พบเชื้อโควิดระบาดในกลุ่ม ‘คนไทยในเกาหลี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ’

เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันยังคงเกิดขึ้นในเมืองโพฮังซึ่งมีศูนย์กลางที่ร้านนวดแผนไทยแห่วหนึ่ง ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 118 ราย เป็นพนักงานทำงานมนร้านนวด 57 ราย ทางการเรียกร้องให้มีการออกไปตรวจหาโควิดทั่วเมืองโพฮัง

จนถึงขณะนี้ มีผู้เข้ารับการตรวจแล้ว 109 ราย และสถานที่ทำงานที่จ้างแรงงานต่างชาติก็ให้แรงงาน 1,125 ราย เข้ารับการตรวจโควิด-19 ด้วย

จากการตรวจพบ 32 รายในเมืองโพฮังและ 3 รายในเมืองคูมีได้มีส่วนเกี่ยวกับการชุมนุมคลัสเตอร์คนไทยเช่นกัน

คนไทยในเกาหลี

ชาวไทยคนหนึ่งที่ใช้สำนักงานทรัพยากรบุคคลในกวังทันมย็อน, พาจู จะงหวัดคย็องกี (경기도 파주시 광탄면) ติดเชื้อโควิดเข้าด้วยเช่นกัน

ในอึมซ็อง, ชุงช็องบุกโด (충북 음성) พบหญิงไทยอายุ 30 ปีและเด็กชายอายุ 2 ขวบได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 ระหว่างการกักตัวหลังพบมีประวัติติดต่อกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้

ในเมืองจินโด, จอลลานัมโด (전남 진도) พบการคิดเชื้อของหญิงไทยอายุ 50 ปี และครอบครัวของเธอ ซึ่งไม่ทราบเส้นทางการติดเชื้อที่แน่ชัด

คนไทยในเกาหลี

ด้วยเหตุนี้ทางการได้ตัดสินใจขยายระยะเวลา การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับปัจจุบันออกไปอีก 2 สัปดาห์ อีกทั้งตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งข้อจำกัดในการห้ามการชุมนุมส่วนตัว

ในเมืองหลวงเขตปริมณฑลได้ขยายเวลา การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 ไปจนถึงวันที่ 22 ส.ค. และบริเวณนอกเขตมหานครมีการคงระดับที่ระดับ 3 ไปจนถึงวันที่ 22 ส.ค. เช่นกัน

ในเขตปริมณฑลกฎการชุมนุมส่วนตัว จะยังคงจำกัดที่ 4 คนก่อนเวลา 18.00 น. และ 2 คนหลังเวลา 18.00 น. และจำกัดการรวมตัวกันที่ 4 คนในบริเวณเขตนอกเมือง

คนไทยในเกาหลี

นายกรัฐมนตรี คิม บูคย็อม ชี้แจงเหตุผลในการเว้นระยะห่างทางสังคม
“วันหยุดราชการ วันประกาศอิสรภาพ (광복절) ในสัปดาห์หน้าที่จะถึง อาจเป็นโอกาสในแพร่ระบาดซ้ำของโควิด-19 เราอยากให้เด็กๆ สามารถไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยในภาคเรียนที่ 2 ที่จะมาถึงนี้ คงต้องขอความร่วมมือกันก่อน”

ในขณะเดียวกัน ทางด้านบาทหลวง Jeon Kwang-hoon จากโบสถ์ 사랑제일교회 กลับได้

ยอดไทยในเกาหลีลด 4,468 คนในหนึ่งเดือน

 

[ณ วันที่ 31 มีนาคม 2020]

สถิติชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในเกาหลี 2,203,209 คน ซึ่งมีการลดลง 3% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (2,271,372)

ในหมู่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมีชาวจีนอยู่ 978,096 คน (44.4%), เวียดนาม 219,784 คน (10%), ชาวไทย 191,852 คน (8.7%), ชาวอเมริกัน 145,949 คน (6.6%) และ ชาวอุซเบกิสถาน 73,706 คน (3.3%)

ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวไทยมีจำนวน 2,642 คนในเดือนมีนาคมซึ่งลดลง 95.1% จากปีก่อน (นทท.ไทย 53,822 คน ในเดือนมีนาคม 2562)

 

ไทยในเกาหลี

 

จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายในเกาหลีใต้อยู่ที่ 387,001 ณ สิ้นเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์แล้วยอดลดลง 7,367 คน (ยอดผู้อพยพผิดกฎหมายเดิม 394,368 คน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์)

 

[เส้นทางการเข้าพักที่ผิดกฎหมาย]

แยกประเภทผู้เดินทางเข้ามาและหลบหนีไม่เดินทางกลับตามประเภทของวีซ่า ดังนี้ B-1 (วีซ่าฟรีท่องเที่ยว) 175,457 คน , C-3 (วีซ่าเยี่ยมเยือนระยะสั้น) 79,579 คน , E-9 (วีซ่าทำงานไม่ใช่มืออาชีพ) 45,354 คน , B-2 (วีซ่านักท่องเที่ยว) 28,587 คน, D-4 (วีซ่าฝึกงานทั่วไป) 19,788 คน

 

ไทยในเกาหลี

 

คนไทยทั้งหมดที่อยู่ในเกาหลีใต้รวม 191,852 คนซึ่งลดลง 4,468 คนจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 196,320 คน)

โดยทั่วไปแล้วมีคนไทย 158,403 คนที่เข้าเกาหลีด้วย B-1 (วีซ่าฟรีท่องเที่ยว) ซึ่งนั่นลดลง 4,156 จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (162,559 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

ในส่วนของคนไทย 24,972 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่า E-9 (วีซ่าทำงานไม่ใช่มืออาชีพ) ลดจำนวนลง 363 จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (25,335 คน ข้อมูล ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

ทางด้านวีซ่า F-6 มีคนไทย 4,667 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าตัวนี้ (ผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงาน) เพิ่มขึ้น 35 คน จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (4,632 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

 

ไทยในเกาหลี

 

นอกจากนี้ยังมีคนไทย 638 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วย F-5 (วีซ่าอาศัยอยู่ถาวร) ซึ่งจำนวนลดลงเพียง 1 คน เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์กับ (639 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

และท้ายที่สุดยอดคนไทย 502 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วย E-7 (วีซ่ามืออาชีพ) ได้ลดลง 6 คน จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (508 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

กระทรวงยุติธรรมเผย ผีน้อยไทยลดลง

 

จากสถิติของกระทรวงยุติธรรมในวันที่ 20 ธันวาคมจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 2,433,680 คนและคนต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่ที่ 390,510 คน

จำนวนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายมีจำนวนเพิ่มขึ้น 4,630 คน จากเดือนตุลาคม

ในทางกลับกันจำนวนคนไทยทั้งหมดดูเหมือนจะลดลงถึง 2,000 คนจากเดิม 205,758 ในเดือนตุลาคมเหลือ 203,866 ในเดือนพฤศจิกายน

 

ผีน้อยไทย

 

ชาวไทยที่ได้วีซ่าระยะสั้นมีจำนวน 170,905 คนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งลดลง 2,061 จาก 172,966 ในเดือนตุลาคม

ผีน้อยส่วนใหญ่ที่มาจากการเข้าพักระยะสั้นนั้น คาดว่าจะมีคนไทยที่ลดน้อยลงกว่า 2,000 คน

จำนวนคนไทยที่มีคุณสมบัติในการเข้ามาทำงาน (มีวีซ่า) 26,036 คนในเดือนพฤศจิกายนลดลงเล็กน้อยจาก 26,282 ในเดือนตุลาคม

จำนวนชาวไทยผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานอยู่ที่ 5,098 คนในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นจาก 5,010 คนในเดือนตุลาคม

จำนวนนักเรียนไทยที่เรียนในเกาหลีมีราวๆ 733 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 740 ในเดือนตุลาคม

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนปีนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาเกาหลีใต้จำนวน 523,752 คน

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือน 50,719 คนในเดือนพฤศจิกายน ลดลงจาก 66,620 คนในเดือนตุลาคม

 

ผีน้อยไทย

 

ดูเหมือนว่าผีน้อยไทยจะลดลงในขณะที่ผีน้อยเวียดนามกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้เหตุผลที่ว่าทำไมจำนวนผีน้อยไทยลดลงก็คาดว่าอาจจะเกิดความเหนื่อยล้าจากการอยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายและการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดขึ้น รวมทั้งข้อตกลงระหว่างรัฐบาลทั้งสองเพื่อป้องกันผีน้อยที่ผิดกฎหมายนั่นเอง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เช็คพิกัด พี่น้องชาวไทย อยู่ไหนกันมั่งในเกาหลีใต้?

เช็คพิกัด พี่น้องชาวไทย อยู่ไหนกันมั่งในเกาหลีใต้?

พี่น้องชาวไทย

วันนี้แอดขอฝากข้อมูลสถิติเอาไว้ประดับความรู้กัน กับสถิติการเข้าพักของชาวไทยในเกาหลี ทั้งคนวีและไม่มีวี มาอัพเดทยอดว่าพุ่งไปถึงไหนกันแล้ว????

 

สถิติการเข้าพักอาศัยของคนไทยที่อยู่ในเกาหลี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562

จำนวนคนไทยทั้งหมดที่อยู่ในเกาหลีตอนนี้คือ 200,743 คน

 

พี่น้องชาวไทย

 

โดยแยกออกตามวีซ่า

  1. วีซ่านักท่องเที่ยว(ยกเว้นวีซ่า): 167,538 คน
  2. E-9: 25,497 คน
  3. F-6: 4,109 คน

 

โดยผู้มีวีซ่าท่องเที่ยว 167,538 คน (83.4 เปอร์เซ็นต์) เป็นกลุ่มที่มีอัตราสูงสุด ตามมาด้วย E-9 (12.7 เปอร์เซ็นต์) และ F-6 (2 เปอร์เซ็นต์)

วีซ่านักท่องเที่ยวนั้น ประกอบไปด้วยผู้หญิง 93,888 คน และ ชาย 73,650 คน ซึ่งผู้หญิงเยอะสุด

วีซ่า E-9 แบ่งเป็นชาย 21,770 คน และ หญิง 3,727 คน ซึ่งชายเยอะกว่า

วีซ่า F-6 แบ่งเป็นหญิง 4,018 คน และ ผู้ชาย 91 คน หญิงมากกว่า

การกระจายตามภูมิภาคโดยแบ่งตามชาวต่างชาติที่ลงทะเบียน

*เป็นการยากที่จะระบุพื้นที่ที่ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนอาศัยอยู่

 

ชาวไทยที่ลงทะเบียนผู้พำนักในเกาหลีมี 32,197 คน

แบ่งเป็นผู้ชาย 22,385 คน และ ผู้หญิง 9,812 คน

  1. คย็องกีโด : 15,908 คน
  2. ชุงช็องนัมโด: 2,725 คน
  3. คย็องซังนัมโด : 1,535 คน
พี่น้องชาวไทย

 

จากคนไทยทั้งหมดที่ลงทะเบียน 49.4 เปอร์เซ็นต์นั้นเกือบครึ่งอาศัยอยู่ในคย็องกีโด

ในคย็องกีโด, เขตที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุดคือ ฮวาซอง (3,891), ตามมาด้วย คิมโป (1,524), โพชอน (1,211) และพาจู (1,150)

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ศาลปัดอุทรณ์หนุ่มไทย เมาแล้วขับ

ศาลปัดอุทรณ์หนุ่มไทย เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ

ศาลกวางจูใต้ปฏิเสธการยื่นอุทรณ์หนุ่มไทย เมาแล้วขับ คร่าชีวิตเหยื่อหนึ่งรายและบาดเจ็บอีกสามราย ผลการตัดสินคือ นอนคุก 5 ปี…..

 

ศาลกวางจูใต้ได้กล่าวเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมว่า ศาลปฏิเสธการอุทธรณ์ของ นายเอ (36) ที่ได้รับโทษจำคุกห้าปีในการพิจารณาคดีครั้งแรก

 

ศาลอธิบาย
“นายเอ ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อนและสำนึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำลงไป”

“อย่างไรก็ตามมีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย และบาดเจ็บอีกสามรายหลังได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ผู้ขับเมาแล้วขับ แถมยังขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตด้วย”

 

เมาแล้วขับ

 

“นายเอ ได้สำนึกในความผิดที่พยายามหลบหนีโดยไม่ช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ”

“นายเอไม่เยียวยาผู้เสียหายหรือจ่ายเงินชดเชย ทางครอบครัวของผู้เสียหายต้องการให้เขาได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง”

 

ดังนั้นศาลจึงปฏิเสธที่จะยอมรับคำอุทรณ์ของนายเอที่ว่า ระยะการรับโทษนั้นนานเกินไป

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ประมาณ 20:10 น. นายเอพยายามหลบหนีจากที่เกิดเหตุขับรถชนผู้ใช้ถนน 4 ราย ในเชอึนมย็อน, ชินอันกุน, จอลลานัมโด

พบผู้เสียชีวิต 1 รายและอีก 3 รายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนั้น

เขาขับรถบรรทุกโดยที่ไม่มีใบขับขี่ และที่สำคัญพบความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดที่ 0.151 เปอร์เซ็นต์ในเวลานั้น

 

เมาแล้วขับ

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เงินบาทแข็ง เงินวอนร่วง นักท่องเที่ยวไทยลด วิกฤตคนไทยในเกาหลี

เงินบาทแข็ง เงินวอนร่วง นักท่องเที่ยวไทยลด วิกฤตคนไทยในเกาหลี

เงินวอนร่วง

เงินบาทแข็ง เงินวอนร่วง แถมนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีก็น้อยลงเพราะมาตราการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด และเพ็งเล็งชาวไทยโดยเฉพาะ สื่อโซเชียลแชร์ประสบการณ์เข้าประเทศยาก

 

เงินบาทเริ่มมีราคาแพงขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาเกาหลีน้อยลง

เงินไทยมีราคาแพงและวอนเกาหลีนั้นเริ่มถูกลง ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวเกาหลีสามารถซื้ออะไรก็ได้ในราคาที่ถูกกว่าเดิมถึงร้อยละ 20

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการควบคุมการเข้าเมืองของผู้อพยพผิดกฎหมายมีความเข้มงวด จึงทำให้นักท่องเที่ยวไทยหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวเกาหลี

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการไปช้อปปิ้งนั้นได้เพิ่มผลกำไรให้ตัวเองมากกว่าแต่ก่อน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยกลับลดลง นั่นก็เนื่องจากการปราบปรามคนไทยผิดกฎหมายในเกาหลี

จากรายงานข่าวสื่อประเทศไทย (ข่าวสด) เผยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเกาหลีปีละ 550,000 คน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีใต้นั้นเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

 

เงินวอนร่วง

 

ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2016 เงินวอนเท่ากับ 31.29 วอนต่อหนึ่งบาท
และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเงิน 37.81 วอนต่อบาท ณ วันที่ 7 มิถุนายน

เงินวอนหดไปกว่า 21% ในรอบสามปี
จากปีที่ผ่านมาเงินวอนได้ลดลงมากกว่า 10%

เหตุผลที่เงินบาทแข็งค่าจนมีมูลค่านั้นเพราะ

การลงทุนในต่างประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่นในประเทศไทย และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้น

ส่วนสาเหตุที่เงินวอนอ่อนค่านั้น

เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมหลักของเกาหลีนั้นได้ถูกทำลายลง

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเกาหลีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนปีนี้อยู่ที่ 203,380 คน ซึ่งนั่นลดลงจากปีก่อน
(มกราคมถึงเมษายน 2018 / 208,824)

เหตุผลก็คือมีการแพร่กระจายความคิดเห็นของประชาชนที่หลีกเลี่ยงการเข้ามาเที่ยวชมประเทศเกาหลีใต้ เพราะอยู่ในช่วงการเสริมสร้างการควบคุมการเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน
เพื่อปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายชาวไทย

เป็นเวลานานแล้วที่ปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายของชาวไทยนั้นเรื้อรัง และมีคนลักลอบเข้ามารับบริการนวดในเกาหลีเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ

เนื่องจากระบบควบคุมการเข้าเมืองมีความเข้มงวดมากขึ้น จึงมีการแพร่กระจายผ่านทาง SNS เพื่อขัดขวางการเยี่ยมชมเกาหลีใต้ โดยเฉพาะเรื่องราวคนไทยที่ถูกตรวจสอบมากเกินไปหรือถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

 

เงินวอนร่วง

 

คนไทยที่มีประสบการณ์การปฏิเสธเข้าเมืองต่างโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย เช่น “อย่าไปเที่ยวเกาหลี” , “อย่าสวมเสื้อผ้าที่เว่อร์วังหรือแต่งหน้าหนาเกินไป

ตามสถิติการเข้าเมืองของกระทรวงยุติธรรมจำนวนคนไทยที่อยู่ในเกาหลีเกินกว่า 190,000 คน
นี่เพิ่มขึ้น 29% เพียงแค่ในปี 2018 เป็นผลให้จำนวนคนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมืองคาดว่าเกินพันคนในไตรมาสแรกของปีนี้

แม้ประเทศไทยและเกาหลีใต้ลงนาม MOU เมื่อปีที่แล้วเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของชาวไทย
(ข้อตกลงสำหรับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้อพยพผิดกฎหมาย)

แต่ก็ยังไม่พบทางออกที่ชัดเจนอยู่ดี

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ตม.อุลซาน แจงจับ ผีน้อย กว่า 230 คน

ตม. แจงจับ ผีน้อย กว่า 230 คนในอุลซาน

ตม.อุลซาน

 

ผลจากการปราบปรามแรงงานที่ผิดกฎหมายในอุลซานพบแรงงานผิดกฎหมายกว่า 200 คนถูกจับในอุลซาน ยิ่งเป็นการยืนยันถึงจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายในอุลซานได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

ตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการต่างประเทศอุลซาน (Ulsan)แถลงในวันที่ 14 พฤศจิกายน มีการดำเนินการปราบปรามพิเศษตั้งแต่เดือนที่แล้วถึงวันที่ 12 ของเดือนนี้และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 230 คน นี่เป็นการเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับตัวเลขสมาชิก 190 คนในปีที่ผ่านมา

ตม.อุลซาน

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการต่างประเทศได้รับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้อยู่อาศัยที่ผิดกฎหมายด้วยการจัดตั้งทีมควบคุมร่วมกันซึ่งรวมถึงกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ตำรวจ และตำรวจทางทะเล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขามุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการก่อสร้างและสถานบันเทิง

ตม.อุลซาน

เนื่องจากผู้ลี้ภัยที่ผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้รับวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น แต่หลายเคสพบว่าโดดร่มไปทำงานอย่างผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากในสถานที่ก่อสร้าง

นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันว่าชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่ทำงานตามสถานบันเทิงเสียมาก

เมื่อมีการลงนามในข้อตกลงการยกเว้นการขอวีซ่ากับประเทศไทยพบว่า คนไทยจำนวนหนึ่งถูกว่าจ้างให้ทำงานในประเทศเกาหลีโดยมีวีซ่าท่องเที่ยวและส่วนใหญ่อยู่ในอุลซาน

 

ตม.อุลซาน

 

ผู้อพยพที่ถูกกฎหมายจะถูกสั่งห้ามเข้าสู่เกาหลีได้นานถึง 10 ปี เนื่องจากมีข้อ จำกัด ในการห้ามเข้าเมือง

นายจ้างที่ผิดกฎหมายที่จ้างคนงานที่ผิดกฎหมายต้องเผชิญโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 20 ล้านวอนขึ้นอยู่กับระดับของการฝ่าฝืนกฎหมาย หากถูกจับพวกเขาจะต้องเผชิญกับข้อ จำกัด ในการจ้างแรงงานต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ขอบคุณที่มา : แหล่งที่มา

ทำงานเกาหลี 19 ช.ม./วัน พนักงานงานหรือทาส?

ทำงานเกาหลี 19 ช.ม./วัน พนักงานงานหรือทาส?

ทำงานเกาหลี

 

 

“ฉันทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า ยัน ตี 2 แต่ไม่เคยได้เงินค่าแรงโอทีสักครั้งเลย”
ชั่วโมงการทำงานประจำวัน (9 ชั่วโมง) และเงินเดือนรายเดือน 1.8 ล้านวอนก็ไม่มีความหมาย
ซัมซิส (วัย 34 ปี) ชาวอุซเบกิซสถาน สารภาพว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานในโรงงานช่างทำไม้แห่งหนึ่งในคยองกีโด ซึ่งเขาทำงานมาได้กว่าปีครึ่งแล้วมันหนักและเหมือนถูกเอาเปรียบ

 

 

ทำงานเกาหลี

 

“นายจ้างเอาแต่พูดว่า “ออกไปทำงานซะ” เขาก็ได้แต่ก้มหน้าทำตาม นายจ้างพยายามขู่ว่าจะส่งผมกลับบ้านเกิดซะถ้าไม่ทำตามที่เขาสั่ง แล้วจะทำไงได้ล่ะ ผมก็ต้องทำตามเท่านั้น” เขากล่าว

 

“ผมมาเกาหลีพร้อมกับถือวีซ่า E-9 ผมเชื่อมั่นในการมาทำงานที่ถูกกฎหมาย แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะโดนทิ้งให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มันไม่ถูกกฎหมายซะเอง”

“ในโรงงานที่ผมทำงานนั้นแรงงานต่างชาติต้องทำงานหนักมาก จนผมรู้สึกว่าโรงงานนี้เปลี่ยนแรงงานบ่อยเกิน ราว 35 คนต่อปีครึ่งที่ผมอยู่ที่นี่ งานที่นี่มันดูเหมือนจะยากลำบาก แม้แต่สำหรับแรงงานชาวเกาหลีเองก็ตาม”

 

ทำงานเกาหลี

 

จากสถิติพบว่า มีแรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนมีจำนวน 344,589 คน แรงงานที่เข้ามาผ่านระบบการจ้างงานแบบ EPS จำนวน 278,690 คน และแรงงานที่ถือวีซ่า H-2 กว่า 243,905 คน

ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากความกลัวของแรงงาน EPS กลัวว่าจะถูกส่งกลับบ้าน

 

นายเต็งยัม (วัย 24 ปี) ชาวกัมพูชาที่ทำงานในโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งหนึ่งในจังหวัดคยองกีกล่าวว่า “ผมยอมดมกลิ่นกาวในโรงงานดีกว่าอยู่ในหอพักในช่วงฤดูหนาว”

พวกเขาอาศัยอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ใช่หอพัก ซึ่งไม่มีระบบทำความร้อน

 

 

ทำงานเกาหลี

 

สองปีแล้วที่พวกเขาทำงานอยู่ที่นี่ แต่พอถึงช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิมีถึงขั้นติดลบ 15 องศา เขาบอกว่าเขานึกว่าเขาจะแข็งตายซะอีก

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังรอดมาได้ในช่วงฤดูหนาวด้วยการใช้แผ่นให้ความร้อน ในใจก็ไม่กล้าที่จะบอกนายจ้างเพราะกลัวนายจ้างจะโมโหเอา

ทำงานเกาหลี

 

เขามีเป้าหมายที่จะเปิดร้านเล็ก ๆ ในบ้านเกิดของเขาโดยมีรายได้ 1.7 ถึง 1.9 ล้านวอนต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาซึ่งทำให้เขารู้สึกกระวนกระวาย
เจ้านายบอกว่าเขาจะออกให้เขาพรุ่งนี้โดยไม่ให้เหตุผลการจ่ายช้า

นอกจากนี้ ยังไม่มีห้องน้ำและห้องครัว และ แรงงานหญิงที่ทำงานตามสวนก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย

 

แรงงานต่างชาติหลายต่อหลายคนเจอปัญหาคล้ายกันแบบนี้แต่พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำไง ทำได้เพียงแต่รอกับรอ

รีซีล (วัย 29 ปี) เล็บหัวแม่โป้งหลุดทั้งเล็บ แต่กลับไปโรงพยาบาลไม่ได้เพราะนายจ้างไม่อนุญาต

 

ณ โรงงานเหล็กในอินชอน, ดาฮาล (วัย 29 ปี) ต้องเปลี่ยนงานเนื่องจากการเขาต้องทำงานยกเล็กหนักกว่า 35 กิโลกรัม ซึ่งเขาทำไม่ได้ แต่นายจ้างปฎิเสธการขอย้ายงานของเขา

ไม่ว่าในกรณีใด นายจ้างเกาหลีรู้ปัญหานี้ดีแต่ทำตัวไม่รับทราบอะไรทั้งสิ้น

กลุ่มประชาคมในเกาหลีเริ่มกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจเกาหลีอาจทำให้ชีวิตของแรงงานต่างชาติแย่ลงกว่านี้

 

ตามที่คนเกาหลีกล่าวใน SNS วิจารณ์,
“มีคนบอกว่าการใช้แรงงานต่างชาติสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง แต่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับแรงงานต่างชาติแบบนั้น พวกคุณสามารถทนต่อการทำงานแบบนั้นได้ไหม ชาวเกาหลีเอ๋ย พวกคุณยังจะบอกว่าพวกเขาแย่งงานของพวกคุณอีกหรือ?”

ชาวเกาหลีไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ผิดต่อสิทธิมนุษยชน

นั่นคือเหตุผลที่แรงงานชาวต่างชาติต้องการโล่เพื่อป้องกันตนเอง

ทำงานเกาหลี

รัฐบาลควรมีความรับผิดชอบในการศึกษากฎหมายแรงงานก่อน เนื่องจากมีหลายกรณีที่พวกเขาไม่ได้รับการเอาใจใส่

เจ้านายบางคนบังคับให้ทำงานแม้กระทั่งเวลาพัก สั่งแรงงานทำงานยังกับเป็นเครื่องจักรที่ต้องทำงานอย่างเดียว
“จริงๆแล้วเวลาพักมีบัญญัติในกฎหมายแรงงาน แต่ชาวต่างชาติไม่รู้ว่าการบังคับให้ทำงานในเวลาพักนั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย “

 

บางครั้งกระทรวงการจ้างงานและแรงงานออกมาเป็นผู้บังคับบัญชา แต่แทนที่จะพูดคุยกับคนงานชาวต่างชาติถึงปัญหาเหล่านี้ พวกเขากลับไปคุยกับเพียงนายจ้างแล้วก็จบไป

 

 

ในบางกรณีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายเนื่องจากตำรวจไม่ใส่ใจที่จะเอาความ

ในสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แรงงานชาวบังคลาเทศพูดอะไรไม่ได้เลย เพราะตำรวจเอาแต่ฟังความเฉพาะกับเจ้านายเท่านั้น แล้วก็ลงเอยด้วยการตัดสินว่า “คนงานไม่ยอมทำงาน” และเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่อง “มันก็สมควรแล้วที่จะต้องโดนแล้วล่ะ”

 

ทำงานเกาหลี

 

ยุนอินจินศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเกาหลีกล่าวว่า “ถ้าสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานต่างชาติดีขึ้นสภาพแวดล้อมการทำงานโดยรวมของประเทศก็จะดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้แรงงานต่างชาติยังทำหน้าที่เป็น “เจ้าหน้าที่ทางการทูต” และสามารถบอกเล่าประสบการณ์ที่ดีของเกาหลีได้อีกต่างหาก “

 

Cr = KOOKLIBO

สาวไทยพกกระสุนปืน ผ่านเครื่อง X-ray สนามบินอินชอน

สาวไทยพกกระสุนปืน ผ่านเครื่อง X-ray สนามบินอินชอน

สาวไทยพกกระสุนปืน

มีการประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่า พบหญิงไทยคาดว่าวัย ราวๆ 20 ปี – 30 ปีที่กำลังจะเดินทางออกจากสนามบินอินชอน พกกระสุนปืนไว้ในกระเป๋าของเธอ

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติอินชอน เผย ในวันที่ 8 พ. ค. ว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลา 18:20 น. มีการตรวจพบลูกกระสุนปืน 5 ลูก ในกระเป๋าของสาวไทย ซึ่ง ตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน นานาชาติอินชอน เทอร์มินอล 1  หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้ทำการยึดกระสุนทั้งหมด ก่อน นำตัวสาวไทยคนดังกล่าวส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนดำเนินการต่อ

 

สาวไทยพกกระสุนปืน

นอกจากนี้ จากการสอบปากคำในเบื้องต้นพบว่า สาวไทยคนดัง กล่าว เดินเข้ามาในประเทศเกาหลีเพื่อจุดประสงค์ในการทำศัลยกรรม โดยเธอเดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.

ที่น่าแปลกใจคือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่พบกระสุน ในระหว่าง การเดินทางขาเข้าประเทศของเธอ สาวไทยอ้างว่า สงสัยว่ากระสุนปืนจะเป็น ของสามีของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศไทย

 

 

สาวไทยพกกระสุนปืน

เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สำนักงานใหญ่ของเมืองอินชอนกล่าวว่า “ในกรณีสัมภาระที่จะได้รับการตรวจเช็ค เมื่อเข้าประเทศเกาหลีจะถูกอ่าน ผ่าน X-ray แต่ยากที่จะตรวจจับได้เนื่องจากเป็นการสุ่มตรวจเท่านั้น”  “ต่อจากนี้เราคงต้องป้องกันและปราบปรามวัตถุอันจะนำไปสู่การก่อการร้าย ที่สนามบินอย่างจริงจังมากกว่าที่เป็น” เขากล่าวเสริม

 

สาวไทยพกกระสุนปืน

อย่างไรก็ตาม หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้ทำการยึด กระสุนทั้งหมด ก่อนนำตัวสาวไทยคนดังกล่าวส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจของท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนดำเนินการต่อ

 

 

Cr = NEWSIS

ผีน้อยล้น ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน ขั้นวิกฤต

ผีน้อยล้น ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน ขั้นวิกฤต

ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน

ตอนนี้เกษตรกรรมในชนบทอยู่ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง,
แต่พบผู้สูงอายุในท้องถิ่นดิ้นรนเพื่อหางานทำในทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ชาวนาผู้อาวุโสได้เริ่มออกหาเงินหางานทำในช่วง
เวลานี้ของปี เพื่อให้ตนสามารถอยู่รอดได้ในฤดูหนาว

 

ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คนงานหลายชีวิตที่ทำงานอยู่ในฟาร์ม
หัวหอมในเมืองฮับชอน, คยองซํงนัมโด (Hapcheon,
Gyeongsangnam-Do) เป็นชาวต่างชาติ และส่วนใหญ่พวกเขา
เป็นแรงงานต่างชาติที่เข้ามาโดยไม่มีวีซ่าทำงาน

เอเจนซี่ กล่าวว่า “พวกเขา (ชาวต่างชาติ) ก็ต้องการสร้าง
รายได้ให้กับครอบครัวของพวกเขา ฉันหยุดพวกเขาไม่ได้หรอก”

 

ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน

แรงงานต่างชาติอาศัยอยู่ร่วมกันนับสิบและแย่งงานในชนบทไป
จนหมด

ซึ่งคาดได้ว่า มีคนต่างชาติที่ผิดกฎหมายจำนวนหลายร้อยคนใน
คยองซัมนัมโดใต้ (South Gyeongsangnam-do)

ตำรวจกล่าวว่า
หลายสิบคนกำลังร่วมตั้งค่ายอาศัยด้วยกันและหางานทำผ่าน
โบรกเกอร์ โดยเล็งงานด้านการเกษตรในพื้นที่ชนบท

 

ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน

คุณยายท่านนึง กล่าวว่า
“ฉันกลัวชาวต่างชาติทั้งหมดแย่งงานทำจนหมด แล้วฉันก็จะ
ไม่มีงานทำ ฉันรู้สึกกังวลกับการอยู่การกินในช่วงฤดูหนาวนี้จัง”

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชางวอนกล่าว
“พื้นที่มีขนาดใหญ่มากจน จำต้องใช้เวลาในการปราบปรามโดย
ประมาณหนึ่งเดือนหรือสามเดือนในการปราบปราม เพราะเรา
ไม่มีคนมากขนาดนั้น”

 

ชาวนาอาวุโสเกาหลีตกงาน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจับมือกันปราบปราม,

การจ้างงานที่ผิดกฎหมายกำลังเฟื่องฟูและผู้สูงอายุในชนบทก็ประสบ
ปัญหางานหาย เรียกได้ว่า ตอนนี้คนชราที่ตกงานกำลังถูกผลักดัน
เข้าสู่ภาวะวิกฤต

 

Cr = KNN NEWS