ผลการศึกษาโควิด-19 ที่ตีพิมพ์ในเกาหลีใต้ พบว่าผู้ป่วยโควิด-19 สองรายได้รับการรักษาอย่างจริงจังผ่านการใช้การรักษาโดยการฉีดพลาสม่า (Plasma) ของผู้ที่รักษาหายแล้วมาช่วยรักษาโควิด

การบำบัดด้วยพลาสม่า (Plasma Therapy) เป็นวิธีการฉีดพลาสม่าที่มีแอนติบอดี้ที่ได้รับจากผู้ที่หายป่วยจากโควิดเข้าสู่ผู้ที่ยังป่วยอยู่และหลายคนบอกว่านี่มันอาจจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นวิกฤต

ทีมอาจารย์ Choi Joon-yong และ Kim Shin-young จากโรงพยาบาลเซเวอเรนซ์ (세브란스 병원) ได้เผยผลการศึกษาออกมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน

การบำบัดผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยพลาสม่าในผู้ป่วยที่อาการหนัก 2 ราย ช่วยทำให้ทั้งคู่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

บทความวิจัยยังตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ “JKMS”

 

โควิด

 

ทีมวิจัยจัดการการรักษาด้วยพลาสม่าให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะรุนแรง 2 ราย

 

[1] ผู้ป่วยรายแรก

เขาเป็นชายอายุ 71 ปีที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่เขาได้รับการยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 หลังจากนั้นได้แสดงอาการไข้และไอ
หลังจากนั้นเขาได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เช่น ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) จากโรงพยาบาล แต่อาการปอดอักเสบของเขาไม่ดีขึ้น ดังนั้นเขาจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเซเวอเรนซ์

ทันทีที่เดินทางไปถึงโรงพยาบาล อัตราการหายใจนั้นมากกว่า 30 ครั้งต่อนาที (น้อยกว่า 20 เท่าในผู้ใหญ่ปกติ) และปอดทั้งสองแสดงอาการร้ายแรงของโรคปอดบวมในการตรวจเอ็กซ์เรย์ทรวงอก

ทางโรงพยาบาลเซเวอเรนซ์ ได้เริ่มใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ยาต้านไวรัสและยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแม้จะมีการรักษาดังกล่าวอาการของผู้ป่วยก็แย่ลง ตามทีมแพทย์กล่าว

 

โควิด

 

ในการตอบสนอง ทางทีมแพทย์แบ่งพลาสม่าปริมาณ 500 มล. จากผู้ได้รับการรักษา COVID-19 ออกเป็น2 โดส (doses) และใช้รักษาผู้ป่วยทุกๆ 12 ชั่วโมง พร้อมกับการรักษาด้วยสเตียรอยด์

พลาสม่าที่นำมาใช้รักษานั้นมาจากชายหนุ่มที่ฟื้นตัวจากโควิด-19 ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ได้รับการรักษาที่สมบูรณ์แล้ว เขาเคยมีอาการ เช่น มีไข้ไอและโรคปอดบวม หลังจากติดเชื้อ COVID-19 แต่ในช่วงเวลาที่เก็บพลาสม่าของเขามานั้นตัวเขาเองได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าหายจากอาการต่างๆทั้งหมดและไม่มีอาการใด ๆ เพิ่มเติม

นั่นส่งผลให้ความต้องการออกซิเจนของผู้ป่วยได้ลดลงจากสองวันก่อน หลังจากการบำบัดด้วยพลาสม่าและระดับ CRP ก็ลดลง เช่นกัน หลังจากนั้นผู้ป่วยก็หยุดการใช้เครื่องช่วยหายใจ และเริ่มหายใจด้วยตัวเอง และผลการตรวจหาเชื้อโควิดนั้นก็ยังออกมาเป็นลบอีกด้วย

ผู้ป่วยไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ หลังจากการใช้การรักษาด้วยพลาสม่าของผู้หายป่วยโควิด

 

[2] ผู้ป่วยรายที่สอง

เธอเป็นผู้หญิงอายุ 67 ปีที่มีโรคแระจำตัวคือความดันโลหิตสูง

ผู้ป่วยได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 และมีอาการมีไข้สูงและปวดกล้ามเนื้อ ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากสภาพปอดซ้ายของเธอแย่ลงมาก และในวันที่ 3 ของการรักษา เธอยังหายใจลำบากและต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นด้วย

ในช่วงเวลาของการส่งตัวเธอไปรักษา อัตราการหายใจ 24 ครั้งต่อนาที และความอิ่มตัวของออกซิเจนอยู่ที่ 93% ในการให้ออกซิเจน (โดยทั่วไปต้องมากกว่า 95%)

 

โควิด

 

เจ้าหน้าที่การแพทย์พยายามจัดการการรักษาเหมือนการรักษาผู้ป่วยโรคมาลาเรียและการรักษาโรคเอดส์ด้วยการใช้เครื่องช่วยหายใจและพลิกระดับออกซิเจนเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ลิมโฟไซต์ (lymphocytopenia) และไข้ก็ยังคงสูงไม่หยุด

ทีมแพทย์ยังจัดการใช้พลาสม่าในการเข้ารักษาผู้ป่วย 2 ครั้งในช่วงเวลา 12 ชั่วโมง

เป็นผลให้เซลล์เม็ดเลือดขาวฟื้นตัวและความเข้มข้นของไวรัสลดลง การตรวจเอ็กซ์เรย์ทรวงอกแสดงให้เห็นว่าปอดที่ถูกทำลายดีขึ้นอย่างน่าทึ่งและ CRP ก็ฟื้นคืนสู่ระดับปกติ อย่างไรก็ตามเธอได้รับการรักษาให้หายขาดและออกจากโรงพยาบาลในปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

โควิด

 

Choi Joon-yong(최준용)

“ผู้ป่วยทั้งสองได้สนองต่อการรักษาในทางที่ดีขึ้น รวมถึงระดับการอักเสบและเซลล์เม็ดเลือดขาวก็ดีขึ้นตามลำดับ หลังจากการใช้พลาสม่ารักษาและการรักษาด้วยสเตียรอยด์”

“เพื่อรักษาโรคปอดอักเสบรุนแรง เราจำเป็นต้องจับปฏิกิริยาทั้งของไวรัสและการอักเสบที่มากเกินไป และการบำบัดด้วยสเตียรอยด์จะช่วยเพิ่มการตอบสนองของการอักเสบ แต่ก็มีผลร้ายต่อการแพร่กระจายของไวรัสด้วย”

 

เขาให้เหตุผลว่าการบำบัดด้วยพลาสม่ายังคงมีผลข้างเคียง และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอเพราะไม่มีการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม เขาแนะนำว่าการรักษาด้วยพลาสม่าอาจเป็นการรักษาทางเลือก หากมีการรักษาร่วมกับการรักษาด้วยสเตียรอยด์และการรักษาอื่น ๆ สำหรับผู้ป่วยที่มีโรครุนแรง ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

 

Choi Joon-yong กล่าวว่า

“เพื่อให้มีการรักษาด้วยพลาสม่านั้น ควรจะต้องมีระบบที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการกับผู้ที่มาบริจาคพลาสม่าและเพื่อให้ได้พลาสม่าจากผู้หายจากโควิด-19 ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และจะได้นำมาใช้รักษาต่อผู้ป่วยที่ยังคงรักษาอยู่ได้อย่างเพียงพอ”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account