แม่ย่าปล่อยสะใภ้ไทยสู้มะเร็งลำพัง

 

เยริ (นามสมมุติ) เด็กน้อยสาววัย 10 ขวบ และน้องชายคนเล็กแอบใช้นิ้วมืออังบริเวณจมูกผู้เป็นแม่ที่กำลังนอนหลับอยู่เพื่อตรวจสอบว่าแม่ยังหายใจอยู่หรือไม่ เนื่องจากทั้งคู่ทราบว่าผู้เป็นแม่กำลังเผชิญกับอาการของมะเร็งเต้านมตามลำพังกับลูกน้อย 2 คน

 

“แม่ยังโอเคอยู่”

 

อีนา (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ลืมตาขึ้นบอกลูกๆทั้งสองว่าเธอยังสบายดี ลูกชายคนเล็กเป็นกังวลไม่อยากให้ผู้เป็นแม่จากไป

อีนา เธอเป็นสะใภ้ชาวไทยวัย 44 ปี เธอเดินทางเข้ามาเกาหลีเมื่อปี 2007 ก่อนจะพบรักเข้ากับสามีเกาหลีชาวแทกูเพียง 6 เดือนเท่านั้น ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่การอยู่กันฉันท์สามีภรรยานั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายของทั้งคู่ เพราะแม่สามีไม่ปลื้มลูกสะใภ้คนนี้นัก อีนาไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวสามีมาโดยตลอดแม้ภายหลังเธอจะมีลูกถึง 2 คนกับสามีก็ตาม เหตุผลที่เธอไม่ได้รับการยอมรับนั้นเป็นเพราะมาตรฐานลูกสะใภ้ของบ้านนี้ค่อนข้างสูง แต่อีนากลับไม่มีคุณสมบัติตามที่แม่สามีต้องการ

 

สะใภ้ไทย

 

เหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นกับสามีของเธอที่ทำงานขับรถบรรทุก เขาได้รับอุบัติเหตุในที่ทำงานจนถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพาตครึ่งซีกชั่วขณะ พี่สาวของสามีเธออาศัยช่วงเวลานั้นเข้ามาแทรกแซงครอบครัวของเธอ พี่สาวสามีได้นำเอกสารการยกผลประโยชน์กรมธรรม์ประกันชีวิตของน้องชาย (สามีอีนา) ให้กับสมาชิกในครอบครัว มาให้กับอีนาเซ็นยินยอม แต่ให้เหตุผลกับเธอไปว่านั่นเป็นเอกสารค่ารักษาพยาบาลทั้งที่ไม่ใช่ อีนาเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจข้อความในเอกสารได้ เธอตกลงเซ็นยินยอมไปด้วยความไว้วางใจพี่สาวสามี

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่สามีและพี่สาวสามีได้เริ่มขนของๆเธอและลูกออกมาทิ้งหน้าบ้านพร้อมกับไล่เธอออกจากบ้านไป เธอไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวสามีถึงได้ทำเช่นนั้นกับเธอและลูก เธอพยายามโทรหาสามีและถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ แต่เหมือนโดนฟ้าผ่าลงจังๆ เมื่อสามีตอบกลับเธอว่า

 

“เธอและลูกต้องย้ายออกจากบ้านไป ช่วยดูแลลูกๆด้วย”

 

ไม่นานเธอก็ถึงบางอ้อเมื่อทราบว่าตัวเธอถูกใส่ร้ายจากพี่สาวสามีว่าเธอหอบเงินประกันชีวิตหนีออกจากบ้านพร้อมลูก นั่นจึงกลายเป็นสาเหตุให้เธอต้องตกระกำลำบากกับการเลี้ยงลูกสองคนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตามลำพัง

 

สะใภ้ไทย

 

เธอออกมาใช้ชีวิตข้างนอกอยู่ห้องเช่าเท่ารูหนูกับลูกๆ สองคน และทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสียลูกทั้งๆ สองมากว่า 2 ปี จนกระทั่งเธอเก็บเงินพอจะขยับขยายบ้านพักให้ใหญ่พอ 3 คนแม่ลูก ต่อมาเธอมาทราบภายหลังจากใช้ร่างกายหาเงินจนโรคภัยรุมเร้า เธอพบว่าเธอเป็นโรคมะเร็งเต้านม เธอพยายามติดต่อสามีเพื่อขอความช่วยเหลือลูกๆบ้าง เพราะตัวเธอก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม แต่สามีที่กลายเป็นผู้พิการจากอุบัติเหตุครั้งนั้นปฏิเสธการช่วยเหลือ แม้กระทั่งเงินช่วยเหลือคนพิการจากรัฐกว่า 1.9 ล้านวอนต่อเดือนก็ไม่ต้องการเจียดมาช่วยเหลือดูแลลูกช่วยอีนา ท้ายสุดสามีก็ตัดสินใจยื่นเอกสารหย่ากับเธอ

อย่างไรก็ตามอีนาได้รับการช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากวัฒนธรรมบางส่วน ในปัจจุบันนี้ เธอยังคงยืนยันว่าเธอยังอยากจะอยู่เกาหลีต่อ และอยากจะเห็นลูกๆเติบโตในเกาหลีต่อไป

 

สะใภ้ไทย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail