คังวอนโด -20 องศา แถมหิมะตกหนักในจอลลานัมโด

 

รู้สึกหนาวกันแค่ไหนคะ? วันนี้ทุบสถิติถือเป็นวันที่หนาวที่สุดในฤดูหนาวนี้เลยนะ

อุณหภูมิเช้านี้ที่ฮงช็อนในคังวอนโด (강원도 홍천) ได้ลดลงถึง -20.6 องศา และโซลลดลงถึง -9.7 องศา

คาดว่าบริเวณที่จะหนาวจัดๆ เลยจะอยู่ในคังวอนโด, คย็องกีโด, ชุงช็องโดทางตอนเหนือ, และคย็องซังโดทางตอนเหนือ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีคาดการณ์ว่าสภาพอากาศหนาวเย็นจะยังคงดำเนินต่อไปสักระยะ

 

หิมะตกหนัก

 

นอกจากนี้แล้วทางกวางจูและจอนนัมก็มีหิมะตกเป็นอย่างมาก

มีคำเตือนหิมะตกหนักทั่วกวางจูและจอลลานัมโดคาดว่าจะมีหิมะตก 5 ถึง 30 เซนติเมตรภายในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

ตามรายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ในวันที่ 14 ธันวาคม ปริมาณหิมะวันนี้อยู่ที่ 6.6 ซม. ในควังซานกู, ควังจู (광주 광산구) และ 4.3 ซ.ม. ในซังมูแด, จังซ็อง (장성 상무대) ส่วนในนาจู (나주) 3.8 ซม. และในฮัมพย็อง (함평) หิมะสูงสะสม 1.1 ซม.

 

หิมะตกหนัก

 

KMA คาดการณ์ว่าปริมาณหิมะในควังจูและ จอลลานัมโด (ไม่รวมทางตะวันออกของจอนลานัมโด) หิมะสะสมจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 20 เซนติเมตรจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม

บางแห่งบนชายฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือของจอลลานัมโดจะมีหิมะตกสะสมมากกว่า 30 เซนติเมตร

KMA ยังคาดการณ์ว่าบางส่วนของจอลลานัมโด จะพบฝนปริมาณนำ้ 5 ถึง 30 มิลลิเมตร ซึ่งจะไม่พบหิมะ

 

หิมะตกหนัก

 

ขอบคุณที่มาจาก: 기상청

ฝนถล่มคังวอนโด 5 วันติด

 

ด้วยฝนที่ตกหนักกว่า 700 มม. ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 วันในคังวอนโด (Gangwon-do) ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้น จนถึงตอนนี้ดับแล้ว 15 ราย, ผู้สูญหาย 11 ราย, และยอดผู้ประสบอุทกภัยรวมกว่า 1,500 ราย

 

นายกรัฐมนตรี จองเซ-กยุน (Chung Sye-kyun) กำลังพิจารณากำหนดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้อุทกภัยส่งผลความเสียหายรุนแรงในคังวอนโด (Gangwon-do) เป็นหลัก

 

 

ทางด้านแม่น้ำฮันตันในช็อลวอน ได้ถูกน้ำท่วมเพราะฝนตกหนักไม่ขาดสายทำให้ประชาชน 700 คนจากสี่หมู่บ้านใกล้เคียงต้องอพยพออกจากพื้นที่ เขื่อนแม่น้ำโซยัง (Soyang River) ที่มีการเปิดประตูระบายน้ำในช่วงสามปีที่ผ่านมาตอนนี้ระดับน้ำเกินขีดจำกัดแล้ว

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นประมาณ 300 มม. ในวันที่ 7 สิงหาคม ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

 

ขอบคุณที่มา: แหล่งที่มา

รีวิวเที่ยวเองสไตล์ไทยกุก ตอน พย็องชัง

ทริปเที่ยวพย็องชัง 2 วัน 1 คืน ในเมืองที่หลายคนรู้กันในนามสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิกหน้าหนาวของเกาหลีไปเมื่อปี 2018 รีวิวนี้จะพาไปเที่ยวแบบสบายกระเป๋าสำหรับสองท่าน ที่เน้นบรรยากาศมากกว่าความฟุ้งเฟ้อ ถ้าชอบแบบนี้กะแพ็คกระเป๋าตามกันม่ะ

การเดินทางของทริปนี้เป็นการเดินทางด้วยรถยนต์โยใช้เวลาเดินทางจากโซลไปยังโรงแรมในพย็องชังราวๆ 2 ชั่วโมงหน่อยๆ และโรงแรมที่เป็นเป้าหมายของการพักค้างคืนของทริปนี้ก็คือ โรงแรมแคนชิงตัน สาขาพย็องชัง (Kensington Hotel PyeongChang) ทำไมเลือกโรงแรมนี้ บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่ามาเก็บบรรยากาศ และโรงแรมนี้ก็ได้ใจแค่มองผ่านเว็บก็รู้สึกฟินล่ะ ราคาไม่เบาแต่บรรยากาศคุ้มเว่อร์!! ต้องไปตำ!

เมื่อมาถึงโรงแรมก่อนเข้าเช็คอินก็ต้องผ่านด่านการวัดอุณหภูมิกันก่อนเลย แต่ก้าวเข้าโรงแรมบรรยากาศในนี้ก็สุดจะบรรยาย ใครชอบบรรยากาศหรูดูแพงมุมเก็บภาพในโรงแรมเพี๊ยบ!!

 

 

ก่อนอื่นเอาของไปเก็บกันก่อน ห้องที่เปิดพักเป็นแบบ Superior Double ซึ่งมุมที่ได้นั้นมองเห็นวิวสวนสไตล์ฝรั่งเศส โดนใจสุดๆ แต่ต้องมาสะดุดเพราะแอร์ที่นี่เปิดปิดตามเวลา เราคุมเองไม่ได้และแอร์ก็ถูกปิดตั้งแต่ 18:00 น. เป็นต้นไป (ต้องเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้เย็นตกดึกจะได้ไม่ร้อนอบอ้าวในหน้าร้อนของเกาหลี)

ภาพภายในห้องพัก การตกแต่งเน้นความเนียบแบบผู้ดี ให้ความรู้สึกติดหรูหน่อยๆ


 

 

 

 

บรรยากาศภายในโรงแรมมีห้องรับประทานอาหารเย็นที่ชั้นหนึ่งเป็นบุฟเฟต์มื้อเย็นราคาแพงหูฉี่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้แอ้มเงินแอดแน่นอน(ยุคโควิดอะไรประหยัดได้ประหยัดไป) แต่ถ้าใครทุนเที่ยวเยอะลองดูค่ะ ของน่ากินเพี๊ยบ!!

สิ่งประทับใจแรกของโรงแรมนี้คือสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่ตั้งตระหง่าอยู่บริเวณโรงแรม กับบรรยากาศติดเขาที่แบบบอกตรงๆ แอดมินปลื้มมาก โดยเฉพาะการมองจากมุมสูงของโรงแรม ?? วิวดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ

วิวมุมสูงของสวนสไตล์ฝรั่งเศส ใครชอบถ่ายรูปมุมสวยเพี๊ยบ!!

 

 

 

 

นอกจากนั้นแล้วข้างๆสวนยังมีบริเวณให้ครอบครัวไปแคมป์ปิ้งแถมบริการเสริฟอาหารตามเมนูที่ลูกค้าเลือกอีก ไม่ว่าจะเป็นเซตเนื้อย่างข้างเต็นท์ ที่สำคัญบริกรงานดีทุกคน บวกกับบริการระดับ 5 ดาวของเจ้าหน้าที่ มันจะเป็นการแคมป์ปิ้งที่ชิลส์ที่สุดเลยล่ะ

 


เอาล่ะเนื่องจากเดินทางมาถึงค่อนข้างค่ำการเที่ยวในวันแรกจึงหมดไปกับการเดินทัวร์สวนสไตล์ฝรั่งเศสในโรงแรมและบรรยากาศในโรงแรมเท่านั้น เราก็ต้องกลับไปที่พัก

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังรับประทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมเตรียมไว้บริเวณชั้น 2 แล้ว เราก็ปักหมุดที่เที่ยวที่ต่อไปนั้นคือ การไปเยือนแดนแกะ ณ สวนแกะ 대관령양떼목장 ซึ่งห่างออกไปจากโรงแรมราวๆ 18 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางราวๆ 20 กว่านาที ก่อนไปอย่าลืมจองตั๋วเข้าสวนก่อน ค่าตั๋วผู้ใหญ่คนละ 6,000 วอน ส่วนเด็กคนละ 4,000 วอน

พิกัด: 강원 평창군 대관령면 대관령마루길 483-32 대관령양떼목장

บริเวณจอดรถก่อนเข้าสวนแกะจะอยู่บริเวณตีนเขา และเราจำต้องเดินเท้าขึ้นไป เมื่อถึงทางเข้ารับตั๋วป้อนหญ้าแกะบริเวณทางเข้าไปด้วยนะจะได้สัมผัสการให้อาหารแกะไปด้วย

 

 

 

บรรยากาศให้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่สวิตฯ ยังไงยังงั้นแหน่ะ ถ้าไปหน้าร้อนทุ่งหญ้าจะเขียวขจีและสวยมาก แต่โป๊ะครีมกันแดดไปเยอะๆนะจ๊ะสำหรับสาวๆที่ใส่ใจผิวอ่ะนะ แต่แอดขาบู๊เดินท่ามกลางแดดจ้าได้สบาย ระหว่างทางขึ้นก็จะหอบๆหน่อย ไต่เนินเขาขึ้นไปเดินวนๆ เหนื่อยกะพักใต้ต้นไม้ (นั่งใต้ร่มไม้เย็นมว๊ากก เกือบหลับอ่ะ) เดินไต่ตามเนินเขาไปสักพักจะเจอแกะ แกะขนปุกปุย คือเข้าใจมันแหละคงจะร้อนมันแทบจะไม่กระดิก

 

 

 

อากาศร้อนนะแต่เพราะเราอยู่บนเนินเขาไงพอมีลมพัดมาปุ๊บมันก็แบบเย็นสบายขึ้นมาทันที หน้าร้อนที่นี่แค่ซุกตัวใต้ต้นไม้คุณก็รอดแล้วอ่ะ บรรยากาศเหมาะแก่การมาเดท มาเที่ยวกับคนรักหรือครอบครัวดี หนุ่มสาวเกาหลีก็มาเก็บภาพสวีทกันที่นี่ แต่บอกเลยว่าไม่คนไม่วุ่นวาย มีพื้นที่ให้ชิลส์ๆ กับความเงียบสงบและเจ้าแกะขนปุยได้ตลอดสาย

ภาพบรรยากาศกับเจ้าแกะขนปุกปุย

 

ทริปนี้ต้องสายชิลส์จริงๆ ไม่เน้นเรื่องช้อปปิ้ง เน้นคลายเครียด ดื่มด่ำธรรมชาติ ใครสายรักธรรมชาติลองแพลนมาเที่ยวที่นี่กันได้ วันนี้ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันกับรีวิวชิคๆกันรอบหน้านะจ๊ะ

สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าเช่ารถ ไป-กลับ : 120,000 วอนโดยประมาณ
ค่าโรงแรม 1 คืน+อาหารเช้า: 98,000 วอน
ค่ากาแฟ 2 คน: 10,000 วอน
ค่าอาหารเย็น 2 คน: 15,000 วอน
รวมทั้งสิ้น: 243,000 วอน

 

 

ค่าแท็กซี่เกาหลีสามนาที 7,000 วอน

 

มีการโต้เถียงกันเรื่องการอ้างสิทธิ์ของผู้ให้บริการออกอากาศทางอินเทอร์เน็ตว่า มีการร้องเรียนว่าคนขับแท็กซี่เรียกร้องค่าโดยสารรถแท็กซี่ที่ไม่เป็นธรรมในอินแจ-กุน, คังวอนโด

ในวันที่ 29 มีการอัปโหลดวิดีโอบน YouTube ภายใต้ชื่อคลิปว่า ‘แท็กซี่ขึ้โกงจากคังวอนโด’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยูทูปเบอร์ ( Youtuber) ได้แวะไปเยี่ยมเพื่อนในคังวอนโดและโทรเรียกแท็กซี่ แต่ค่าโดยสารพุ่ง 6,900 วอน หลังจากนั้นสามนาที

 

แท็กซี่เกาหลี

 

จำนวนเงินนั้นค่าโดยสารก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของค่าโดยสารพื้นฐานของแท็กซี่จากเดิม 3,300 วอนในกังวอนโด

ยูทูปเบอร์ถามคนขับรถแท็กซี่เกี่ยวกับค่าโดยสาร และบอกคนขับรถแท็กซี่ว่าช่วยคิดค่าโดยสารตามมิเตอร์เพราะที่ๆเขาจะไปมันอยู่ไกลเกินไป

คนขับรถแท็กซี่อธิบายว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาในคังวอนโด เนื่องจากราคาน้ำมันแพงขึ้น

 

แท็กซี่เกาหลี

 

ต่อมาเมื่อยูทูปเบอร์ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กับคนขับรถแท็กซี่คนแรกให้กับคนขับรถแท็กซี่อีกคนที่เขาเรียกมาแทน คนขับกล่าวว่าค่าโดยสารจะเริ่มนับตั้งแต่ลูกค้าก้าวขึ้นรถนั้น มันเป็นค่าโดยสารที่ไม่ยุติธรรม

ในที่สุดยูทูปเบอร์คนนั้นตัดสินใจยื่นเรื่องร้องเรียนต่อแผนกขนส่งของสำนักงานขนส่งอินแจ-กุน

ในตอนแรกสำนักงานขนส่งอินแจ-กุนไม่ได้กำหนดบทลงโทษใด ๆ ในประเด็นนี้

 

แท็กซี่เกาหลี

แต่เมื่อยูทูปเบอร์บอกว่าพวกเขากำลังถ่ายทำวิดีโอทางสำนักงานขนส่งอินแจ-กุนก็สัญญาว่าจะปรับปรุงระบบ

หลังจากมีการเปิดเผยเรื่องราว นั้นยิ่งทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่างก็โกรธกับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งอินแจ-กุนมากขึ้น

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คืนแห่งหิมะ คย็องกีโด คังวอนโด เตรียมรับมือ

 

มีการประกาศถึงการเตรียมรับมือกับหิมะตกหนัก (대설예비특보) ในคืนที่ 22 เนื่องจากหิมะตกหนักทางเหนือของคย่องกีโดและทางตะวันตกของคังวอนโด

องค์การอุตุนิยมวิทยาเกาหลีประกาศว่า จะมีประกาศคำแนะนำการเตรียมรับมือหิมะตกหนักสำหรับพื้นที่บนภูเขาทางเหนือของคังวอนโดและยางกู-กุน, ชุงชอน, กาพย็อง, โพชอน และย็อนช็อนในชั่วโมงแรกของวันที่ 23

 

หิมะ

 

คำแนะนำในการเตรียมการสำหรับหิมะตกหนักได้ถูกตั้งค่าไว้ใช้ก็ต่อเมื่อจะมีหิมะตกหนัก (มากกว่า 5 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง) และมีหิมะตกหนัก (มากกว่า 20 เซนติเมตรใน 24 ชั่วโมง)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีคาดว่าหิมะจะเริ่มในเวลา 21.00 น. ในวันที่ 22 ทางตอนเหนือของคย็องกีโดและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคังวอนโด ซึ่งหิมะจะหนาประมาณ 3 ถึง 8 เซ็นติเมตร จนถึงเวลา 21.00 น. ของวันที่ 23

 

หิมะ

 

นอกจากนี้หิมะที่มีขนาด 1 ถึง 5 เซนติเมตรจะถูกสะสมในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของคย็องกีโดและโซล ทั้งสองพื้นที่จะสามารถพบเห็นหิมะได้ในช่วงเช้าของวันที่ 23

อย่างไรก็ตามคาดว่าอาจจะยากสำหรับโซลและคยองกีตอนใต้ที่จะมีหิมะ เพราะอาจจะมีฝนตกผสมกันกับหิมะด้วย เนื่องจากสภาพอากาศหนาวที่ไม่รุนแรงนัก

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

หิมะตกหนักหนากว่า 20 ซม

หิมะกำลังตกหนักบนภูเขาในภาคกลางและภาคเหนือของคังวอนโด

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีออกคำเตือนหิมะจะตกหนักในคังวอนโดในเช้าวันจันทร์นี้ (25 พ.ย.)

หิมะ

ต่อไปนี้เป็นรูปภาพจากพย็องชังกุนในคังวอนโด

ตามที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศในคังวอนโด ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า พื้นที่ที่จะขยายไปยังพื้นที่ในภูเขาทางตอนใต้ของคังวอนโด

หิมะ

หิมะตกหนักในคังวอนโดคาดว่าจะยังตกไปจนถึง 21:00 น ในวันจันทร์

และมีการคาดการณ์ว่าปริมาณหิมะจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 20 เซนติเมตร

หิมะ

การจราจรในคังวอนโดจะติดขัดและความปลอดภัยด้านการจราจรจะต้องได้รับการดูแลมากขึ้น

หิมะ

หนาวมาแล้วไป สกีรีสอร์ท กัน!

 

ฤดูหนาวใกล้จะเริ่มเขามาทุกที สกีรีสอร์ทในคังวอนโดจึงกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดทำการ

ถ้าคุณชอบเล่นสกีคุณสามารถไปได้ทันทีเริ่มตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้กันเลย

 

สกีรีสอร์ท

 

ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไปรีสอร์ท High1 Resort (하이원리조트), Yongpyong Resort (용평리조트) และ Phoenix Snow Park (휘닉스스노우파크) ในคังวอนโดจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

ถ้าไปคังวอนโดลำบากล่ะก็รออีกหน่อยก็ได้นะ เพราะสกีรีสอร์ททั่วประเทศกำลังจะเปิดในเร็วๆนี้เช่นกัน

 

สกีรีสอร์ท

 

และนอกจากนั้นแล้วVivaldi Park (비발디파크) ที่ฮงช็อนก็จะเปิดบริการในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่

Gangchon elysian (강촌엘리시안) และ Hansol Oakbella (한솔오크벨리) ในวอนจูเองก็จะเปิดในวันที่ 23 พฤศจิกายน

การเล่นสกีท่ามกลางลานหิมะกว้างสามารถคลายเครียดได้ เพราะฉะนั้นวางแผนไปสกีรีสอร์ทในช่วงฤดูหนาวนี้กันเถอะ

 

สกีรีสอร์ท

 

เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเสริมความปลอดภัยที่สกีรีสอร์ต สิ่งสำคัญ้ลยนั้นอย่าลืมเตรียมถุงมือ, หมวก, ผ้าพันคอ, และสิ่งของอื่น ๆ ไว้ก่อนเดินทางไปเที่ยวทริปนี้กันนะ

และตอนที่เล่นสกีอยู่ก็ควรจะสวมแว่นตาป้องกันรังสี UV เพื่อเพิ่มการมองเห็นและลดการบาดเจ็บ

อ้อ แว่นตาเล่นสกีก็อีกหนึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีเลยเชียวล่ะ

 

เช็คพิกัดแต่ละทีกันดูจ้าตามลิ้งค์ล่างนี้เลย

[하이원리조트]
https://goo.gl/maps/Ls18DCTyMxYgkzfM8

[용평리조트]
https://goo.gl/maps/DXnujqj1nVKjT9SD6

[휘닉스스노우파크]
https://goo.gl/maps/3YiNes8RuvXt3AEP7

[비발디파크]
https://goo.gl/maps/x9n5TCnChKKcrrCF6

[강촌 엘리시안]
https://goo.gl/maps/rXJh8tEmp8vR8yEj8

[한솔오크벨리]
https://goo.gl/maps/C3u4mX72PFafrx678

 

เรื่องราวสุดเศร้าของโศกนาฎกรรม รถคว่ำ ในซัมชอค

เรื่องราวสุดเศร้าของโศกนาฎกรรม รถคว่ำ ในซัมชอค

รถคว่ำ

ชีวิตที่ไม่ได้ง่ายของแรงงานไทยเหยื่อที่ประสบอุบัติเหตุ รถคว่ำ ในซัมชอค, คังวอนโด คู่สามีภรรยาชาวไทยที่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า

 

ช่างเป็นเรื่องสุดเศร้าของแรงงานไทยที่เดินทางมาเกาหลีที่หวังเพื่อมาสร้างฝัน แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำในซัมชอค คังวอนโด จากเหตุการณ์นี้ได้รับการเปิดเผยตัวตนแล้ว

9 ใน 16 คนที่โดยสารมานั้นเป็นแรงงานไทย

แรงงานไทย 2 คนเสียชีวิตและบาดเจ็บอีก 4 คน

อีก 3 คนมีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และได้รับการยืนยันว่าได้กลับไปยังฮงซองหลังจากเกิดอุบัติเหตุ

นาง A (32) หญิงไทยกำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแทแบค (태백병원)

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ชายไทยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในโรงพยาบาล ซึ่งนาง A ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

นาย B (33) สามีของนาง A

บ้านเกิดของทั้งคู่นั้นอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี

พวกเขามาเกาหลีเมื่อปีที่แล้วด้วยความหวังว่าพวกเขาจะหาเงินได้มากมายจากที่นี่

พวกเขาทิ้งลูกสาววัย 1 ขวบไว้กับน้องสาวและเดินทางมาเกาหลี

เมื่อมาถึงที่สนามบินนานาชาติอินชอนพวกเขาได้ติดตามหน่วยงานไปยังฟาร์มฟักทองในยอนชอน จังหวัดคย็องกี (Yeoncheon, Gyeonggi-do)

พวกเขาทำงานในยอนชอนได้ประมาณ 5 เดือน

และพวกเขาไปทุกที่ที่มีงาน เช่น ฟาร์มนกกระทาในโพชอน จังหวัดคย็องกี

แต่พวกเขาไม่ได้รับเงินมากเท่าที่คิดไว้

 

รถคว่ำ

 

ทั้งคู่ทำงานได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เงินที่พวกเขาสามารถหาอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านวอน

พวกเขาได้รับค่าจ้าง 55,000 วอนถึง 65,000 วอนต่อคนต่อวัน แต่พวกเขาก็หยุดงานหลายวันเพราะไม่มีงานทำ

ไม่ว่าพวกเขาจะประหยัดมากแค่ไหนพวกเขาสามารถส่ง 300,000 วอนต่อเดือน ไปยังน้องสาวของพวกเขาในบ้านเกิดที่อุดรธานี

เมื่อเดือนที่แล้วพวกเขาย้ายไปที่ฮองซอง, ชุงชองนัมโด

พวกเขายังเช่าอพาร์ทเมนต์ด้วยค่าเช่าเดือนละ 240,000 วอน เพียงเพราะพวกเขาได้ยินว่ามีงานเยอะในฮงซอง แต่ฝนก็ดันมาตก

ส่วนใหญ่พวกเขาจะไม่มีงานในวันที่ฝนตก

ก่อนอุบัติเหตุครั้งนี้นั้น พวกเขารับงานจะไปปลูกต้นหอมในซอคโพ คย็องซังบุคโด เมื่อวันที่ 19, แต่เนื่องจากไต้ผุ่นดานัสเข้าทำให้ตารางการทำงานถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม

การปลูกหัวหอมเป็นงานพาร์ทไทม์ครั้งแรกนับตั้งแต่พวกเขามาที่ฮองซอง

หลังจากใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนโดยไม่มีงาน พวกเขาเกือบจะมีแค่รายจ่ายอย่างเดียวเสียแล้ว

จากนั้นเพื่อนคนไทยได้บอกว่า ‘มีงานแล้ว’ ทำให้ทั้งคู่เริ่มมีความหวัง พวกเขาเก็บกล่องอาหารกลางวันในตอนเช้าของวันที่ 22 และโดยสารขึ้นรถตู้ไป

 

รถคว่ำ

 

คนไทยในรถตู้ต่างก็รู้จักกันเพียงชื่อเท่านั้น

ในบ่ายวันที่ 22 นาย B ได้ยินว่าคนไทยสองคนที่อยู่บนรถตู้คันเดียวกันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

 

นาย B กล่าว

“คนที่เสียชีวิตก็เป็นคู่สามีภรรยาเหมือนพวกเรา … มีลูกเล็กสองคนอยู่ที่บ้านเกิด ทั้งคู่เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ต่อกันมาก … ฉันรู้สึกเสียใจกับพวกเขาทั้งคู่ … “

“การใช้ชีวิตในเกาหลีนั้นยาก ผมว่าจะทำงานพาร์ทไทม์ไปจนกว่าจะได้งานประจำ อย่างไรก็ตาม ผมเองก็มีความคิดมากมายเกี่ยวกับว่าจะกลับประเทศไทยหรืออยู่ในเกาหลี หลังจากอุบัติเหตุครั้งนี้”

 

เขากล่าวว่าสิ่งเขาหวังมากที่สุด คือ การฟื้นตัวของภรรยา แล้วกลับไปพบกับลูกของพวกเขาเองที่ประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน ตำรวจจะไม่รายงานว่าแรงงานไทยเหล่านี้เป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เหตุเนื่องจากพวกเขาเป็นเหยื่ออุบัติเหตุทางจราจร

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานไทย ประสบเหตุรถตู้พลิกคว่ำในคังวอนโด

แรงงานไทย ประสบเหตุรถตู้พลิกคว่ำในคังวอนโด

แรงงานไทย

เกิดเหตุรถตู้ำพลิกคว่ำในคังวอนโด พบ แรงงานไทย โดยสารมาด้วย ในเหตุการณ์เสียชีวิต 4 และ บาดเจ็บกว่า 12 ราย ชาวไทย 2 รายเสียชีวิต

 

เกิดเหตุรถตู้ชนเข้ากับรั้วและพลิกคว่ำในซัมชอค, กังวอนโด

อ้างอิงจากสำนักงานดับเพลิงกังวอน (강원도소방본부) เมื่อเวลาประมาณ 7:33 น. ในวันที่ 22 กรกฎาคม รถตู้ 15 ที่นั่งพุ่งทะลุรั้วบนถนนลงเขาในพุงก๊กรี(풍곡리), กาก๊กมยอน (가곡면), ซัมชอค (삼척시), กังวอนโด

ชาวเกาหลี 9 คน และแรงงานต่างชาติ 7 คนโดยสารมากับรถตู้คันดังกล่าว

ขณะเกิดเหตุพบว่ามีคนงานต่างชาติ 3 คน หนีหลังจากเกิดอุบัติเหตุได้ไม่นาน

ผู้หญิง 4 คนเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และผู้หญิงอีก 3 คน รวมคนขับแก๊ง (61, หญิง) และ A (70, หญิง) และ B (70, หญิง) ทั้ง 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

น่าเศร้าที่พบชาวไทย 2 คน อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต

 

แรงงานไทย

 

แผนกดับเพลิงกังวอน (강원소방본부) กล่าวตอนแรกว่า 5 คนหัวใจหยุดเต้นขณะพานำส่งโรงพยาบาล และภายหลังพบว่าเสียชีวิต

แต่ยอดผู้เสียชีวิตได้รับการแก้ไขเป็น 4 คน หลังจากได้รับการยืนยันว่า พบผู้บาดเจ็บสาหัสในสภาพวิกฤติ 1 คน

และอีก 9 คนที่โดยสารมา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยได้รับบาดเจ็บซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

พวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในวัย 60 และ 70 และ คนงานไทยที่ทำงานในฟาร์ม เพื่อรับค่าแรงรายวันระหว่าง 60,000 วอนและ 100,000 วอน

พวกเขาประสบอุบัติเหตุขณะออกเดินทาง เพื่อไปทำงานหว่านเมล็ดต้นหอม (쪽파)

 

แรงงานไทย

 

ส่วนใหญ่ไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัยในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทำให้เกิดการเสียชีวิต

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุคือ มีผู้โดยสาร 16 คน ขึ้นรถตู้ 15 ที่นั่ง และนั้นก็ถือว่ามีผู้โดยสารเกินจำนวน

ตำรวจกำลังตรวจสอบผู้โดยสารที่เหลือ เพื่อหาสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

ประเมินสถานการณ์ไฟไหม้ป่า

ไฟไหม้ป่า

สรุปสถานการณ์ไฟไหม้ป่า ในคังวอนโดล่าสุด การประเมินความเสียหายที่แน่ชัด และมีการประกาศพื้นที่ 5 เขตในคังวอนโดให้เป็น “เขตภัยพิบัติพิเศษ”

 

ประธานาธิบดีมุนแจอินแถลงประกาศให้เขตพื้นที่คังวอนโดเป็น ‘เขตภัยพิบัติพิเศษ’

ประธานาธิบดี ได้ประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ภูเขาที่คังวอนโดเป็น ‘เขตภัยพิบัติพิเศษ’

เป็นผลให้รัฐบาลเกาหลีจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายของการรักษาเสถียรภาพและฟื้นฟูวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

เมื่อวันที่ 6 เมษายน เวลา 12:25 น. ประธานาธิบดีมุนแจอินได้ออกประกาศให้ 5 เมืองต่อไปนี้เป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ โกซอง, ซ๊กโจ, กังนึง, ดงแฮ, และ อินเจ (Goseong, Sokcho, Gangneung, Donghae, inje)

 

ไฟไหม้ป่า

 

โฆษกของประธานาธิบดีกล่าว
“ในอีกไม่นานพื้นที่เหล่านี้จะกลับมามีผู้คนและจะมีความช่วยเหลือด้านวัตถุในพื้นที่เหล่านี้”
“รัฐบาลจะรับผิดชอบสนับสนุนการฟื้นฟูความเสียหายครั้งนี้”

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายมุนแจอิน, ประธานาธิบดีได้ออกประกาศอย่างรวดเร็ว, ว่าเมืองโกซองที่เกิดภัยพิบัติไฟป่าในภูมิภาคเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ นั่นก็เพื่อที่จะสามารถพิจารณาระบุความเสียหายในทันที

นายกรัฐมนตรีลีนักยอน (Lee Nak – Yeon ) ได้นำทีมจัดการประชุมรัฐมนตรีเรื่องไฟไหม้ป่าในจังหวัดคังวอน เป็นครั้งที่สอง ก่อนขึ้นนำเสนอให้ประธานาธิบดีประกาศพื้นที่ภัยพิบัติพิเศษในห้าเมืองที่กล่าวมาข้างต้น

 

ไฟไหม้ป่า

 

การประเมินความเสียหาย
การบาดเจ็บเสียชีวิต: เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ1 คน
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: บ้าน 162 หลัง, โกดัง 57 หลัง, บ้านไวนิล 9 หลัง, สถานที่ท่องเที่ยว 109 แห่ง, บ้านพักตากอากาศ 46 แห่ง, พื้นที่พักผ่อนดงแฮ 1 แห่ง, รถ 14 คัน, เครื่องจักรการเกษตร 241 แห่ง, อาคาร 140 หลังและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ กว่า 391 ได้สูญหายไป

 

หากมีการประกาศว่าเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ ค่าครองชีพของผู้อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟู อาจได้รับการจัดหาจากทางรัฐบาล

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว