จะดำเนินต่อไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็มีการเบี่ยงเบนที่สำคัญบางประการจากงานปีใหม่ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

อย่างไรก็ตามก็มีความน่าเศร้าอยู่บ้าง เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ยืดเยื้อการเว้นระยะห่างทางสังคมก็ยืดเยื้อเช่นกัน ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ถูกพักงานเนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมต่างต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสมจากรัฐบาล

 

โควิด

 

ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้การติดเชื้อโดยรวมก็ยังคงดำเนินต่อไปตามศูนย์กลางของสถานที่ทางศาสนา เช่น ชินชอนจิ (신천지), โบสถ์ซารังแจอิล(사랑제일교회) และ ศูนย์ BTJ (BTJ 열방센터, 인터콥선교회)

ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าคือศาลเข้ามามีส่วนตัดสินหัวหน้าของ ชินชอนจิ นาอีมันฮี (이만희) และบาทหลวงจอนควังฮุน (사랑제일교회 전광훈 목사) ให้พ้นผิด

การวิพากษ์วิจารณ์ทางออนไลน์ยังคงดำเนินต่อไปว่าการรับรู้ของประชาชนทั่วไปและการรับรู้ของผู้พิพากษานั้นแตกต่างกันเกินไป

ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าวว่า “ผู้ร้ายคือผู้พิพากษาต่างหากที่ดูจะร้ายมากกว่าลีมันฮีและจอนควังฮุนและศูนย์ BTJอีก”

ในทางกลับกันรัฐบาลได้ประกาศแผนปรับระยะห่างทางสังคมในวันที่ 16 ม.ค. โดยมีการขยายการเว้นระยะห่างทางสังคมยาวต่อไปถึงวันที่ 31 มกราคม และมีมาตรการกักกันโรคพิเศษในช่วงวันซอลนัลหรือวันปีใหม่เกาหลีที่กำลังจะมาถึงเดือนหน้านี้ด้วย