ต่างชาติมีวีฟัง! ต่อวีซ่าได้เท่าระยะพาสปอร์ตเท่านั้น

 

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ‘ระยะเวลาพำนัก’ ของชาวต่างชาติในเกาหลีจะได้รับโดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เหลือในหนังสือเดินทางเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ชาวต่างชาติจะได้รับช่วงเวลาพำนักโดยไม่คำนึงถึงวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง

ตัวอย่างเช่น หากหนังสือเดินทางหมดอายุในเดือนกรกฎาคม 2021 แต่ระยะเวลาพำนักอาจขยายออกไปถึงเดือนธันวาคม 2021

ต่อวีซ่า

ส่งผลให้มีปัญหามากมายตามมา อาทิ ▲หนังสือเดินทางไม่สามารถออกใหม่ได้อีกแม้ว่าจะหมดอายุไปแล้วก็ตาม (จำนวนชาวต่างชาติที่พาสปอร์ตหมดอายุในปี 2020: 96,130 คน) ▲ไม่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง (จำนวนรายงานการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหนังสือเดินทางที่ละเมิดในปี 2019: 8,768 ราย) ▲เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสถานะการเข้าเมืองที่แน่นอนเนื่องจากข้อมูลหนังสือเดินทางแตกต่างกัน

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 การที่จะสามารถต่อหรือขยาย “ระยะเวลาการพำนัก” ในเกาหลีต่อได้นั้นต้องอ้างอิงตามระยะเวลาที่หนังสือเดินทางยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะช่วยในการลดค่าปรับที่เกิดขึ้นในส่วนของการรายงานการเปลี่ยนแปลงหนังสือเดินทางและการอนุญาตให้มีการควบคุมการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลหนังสือเดินทางและข้อมูลบัตรทะเบียนคนต่างชาตินั้นต้องเหมือนกัน

ต่อวีซ่า

ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ เช่น แม้ชาวต่างชาติที่สามารถขยายระยะเวลาการพำนักได้อีก 2 ปีก็ตาม หากหนังสือเดินทางเหลืออายุเพียง 6 เดือน ก็หมายความว่าบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (ใบกาม่า) จะได้รับการขยายเวลาสูงสุดแค่เพียง 6 เดือนเช่นเดียวกับอายุพาสปอร์ตที่เหลือ

อย่างไรก็ตามโปรดตรวจสอบระยะเวลาหมดอายุของหนังสือเดินทางของคุณก่อนทุกครั้ง ก่อนเดินเรื่องขยายระยะเวลาการเข้าพักในเกาหลีใต้

*คุณสมบัติการพำนักที่ได้รับการยกเว้นจากเงื่อนไขข้างต้น ได้แก่ ผู้ถือวีซ๋า F-5, F-2-4, G-1-6*

ต่อวีซ่า

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

1 ธ.ค. ต่างชาติในเกาหลี เตรียมรายงานรายได้ก่อนยื่นต่อวีซ่า

 

ตามกฎการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมคนเข้าเมืองมาตรา 47 และ 49-2 ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะพำนักอยู่เพื่อทำงานจะต้องรายงานอาชีพและรายได้ต่อปีของตนต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ เวลาที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนคนต่างชาติและ ขออนุญาตพำนักในเกาหลี

การรายงานรายได้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม

 

เมื่อไหร่ที่ต่างชาติจะต้องรายงานรายได้ต่อเจ้าหน้าที่ต.ม.

-เมื่อต้องการยื่นขอวีซ่า/ เมื่อต้องการขยายระยะเวลาการพำนัก (ต่อวีซ่า) / เมื่อต้องการเปลี่ยนประเภทวีซ่า/ และเมื่อต้องการย้ายงาน

นอกจากนี้ยังต้องรายงานหากรายได้มีการเปลี่ยนแปลงงานหรือรายได้ประจำปี

* ชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนไปแล้วจะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงงานหรือรายได้ของตน หลังจากการรายงาน ‘อาชีพและรายได้ประจำปี’ ครั้งแรก

* และจะต้องรายงานเฉพาะเมื่อรายได้ประจำปีมีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

 

ต่อวีซ่า

 

[หัวข้อรายได้ต่อปี]

1. เป็นผู้ไม่มีรายได้

2. ผู้มีรายได้น้อยกว่า 10 ล้านวอนต่อปี

3. ผู้มีรายได้มากกว่า 10 ล้านวอนถึงน้อยกว่า 20 ล้านวอน

4. ผู้รายได้มีมากกว่า 20 ล้านวอนถึงน้อยกว่า 30 ล้านวอน

5. ผู้รายได้มีมากกว่า 30 ล้านวอนถึงน้อยกว่า 40 ล้านวอน

6. ผู้มีรายได้มากกว่า 40 ล้านวอนถึงน้อยกว่า 50 ล้านวอน

7. ผู้มีรายได้มากกว่า 50 ล้านวอนต่อปี

(*ตัวอย่างเช่น รายได้ต่อปี 2020 อยู่ที่ 28 ล้านวอน แต่ หากรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 33 ล้านวอนในปี 2021 เราจำเป็นจะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงของรายได้ให้ทางต.ม. รับทราบ)

 

ประเภทของวีซ่าที่จำเป็นต้องรายงานรายได้ ได้แก่ D-7, D-8, D-9, E-1 ถึง E-9 และ E-10

เอกสารที่ต้องส่งเพิ่มเติม ได้แก่ “외국인 직업 및 연간 소득금액 신고서(แบบฟอร์มรายงานอาชีพของชาวต่างชาติและรายได้ประจำปี) และ 소득금액증명원(หนังสือรับรองรายได้), (D-7 ไม่ต้องยื่นเอกสาร)

แบบฟอร์ม ‘외국인 직업 및 연간 소득금액 신고서’ สามารถดาวน์โหลดได้จาก Hikorea และแบบฟอร์ม 소득금액증명원 สามารถออกได้ผ่าน HomeTex หรือสำนักงานสรรพากรใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม หากเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ D-7, D-8 หรือ D-9 และยังไม่มีรายได้ในเกาหลีเลย เมื่อต้องการยื่นเรื่องลงทะเบียนชาวต่างชาติ (ขอวีซ่า) เขา / เธอผู้นั้นจะต้องยื่นสัญญาจ้างงานแทนหนังสือรับรองเงินเดือน 소득금액증명원

 

ต่อวีซ่า

 

ในทางกลับกัน สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่จำเป็นต้องมีงานทำนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป

เช่น วีซ่าประเภท F-2, F-4, F-6 และ H-2

พวกเขาเหล่านี้จะต้องส่งเอกสาร “외국인 직업 및 연간 소득금액 신고서” และ หากพวกเขามีงานทำและมีรายได้ พวกเขาจะต้องส่ง “소득금액증명원” เพิ่มเติม

 

ต่อวีซ่า

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว