โอมิครอนอัตราดับเท่าไข้หวัดใหญ่ “เล็งลดระดับการติดเชื้อลง ระดับ 2”

รัฐบาลเกาหลีประเมินอัตราการเสียชีวิตที่มาจากการติด COVID-19 อยู่ในระดับของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และคาดว่าอาจจะมีการลดระบบการเว้นระยะห่างทางสังคมในปัจจุบัน

ซนย็องแร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุข กล่าวในการบรรยายสรุปไว้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมว่า “การจัดการอัตราการเสียชีวิตมีความสำคัญมากในการตอบสนองต่อ COVID-19 อัตราการเสียชีวิตในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นต่ำกว่า 0.1% เรียกได้ว่าหากเทียบกับปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตนั้นใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล”

อัตราการเสียชีวิตของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่ที่ 0.05% ถึง 0.1% และอัตราการเสียชีวิตของ COVID-19 ก็ต่ำกว่า 0.1% เช่นกัน

“มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2,500 ถึง 5,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดบวมหลายหมื่นรายต่อปี จึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตโดยรวมของโควิด-19 กับโรคอื่นๆ”

รัฐบาลเกาหลีถือว่าการจัดการอัตราการเสียชีวิตเป็นงานที่สำคัญที่สุด โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจาก COVID-19 มากกว่า 300,000 ราย และผู้เสียชีวิตเกือบ 300 รายทุกวัน

โอมิครอน

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยเฉลี่ยต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 229 ราย และรัฐบาลเกาหลีเน้นว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 นั้นต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขกล่าวว่า “อัตราการเสียชีวิตสะสมในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสอยู่ที่ 1.21% และ 0.61% ตามลำดับ และอัตราการเสียชีวิตสะสมในเกาหลีอยู่ที่ 0.15% และกำลังลดลง”

รัฐบาลเกาหลียังคงจัดระเบียบใหม่และตอบสนองต่อการควบคุมโรคและระบบการแพทย์โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิต ปัจจุบันมีผู้ป่วยวิกฤตมากถึง 2,000 คน แต่ก็สามารถตอบสนองได้อย่างเสถียรอีกทั้งยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 2,500 คน”

นอกจากนี้แล้ว วานนี้ (18 มี.ค.) รัฐบาลเองก็กำลังหารือเกี่ยวกับแผนการเปลี่ยนไวรัส COVID-19 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นโรคติดเชื้อระดับที่ 1 มาเป็นโรคติดเชื้อระดับ 2

“เรียกได้ว่าโอมิครอนนั้นต่างจากยุคการระบาดของเดลต้า เพราะปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตต่ำและผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงกำลังหารือถึงวิธีการบรรเทาระดับการติดเชื้อ จากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2”

โอมิครอน

โรคติดเชื้อในทางกฎหมายจะแบ่งออกเป็นระดับ 1 ถึง 4 ตามอัตราการเสียชีวิตและกำลังการระบาด

โรคติดเชื้อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหรือมีกำลังในการแพร่เชื้อสูงและเกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มๆ ซึ่งจะถูกจัดให้อยู่ในโรคติดต่อประเภท 1 หากพบการระบาดควรรายงานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขทันทีและกักตัวในห้องความดันลบ ฯลฯ

“ตั้งแต่มีโอมิครอนการรักผู้ป่วยฉุกเฉินโรคอื่นๆ อาทิ กระดูกหักหรือไส้ติ่งอักเสบก็ยากที่จะเข้าถึงการรักษา เนื่องจากยังมีหลายกรณีที่จำเป็นและมีเหตุฉุกเฉิน ทางการแพทย์ก็มองถึงความต้องการในการขยายการรักษาแบบตัวต่อตัวและเพิ่มจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยเหล่านี้ให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที” เจ้าหน้าที่ปาร์คหัวหน้าแผนกควบคุมโรคกล่าว

ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการหารือกันในเชิงลึกเพื่อให้โรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปที่มีระบบที่พร้อมรักษาผู้ป่วย COVID-19 ในแต่ละวันสามารถให้การรักษาได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2

และถ้าหาก COVID-19 ถูกลดระดับจากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงสิ่งที่ตามมาคือ ผู้ป่วยจะใช้ต้องใช้ประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้นในการดูแลค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเดิมทีในปัจจุบันรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่ารักษาเต็มจำนวนให้ฟรีหรือไม่ก็จะมีการจ่ายเพื่อช่วยบรรเทาค่ารักษาพยาบาลร่วมบ้างในบางส่วน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าการปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปกลายมาเป็นวัฒนธรรม ซึ่งการปฏิเสธเช่นนี้ควรจะถูกกำจัดออกไป ดังนั้นเราจึงจะทำงานร่วมกับชุมชนทางการแพทย์

“โดยรัฐบาลและองค์กรทางการแพทย์จะทำงานร่วมกันเปิดใช้งานการรักษาโควิดในระบบการรักษารายวัน โดยจะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพหรือมาตรการสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อเสียในการรักษา”