นี่เป็นเรื่องสมมติที่อิงจากเคสของชาวไทยหลายต่อหลายคนที่มีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน

คุณเมย์ที่อาศัยอยู่ในอุบลราชธานีเธอกำลังกังวลกับเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในวันนี้

นั่นเพราะอาการป่วยของพ่อเธอทรุดลง

ค่ารักษาพยาบาลก็ต้องใช้และเธอก็มียอดค้างจ่ายอยู่กว่า 100,000 บาท

เธอเคยได้เงินเดือนเดือนละ 12,000 บาทจากการทำงานโรงงานแต่มันก็ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ตั๋วชีวิต

วันหนึ่งเพื่อนของเธอชื่อ เจนนี่ ซึ่งทำงานในเกาหลีได้ส่งข้อความเข้ามาหาเมย์

“เธอมีโอกาสที่จะได้ทำงานในเกาหลีแล้วก็ยังสามารถหาเงินได้เยอะๆเลยนะ ขนาดฉันเองเงินดือนประมาณ 100,000 บาทต่อเดือน”

ในบรรดาเพื่อน ๆ เจนนี่หาเงินได้เก่ง ดังนั้นเธอจึงหมดมันไปกับการทำศัลยกรรม, ซื้อบ้านและรถยนต์ให้พ่อแม่ของเธอในประเทศไทย

เมย์ก็มีความหวังในสิ่งที่เจนนี่ผู้เป็นเพื่อนบอก

เมย์ยืมเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่านายหน้าหางานในเกาหลีจากอานัทมา 50,000 บาท

เธอจ่ายให้นายหน้าและแลกเงินวอนติดตัว 500,000 วอน

ตั๋วชีวิต

และเธอก็เข้ารับการเทรนก่อนบินจริงที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 2 วัน

นอกจากนั้นแล้วยังมีคนอื่นอีก 6 คนที่อยากจะร่วมเดินทางไปทำงานในเกาหลีด้วย

“สุภาพสตรีคะ! ช่วยทำอย่างไรก็ได้ให้กระเป๋าเดินทางเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทุกท่านจะได้พักที่โรงแรมใกล้ๆวันนี้ค่ะ”

เมื่อเมย์มาถึงเกาหลีเธอก็ทำตามที่นายหน้าอธิบายและการตรวจคนเข้าเมืองก็ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

แต่เมย์ก็ยังเป็นกังวลและอยากจะพบเจนนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอจึงรีบโทรหาเพื่อนและถามว่ากำลังทำอะไรอยู่

เจนนี่กลับไม่ได้มารับเธอที่สนามบิน แต่เธอส่งข้อความมาให้เมย์แทน

“ก่อนอื่นเลยนะ ให้ตาม คุณเค ไปแล้วเขาจะแนะนำสถานที่ทำงานให้เอง”

ตั๋วชีวิต

เมย์รู้สึกกังวล แต่เธอก็พบเข้ากับ นายเค

นาย เค ที่กำลังรอรับเมย์โดยการชูป้ายชื่อภาษาไทยอยู่นั้น เขามีภรรยาเป็นชาวไทย

เขาเรียกร้องค่าโดยสาร 300,000 วอน

ในกระเป๋าเงินของเมย์ที่แลกเงินมาเพียง 500,000 วอน

เธอต้องมาจ่ายเงิน 300,000 วอนให้เป็นค่าขนส่งอีก และงานที่่เธอได้ทำนั้นเป็นฟาร์มไก่ในนนซาน ชุงชองนัมโด ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมากกว่า 3 ชั่วโมง

ตั๋วชีวิต

ทันทีที่เธอมาถึงเสียงร้องของไก่ก็ดังเจี๊ยวจ๊าวต้อนรับเธอทันที

เมย์พยายามที่จะพบกับเจนนี่ให้ได้ แต่ก็ยากที่จะนัดเจอเธอ

เพราะเจนนี่เป็นนายหน้าที่ช่วยให้คนไทยเข้ามาทำงานในเกาหลีและอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายนั่นเอง

ต่อมาเธอรู้จักกับหัวหน้าของฟาร์มไก่ชื่อ นายคิมมินกับ

หัวหน้า คิมมินกับ สั่งให้ นายกรชิต หัวหน้าคณะทำงาน

“ช่วยอธิบายการทำงานให้เมย์ด้วย เพราะเธอจะเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้”

กรชิตเริ่มอธิบายต่อเมย์ว่า
“ค่าจ้างรายเดือนอยู่ที่ 1.1 ล้านวอนและค่าหอพักตกเดือนละ 250,000 วอนต่อเดือน ค่าไฟฟ้า ค่าอินเตอร์เน็ตและค่าน้ำอยู่ราวๆ 100,000 วอน หักนั่นนี่แล้วสรุปเงินค่าจ้างรายเดือนที่แท้จริงอยู่ที่ 750,000 วอน”

เมย์รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะคำกล่าวอ้างจากเจนนี่นั้นช่างแตกต่างจากข้อเป็นจริง …. ค่าจ้างที่ได้นั้นหากคิดเป็นเงินไทยตกประมาณ 19,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมย์ก็ยังเหลือมีความหวังอยู่ เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังได้เงินเดือนมากกว่าอยู่ในไทย เธอมีบุคลิกในเชิงบวกอย่างคาดไม่ถึง

ในขณะที่เธอทำงานในฟาร์มเธอก็มีอาการปวดหัวเพราะกลิ่นปฏิกูลของไก่ แต่เพราะเธอมีแผนที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลให้พ่อของเธอ เธอจึงประหยัดเงินมาก ถ้าเธอทำงานเป็นเวลาสองปีก็คงจะได้เงินอยู่ไม่น้อย

“แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากแต่แค่สองปีเท่านั้นทดเอาหน่อยล่ะกัน …” เธอพึมพำกับตัวเอง

ตั๋วชีวิต

ประมาณหนึ่งเดือนหลังการทำงาน

ขณะที่เธอทำงานคนเดียวที่โรงฟักลูกไก่

ในขณะนั้น.

“วิ่ง! หนี! ให้เร็ว พ่อมา!!” เสียงตะโกนดังไปทั่วทุกที่

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าทำการการปราบปรามแรงงานผี

เมย์หนีไม่รอดเธอจึงถูกจับได้ในที่สุด

ในขณะนั้นเธอร้องไห้ออกมา เป็นเพราะเธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอาชญากร

ตั๋วชีวิต

และท้ายที่สุดเธอก็ได้ใช้เงินที่ได้มากับค่าเครื่องบินขากลับ

พร้อมกับหนี้สิน 50,000 บาทที่ยังคงค้างชำระทั้งกับทางญาติของเธอ และที่สำคัญเธอถูกประทับตราบนหนังสือเดินทางไว้เป็นรหัสแสดงถึงว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเกาหลีใต้เป็นเวลา 10 ปี

ตั๋วมาเกาหลีบางตั๋วบางทีมันอาจจะดูว่าเป็นบัตรทองสำหรับใครบางคน แต่สำหรับคนไทยบางส่วนนี่อาจเป็นตั๋วโชคร้ายที่ทำให้คุณหมดสิทธิ์มาเยือนเกาหลีอีกนานเลยทีเดียว

HOME    PRIVACY & POLICY   CONTACT    E-MAIL : THAIKUK.KR@GMAIL.COM

 Copyright © 2019 THAIKUK.COM All Rights Reserved

Log in with your credentials

or    

Forgot your details?

Create Account