คย็องกีโดปรับ 2-3 ล้านวอน หากไม่เข้า ตรวจโควิด

ทางการคย็องกีโดออกประกาศบังคับให้นายจ้างเกณฑ์แรงงานต่างชาติทุกคนเข้ารับการ ตรวจโควิด และบังคับตรวจทุกคนแม้จะเป็นแรงงานไม่มีวีซ่าก็ตาม

Lee Yong-cheol รองผู้ว่าฯ คย็องกีโดกล่าวในการประชุมท้องถิ่นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ว่ามีการออกคำสั่งให้มีการตรวจคัดกรองหาเชื้อเข้มทุกคน

คำสั่งนี้ได้กระจายไปสู่เจ้าของกิจการในพื้นที่กว่า 25,000 แห่ง และแรงงานต่างชาติกว่า 85,000 คนต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง

นอกจากนี้ แรงงานลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่มีวีซ่าตามสถานที่ต่างๆทั่วคย็องกีโดจะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองไปด้วยโดยไม่มีข้อแม้

ดังนั้นแล้วผู้ที่อยู่ในเงื่อนไขจำต้องออกมาทำการตรวจคัดกรองตามศูนย์ตรวจคัดกรองใกล้บ้านทุกคนและมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจซ้ำซ้อน ผู้ที่ได้รับการตรวจโควิดไปแล้วตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ถือว่าอยู่ในข้อบังคับนี้ ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำอีก

ทางการคย็องกีโดมีความกังวลว่า ในกรณีผู้พำนักโดยไม่มีวีซ่านั้นอาจจะเป็นการยากที่จะออกมาตรวจคัดกรองโรค ทำให้มีการประกาศและให้คำสัตย์ว่าจะไม่มีการจับกุม แจ้งจับ หรือส่งกลับประเทศแน่นอน

ในกรณีที่ฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและจัดการโรคติดเชื้อจะมีโทษปรับราวๆ2,000,000 – 3,000,000 วอนหรือน้อยกว่าและหากเกิดโรคติดเชื้อเนื่องจากการละเมิดจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการกักกันโรคเองทั้งหมด

Lee Yong-cheol รองผู้ว่าฯคย็องกีโด กล่าว

เราทราบดีว่าผู้ประกอบการหลายคนต้องการแรงงานต่างชาติในยามที่เราขาดแคลนกำลังคน และ แรงงานต่างชาติเองก็ต้องมาประสบปัญหาการดำรงชีวิตเพราะโควิด-19 มันคงจะดีกว่าหากมีการร่วมมือกันป้องกันการระบาด เราอยากขอความร่วมมือจากมุกท่านด้วยใจจริงเพื่อให้การกักกันโรคเป็นไปด้วยดี

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

คย็องกีโดออกมาตรการรับมือ “ที่พักต่างชาติ 38% เป็นบ้านไวนิล”

 

ในบรรดาแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในคย็องกีโด กว่า 38% อาศัยอยู่ในอาคารที่พักชั่วคราว เช่น บ้านไวนิล (โรงเรือนพลาสติก) ในการตอบสนองจากทางการคย็องกีโดหลังการสำรวจนั้นได้มีการเริ่มดำเนินมาตรการหารือเพื่อช่วยเหลือ

คย็องกีโดประกาศหลังจากมีการทำการสำรวจสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างชาติ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2020 จนถึง 27 มกราคม 2021

เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าเยี่ยมตามบริเวณที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติและตรวจสอบสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย

ที่พักต่างชาติ

จากการสำรวจพบว่า 49% มีที่พักในพื้นที่ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย และ 56% มีที่พักที่ไม่ได้รับการรายงานว่าจะจัดทำเป็นที่พัก นอกจากนั้นจากการสำรวจ 38% (697 หลังคาเรือน) เป็นอาคารพักชั่วคราว เช่น บ้านไวนิล (โรงเรือนพลาสติก)

พบว่า 60% ของที่พักมีการติดตั้งพื้นอุ่นและบางห้องใช้เครื่องทำความร้อน เช่น แผ่นความร้อนไฟฟ้า

ห้องสุขา 25% อยู่ข้างนอก และ 11% มีห้องอาบน้ำอยู่นอกที่พัก

ที่พักต่างชาติ

ทางการคย็องกีโด ได้เริ่มจัดประชุมเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและตัดสินใจที่จะปรับปรุงระบบ รวมทั้งเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงานต่างชาติโดยจะมีการพิจารณาจากผลการประชุมที่จัดขึ้น

นอกจากนี้คย็องกีโดจะปรับปรุงที่พัก เพื่อให้เกษตรกรและแรงงานต่างชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้ และที่ปรึกษามืออาชีพกำลังพิจารณาที่จะลงพื้นที่ตามชนบทเพื่อให้คำปรึกษาต่อแรงงานต่างชาติด้วย

ที่พักต่างชาติ

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดบุกบ้านพักไวนิล!

 

อีแจมย็อง ผู้ว่าการฯคย็องกีโดเผยถึงกรณีที่มีการจากไปของแรงงานกัมพูชาในโพชอนเมื่อไม่กี่วันนี้ ทำให้มีการกระตือรือร้นด้านการออกตรวจเข้มบ้านพักลักษณะไวนิลทั่วคย็องกีโดว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

เขาได้ใช้สื่อออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊คตนเอง
“ผมเสียใจกับเหตุการณ์การจากไปของแรงงานกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาเกาหลีด้วยความฝันแต่กลับมาจบชีวิตลงในบ้านพักไวนิลท่ามกลางอากาศหนาวเย็น”

 

คย็องกีโด

 

“ในฐานะผู้ว่าการฯคย็องกีโด ผมขอยอมรับผิดที่ประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดการสูญเสียครั้งนี้ ผมขอแก้ตัวผ่านการลงมือจริงจังกับการตรวจสอบและปรับปรุงสถานที่พักของแรงงานต่างชาติในคย็องกีโด และจะมีการนำนโยบายเรื่องที่พีกแรงงานมาปรับใช้จริงจังมากขึ้น”

จากกรณีแรงงานกัมพูชามีการชันสูตรและพบว่าเธอมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วนั้น มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของการสูญเสียครั้งนี้ ฝ่ายค้านพยายามใช้เริ่องนี้เป็นเครื่องมือในการหยุดพัฒนาที่พัก แต่ในอีกมุมของอีแจมย็องเขาเผยว่า แม้เธอจะมีปัญหาสุขภาพหากแต่ปัญหาเหล่านั้นถูกละเลยผ่านการทำงานหนัก, ไม่มีการพักผ่อนเพียงพอ, ที่พักไม่เอื้ออำนวยต่อการฟื้นฟูร่างกาย ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เธอจากไปไวขึ้นไม่ใช่หรือ?

 

คย็องกีโด

 

อีแจมย็องย้ำ
“คนเราทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกันแม้จะแตกต่างทางกายภาพ, ภาษา แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิ์เท่าเทียม อยากจะขอให้หยุดการเลือกปฏิบัติเสีย พวกเขาเดินทางมาไกลเพื่อคนที่บ้านเกิด แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เรารู้สึกเสียใจต่อเรื่องราวนี้เป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2020 แรงงานสาวชาวกัมพูชาที่จากไปนั้นมีการเผยสาเหตุมาแล้วว่าเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของตับแข็ง

 

คย็องกีโด

23 ธ.ค งดรวมตัวเกิน 5 คน

 

ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เวลา 00:00 เป็นต้นไป งดการชุมนุมมากกว่า 5 คน ในกรุงโซล, คย็องกีโด, และอินชอน

กฎจะมีผลไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2021

 

งดรวมตัว

 

Seo Jung-hyeop รักษาการนายกเทศมนตรีกรุงโซลกล่าวในการบรรยายสรุป เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม

“จะไม่มีการอนุญาตให้มีการสังสรรค์ส่วนตัวที่รวมกันเกิน 5 คนขึ้นไปทั้งในร่มและกลางแจ้ง ตามช่วงเวลากำหนดห้าม”

“ยกเว้นงานแต่งงานและงานศพ เราวางแผนที่จะอนุญาตให้มีแขกเข้างานได้เพียง 50 คนหรือน้อยกว่านั้นเท่านั้น”

“หากพบการละเมิดใด ๆ เราจะเรียกเก็บค่าปรับทั้งผู้จัดงานและผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งจะใช้มาตรการทางการปกครอง”

 

งดรวมตัว

 

คุณอาจสงสัยเกี่ยวกับมาตรการนี้ที่จะนำมาใช้ในบริษัท, ร้านอาหาร, ระบบขนส่งสาธารณะ, และบ้านที่มีคนมากกว่า 5 คนจะเป็นอย่างไร

แต่คาดว่ามาตราการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วไป เนื่องจากรัฐบาลแนะนำให้บริษัทหันมาใช้การสื่อสารทางไกลแทนในบริษัททั่วไป แต่ก็ไม่ได้บังคับ

หากเริ่มมีการจำกัดการรวมตัวกันไม่เกินห้าคนคาดว่าปัญหาเรื่องการกักกันโรคจะมีปัญหาน้อยลง เพราะหากมีการสวมหน้ากาก, การล้างมือตามร้านอาหาร และ ตามขนส่งสาธารณะก็จะง่ายต่อการดูแลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารห้ามมีการร่วมรับประทานอาหารที่ร้านอาหารมากกว่า 5 คน

หากมีการแอบพบกันในบ้านมากกว่า 5 คน นั่นก็เหมือนจะเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะปราบปรามได้ แต่ก็ต้องอาศัยความยับยั้งชั่งใจให้มากที่สุดเพื่อส่วนรวม

* ในกรณีของครอบครัวจะสามารถรวมตัวกันข้างนอกได้อย่างน้อยไม่เกิน 6 คน

 

งดรวมตัว

 

ตามหลักการของประชาธิปไตยเกาหลีไม่ได้ใช้มาตรการต่างๆ ในเชิงบังคับ เช่น ห้ามการเคลื่อนไหวหรือล็อคดาวน์ แม้ว่าจะยกระดับเป็นระดับ 3 ก็ตาม

สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึงคำร้องขอของทางรัฐบาลในการเข้าร่วมกิจกรรมกักกันโรคที่ทางรัฐประกาศด้วยจิตสำนึกของการเป็นพลเมืองนั่นถือว่าสำคัญในเวลานี้

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2), แหล่งข่าว(3)

ชาวไทยในเกาหลี 61,765 กระจุกแค่ในคย็องกีโด

 

จากสถิติเกี่ยวกับสถานะต่างชาติที่พำนักในเกาหลีใต้ ข้อมูลจากรัฐบาลท้องถิ่นในปี 2019 พบว่ามีแรงงานคนไทย 61,765 คนอาศัยอยู่ในคย็องกีโด

 

ชาวไทยในเกาหลี

 

[สถานะการพำนักของชาวไทยแบ่งตามภูมิภาค – ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2019]

รวมทั้งสิ้น 182,160 คน (ชาย: 91,935 / หญิง 90,225)

โซล (서울) 12,872 (ชาย: 2,844 / หญิง: 10,028)

ปูซาน (부산) 7,582 (ชาย: 3,217 / หญิง: 4,365)

แทกู (대구) 5,344 (ชาย: 2,090 / หญิง: 3,254)

อินชอน (인천) 8,536 (ชาย: 4,687 / หญิง: 3,849)

กวางจู (광주) 3,984 (ชาย: 1,607 / หญิง: 2,377)

แทจอน (대전) 2,515 (ชาย: 619 / หญิง: 1,896)

อุลซาน (울산) 3,158 (ชาย: 1,523 / หญิง: 1,635)

เซจง (세종) 1,048 (ชาย: 620 / หญิง: 428)

คยองกีโด (경기도) 61,765 (ชาย: 37,016 / หญิง: 24,749)

คังวอนโด (강원도) 4,354 (ชาย: 1,663 / หญิง: 2,691)

ชุงช็องบุกโด (충청북도) 8,289 (ชาย: 4,399 / หญิง: 3,890)

ชุงช็องนัมโด (충청남도) 14,273 (ชาย: 7,584 / หญิง: 6,689)

จอลลาบุคโด (전라북도) 6,825 (ชาย: 2,636 / หญิง: 4,189)

จอลลานัมโด (전라남도) 8,506 (ชาย: 3,900 / หญิง: 4,606)

คย็องซังบุกโด (경상북도) 13,487 (ชาย: 6,521 / หญิง: 6,966)

คย็องซังนัมโด (경상남도) 16,548 (ชาย: 9,374 / หญิง: 7,174)

เชจูโด (제주도) 3,074 (ชาย: 1,635 / หญิง: 1,439)

ตัวเลขข้างต้นเป็นผลรวมของคนไทยที่มีลงทะเบียนและชาวไทยที่เข้ามาระยะสั้น (ไม่ได้ลงทะเบียน) และอยู่เกิน 90 วัน

อย่างไรก็ตาม เป็นการยากที่จะระบุพื้นที่ที่อยู่อาศัยของคนไทยที่ไม่ได้ลงทะเบียนได้จริง ดังนั้นจึงมีการกระจายตามอัตราส่วนแล้วแต่ตามภูมิภาคและสัญชาติ

 

ชาวไทยในเกาหลี

 

จำนวนประชากรไทยพบว่ามีมากที่สุดคือ 11,271 คนในเมืองฮวาซ็อง (화성시)

นอกจากนั้นแล้วมีการแบ่งจำนวนชาวไทยตามเมืองต่างๆ ในเกาหลีดังนี้ คิมโป (김포시) (4,982 คน), โพชอน (포천시)(4,437 คน), กิมแฮ (김해시)(4,176 คน), พาจู (파주시)(3,709 คน), ชอน่าน (천안시)(3,601 คน), พย็องแทค (평택시)(3,491 คน) , คย็องกี – โดกวางจู (경기도광주시)(3,341 คน), ซีฮึง (시흥시)(3,235 คน), ชางวอน (창원시)(2,795 คน), อาซาน (아산시)(2,702 คน), ยงอิน (용인시)(2,697 คน), ยางจู (양주시)( 2,549 คน), อิชอน (이천시)(2,467 คน), อึมซอง (음성군)(2,417 คน), อันซอง (안성시)(2,333 คน), โกยาง (고양시)(2,179 คน), คยองจู (경주시)(2,158 คน), คย็องซาน (경산시)(2,134 คน) , เชจู (제주시)(2,017 คน), ซูวอน (수원시)(2,017 คน), ชองจู (청주시)(2,017 คน).

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดเคาะเงินสนับสนุนเด็กต่างชาติ

 

ได้มีการออกมาผลักดันนโยบายสนับสนุนด้านค่าเล่าเรียน (누리과정) สำหรับเด็กต่างชาติที่อาศัยอยู่ในคย็องกีโดให้เป็นไปเช่นเดียวกันกับชาวเกาหลี

누리과정: เป็นนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาแก่เด็กอายุ 3-5 ปี

 

เด็กต่างชาติ

 

Sung Joon-mo ตัวแทนจากสภาจังหวัดคย็องกีโดได้เสนอการแก้ไขนโยบายร่วมกับผู้ร่างกฎหมายอีก 17 คน โดยเขาได้นำเสนอนโยบายข้างต้นให้มีสิทธิ์ไปถึงเด็กต่างชาติด้วย หากการเสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติมนี้ผ่านเด็กต่างชาติที่เข้าตามเกณฑ์จะมีสิทธิ์ได้รับค่าเล่าเรียน 240,000 วอนต่อเดือนทุกเดือนเช่นเดียวกับเด็กชาวเกาหลี

นอกจากนี้แล้วนโยบายนี้ยังมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรัฐบาลท้องถิ่นอื่นๆ เช่น โซล, อินชอน อีกด้วย นั่นเพราะเป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากและมีความกังวลว่าผู้ที่อาศัยในโซลและอินชอนอาจจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่คย็องกีโดเนื่องจากคาดว่าจะได้รับเงินสนับสนุนนี้

 

เด็กต่างชาติ

 

Sung Joon-mo ได้กล่าว

“ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติเกาหลีใต้เด็กมีสิทธิในการศึกษาและการได้รับการคุ้มครองจากครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม”

“มีการวิพากวิจารณ์ถึงการเลือกปฎิบัติกับเด็กต่างชาติที่ต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียน (누리과정) อย่างเต็มจำนวน เราต้องช่วยเด็กต่างชาติให้เติบโตมาให้มีสุขภาพดีและไม่ถูกทอดทิ้งให้ละเลยด้านการศึกษา”

 

เด็กต่างชาติ

 

หลังมีการกล่าวถึงนโยบายดังกล่าวแล้วก็มีเสียงตอบรับกลับมาถึงการนำเงินภาษีประชาชนมาทำเรื่องเช่นนี้เห็นจะดีหรือไม่

“แต่ชาวต่างชาติที่จ่ายภาษีก็มี ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้ ภาษีรถยนต์ ดังนั้นชาวต่างชาติเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับประโยชน์จากภาษีที่พวกเขาจ่ายไปด้วย”

อย่างไรก็ตามหากนโยบายนี้ผ่านคาดว่าเด็กต่างชาติในคย็องกีโดกว่า 6,936 คนจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลและปัจจุบันรัฐบาลท้องถิ่น 20 แห่งในคย็องกีโด รวมถึงซูวอน, บูช็อน, อันซัน, อันยาง, พย็องแท็กเองก็เห็นด้วย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ศูนย์ช่วยเหลือคย็องกีฯ เปิดรับร้องทุกข์ออนไลน์

 

ศูนย์สนับสนุนสิทธิมนุษยชนชาวต่างชาติคย็องกีโด (경기도외국인인권지원센터) ได้เปิดตัว “ระบบการยื่นคำร้องออนไลน์” เพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในคย็องกีโดสามารถส่งเรื่องร้องขอความช่วยเหลือได้ทุกที่ทุกเวลา

เหตุมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ยากต่อการเดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือ ทำให้ผุดการให้คำปรึกษาผ่านศูนย์การให้คำปรึกษาออนไลน์เข้ามาใช้ำเพื่อความสะดวกสบาย และสามารถปรึกษาที่ไหนก็ได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่อีกด้วย

 

ศูนย์ช่วยเหลือ

 

อย่างไรก็ตามหากชาวต่างชาติที่ต้องการยื่นเรื่องร้องเรียนทางศูนย์สามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ (www.gmhr.or.kr) และคลิกที่ปุ่ม “진정신청(คำร้อง)

หลังจากนั้นคุณเพียงกรอกชื่อและข้อมูลการติดต่อของคุณเท่านั้น คุณก็จะสามารถส่งเรื่องร้องเรียนด้านการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้

สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในคย็องกีโด ไม่ว่าจะมีกรณีการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือต้องการส่งเรื่องร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือใดๆ ก็ใช้เพียงคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็ทำเองได้แล้ว

หลังจากมีการตรวจสอบคำร้องแล้วทางทนายแรงงานจะทำการติดต่อไปให้คำปรึกษาโดยละเอียดทางโทรศัพท์หรือออนไลน์

 

ศูนย์ช่วยเหลือ

 

ถ้าดูจากการออกมาโปรโมทเรื่องการให้คำปรึกษาออนไลน์แบบนี้แล้วล่ะก็ ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเป็นต่างชาติที่ลงทะเบียน(คนวี) หรือต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน(คนผี) ก็จะสามารถใช้บริการนี้ได้เลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการปรึกษาหารือมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการค้างค่าแรง, อุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม, การรักษาพยาบาล, และคุณสมบัติผู้อยู่อาศัย, รวมถึงการให้ข้อมูลด้านกระบวนการและผลการรับสิทธิ์นั้นๆด้วย

 

ศูนย์ช่วยเหลือ

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ผีน้อยในคย็องกีโด ควรได้รับเงินเยียวยา

 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องทางการคย็องกีโดว่า:

“แรงงานข้ามชาติทุกคนควรได้รับการเยียวยาในส่วนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และควรจะรวมไปถึงผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียนด้วย”

 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนข้ามชาติในคย็องกีโดอ้างสิทธิ์เมื่อวันที่ 17 เมษายน

“การบริหารที่เลือกปฏิบัติต่อประชาชนควรได้รับการแก้ไข”

“โชคดีที่คย็องกีโดได้เตรียมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กับผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานและผู้อยู่อาศัยถาวรด้วย”

“แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่งที่ไม่รวมแรงงานข้ามชาติทุกคน”

 

ผีน้อย

 

“แรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในคย็องกีโดทุกคนควรจะมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ เนื่องจากคย็องกีโดได้กำหนดเป้าหมายของการมอบเงินเยียวยาเองว่าจะมอบให้กับ ‘ผู้ที่อาศัยในคย็องกีโด'”

“จึงไม่ควรแยกแยะความแตกต่างของประชาชนในท้องถิ่นท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ ควรมีการมอบเงินเยียวยาให้กับผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียน, นักเรียนต่างชาติ, และผู้ลี้ภัยเช่นกัน!”

ตามที่ทางเมืองคย็องกีโดประกาศเมื่อวันที่ 24 มีนาคมว่า จะมอบเงินเยียวยา 100,000 วอนต่อคนให้กับผู้พักอาศัยในคย็องกีโดทั้งหมด นั่นก็เพื่อเป็นการออกมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจฉุกเฉินหลังเหตุการณ์เกิดการระบาดของ COVID-19

แต่ทางการกลับแยกชาวต่างชาติออกจากรายการการให้เงินเยียวยา

ผีน้อย

 

ส่งผลให้ทางด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนข้ามชาติต้องออกมาเคลื่อนไหวประท้วงอย่างจริงจัง นี่คือสิ่งที่ได้รับจากการออกมาเคลื่อนไหว

ผู้ว่าฯ Lee Jae-myung ได้ออกมาทวีตผ่านทางทวิตส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า

“เราจะตรวจสอบเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาให้สำหรับผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงานหรือผู้อยู่อาศัยถาวร”

 

อย่างไรก็ตามคย็องกีโดถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศ

ชาวต่างชาติประมาณ 600,000 คนอาศัยอยู่ในคย็องกีโดมานานกว่า 3 เดือนในระยะยาว

ในหมู่พวกเขามีผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงาน และผู้อยู่อาศัยถาวรอยู่ราวๆ 108,000 คน

 

ผีน้อย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คืนแห่งหิมะ คย็องกีโด คังวอนโด เตรียมรับมือ

 

มีการประกาศถึงการเตรียมรับมือกับหิมะตกหนัก (대설예비특보) ในคืนที่ 22 เนื่องจากหิมะตกหนักทางเหนือของคย่องกีโดและทางตะวันตกของคังวอนโด

องค์การอุตุนิยมวิทยาเกาหลีประกาศว่า จะมีประกาศคำแนะนำการเตรียมรับมือหิมะตกหนักสำหรับพื้นที่บนภูเขาทางเหนือของคังวอนโดและยางกู-กุน, ชุงชอน, กาพย็อง, โพชอน และย็อนช็อนในชั่วโมงแรกของวันที่ 23

 

หิมะ

 

คำแนะนำในการเตรียมการสำหรับหิมะตกหนักได้ถูกตั้งค่าไว้ใช้ก็ต่อเมื่อจะมีหิมะตกหนัก (มากกว่า 5 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง) และมีหิมะตกหนัก (มากกว่า 20 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีคาดว่าหิมะจะเริ่มในเวลา 21.00 น. ในวันที่ 22 ทางตอนเหนือของคย็องกีโดและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคังวอนโด ซึ่งหิมะจะหนาประมาณ 3 ถึง 8 เซ็นติเมตร จนถึงเวลา 21.00 น. ของวันที่ 23

 

หิมะ

 

นอกจากนี้หิมะที่มีขนาด 1 ถึง 5 เซนติเมตรจะถูกสะสมในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของคย็องกีโดและโซล ทั้งสองพื้นที่จะสามารถพบเห็นหิมะได้ในช่วงเช้าของวันที่ 23

อย่างไรก็ตามคาดว่าอาจจะยากสำหรับโซลและคยองกีตอนใต้ที่จะมีหิมะ เพราะอาจจะมีฝนตกผสมกันกับหิมะด้วย เนื่องจากสภาพอากาศหนาวที่ไม่รุนแรงนัก

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดเตรียมสนับสนุน บุตรของผีน้อย

 

รายงานแสดงให้เห็นว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของครอบครัวที่ให้กำเนิด “เด็กอพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียน” ในคย็องกีโด ไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้แม้ว่าบุตรจะป่วย

นี่เป็นเพราะพ่อแม่เป็นผีน้อยและไม่สามารถจ่ายค่าประกันสุขภาพได้เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถลงทะเบียนเกิดให้ลูกได้

คย็องกีโดประกาศผลของ “การสำรวจสถานะเพื่อสนับสนุนสิทธิด้านสุขภาพของเด็กอพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียน (미등록 이주아동 건강권 지원을 위한 실태조사)” ในวันที่ 12 ธันวาคม

การสำรวจเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาของ Lee Jae-myung(경기도지사 이재명) ผู้แทนจากคย็องกีโด

ซึ่งนี้จะเป็นการค้นหาสถานะสิทธิด้านสุขภาพของเด็กผู้อพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียนและพัฒนานโยบายตามพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นครั้งแรกในประเทศที่รัฐบาลท้องถิ่นได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับสิทธิด้านสุขภาพของเด็กผู้อพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียน

 

บุตรของผีน้อย

 

การสำรวจได้ดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม โดยมีผู้ปกครอง 340 คนที่มีบุตรที่ไม่ได้ลงทะเบียน และบุตรที่ไม่ได้ลงทะเบียนกว่า 468 คน

จากการสำรวจยังพบว่าร้อยละ 52.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถพาบุตรไปโรงพยาบาลแม้ว่าบุตรของพวกเขาจะป่วย

 

[ทำไมพวกเขาไม่ไปโรงพยาบาล]

ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสูง – 39.3%

ไม่มีใครพาบุตรไปโรงพยาบาล – 18.2%

ความยากลำบากในการสื่อสาร – 17.6%

 

นอกจากนี้ร้อยละ 73.8 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรในเกาหลีใต้

ร้อยละ 78.9 ให้กำเนิดที่บ้านไม่ใช่ที่โรงพยาบาล

ร้อยละ 12.4 ไม่ได้พักผ่อนหลังจากให้กำเนิดบุตร

นักวิเคราะห์กล่าวว่าผู้ปกครองไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเป็นระบบด้วยเหตุผลทางการเงิน

 

บุตรของผีน้อย

 

ปัจจัยทางเศรษฐกิจดังกล่าวอาจเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิตของเด็กด้วย

 

[ปัจจัยความเครียดของเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียน]

1. ปัญหาทางเศรษฐกิจ

2. ความยากลำบากในการใช้ภาษาเกาหลีและอนาคตของพวกเขา

3. ปัญหาการเรียน

4. ลักษณะและสภาพร่างกาย

5. ความขัดแย้งในครอบครัว

 

ในทางตรงกันข้าม 40.4 เปอร์เซ็นต์ทราบว่า “การฉีดวัคซีนโรคติดต่อฟรีที่ศูนย์สุขภาพจัดให้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี (보건소에서 만 12세 이하 아동을 대상으로 제공하는 감염병 무료 예방접종) “

การขาดข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการด้านการแพทย์ก็เป็นเรื่องร้ายแรงเช่นกัน

ร้อยละ 16.3 ได้รับรู้ถึง “การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน (긴급의료비지원)” โดยหน่วยงานสาธารณสุข

 

บุตรของผีน้อย

 

เด็กร้อยละ 57.9 ไม่เคยตรวจสุขภาพฟรีขณะที่ร้อยละ 40.6 มีการได้รับการตรวจ

จากผลของการสำรวจนี้ได้มีการเสนอการปรับปรุงระบบต่าง ๆ

– การบังคับใช้ของการลงทะเบียนการเกิดสากลและระบบประกันสุขภาพ

– สนับสนุนการฉีดวัคซีนบังคับ, สนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับคนที่อ่อนแอและสนับสนุนการดูแลหลังคลอด

– การดำเนินงานศูนย์บริการแปลภาษาทางการแพทย์

– สร้างความเข้มแข็งในการจัดหาข้อมูลการดูแลสุขภาพ

นอกจากนั้นก็ได้มีการเสนอให้มีการปรับปรุงระบบ 14 ระบบด้วย

 

Huh Sung-chul หัวหน้าแผนกนโยบายต่างประเทศของคย็องกีโดกล่าว

“จากผลการสำรวจ เราจะส่งเสริมความร่วมมือกับรัฐบาลกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน”

“นอกจากนี้เราจะพยายามหามาตรการเพื่อสนับสนุนสิทธิด้านสุขภาพของเด็กอพยพที่ไม่ได้ลงทะเบียน ซึ่งให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล”

จากเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียน 468 คนที่ระบุในการสำรวจนั้นคิดเป็น 70.1 เปอร์เซ็นต์นั้นเกิดในเกาหลีใต้

ทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ คิดเป็นร้อยละ 64.9 ในขณะที่ร้อยละ 24 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า เด็กไม่เข้าสถานดูแลเด็ก (อนุบาล) หรือสถาบันการศึกษา (โรงเรียน)

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว