ขึ้นชื่อว่า ค้าประเวณี ย่อมเป็นอาชีพที่เสี่ยง

ค้าประเวณี

ในประเทศเกาหลีการค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายและผู้ซื้อบริการทางเพศเองก็ถูกลงโทษเช่นกัน แต่ก็ยังมีกลุ่มอาชญากรรมการค้ามนุษย์ทางเพศในเกาหลีบางกลุ่มทำการค้ามนุษย์ พวกไม่ถือว่าผู้หญิงต่างชาติเป็นคน แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้เท่านั้น

 

ในประเทศเกาหลีการค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายและผู้ซื้อบริการทางเพศก็ถูกลงโทษเช่นกัน

ผู้หญิงต่างชาติหลายต่อหลายคนยังได้มาพบเจอกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและอันตรายต่างๆ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมสถานีตำรวจอิลซานดองบูในคย็องกีโด จับกุมชาวเกาหลี 5 คนที่จัดการค้าขายประเวณี

พวกเขาหลอกผู้หญิงชาวบราซิลที่ชอบเคป๊อปเข้ามาขายต่อให้กับธุรกิจค้าประเวณี

ชาวเกาหลีเสนอตั๋วเครื่องบินไป – กลับให้หญิงชาวบราซิล และให้สัญญาว่าจะเปิดตัวพวกเธอในฐานะนักร้องในเกาหลี

 

ค้าประเวณี

 

ชาวเกาหลีใต้กักขังหญิงชาวบราซิลไว้ในบ้านพักของพวกเขาในปพาจูทันทีหลังพวกเธอมาถึงเกาหลีใต้

ตั้งแต่นั้นมาเขาขายพวกเธอให้กับธุรกิจการค้าประเวณีเป็นเงิน 2 ล้านวอนต่อหัว

หญิงชาวบราซิลที่ถูกควบคุมตัวติดต่อไปยังสถานทูตบราซิลและพยายามหลบหนีเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

 

นอกจากนี้ในปี 2017 ก็มีกรณีแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทยที่ออกมาขอความช่วยเหลือถูกบันทึกไว้เช่นกัน

ในตอนเช้าของวันที่ 16 พฤษภาคม 2017 ผู้หญิงไทยคนหนึ่งได้ส่งกระดาษหนึ่งแผ่นให้กับพนักงานร้านค้าในปูซาน

 

ค้าประเวณี

 

ในกระดาษระบุไว้ว่า
“ฉันเป็นคนไทย ตอนนี้ติดอยู่ชั้น 4 ได้โปรดช่วยฉันด้วย”

ตำรวจจับกุมผู้ค้ามนุษย์ทางเพศและนายหน้า รวมทั้งช่วยเหลือผู้หญิงไทยได้ 5 คนและผู้หญิงเกาหลีอีก 1 คน

และชายชาวเกาหลี 53 คนที่ซื้อบริการทางเพศในปูซานเองก็ถูกลงโทษด้วยเช่นกัน

รัฐบาลไทยยังได้เตือนถึงจำนวนอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นซึ่งบังคับให้ผู้หญิงต่างชาติขายบริการทางเพศโดยหลอกลวงให้พวกเขาเข้าไปทำงานนวด

 

ค้าประเวณี

 

หน่วยงานสืบสวนของไทยได้เตือนผู้หญิงไทยด้วยว่า
“การทำงานเป็นหมอนวดในเกาหลีนั้นผิดกฎหมาย คุณต้องระวังอาชญากรที่ใช้สื่อออนไลน์ (SNS) มาล่อลวงหญิงไทยด้วย”

กลุ่มอาชญากรรมการค้ามนุษย์ทางเพศของเกาหลีไม่ถือว่าผู้หญิงต่างชาติเป็นคน แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้

การถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีนั้นบอกได้เลยว่าเป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

รวบสาวรุ่นใหญ่ ค้าประเวณี ในโพฮัง

รวบสาวรุ่นใหญ่ ค้าประเวณี ในโพฮัง

ค้าประเวณี

เจ้าหน้าที่ตำรวจโพฮังนัมบู จับสาวรุ่นใหญ่สามคนได้ในโพฮัง พวกเธอถูกสงสัยว่ามีการทำการค้าประเวณีและอยู่พำนักอย่างผิดกฎหมาย ถูกจับส่งตม.ตามระเบียบ

 

สถานีตำรวจ Pohang Nambu กล่าวว่าในวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมามีการตรวจพบผู้หญิงที่ผิดกฎหมายสามคนจากประเทศไทยในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง

จากข้อมูลของตำรวจคนไทย นาง A (หญิงอายุ 46 ปี) ถูกสงสัยว่าเคยอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์สตูดิโอในซังโดดง, โพฮังชี จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้แม้ว่าเธอจะมาที่นี่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมปีที่แล้ว

คนไทย นาง B (หญิงอายุ 36 ปี) และ นาง C (หญิงอายุ 37 ปี) ตามลำดับได้เดินทางมาที่พื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนและ 29 พฤศจิกายนปีที่แล้ว และเข้าพำนักจนวีซ่าหมดอายุ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาได้ย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกันใน สตูดิโออพาร์ตเมนต์ของนาง A.

จากการค้นพบของตำรวจ พบว่าคาดว่าพวกเธออยู่ในเกาหลีใต้ เพื่อค้าประเวณีในโพฮัง

ตำรวจกำลังสืบสวนว่าผู้หญิงสามคนมีส่วนร่วมในการค้าประเวณีจริงไหม หลังจากนั้นได้ส่งพวกเธอไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ข้าราชการระดับ 5 โดนรวบหลังใช้ บริการค้าประเวณี

ข้าราชการระดับ 5 โดนรวบหลังใช้ บริการค้าประเวณี

บริการค้าประเวณี

เจ้าหน้าที่ของรัฐเมืองอินชอนและพนักงานบริษัทมหาชนแห่งหนึ่งถูกตำรวจจับ ระหว่างเข้าใช้ บริการค้าประเวณี กับกลุ่มแรงงานหญิงชาวต่างชาติในคลับสำหรับผู้ใหญ่ในยอนซูกู

 

เจ้าหน้าที่ของรัฐเมืองอินชอนและพนักงานบริษัทมหาชนแห่งหนึ่งถูกตำรวจจับ ระหว่างเข้าใช้บริการค้าประเวณีกับกลุ่มแรงงานหญิงชาวต่างชาติในคลับสำหรับผู้ใหญ่ในยอนซูกู

สำนักงานตำรวจนครบาลอินชอนกล่าวเมื่อวันที่ 13 เมษายนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ 4 คน รวมถึง นาย A (เจ้าหน้าที่รัฐระดับ 5) และพนักงาน 2 คนจากบริษัทอินชอนซิตี้จำกัด(มหาชน)รวมถึง นาย B ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายการค้าประเวณี

นอกจากนี้ในข้อหาเดียวกัน นาย C (63) เจ้าของคลับสำหรับผู้ใหญ่ และ แรงงานหญิงต่างชาติ 6 คนก็โดนจับด้วย

ชายเกาหลีหกคนรวมถึง นาย A และ นาย B ถูกตั้งข้อหาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับแรงงานต่างชาติ 6 คน ที่คลับสำหรับผู้ใหญ่ที่ช็องฮัค-ดง, ยอนซู-กู ในวันที่ 10 พฤษภาคมเมื่อเวลา 23.00 น. และถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศกับพนักงานหญิงชาวต่างชาติ ในห้องเช่าใกล้เคียง

นาย C (63) ถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อเล้าค้าประเวณีให้กับนาย A และ นาย B และจ้างผู้หญิงชาวต่างชาติ 6 คนเพื่อให้บริการด้านค้าประเวณี

พนักงานหญิงชาวต่างชาติทั้ง 6 คน ถูกสงสัยว่าอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมาย (ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง)

ในขณะที่ปราบปรามการค้าประเวณีในย่านบันเทิงของช็องฮัค-ดงเจ้าหน้าที่ตำรวจพบคน 6 คน รวมถึงผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากบาร์ผู้ใหญ่แล้วเข้าไปในโรงแรม ก่อนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้าไปจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า
“นาย A รับทราบอาชญากรรมในช่วงเวลาที่ถูกจับกุม
“เพราะพวกเขาเมามากจนเราตรวจสอบตัวตนเสร็จต้องปล่อยพวกเขาให้กลับบ้านไปก่อน แต่เราจะเรียกพวกเขากลับมาในเร็ว ๆ นี้เพื่อที่จะตรวจสอบสถานการณ์ที่แน่นอน”
“ค่าใช้จ่ายในการดื่ม, ค่าใช้จ่ายในการซื้อบริการและการค้าประเวณี ฯลฯ จะได้รับการยืนยันในอีกไม่ช้า”

ขอขอบคุณ: แหล่งที่มา

ดาราโนเนม จ้างสาวไทยค้าประเวณี

ดาราโนเนม

ดาราโนเนม เกาหลีและบอสชาวเกาหลีโดนตัดสินคดีจ้างสาวไทยค้าประเวณี รับโทษคุมประพฤติสองปี เนื่องจากไม่เคยมีประวัติเสียมาก่อน

 

ศาลช็องจู (Cheongju) พิพากษาให้นาย A (31) ถูกจำคุกเป็นเวลาหกเดือน และถูกคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี ในข้อหาว่าจ้างผู้หญิงไทยเพื่อจัดการค้าประเวณีทางเพศ

นอกจากนี้ยังโดนสั่งให้เสียค่าปรับจำนวน 1.08 ล้านวอน

ผู้พิพากษากล่าวว่า
“ตั้งแต่นาย A ยอมรับเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ตนก่อและรับผลการตัดสินของศาล อีกทั้งยังไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เขาจึงได้รับโทษตามคำตัดสินที่กล่าวไว้”

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนักแสดงชายชาวเกาหลีที่ไม่เป็นที่รู้จักนักอีกคนถูกนำตัวขึ้นศาล เพื่อพิจารณาคดีในฐานว่าจ้างผู้หญิงไทยสองคนตั้งแต่วันที่ 3-7 สิงหาคมในปีที่แล้ว เพื่อจัดการเรื่องการค้าประเวณีทางเพศในอพาร์ตเมนต์ในเมืองฮึงด๊อกกู, ช็องจู

และยังมีการเผยว่า นาย A ได้รับเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ลูกจ้างทำได้ โดยเขารับยอดนี้หลังจากลูกน้องได้รับค่าจ้างระหว่าง 80,000 วอน ~ 130,000 วอนต่อการค้าประเวณีหนึ่งครั้ง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

จับกุมสาวไทยค้าประเวณี 13 คน

ค้าประเวณี

สาวไทย ค้าประเวณี ในสถานอาบอบนวดโดนรวบกว่า 13 รายในอุลซานและชองจู ตำรวจเผยจริงจังกับการกวาดล้างธุรกิจค้าประเวณีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 

[การจับกุมสาวไทยค้าประเวณีผิดกฎหมาย 4 คนในชองจู]

 

ตำรวจรวบแก็งค์ที่ประกอบธุรกิจค้าประเวณีและสาวไทยที่ค้าประเวณีได้

สำนักงานตำรวจชุงชองบุคแถลง เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมาว่า มีการจับกุมแก๊งอันธพาล 6 คน ที่จ้างสาวไทยเข้ามาค้าประเวณีอย่างผิดกฎหมายได้ที่สถานอาบอบนวดแผนโบราณในเมืองโซวอน, ชองกูชี (Seowon-gu, Cheongju-si)

ตำรวจสืบสวนคดีนี้หลังจากที่พวกเขารู้ว่าพวกอันธพาลจ้างผู้หญิงไทยมาเพื่อขายบริการทางเพศในสถานอาบอบนวดแผนไทย

ทางเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในสถานอาบอบนวดที่โซวอนในวันที่ 9 และจับกุมเจ้าของและผู้หญิงไทยได้ 4 คน

ตำรวจส่งฟ้องพวกอันธพาลโดยไม่มีการควบคุมตัวและส่งมอบสาวไทย 4 คนให้แก่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า
“เราจะขยายการสอบสวนของเราไปสู่ธุรกิจที่ผิดกฎหมายซึ่งดำเนินการโดยพวกอันธพาลในชองจู”

 

[ผู้หญิงไทยผิดกฎหมาย 9 คนถูกจับในข้อหาการกระทำทางเพศซึ่งข้อหาคล้ายคลึงกันกับในอุลซาน]

 

ค้าประเวณี

 

ตำรวจอุลซานเผยในวันที่ 17 เมษายนว่า ได้ทำการปราบปรามธุรกิจค้าประเวณี 4 แห่ง ที่ประกอบธุรกิจค้ากามที่คล้ายคลึงกันโดยอาศัยการเช่าอพาร์ทเมนท์

ในการเตรียมการปราบปรามตำรวจพบเอกสารปลอมจากสถานอาบอบนวด

หลังการปราบปรามเจ้าของและหญิงไทย 9 คนถูกจับ

สาวไทยถูกส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลังจากการสอบสวนของตำรวจ

 

ค้าประเวณี

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

ขู่กรรโชกทรัพย์บอสค้าประเวณี พร้อมสาวไทยเนรเทศกลับไทย

ค้าประเวณี

หนุ่มแมงดาขู่กรรโชกบอสพ่อเล้า ค้าประเวณี ชาวเกาหลีหลังติดใจสาวไทย ออกอุบายขอใช้บริการซ้ำฟรีแต่โดนปฏิเสธ ขู่แจ้งตำรวจก่อนหนีไปพร้อมงินสี่แสนวอน

 

ตำรวจจับกุมชายชาวเกาหลีวัย 20 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าทำการกรรโชกเงิน จากพ่อเล้า โดยอ้างว่าตนนั้นไม่พอใจหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับหญิงไทยไปแล้ว

สถานีตำรวจโซลจุงนัง (Jungnang-gu) ได้จับกุมนายคิม (23 ปี) ในข้อหาละเมิดกฎหมายการค้าประเวณีและแบล็กเมล์คู่ขา

ตามรายงานของตำรวจ นายคิมมีเพศสัมพันธ์กับหญิงไทยที่ร้านนวดในกรุงโซลในตอนเช้าของวันที่ 7 มีนาคม
คิมบอกว่า ตนไม่พอใจกับการค้าทางเพศและขู่ให้เจ้าของบริการทางเพศให้บริการฟรีอีกครั้ง แต่เจ้าของได้ปฏิเสธ

 

ค้าประเวณี

 

คิมโกรธที่ตนถูกปฏิเสธจึงขู่ว่าจะรายงานต่อตำรวจว่าที่นี่ได้ทำธุรกิจค้าประเวณีอย่างผิดกฎหมาย
เขายังขู่อีกว่าถ้าจะให้ยกเลิกการรายงานเจ้าของกิจการต้องเอาเงินให้เขา ก่อนจะหนีไปพร้อมเงิน 400,000 วอน

ตำรวจโทรเข้าไปยังมือถือของนายคิมบริเวณใกล้กับสถานค้าประเวณีเพื่อดักฟังเสียงเรียกเข้า ก่อนจะเข้าจับกุมนายคิมได้

ตำรวคุมประพฤติเจ้าของการค้าประเวณีโดยไม่มีการควบคุมตัว
ส่วนหญิงไทยทั้งสองคนที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายได้ถูกส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เพื่อทำการเนรเทศกลับประเทศต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

จำคุกนายหน้าค้า สาวประเภทสองชาวไทย

สาวประเภทสองชาวไทย

สาวประเภทสองชาวไทย ตั้งตัวเป็นแม่เล้าพาสาวประเภทสองจากไทยเข้ามาค้าประเวณีในเกาหลี ศาลตัดสินจำคุกหนึ่งปีและนายหน้าชาวเกาหลีโดนด้วยเช่นกัน

 

สาวประเภทสอง นายเอ (29) สัญชาติไทยมีแผนที่จะทำธุรกิจค้าประเวณีพร้อมกับ นายนัม (28) และ นายโจ (29) ในเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคม 2017

พวกเขายังวางแผนพิเศษจะนำเข้าสาวประเภทสองจากประเทศไทยมายังเกาหลีเพื่อทำการค้าประเวณี

นอกจากจากนั้นแล้วเขายังจ้างผู้จัดการฝ่ายขายเพิ่มสองคน ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนจากโรงเรียนเก่าของพวกเขานั่นเอง

กับ นายนัม (28) และ นายโจ (29) สั่งให้ผู้จัดการฝ่ายขายโฆษณาประกาศหาสาวประเภทสองมาค้าประเวณีผ่านทางแอพ O talK, X Talk เป็นระยะเวลาห้าเดือนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2017

 

สาวประเภทสองชาวไทย

 

โฆษณาดังกล่าวเน้น “สาวประเภทสอง” และรูปภาพของผู้หญิงที่เปลือยเปล่า

‘O-Talk’ เป็นแอพแชทที่ค้นหาผู้ติดต่อแบบสุ่ม แต่ถูกใช้เพื่อการค้าประเวณี

หากมีการโฆษณาบุคคลที่ไม่ระบุชื่อเป็นที่ยอมรับกันว่านั่นเพื่อการค้าประเวณี และระบบจะกำหนดราคาหรือที่ตั้ง

เมื่อคนที่เห็นโฆษณาติดต่อพวกเขา ก็จะมีการจัดการส่งมาค้าประเวณีโดยพาสาวประเภทสองจากไทยไปที่โมเต็ล

พวกเขาส่งสาวประเภทสองไปยังโมเต็ลในโซล, ซองนัม, คยองกีโด, และชุนชอน, กังวอนโดและจ่ายเงินให้

 

สาวประเภทสองชาวไทย

 

มีการยืนยันว่าพวกเขามีที่พักและสำนักงานในนัมยางจูที่คยองกีโด

นายเอ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายนำคนสัญชาติไทย 16 คนมายังเกาหลี

โดยเขาได้รับค่าธรรมเนียมจากหุ้นส่วน 2 คนเบื้องต้น 1 ล้านวอนต่อสาวประเภทสอง 1 คนที่มีการเข้าพักในแต่ละเดือน

นอกเหนือจากการจัดให้มีการค้าประเวณีแล้ว เขายังเป็นที่รู้จักกันในฉายาว่า ‘LYLA’ และตั้งตัวเป็นแม่เล้าโดยตรง

นายเอ ได้รับเงินอย่างน้อย 130,000 ถึง 350,000 วอนต่อธุรกรรมทางเพศและ 1 ล้านวอนต่อเดือน สำหรับค่าธรรมเนียมการแนะนำโดยได้จาก นายนัมและนายโจ

 

สาวประเภทสองชาวไทย

 

นายเอ ทำงานนายหน้าผิดกฎหมายเพื่อเงินที่จะมาทำศัลยกรรม

ศาลพิพากษาให้นายเอต้องจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีในคุก ส่วนนายนัมและนายโจจำคุกหนึ่งปีกับอีกหกเดือนในคุก

และมีค่าปรับรวมทั้งสิ้น 150 ล้านวอน

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว