โซลลงตรวจโควิดสุนัขแมว “ติดเชื้อจับแยกกักตัว!”

เมืองโซลเผยว่าจะทำการตรวจสอบโควิด -19 ในสุนัขและแมวตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

การตรวจสอบสัตว์เลี้ยงจะดำเนินการโดย “ทีมตรวจสอบสัตว์เมืองโซล” และจะเดินทางไปตรวจเช็คถึงที่บ้าน

ตรวจโควิดสุนัขแมว

ปาร์ค ยู-มี (Park Yu-mi) ผู้อำนวยการแผนกสุขภาพของประชาชนโซล กล่าว
“สุนัขและแมวติดเชื้อจากการสัมผัสกับคนที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อ ดังนั้นจึงระบุเจาะจงเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอาการเข้าข่ายน่าสงสัยว่าจะสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อได้”

“แต่ถ้าสุนัขและแมวที่ไม่ได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือถึงแม้จะสัมผัสแต่ไม่มีอาการก็จะไม่ได้รับการตรวจหากไม่มีอาการของ COVID-19”

ตรวจโควิดสุนัขแมว

สัตว์ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเมื่อติดเชื้อ COVID-19 แต่ในบางครั้งอาจมีไข้ ไอ หายใจลำบาก มีการน้ำหลั่งออกจากตาและจมูกเพิ่มขึ้น อาเจียน ท้องร่วง เป็นต้น

แม้ว่าสุนัขและแมวจะได้รับการตรวจหาเชื้อในเชิงบวกก็ตาม แต่ว่ายังไม่มีหลักฐานว่า COVID-19 แพร่กระจายจากสุนัขและแมวไปสู่คน แต่กระนั้นสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นก็คงต้องถูกกักกันไว้ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน โดยจะยังไม่ถูกส่งไปยังสถานที่แยกกักตัวต่างหาก

อย่างไรก็ตามหากผู้ดูแล (เจ้าของ) ทุกคนได้รับการยืนยันการติดเชื้อ หรือถ้าพวกเขาแก่ชราหรือมีโรคประจำตัวจนไม่สามารถดูแลสุนัขและแมวได้ สุนัขและแมวก็จะได้รับการคุ้มครองจากสถานกักกันสัตว์ในกรุงโซล

ตรวจโควิดสุนัขแมว

ผู้อำนวยการปาร์ค ยู-มี กล่าว

“แม้ในชีวิตประจำวันเวลาที่คุณเดินจูงสุนัขตัวโปรดของคุณไปไหนมาไหนก็จำต้องรักษาระยะห่างจากคนและสัตว์อื่นอย่างน้อย 2 เมตร และปฏิบัติตามกฎการกักกันโดยให้สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดตลอด”

แปลงโฉมย่าน สลัมในโซล ‘รื้อทิ้งทำใหม่ไฉไลกว่าเดิม’

 

ใกล้สถานีรถไฟโซลในยงซานกูกรุงโซล ซึ่งเป็นย่านสลัมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีกำลังจะเปลี่ยนเป็นอพาร์ตเมนต์สูงสุด 40 ชั้น ผ่านโครงการที่อยู่อาศัยสาธารณะ

ภายใต้นโยบายที่อยู่อาศัยของรัฐบาล ผู้อยู่อาศัยในสลัมจะสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าบ้านปัจจุบันของพวกเขาสองถึงสามเท่า โดยมีค่าเช่าต่ำกว่า 15% ของค่าเช่าปกติ

นอกจากนี้ยังมีที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างไว้สำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามันและกลุ่มคนหนุ่มสาวด้วย

สลัมในโซล

บริเวณสลัมใกล้สถานีรถไฟโซลนั้นมีขึ้นมาเนื่องจากมีการเกิดหลั่งไหลของคนยากคนจนที่โดนผลักดันจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว แต่ถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ถึง 1,000 คน ผู้อยู่อาศัยจ่ายค่าเช่าห้องเล็ก ๆ ประมาณ 240,000 วอน แต่อาศัยอยู่ในสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่ดี

[กระบวนการพัฒนาธุรกิจบ้านจัดสรร]

1. ชาวสลัม 150 คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่ที่กำลังสร้างอพาร์ทเมนต์ใหม่จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่อยู่อาศัยชั่วคราว

2. เมื่ออพาร์ทเมนต์เสร็จสมบูรณ์ชาวสลัมทั้งหมดจะย้ายกลับเข้าพักในอพาร์ทเมนต์ใหม่ (ค่าเช่าอยู่ที่ 244,000 วอน / โดยมีเงินมัดจำ 1.83 ล้านวอน)

3. สลัมที่เหลือจะถูกสร้างเป็นอพาร์ทเมนท์ใหม่สำหรับคู่รักข้างใหม่ปลามันและคนหนุ่มสาว

4. คอมเพล็กซ์จะจัดตั้งขึ้นโดยมีโรงเรียนอนุบาล, ห้องสมุด, และร้านกาแฟในย่านชุมชน และการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้าที่ร่วมมือกันแบบ win-win สำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและคนหนุ่มสาว (ค่าเช่าต่ำ)

การก่อสร้างจะเริ่มขึ้นในปี 2023 และการอพยพชาวสลัมเข้าพักจะเริ่มขึ้นในปี 2026

สลัมในโซล

พวกเขาจะไม่ต้องได้ถูกเรียกว่าชาวสลัมอีกต่อไป

หากบริษัทเอกชนสร้างอพาร์ทเมนต์สลัมที่ไม่มีเงินก็ต้องถูกไล่ไปอยู่ที่อื่น

อย่างไรก็ตามรัฐบาลเกาหลีเห็นว่านโยบายที่อยู่อาศัยถือเป็นนโยบายสวัสดิการและดำเนินนโยบายสำหรับประชาชนทุกคน

สลัมในโซล

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

หิมะตกหนักซ้ำ โซลลั่นไม่พลาดอีกแล้ว!

 

กรุงโซลรับมือหิมะตกหนักรอบสอง ย้ำ! จะไม่ให้พลาดเหมือนรอบแรกอีกแล้ว!

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนหิมะตกหนักเมื่อเวลาบ่าย 15:40 น. ในโซล และยกระดับการรับมือในระดับ 2 เพื่อไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายเหมือนครั้นรอบแรกในสัปดาห์ที่แล้ว

 

หิมะตกหนักหิมะตกหนัก

 

การรับมือระดับ 1 : จัดเตรียมรถกำจัดหิมะ, โรยเกลือละลายหิมะล่วงหน้า

การรับมือระดับ 2 : ยกระดับการกำจัดหิมะโดยเตรียมกำลังคน 4,000 คน พร้อมอุปกรณ์กว่า 1,000 ชิ้น

 

หิมะตกหนักหิมะตกหนัก

 

หิมะตกหนักรอบนี้กรุงโซลเผยมีการเตรียมรับมือในระดับ 2 ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ทางการได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าจะมีหิมะตกสะสมมากน้อยเพียงใดและเร่งออกประกาศเตือนล่วงหน้าต่อประชาชน

 

หิมะตกหนักหิมะตกหนัก

 

หลังจากมีเหตุวุ่นวายเมื่อวันที่ 6-7 มกราคมที่โซลประสบกับหิมะตกหนักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย แต่ครั้งนี้ได้มีการเตรียมกันไว้รัดกุมขึ้น อย่างไรก็ตามโปรดงดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวในช่วงนี้ให้หันมาใช้พาหนะสาธารณะแทนจะดีที่สุด

 

หิมะตกหนัก

 

พรุ่งนี้ปริมณฑลตรวจโควิดฟรี!

 

รัฐบาลเกาหลีจะเริ่มดำเนินการศูนย์คัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิดชั่วคราวใน 150 แห่งในเขตมหานครและปริมณฑลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหา COVID-19 ล่วงหน้าในวงกว้าง เพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้

จะมีการจัดตั้งศูนย์คัดกรองชั่วคราวนี้บริเวณสถานีรถไฟโซล (서울역) , สถานียงซาน (용산역) , และพื้นที่ที่เกิดการติดเชื้อแบบกลุ่มและจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 18.00 น. ทุกวัน โดยไม่คำนึงถึงวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ใดๆทั้งสิ้น

 

ตรวจโควิดฟรี

 

การตรวจหาเชื้อ COVID-19 จะดำเนินการโดยไม่ระบุตัวตน โดยจะระบุเพียงหมายเลขโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

เพื่อเร่งการตรวจสอบจะมีตรวจสอบผ่านทางน้ำลายและการทดสอบแอนติเจนอย่างรวดเร็ว (RAT)

 

นอกจากนั้นการทดสอบ PCR ด้วยสำลีก้อนปั่นผ่านโพรงจมูกนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

การตรวจสอบ PCR สามารถทำได้แม้จะไม่มีอาการ COVID-19 หรือใครก็ตามที่ไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยัน COVID-19 ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน

 

ตรวจโควิดฟรี

 

ในกรณีการทดสอบแบบแอนติเจนอย่างรวดเร็ว (RAT) จะมีการนำเข้ามาใช้กับห้องฉุกเฉิน, ห้องผู้ป่วยหนัก, และพื้นที่เสี่ยงภัยทางการแพทย์ และสามารถใช้ประกันสุขภาพคุ้มครองได้ ดังนั้นหากมีการเข้าตรวจหาเชื้อ คุณจะจ่ายเงิน 8,000 วอนเท่านั้น แต่หากคุณไม่มีประกันสุขภาพ ไม่ต้องกังวล คุณก็สามารถตรวจหาโควิดได้และจ่ายเพียง 16,000 วอนเท่านั้น

 

 

เขตนอกเมืองขยาย! เว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2 ต่อ

 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจขยายการเว้นระยะทางสังคมระดับ 2 ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตตัวเมืองไปจนถึงวันที่ 27 กันยายนนี้

หน่วยงานกักกันโรคเผยผลผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันในพื้นที่เขตเมืองอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 40 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา และจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 นั้นก็ลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือในเขตเมืองลดลง 30.7% ระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 กันยายนเทียบกับวันที่ 15 และ 16 สิงหาคมของเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินว่าการติดเชื้อ COVID-19 ยังไม่อยู่ในขั้นที่ปลอดภัยดี

เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มประปรายในบางพื้นที่และอัตราการตรวจสอบเส้นทางการติดเชื้อมีมากกว่า 20% จึงยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซ่อนอยู่

 

ระยะห่างทางสังคม

 

[ข้อแนะนำการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2]

– ห้ามมีการประชุมและทำกิจกรรมตั้งแต่ 50 ถึง 100 คน

* ฝ่าฝืนมีค่าปรับสูงสุด 3 ล้านวอน

– งดให้บริการสถานอำนวยความสะดวกที่มีความเสี่ยงสูง 11 ประเภท เช่น คลับ ห้องร้องเพลง และบุฟเฟ่ต์

– ระงับการดำเนินการของสถานอำนวยความสะดวกภายในประเทศและที่สาธารณะในที่ร่ม

– แนะนำให้ปิดสถานสงเคราะห์สังคมและโรงเรียนอนุบาล (แต่ให้มีบริการดูแลเด็กได้อยู่)

– หากมีการแข่งขันกีฬา ไม่ควรมีผู้ชมขอบสนาม

 

ระยะห่างทางสังคม

 

สรุปได้ว่าการรักษาระยะห่างทางสังคมระดับที่ 2 ทั่วประเทศจะยังคงอยู่ยาวไปจนถึงวันที่ 27 กันยายนและตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนถึงวันที่ 11 ตุลาคมจะเป็นช่วงกักกันโรคเข้มงวดพิเศษกว่าปกติเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในช่วงเทศกาลชูซ็อก

หลักเกณฑ์และมาตราการโดยละเอียดในช่วงเวลากักกันโรคพิเศษในเทศกาลชูซ็อกจะมีประกาศในปลายสัปดาห์นี้ หลังจากรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญแล้วเสร็จ

 

ระยะห่างทางสังคม

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

สถานทูตไทยมอบของใช้จำเป็น ศูนย์พักพิงชาวไทยในควังจู

สถานทูตไทย ณ กรุงโซลได้มอบสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในการกักกันโรคให้แก่สถานสงเคราะห์ไทยเพื่อปกป้องพลเมืองเนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ยืดเยื้อในเกาหลี

ตามที่ชุมชนชาวไทยในควังจูเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมสถานทูตไทย ณ กรุงโซลได้จัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์กักกันโรคโควิด-19 ไปให้แรงงานไทยที่อยู่ในศูนย์พักพิง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้เพราะสถานการณ์โควิด

ปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 1,500 คน อาศัยอยู่ในควังจูและจอลลานัมโด หลายคนเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและอยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแรงงานผิดกฎหมายที่จะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดจะต้องเริ่มจ่ายค่าปรับในการสมัครใจเดินทางกลับประเทศ (หากไม่จ่ายค่าปรับ จะถูกแบล็คลิสต์ห้ามเข้าเกาหลีอย่างถาวร)

กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดโทษปรับแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้เปิดโอกาสให้สมัครใจกลับโดยไม่จ่ายค่าปรับแล้วจนกระทั่งปลายเดือนมิถุนายนปีนี้ (11 ธ.ค. 2019 – 30 มิ.ย. 2020)

ตามที่กระทรวงยุติธรรมแจงมีจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในเกาหลีอยู่ที่ 390,814 คน ณ เดือนเมษายน 2020 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 18% ของชาวต่างชาติทั้งหมด

หากแบ่งตามสัญชาติแล้วมีคนไทยราวๆ 150,000 คนซึ่งเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายมากที่สุด โดยคิดเป็น 40% ของแรงงานผิดกฎหมายทั้งหมด

ดังนั้นสถานทูตไทยจึงจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยปกป้องพลเมืองไทยในเกาหลี และเนื่องจากจำนวนพลเมืองที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงนั้นก็เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วย จึงทำให้ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ