ทำไมต่างชาติเสีย ประกันสุขภาพ มากกว่าคนเกาหลีสองเท่า?

 

“นี่ผมต้องจ่ายเงินค่าประกันขนาดนี้เลยเหรอ?”

เมื่อ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติเมียนมาร์ นายอ่อง (นามสมมุติ) กล่าวหลังเปิดเผยค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพของตนต่อสื่อ

นายอ่อง อาศัยและทำงานในฟาร์มในฮงช็อน, คังวอนโด เขาได้รับเงินเดือน 1,822,480 วอน แต่จ่ายค่าประกันสุขภาพตัวเองกว่า 131,790 วอน

ประกันสุขภาพ

เราได้ลองทำการคำนวณค่าประกันสุขภาพแห่งชาติและตรวจสอบแล้ว พบว่า เขาควรจ่ายค่าประกันสุขภาพที่ 69,170 วอน ทำไมเขาถึงต้องจ่ายเยอะกว่าถึง 2 เท่าของค่าประกันที่พนักงานออฟฟิศที่มีเงินเดือนเท่ากันกับเขาด้วย?

แรงงานภาคเกษตรกร, ฟาร์ม และการประมงไม่มีคุณสมบัติในการรับบริการประกันสุขภาพในที่ทำงาน (직장보험) ไม่เหมือนแรงงานต่างชาติที่ทำงานภาคอุตสาหกรรม, ก่อสร้าง และงานบริการ สาเหตุในการไม่ได้รับบริการประกันสุขภาพในภาคเกษตร, ฟาร์มและการประมงนั้นเพราะสถานประกอบการเกษตรมิใช่สถานที่ทำงานที่ลงทะเบียนธุรกิจในระบบ

ปกติแล้วนายจ้างที่ต้องการจัดจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานจำต้องส่งความจำนงค์ไปยังโคยงเซนเตอร์พร้อมเอกสารทะเบียนพาณิชย์ซึ่งจะมีเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม, ก่อสร้างและงานบริการ แต่ภาคงานเกษตรนั้นจะส่งเพียงใบยืนยันด้านการประกอบการเกษตรกรรมเท่านั้น

เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว 81% ของแรงงานต่างชาติภาคอุตสาหกรรมได้รับการคุ้มครองด้านประกันสุขภาพตัวนี้ ส่วนแรงงานตามฟาร์มได้รับเพียง 36% และแรงงานด้านการประมงได้รับเพียง 35%

ประกันสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม มาตรา 14 ของพระราชบัญญัติการจ้างงานชาวต่างชาติระบุว่า ‘แรงงานต่างชาติที่มีผู้ว่าจ้างถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิกของสถานที่ทำงาน’ พระราชบัญญัติการจ้างงานชาวต่างชาติและพระราชบัญญัติประกันสุขภาพมีความขัดแย้งกันในว่าต่างชาติควรจะต้องสมัครประกันสุขภาพในสถานที่ทำงานหรือไม่

เพราะตามกฎหมายของกระทรวงแรงงานบอกว่าต่างชาติในภาคการเกษตร, ฟาร์มและประมงเข้าข่ายได้รับการคุ้มครองด้านบริการประกันสุขภาพ แต่ทางตัวแทนประกันกลับบอกปัดว่านั้นมันไม่เข้าตามเงื่อนไขของการทำประกัน เนื่องจากนายจ้างไม่มีใบประกอบกิจการ ในความขัดแย้งเช่นนี้คนที่ต้องทนทุกข์ตกมาอยู่กับแรงงานต่างชาติ

ในปี 2019 มีการประกาศใช้กฎหมายให้แรงงานต่างชาติที่อาศัยในเกาหลีใต้เกิน 6 เดือนต้องทำการลงทะเบียนรับบริการประกันสุขภาพท้องถิ่นทุกคน ตัวแทนประกันเผย

“เราไม่สามารถประเมินฐานเงินเดือนของต่างชาติได้ จึงใช้ฐานเงินเดือนเฉลี่ยของชาวเกาหลีเป็นหลักในการเก็บเบี้ยประกันกับต่างชาติโดยไม่คำนึงถึงเงินเดือนจริงของต่างชาติ”

ประกันสุขภาพ

ผลที่ตามมาคือ แรงงานต่างชาติแม้จะได้รับเงินเดือนตามกรม ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดก็ตามจะต้องจ่ายประกันสุขภาพท้องถิ่นเช่นเดียวกันกับฐานเงินเดือนเฉลี่ยของชาวเกาหลีซึ่งแน่นอนว่าคนเกาหลีเงินเดือนสูงกว่าต่างชาติ นั่นจึงเป็นสาเหตุการจ่ายประกันสูงกว่าปกติถึงสองเท่า

กลุ่มสิทธิมนุษยชนจึงได้ออกมาเรียกร้องว่า

“ต่างชาติทุกคนควรได้รับสิทธิ์ในการรับบริการประกันสุขภาพแห่งชาติเช่นกันกับชาวเกาหลี”

อี ฮัน-ซุก หัวหน้ากลุ่มสิทธิ์มนุษยชนปูซานเผย

“ลูกจ้างต่างชาติและนายจ้างภาคการเกษตรต่างก็ทำงานด้วยกันนั่นก็หมายความว่าพวกเขาถือเป็นผู้ที่อยู่ในสถานประการเดียวกันและจำต้องมีการคำนวณค่าประกันและได้สิทธิ์รับประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นไปตามกฎหมาย”

“อีกอย่างการทำเกษตรในเกาหลีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละฤดู ทำให้ต่างชาติที่เข้ามาทำงานได้รับผลกระทบในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยว เช่นนี้แล้วควรจะมีการลดข้อจำกัดเรื่องการย้ายงานลง และให้อิสระในการเปลี่ยนงานกับแรงงานภาคการเกษตรมากขึ้นให้เป็นไปตามฤดูกาล”

“ที่สำคัญแรงงานผีน้อยในเกาหลีก็เพิ่มขึ้นเพราะสถานการณ์โควิดต่างชาติชุดใหม่เข้ามาไม่ได้ การเปลี่ยนผีน้อยให้มีสถานะพำนักได้อย่างถูกกฎหมายดูท่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้”

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail