รักษาโควิดด้วยตนเองที่บ้าน

[ถาม-ตอบ] รักษาโควิดด้วยตนเองที่บ้านยังไง?

เนื่องจากจำนวนการดูแลรักษาตัวเองหลังติดโควิดระดับไม่รุนแรงและสามารถรักษาโควิดด้วยตนเองที่บ้านได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหลังโอมิครอนแพร่กระจายในเกาหลี จึงนำมาซื่งการแบ่งการดูแลผู้ป่วยออกเป็นกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ต้องให้ความใส่ใจในการรักษาเป็นพิเศษ หรือผู้ป่วยหนัก (집중관리군) และ กลุ่มที่สามารถรักษาตัวโดยทั่วไปด้วยตนเอง หรือ ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรง (일반관리군) โดยจะเริ่มมีการดำเนินการดูแลผู้ป่วยตามกลุ่มข้างต้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2022 เป็นต้นไป

รักษาโควิดด้วยตนเองที่บ้าน

กลุ่มที่ต้องให้ความใส่ใจในการรักษาเป็นพิเศษ หรือ ผู้ป่วยหนัก(집중관리군) จะเป็นการมุ่งเน้นในการสังเกตระดับอาการเป็นหลัก ดังนั้นสถานพยาบาลแต่ละแห่งที่ดูแลผู้ป่วยจะมีการตรวจสอบสถานะสุขภาพทางโทรศัพท์วันละ 2 ครั้ง เช่น ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มีโรคประจำตัวในวัย 50 กว่าปี, และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยทางการจะได้จัดเตรียมชุดการรักษาตนเองที่บ้านแก่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาทิเช่น เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจน, เครื่องช่วยลดไข้, เทอร์โมมิเตอร์, น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับทำความสะอาด, และชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องใช้ในการตรวจสุขภาพตนเอง

รักษาโควิดด้วยตนเองที่บ้าน

นอกจากนี้ กลุ่มที่สามารถรักษาตัวโดยทั่วไปด้วยตนเอง หรือ ผู้ป่วยไม่มีอาการรุนแรง (일반관리군) จะไม่ได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอจากศูนย์การแพทย์เช่นอีกกลุ่ม แต่ถ้าหากรักษาตัวอยู่ที่บ้านและพบว่าอาการแย่ลง ก็สามารถเข้ารับการรักษาแบบไม่ต้องเผชิญหน้า หรือ เข้ารักษาตัวแบบตัวต่อตัวได้ตามสถาบันการแพทย์ได้เลย ทั้งนี้ด้วยความกังวลว่าผู้ที่รักษาตัวเองกลุ่มนี้ที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวอาจจะออกไปหาเครื่องมือการดูแลตนเองลำบาก ทางการจึงได้ออกมาแนะแนวทางในการวินิจฉัยและการรักษาตนเองที่บ้านเมื่ออยู่คนเดียวอย่างไร ลองมาดูกัน

ถาม: ถ้าคุณถูกวินิจฉัยว่าให้รักษาตนเองที่บ้าน แต่คุณอาศัยอยู่คนเดียว คุณจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและยารักษาโรคได้อย่างไร?
ตอบ: หากคุณมีครอบครัวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน คนในครอบครัวสามารถซื้อของให้ได้ และหากครอบครัวที่อาศัยอยู่ด้วยกันได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว (ฉีดวัคซีนมาแล้ว 14 – 90 วันหลังเข็ม 2 หรือเข็มบูสเตอร์) ไม่มีปัญหาในการซื้อ เนื่องจากพวกเขาสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องกักตัวแม้จะติดต่อกับผู้ป่วย แต่ถ้าหากคุณไม่มีสมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยเลย คุณสามารถซื้อข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันได้ผ่านทางออนไลน์ ส่วนยานั้นทางศูนย์สาธารณสุขจะจัดส่งไปให้

ถาม: วิธีการเลือกซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันในช่วงกักตัวสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวและมีปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และจัดเป็น ‘กลุ่มผู้ป่วยหนัก’ ขณะนี้จะมีการจัดส่งชุดรักษาตัวเองที่บ้านไปยังกลุ่มผู้ป่วยหนักอยู่แล้ว และจะมีการโทรเช็คสุขภาพทางโทรศัพท์โดยสถาบันการแพทย์ทุกๆ 2 ครั้งต่อวัน หรือหากคุณติดต่อศูนย์สาธารณสุขทางรัฐบาลท้องถิ่นก็จะจัดหาสิ่งจำเป็นและยาต้องรับประทานทุกวันไว้ให้

ถาม: ซื้อของเครื่องใช้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่ไม่สามารถสั่งซื้อยารักษาทางออนไลน์ได้ ต้องทำอย่างไร
ตอบ: หากอาศัยอยู่เพียงลำพังสามารถสั่งยาผ่านระบบการรักษาแบบไม่ต้องพบปะต่อหน้าได้ ทางสถาบันการแพทย์แต่ละแห่งจะส่งใบสั่งยาไปให้ร้านขายยา จากนั้นหน่วยงานสาธารณสุขจะรับยาจากร้านขายยานำส่งให้ถึงบ้าน แต่ถ้าอาศัยกับครอบครัวสามารถให้ครอบครัวช่วยเหลือในการซื้อยาให้ได้เลย

ถาม: ทำไมอุปกรณ์ชุดรักษาตัวเองที่บ้านถึงมีให้แค่กลุ่มผู้ป่วยหนักเท่านั้น
ตอบ: ในกรณีที่ได้รับเชื้อโอมิครอนนั้นจะแตกต่างจากเดลต้าอย่างมาก ผู้ป่วยมักมีอาการไม่รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้อายุยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น จึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ อาทิ เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจน ฯลฯ

ถาม: โรงพยาบาลแต่ละที่มีความพร้อมกับระบบการรักษาโควิดแบบไม่ต้องพบปะตัวต่อตัวมากแค่ไหน?
ตอบ: มีความพร้อมพอสมควร ทางสถาบันการแพทย์จะมีการออกใบสั่งยาและจัดส่งยารักษาผู้ป่วยตามอาการได้ และได้มีการเตรียมการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อการดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างราบรื่นเป็นที่เรียบร้อย ผู้ใดที่ถูกวินิจฉัยให้รักษาตัวเองที่บ้านมิควรเดินทางไปโรงพยาบาลโดยพละการ

ถาม: ทำไมผู้ที่รักษาตัวเองที่บ้านควรทำอย่างไรหากต้องการเข้าใช้บริการศูนย์การรักษาผู้ป่วยนอก?
ตอบ: ให้คุณติดต่อศูนย์สาธารณสุขใกล้บ้านแล้วทางศูนย์จะแจ้งสถานที่ ข้อมูลติดต่อ และวิธีการเข้าใช้บริการศูนย์การรักษาผู้ป่วยนอกให้คุณทราบ จากนั้นคุณสามารถเดินทางไปยังศูนย์ได้โดยใช้รถยนต์, เดินเท้า, หรือใช้แท็กซี่ และในกรณีฉุกเฉินสามารถเรียกรถพยาบาล 119 ได้ ปกติแล้วผู้ป่วยโควิดจะต้องอยู่คนเดียว ดังนั้นเมื่อไปถึงศูนย์การรักษาผู้ป่วยนอกคุณจะสามารถเดินทางกลับได้เลยโดยไม่ต้องรายงานให้ทราบหลังเสร็จสิ้นกิจ ปัจจุบันมีศูนย์รักษาผู้ป่วยนอก 66 แห่งคอยให้บริการเฉพาะด้านอยู่ ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ถาม: สตรีมีครรภ์, ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน, และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ควรจะรวมไว้ในกลุ่มผู้ป่วยหนักหรือไม่?
ตอบ: ในกรณีของหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ กรณีที่มีอาการหรือสัญญาณของการคลอดบุตรจะได้รับการจัดการแยกต่างหาก ส่วนในกรณีของเด็กที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง และจะมีวิธีการแยกต่างหากในการรับการรักษาแบบไม่ต้องเผชิญหน้า โดยจะได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและวัยรุ่น อย่างไรก็ตามจะมีการเสริมระบบที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว