รัฐฯเกาหลีฟันธง วัคซีนฟรี ทุกคน

เจ้าหน้าที่กักกันโรคฝ่ายวัคซีนเผยวันนี้ถึงการยืนยันกรณีการจ่ายวัคซีนให้ต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักในเกาหลีใต้ (ผีน้อย) ว่ามีสิทธิ์ในการรับวัคซีนเฉกเช่นเดียวกับชาวเกาหลีใต้

ตามที่เคยมีการประกาศไปก่อนหน้านี้ถึงกรณีที่ต่างชาติที่อาศัยในเกาหลีใต้มากกว่า 3 เดือนในเกาหลีมีสิทธิ์รับวัคซีนป้องกันโควิด แต่ไม่ได้มีการระบุว่าผีน้อยมีสิทธิ์ได้รับด้วยหรือไม่

แม้แต่รัฐบาลเกาหลีใต้เองก็มีเพียงแต่มีการพิจารณาสิทธิ์นี้แต่ยังไม่ได้ออกมายืนยันการให้สิทธิ์อย่างเป็นทางการ

แต่ด้วยการผลักดันของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนที่ออกมาให้เหตุผลว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อไม่เลือกว่ามีหรือไม่มีวีซ่า ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้กับผีน้อยนั้นก็ถือเป็นการให้สิทธิพวกเขาในฐานะมนุษย์ อีกทั้งเป็นการเสริมการป้องกันจุดบอดในการติดเชื้อในกลุ่มพวกเขาได้ด้วย

เจ้าหน้าที่กักกันโรคได้ออกมายืนยันว่า

แผนการฉีดวัคซีนที่เราเผยไปในช่วงแรกเราได้มีการวางแผนไว้แล้วว่าจะมอบวัคซีนกับทุกคน และกำหนดการเดือนนี้ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีจะเริ่มรับวัคซีน ซึ่งนี่จะรวมถึงผีน้อยที่อายุมากกว่า 65 ปีต้องเข้ารับวัคซีนเช่นกัน

รัฐบาลขอย้ำว่าการเข้ารับวัคซีนจะไม่มีการจับหรือปรับผีน้อย ไม่ว่าคุณจะมีวีซ่าหรือไม่มีวีซ่าก็สามารถเข้ารับวัคซีนได้ฟรีและเป็นไปตามเงื่อนไขเดิมคือไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของผู้รับที่จะรับวัคซีนต่อฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ตัดเบอร์โทร ต่างชาติหากเดินทางกลับประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป เมื่อใดที่ชาวต่างชาติเดินทางออกจากเกาหลีใต้อย่างสมบูรณ์แล้ว ซิมการ์ดหรือเบอร์โทรศัพท์ที่เคยใช้นั้นจะถูกตัดหรือยกเลิกทันที

กระทรวงยุติธรรม (법무부) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเพื่อป้องกันไม่ให้ซิมการ์ดที่เปิดด้วยชื่อชาวต่างชาติถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านว้อยท์ฟิชชิ่ง

ก่อนหน้านี้มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ KAIT (한국정보통신진흥협회) ปีละ 3 ครั้งเพื่อให้ชาวต่างชาติยกเลิกหรือตัดซิมการ์ดหลังเดินทางออกนอกประเทศเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตามการให้ข้อมูลกับ KAIT ปีละ 3 ครั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลอบใช้เบอร์ต่อโดยคนอื่น เนื่องจากคนอื่นสามารถใช้ซิมการ์ดได้นานถึง 4 เดือนหลังจากชาวต่างชาติเจ้าของเบอร์ออกจากเกาหลี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของซิมการ์ดแบบเติมเงิน (โทรศัพท์แบบการ์ด) ที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะสั้นมักเปิดใช้งาน ข้อมูลการเดินทางนั้นจะไม่สามารถเช็คหรือแบ่งปันข้อมูลให้กันได้ซึ่งถือว่าเป็นจุดบอด

* สถานะปัจจุบันของการใช้งานโทรศัพท์มือถือของชาวต่างชาติ เดือนกุมภาพันธ์ (โดย KAIT)

สถานะการใช้บริการเบอร์โทรศัพท์แบบรายเดือน: 1.28 ล้านราย

สถานะปัจจุบันการใช้เบอร์โทรศัพท์แบบเติมเงิน: 1.16 ล้านราย

ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจึงเตรียมข้อมูลการเดินทางเข้าออกของชาวต่างชาติที่เปิดซิมการ์ดให้กับ KAIT ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อให้สามารถยกเลิกหรือระงับซิมการ์ดได้ทันทีที่ออกเดินทาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะโทรศัพท์แบบเติมเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เปิดใช้งานโดยชาวต่างชาติระยะสั้นจะมีการส่งข้อมูลการการเปิดเบอร์อัพเดททุกวัน ดังนั้นคาดว่าเบอร์โทรศัพท์แบบเติมเงินที่เปิดด้วยชื่อของชาวต่างชาติที่เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วจะถูกบล็อกทันที

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ฮัลโหล!? ต่างชาติในเกาหลี “ตรวจโควิดและรักษาฟรีหากพบเชื้อนะ”

รัฐบาลเรียกร้องขอให้ช่วยกันปฏิบัติตามกฎระเบียบการกักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีการเผยว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโควิด -19 รายใหม่ๆ แทบจะไม่ลดลงเลย

ควอน ด็อกช็อน (Kwon Deok-cheol) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกล่าวในการประชุมเมื่อวันที่6 มีนาคม

แม้ว่าฤดูใบไม้ผลิจะมาถึง แต่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันยังไม่ได้ลดลง ยังคงเหลือ 370 รายโดยเฉลี่ยต่อวันเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์

ในจำนวนนี้สัดส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในเขตเมืองหลวงมีมากถึง 80%

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อแบบกลุ่มจะเกิดขึ้นตามสถานที่ทำงานที่มีแรงงานต่างชาติจำนวนมาก  ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตามย่านอุตสาหกรรม อาทิเช่น นัมยางจู, โพชอน, โกยาง, อันซาน, และอิชอน

ขณะนี้รัฐบาลกำลังตรวจสอบสถานการณ์การกักกันตามสถานที่ทำงานที่มีแรงงานต่างชาติกระจุกตัวอยู่ประมาณ12,000 แห่งโดยส่วนใหญ่อยู่ในเขตปริมณฑลและกำลังดำเนินการตรวจคัดกรอง โดยการติดตั้งศูนย์คัดกรองชั่วคราวและศูนย์ตรวจหาเชื้อในสถานที่ประมาณ 20 แห่ง ซึ่งมีชาวต่างชาติกระจุกตัวอยู่

รมว.ควอนกล่าว

แม้จะเป็นผู้ที่ไม่มีวีซ่าพำนักก็สามารถเข้ามาตรวจคัดกรองหาเชื้อได้ฟรี โดยไม่คำนึงถึงสถานะการพำนัก ในส่วนค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีเช่นกัน

โควิด-19 ติดต่อกันได้โดยไม่มีการจำกัดสถานะใดๆ เราอยากให้ประชาชนในประเทศปลอดภัยจากโควิด

รัฐบาลเกาหลีขอร้องต่างชาติขอความร่วมมือออกมาตรวจคัดกรองทันทีหากอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ไม่มีการจับ แถมตรวจฟรี เจอการติดเชื้อก็ยังรักษาให้ฟรีด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ต่างชาติถูกจับนึกว่าผีน้อย ไร้เงาล่ามช่วยสื่อสาร

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีตัดสินว่าการที่ตำรวจไม่เตรียมการแปลไว้ในระหว่างการสอบสวนชาวต่างชาตินั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเผยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ถึงกรณี นาย A ชาวโมร็อกโกซึ่งแต่งงานกับหญิงสาวชาวเกาหลีในปี 2012 และอาศัยอยู่ในเกาหลีมานานกว่าแปดปีต้องทนทุกข์ทรมานกับความอยุติธรรม

เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2020 นาย A ทำงานขนย้ายของตามอพาร์ตเมนต์

 

อยู่ๆ ก็มีผู้สัญจรไปมาพบเห็น นาย A เข้า ได้เริ่มพูดจาเชิงข่มขู่ นาย A ว่า

“คุณเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายหรือเปล่า”

 

จู่ๆผู้สัญจรไปมาคนนั้นก็ถือวิสาสะถ่ายรูป นาย A ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและส่งเรื่องรายงานเข้าไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อตำรวจมาถึงผู้สัญจรรายนั้นได้อ้างว่า นายA ผลักเขาบริเวณอกและนั่นคือทำร้ายร่างกายเขา

นาย A กล่าวว่าเขาไม่ได้ทำร้ายคนที่สัญจรไปมา แต่ตำรวจได้จับกุม นาย A ฐานผู้กระทำความผิดในเวลานั้นทันที ข้อหาคือผลักคนที่สัญจรไปมานั่นก็ถือเป็นการทำร้ายร่างกายด้วย

 

ต่างชาติ

 

ในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ นาย A เขาได้ร้องขอให้มีล่ามช่วยสื่อสารซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นระหว่างการถูกสอบสวน แต่ตำรวจไม่ยอมรับคำร้องของนาย A และทำการสอบสวนต่อโดยใช้เพียงคำพูดง่ายๆ

ในการตอบกลับ นาย A ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลีโดยอ้างว่าเขาถูกละเมิดสิทธิและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลีได้ตัดสินว่าตำรวจละเมิดสิทธิในความเสมอภาคและเสรีภาพทางร่างกายที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญจริง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีชี้ว่า:

“ตำรวจสามารถระบุตัวเขาในที่เกิดเหตุได้ผ่านบัตรประชาชนของนาย A และตอนนั้นก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่นาย A จะหลบหนีได้ และเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีเคลียร์ข้อกล่าวหาของนาย A แล้ว ตำรวจสามารถ เรียก นาย A เข้ามาให้การที่สถานีตำรวจได้ในภายหลังหรือสอบสวนตามคำแนะนำการขอความสมัครใจในการเข้าให้การผู้ต้องหา”

“การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนาย A ในฐานะผู้ต้องหาเลย ณ 10 นาทีให้หลังจากมาถึงที่เกิดเหตุ ถือเป็นการใช้อำนาจโดยพลการต่อประชาชนนั้นมันช่างเป็นเรื่องที่สูญเสียซึ่งความมีเหตุผล”

“แม้แต่ชาวต่างชาติที่สามารถสนทนาภาษาเกาหลีได้ทุกวันก็ควรระมัดระวังกว่านี้ และที่สำคัญอย่าบิดเบือนการสื่อสารในกระบวนการทางอาญา”

 

ต่างชาติ

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีแนะนำให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สอบสวนนาย A ทันที

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลียังแนะนำให้หัวหน้าตำรวจนำล่ามเข้ามาช่วยเมื่อมีการสอบสวนชาวต่างชาติและใช้เอกสารประกอบการแปลเป็นภาษาต่างๆด้วย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานต่างชาติในเกาหลี เพิ่มขึ้น 26% ภายใน 6 ปี

แรงงานต่างชาติในเกาหลี เพิ่มขึ้น 26% ภายใน 6 ปี

แรงงานต่างชาติในเกาหลี

การสำรวจ แรงงานต่างชาติในเกาหลี พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ค่าจ้างแรงงานต่างชาติก็เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน ถึงกระนั้นประกันการจ้างงานของแรงงานต่างชาติก็ยังต่ำอยู่ดี

จากสถิติจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานในเกาหลีเพิ่มขึ้น 26% ในช่วง 6 ปี 6 ใน 10 คนยังได้รับมากกว่า 2 ล้านวอนต่อเดือน

ตามสถิติของ ‘สถานะของผู้อพยพและผลการสำรวจการจ้างงาน’ จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (통계청) และกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2019

-ปีที่แล้วชาวต่างชาติที่ได้รับการจ้างงานในเกาหลีกว่า 884,000 คน ไม่นับรวมแรงงานที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย

ชาวต่างชาติที่ได้สัญชาติรวมกับแรงงานต่างชาติที่ทำงานในเกาหลีทั้งหมด 919,000 คน

แรงงานต่างชาติในเกาหลี

ค่าจ้างแรงงานต่างชาติก็เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน

ในปี 2012 69.6% มีการจ่ายเงินเดือนรายเดือนระหว่าง 1 ล้าน ~ 2 ล้านวอน ในปี 2018 แรงงานได้รับเงินเดือน 49.5% จาก 2 ล้าน ~ 3 ล้านวอนและ 12.7% ได้รับเงินเดือนมากกว่า 3 ล้านวอน

อย่างไรก็ตามอัตราความคุ้มครองการจ้างงานยังอยู่ในระดับต่ำ

อัตราของแรงงานต่างชาติที่เข้าสู่ระบบประกันการจ้างงานเท่ากับ 35.6%

เปอร์เซ็นต์ของชาวเกาหลีที่เข้าร่วมระบบประกันการจ้างงานคือ 89.1% ถึงกระนั้นประกันการจ้างงานของแรงงานต่างชาติก็ยังต่ำอยู่ดีเมื่อเทียบกับชาวเกาหลี

แรงงานต่างชาติในเกาหลี

Cr = herald news

ขยายโควต้าขอ วีซ่า E-7 สำหรับชาวต่างชาติมากขึ้นอีก 400 คน

ขยายโควต้าขอ วีซ่า E-7

สำหรับชาวต่างชาติมากขึ้นอีก 400 คน

วีซ่า E-7

 

มีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาขยายโควต้าการขอวีซ่าแรงงาน E-7 จาก 600 คนเป็น 1,000 คนแต่เนื่องจากวีซ่า E-7-4 สามารถอยู่ในเกาหลีได้เป็นเวลานานและหากจำนวนชาวต่างชาติสะสมก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานชาวเกาหลี จึงอยู่ในขั้นการพิจารณา

 

มีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาขยายโควต้าการขอวีซ่าแรงงาน E-7 จาก 600 คนเป็น 1,000 คน

ซึ่งเป็นงานด้านอุตสาหกรรมที่ยากที่จะหาจากบุคลากรภายในประเทศ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการออกมาโต้แย้งมากขึ้น เนื่องจากกระทรวงการจ้างงานและแรงงานเน้นการคุ้มครองงานของชาวเกาหลี

ตามที่กระทรวงยุติธรรมรัฐบาลเผยว่าจะมีการเพิ่มจำนวนผู้ออกวีซ่า E-7-4 เพิ่มอีก 400 คนในวันที่ 24 ธันวาคม

จากปัจจุบัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 600 คนเป็น 1,000 คน

 

วีซ่า E-7

 

วีซ่า E-7-4 ถูกนำมาใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมปีที่แล้วเพื่อดึงดูดแรงงานที่มีประสบการณ์ด้านการเกษตร, การป่าไม้ , และการประมง

กระทรวงยุติธรรมกำลังเปลี่ยนแปลงแรงงานต่างชาติที่ทำงานในเกาหลีในช่วง 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมาโดยใช้วีซ่า E-9, E-10 และ H-2 เป็น E-7-4

ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การให้คะแนนแรงงานที่มีทักษะเท่านั้น

หากแรงงานต่างชาติอาศัยอยู่ในเกาหลีนานกว่า 10 ปีคุณสามารถมีถิ่นที่อยู่ถาวรได้

อุตสาหกรรมได้รับการเรียกร้องให้ขอวีซ่าประเภท E-7-4 เพิ่มขึ้นซึ่งคนงานชาวเกาหลีไม่ค่อยเลือกที่จะทำงานด้านการผลิต

 

วีซ่า E-7

 

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า

“ คนงานต่างประเทศมักกลับไปยังประเทศของตนภายในห้าถึงหกปี” เขากล่าวเสริมว่า บริษัท ผู้ผลิตต้องเผชิญกับปัญหาด้านต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลงเมื่อพวกเขาจ้างคนงานใหม่ๆ เข้ามา

กระทรวงยุติธรรมวางแผนที่จะขยายวีซ่า E-7-4 ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่กระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าวว่าเป็นการยากที่จะอนุมัติเพราะอาจขัดต่อการคุ้มครองงานสำหรับชาวเกาหลี

 

วีซ่า E-7

 

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานยังไม่ได้ส่งความเห็นกลับมาทั้งที่ควรจะส่งกลับมาภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว

“เราต้องการระบบเพื่อตรวจสอบว่าคนงานต่างชาติที่ได้รับวีซ่า E-7-4 ไปทำงานที่ธุรกิจที่ต้องการจริงๆหรือไม่”

“วีซ่า E-7-4 สามารถอยู่ในเกาหลีได้เป็นเวลานานและหากจำนวนชาวต่างชาติสะสมก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานชาวเกาหลี

 

Cr = AISAE NEWS