ผีน้อย ในเกาหลีพุ่งทะลุสถิติ “400,000 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์”

จากสถิติผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีตอนนี้มากถึง 400,000 คน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กระทรวงยุติธรรมเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถึงสถิติประจำปีของหน่วยบริการตรวจคนเข้าเมืองพบยอดผู้อพยพผิดกฎหมาย 395,068 คนอาศัยอยู่ในเกาหลี (ยอดล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2022) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการกักกันโรค ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 คนทุกเดือน

ผีน้อย

สัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายในหมู่ชาวต่างชาติทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 15.5% ในปี 2019 ก่อนจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ซึ่งนี่หมายความว่า 20% ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียน (ณ กรกฎาคม 2022 จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอยู่ที่ 2,081,350 คน)

ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในบรรดาแรงงานต่างชาติ E-9 ที่หมดสัญญาจ้างแล้วเลือกที่จะไม่เดินทางกลับบ้านเกิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

โอ จองอึน หัวหน้าสถาบันตรวจคนเข้าเมืองและพหุวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฮันซอง กล่าวว่า “นี่เป็นผลมาจากการสะสมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโควิด-19 พอผ่านพ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนักไปแล้วก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ต่อ เพราะพวกเขาคิดว่าหากกลับบ้านเกิดไปก็คงจะยากลำบากกว่านี้”

ผีน้อย

ในความเป็นจริง 34.3% ของผู้อพยพผิดกฎหมายเป็น ‘ชาวต่างชาติที่เคยได้รับวีซ่าพำนักระยะยาว’ ที่ได้รับบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (วีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน) ซึ่งพวกเขาสามารถอยู่ได้นานกว่า 90 วัน

จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 135,000 คน ณ เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นถึง 12.8% จากปีที่แล้ว (ยอด 120,000 คน)

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศโดยผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคอีกครั้ง

อันที่จริง มีอีกกรณีที่พบว่ามีชาวไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านทางเกาะเชจูได้เริ่มขาดการติดต่อหรือพยายามหางานทำอย่างมิชอบด้วยกฎหมายด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการพำนักอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19

ผีน้อย

ศาสตราจารย์คิมโดฮยอน (Kim Do-kyun) จากมหาวิทยาลัยฮัลลา (Halla University) กล่าวว่า “ปัญหาพื้นฐานที่สุดคือยังคงมีความต้องการผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่ขาดแคลนกำลังคนขั้นวิกฤติซึ่งจำต้องจ้างพวกเขา แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม ”

“การเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายอาจทำให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนและลดประสิทธิภาพการดูแล ดังนั้นขั้นตอนการออกวีซ่าและการจัดการชายแดนควรมีความเข้มงวดมากกว่านี้ นอกจากนี้ในระยะยาวงานที่ต้องการกำลังคนจากต่างประเทศควรเสริมด้วยช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่านี้”

ทีมกำกับและควบคุมชาวต่างชาติในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน จำเป็นต้องออกปราบปรามผู้คนคิดเป็น 1,300 คนต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แม้ว่าจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นาย เพื่อเข้าช่วยในงานปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ก็ยากที่จะปราบปรามผู้ที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ดี

โอจองอึนกล่าวว่า “การขยายอุปทานแรงงานต่างชาติอาจนำไปสู่การโต้แย้งเรื่องที่ต่างชาติเข้ามาแบ่งงานชาวเกาหลี แต่หากเราจัดหากำลังคนที่จำเป็นได้ผ่านการวิเคราะห์ตลาดการจ้างงานโดยละเอียดมันจะเป็นวิธีการที่จะจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดแน่นอน”

เกาหลีหนุนโควต้า แรงงานต่างชาติ คาดนำเข้า 10,000 คน/เดือน

รัฐบาลวางแผนที่จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนเข้าประเทศในแต่ละเดือน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ด้วยเหตุนี้ การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอำนวยมากขึ้น เช่น จะทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองง่ายขึ้น

รัฐบาลจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจฉุกเฉินเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการยืนยัน ‘แผนงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน’ โดยแรงงานต่างชาติจำนวนมากจะถูกจัดแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนซึ่งกำลังเป็นที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ได้แก่ อู่ต่อเรือ (4,800 คน) อุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ ( 27,000 คน) ธุรกิจรถแท็กซี่และรถประจำทาง (2,300 คน) ร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีก ( 14,200 คน) และส่วนที่เหลือเป็นภาคการเกษตรกรรม

แรงงานต่างชาติ

ประการแรก จำนวนชาวต่างชาติใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งอุตสาหกรรมรากฐานสำคัญ จะเพิ่มขึ้น 6,000 ( คิดเป็น 57.3 %) ในอุตสาหกรรมการต่อเรือซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างรุนแรง จะมีการให้มอบหมายสิทธิการเข้าทำงานด้านนี้ให้แก่ผู้สมัครต่างชาติทั้งหมดที่ต้องการเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมการต่อเรือคาดว่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญ 3,000 คน เช่น ช่างเชื่อมและช่างทาสี ส่วนในภาคเกษตรได้มีการตัดสินใจจะขยายการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 600 คน เป็น 2,224 คน

แรงงานต่างชาติ

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน ลี จองซิก กล่าวว่า “ประการแรก เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาคสนาม เราจะรีบนำแรงงานต่างชาติมากกว่า 10,000 คนต่อเดือนเข้ามาฟื้นฟูจำนวนแรงงานต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีให้กลับมาเดินหน้าด้านแรงงานในปีนี้ เราจะสนับสนุนการเข้ามาของบุคลากรใหม่ๆ ผ่านการสนับสนุนเฉพาะทางและตามที่เราได้มีการกำหนดเอง”

รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะออกใบอนุญาตการจ้างงานใหม่ ซึ่งมีกำหนดจะออกในไตรมาสที่ 3 และ 4 ภายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ด้วยวิธีการข้างต้นนี้แรงงานกว่า 63,000 คนที่รอเข้าประเทศจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 50,000 คนแรกจะได้รับการจัดสรรนำเข้ากำลังแรงงาน 10,000 คนต่อเดือนโดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป หากเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีนี้จะมีแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายแรงงานกว่า 84,000 คน และจะเป็นการฟื้นฟูกำลังคนสู่ระดับที่เคยมีก่อนโควิด-19 (277,000 คน)

แรงงานต่างชาติ

นอกจากนี้ ช่วงต้นเดือนตุลาคมจะเริ่มมีการกำหนดการรับแรงงานต่างชาติในปีต่อไป ที่จะถูกกำหนดให้เข้าเกาหลีตั้งแต่มกราคมปีหน้า เพื่อจะให้กำลังคนที่จำเป็นสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้ทันท่วงที และคาดว่าระบบจะดีขึ้น เช่น การออกใบอนุญาตการจ้างงานภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ‘กองกำลังเฉพาะกิจสนับสนุนการจ้างงานอย่างรวดเร็ว’ กำลังจะจัดตั้งขึ้นตามศูนย์จัดหางาน 17 แห่งในอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งเป็นภาคที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างต่อเนื่อง และศูนย์จัดหางานในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมรากฐานหนาแน่น เพื่อให้การสนับสนุนอย่างทั่วถึงและถือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกันระหว่างคนงานและสถานที่หาแรงงานอีกด้วย

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ทำไม แรงงานตามฤดูกาล 12,000 ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานชนบท?

นายเอเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งได้ยื่นคำร้องหลังจากเห็นประกาศ “ระบบแรงงานตามฤดูกาล” ในปีนี้ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงยุติธรรม (법무부) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในชนบท พวกเขาเป็นแรงงานต่างชาติซึ่งอนุญาตให้ทำงานในพื้นที่ชนบทในเกาหลีเป็นเวลา 3-5 เดือนเท่านั้น ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพียงปีเดียว แรงงานตามฤดูกาล 12,000 คนได้เดินทางเข้ามาในประเทศ

แต่การทำฟาร์มจริงๆนั้นต้องการคนจำนวนมากในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่วุ่นวาย แต่ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลทำฟาร์มเกษตรกรก็ไม่ต้องการจัดจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกลับต้องมาแบกภาระการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลแม้พวกเขางานยุ่งหรือว่างงานเป็นรายเดือน มันสะท้อนให้เห็นว่าระบบแรงงานตามฤดูกาลไม่เหมาะกับพื้นที่ชนบท

แรงงานตามฤดูกาล

เกษตรกรบางคนจึงเลือกที่จะขอยืมแรงงานตามฤดูกาลจากกันและกันเอง แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งผิดต่อกฎหมายการจ้างแรงงานต่างชาติ และนี่คือสถานการณ์ในพื้นที่ชนบทของเกาหลีที่มาจากระบบการจัดการที่ไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์ทั้งระบบ

นายเอ ชาวนาที่ทำงานร่วมกับแรงงานตามฤดูกาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่งเผยว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรรายย่อยและขนาดกลางที่จะจัดการเรื่องค่าจ้างเป็นรายเดือน ย้อนไปนึกถึงช่วงที่ ปธน. ยุนซ็อกยอล สมัยยังเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ให้สัญญาว่าจะส่งเสริมการจ้างแรงงานต่างชาติโดยผ่าน ศูนย์กลางจัดการแรงงานในชนบท ให้จัดส่งแรงงานตามไร่ตามสวนเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคนในชนบท แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะรักษาสัญญา”

ปัจจุบัน รัฐบาลภายใต้การดูแลของ ปธน.ยุน อวดอ้างว่ามีกำลังคนในชนบทเพียงพอ แต่พื้นที่ชนบทไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีผู้อยู่อาศัยที่ผิดกฎหมาย

กลุ่ม “농작업팀” ที่เป็นแรงงานไม่มีวีซ่าพำนักตามกฎหมายกำลังเติมเต็มกำลังแรงงานที่ขาดแคลนอยู่ในตอนนี้ และเนื่องจากมีการแข่งขันกันเองระหว่างเกษตรกรในการจัดจ้างผู้อพยพผิดกฎหมายจากกลุ่ม “농작업팀” ทำให้เกษตรกรบางรายต้อง “รายงาน” ฝั่งคู่แข่งของตนไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

แรงงานตามฤดูกาล

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าผู้อพยพผิดกฎหมายกลุ่ม “농작업팀” นี้ควรจะต้องได้รับการรับรอง เรื่องนี้ทางรัฐบาลเกาหลีควรกำหนดให้ “농작업팀” ที่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายนี้กลายมาเป็น “ธุรกิจเชิงแลกเปลี่ยนแรงงานที่เชี่ยวชาญด้านงานเกษตร”

ขณะนี้เป็นฤดูสำหรับการเก็บเกี่ยวหัวหอม แต่หากไม่มีกลุ่ม “농작업팀” ของแรงงานผิดกฎหมายเกษตรกรก็จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวหัวหอมได้ และผู้บริโภคก็ไม่สามารถซื้อในราคาที่เหมาะสมได้ด้วย

เอาจริงๆ ภาคการเกษตรหากไม่มีแรงงานเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ชาวเกาหลีก็คงจะไม่ได้บริโภคผลิตผลทางการเกษตรในราคาที่เหมาะสมได้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ส่องสถานะนำเข้าแรงงาน E-9 คาดภายในสิ้นปี 73,000 คนเตรียมบินเข้า

แรงงานต่างชาติจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าประเทศเกาหลีเนื่องจาก COVID-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เวลานี้ได้ถึงเวลาที่จะเดินทางเข้าประเทศแล้ว

นำเข้าแรงงาน

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) จะอนุญาตให้แรงงาน E-9 จำนวน 26,000 คนเข้าประเทศภายในเดือนสิงหาคม และจะสนับสนุนแรงงาน 28,000 คนที่ได้รับใบอนุญาตการจ้างงาน (고용허가서) แล้วแต่ยังไม่สามารถเข้าเกาหลีได้ให้สามารถเดินทางเข้าได้ภายในปีนี้

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แรงงาน E-9 จำนวน 73,000 คนได้เวลาทยอยเดินทางเข้าประเทศภายในสิ้นปีนี้

ตามรายงานของศูนย์บริการข้อมูลแรงงานแห่งเกาหลีใต้ (한국고용정보원) เผยแรงงาน E-9 จำนวน 161,921 คนนั้นได้ทำงานอยู่ในเกาหลีภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (EPS) ซึ่งอ้างอิงจากไตรมาสแรกของปีนี้ แต่หากเมื่อเทียบกับปี 2019 (แรงงาน EPS : 223,058 คน) ก่อนเกิดโควิด-19 พบว่าลดลงกว่า 27%

นำเข้าแรงงาน

โดยแบ่งเป็นบุคลากรด้านอุตสาหกรรมการผลิต 131,966 คน อุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์ 18,208 คน อุตสาหกรรมประมง 5,953 คน อุตสาหกรรมก่อสร้าง 5,556 คน และอุตสาหกรรมบริการ 238 คน

คย็องกีโดเป็นพื้นที่มีการจัดจ้างงานมากที่สุดซึ่งมีแรงงานต่างชาติกว่า 68,913 คน

สถิติแรงงาน E-9 ที่เข้าประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ 51,366 คนในปี 2019, 6,688 คนในปี 2020 และ 10,501 คนในปี 2021 ตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 จำนวนแรงงานเข้าประเทศก็ลดลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

นำเข้าแรงงาน

อย่างไรก็ตามปีนี้มีการนำเข้าแรงงานแล้วกว่า 19,000 คนตั้งแต่มกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมานี้

ในอนาคต เที่ยวบินระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้นสำหรับแรงงาน E-9 ที่จะเดินทางเข้าประเทศ และอายุของใบรับรองการออกวีซ่าที่ออกให้นายจ้างก็จะมีการขยายออกไปให้จากเดิมหกเดือนเป็นหนึ่งปี

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

แรงงาน E9 ควรรู้ก่อนเสียสิทธิ์! “ฟรีวีซ่า 1 ปี นายจ้างต้องต่อสัญญาด้วย”

แรงงาน E-9 ทราบหรือไม่? แม้คุณจะได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่า แต่หากนายจ้างไม่ต่อสัญญาจ้างให้คุณก็อาจจะถูกขับออกนอกประเทศได้

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมือง (국민권익위원회) ได้แสดงความเห็นต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า แม้ว่านายจ้างจะไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตการจ้างงานโดยไม่ทราบว่าระยะเวลาพำนักของแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่แรงงาน E-9 ก็ไม่ควรที่จะถูกขับออกนอกประเทศในช่วงวิกฤตจากสถานการณ์ COVID-19 เช่นนี้

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีขยายระยะเวลาอนุญาตให้มีการจ้างงานสำหรับแรงงาน E-9

แรงงาน

ดังนั้นทางด้านกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) จึงได้ขยายระยะเวลาพำนักของแรงงาน E-9 ตามพื้นที่ชนบทและบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมออกไปอีก 1 ปีโดยอัตโนมัติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างชาติยังจำเป็นต้องยื่นขอขยายเวลาจ้างงานแยกต่างอีกหากด้วย เพื่อเป็นการขออนุญาตจัดการจ้างงานแรงงานต่างชาติต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เรียกได้ว่า นายจ้างที่จัดจ้างแรงงานต่างชาติคน E-9 กำลังประสบกับปัญหาความไม่สะดวกในการดำเนินการเป็นอย่างมากในเวลานี้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

“จ่ายมาก่อน…เดี๋ยวส่งคนไทยไปให้” นายหน้าหัวใสเชิ่ดเงินเกษตรกรเกาหลี

“ฉันอารมณ์เสียที่ต้องมาเสีย 3.3 ล้านวอน จริงๆ ฉันไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรหากไม่มีเงินนั้น แต่ฉันโกรธและเหนื่อยมาก เพราะทำแบบนี้เท่ากับเป็นทำสวนในอนาคตของฉันต้องมาพังลงน่ะสิ”

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นางจาง (55) ผู้ดูแลสวนปลูกมะเขือเทศในกึนนัม-มย็อน ชอวอน-กุน คังวอนโด (강원도 철원군 근남면) ทั้งโกรธพร้อมกับเล่าประสบการณ์ล่าสุดของเธอ

เมื่อต้นเดือนมีนาคม นางจาง ได้รับโทรศัพท์จากนายเอ(40) ซึ่งรู้จักกันเพราะเขาช่วยส่งแรงงานต่างชาติมายังฟาร์มเธอ และเขาก็ได้ส่งแรงงานไทยเข้ามา 3 คน

นายเอ เรียกร้องให้นางจางจ่ายเงินให้ตนทั้งหมด 3.3 ล้านวอน โดย 1.1 ล้านวอนต่อ 1 แรงงาน เขาบอกว่าแรงงานจำเป็นต้องนำมาใช้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่าออกวีซ่า

นายหน้า

และด้วยเหตุโควิด-19 ในปัจจุบันที่ลากยาวมายาวนานทำให้การหาแรงงานต่างชาติเดินทางเข้ายากขึ้น เธอจึงเชื่อและส่งเงินให้นายเอในที่สุด

ปีที่แล้ว นายเอ มีประวัติการจัดการแรงงานไทยในชอวอน (철원) มาก่อน ตัวเธอจึงไม่สงสัยในเรื่องนี้มากนัก

นายเอ เองก็สัญญาว่าจะส่งแรงงานไทย 3 คนเข้ามาภายในวันที่ 15 เมษายน และทั้งคู่ก็ติดต่อกันเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็น 2 วันก่อนวันที่สัญญาไว้ นายเอ ก็ตัดขาดการติดต่อทั้งหมดและหายตัวไป

นายหน้า

นางจางถึงกับตกอยู่ในความสับสน

เนื่องจากมีการสั่งต้นกล้ามะเขือเทศจำนวนมากเพื่อให้คนไทยได้เริ่มทำการเกษตรในปีนี้ เธอเพิ่งเริ่มปลูกต้นกล้ามะเขือเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากคนงานสามคนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดเธอ แต่เธอกลับกำลังจะต้องสูญเสียการลงทุนในการทำสวนมะเขือเทศในอนาคตอันใกล้

เพราะการปลูกมะเขือเทศต้องใช้การทำงานด้วยมือของแรงงานทุกวัน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติเองก็ยังหายากในฤดูทำไร่ทำนาเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการแรงงานช่วยงานเป็นอย่างมาก

นางจางเผยว่า “ฤดูร้อนครั้งที่แล้ว แรงงานต่างชาติ 3 คนเลิกทำการเกษตรและหนีไป แต่ปีนี้ยังต้องมาเจอเหตุการณ์ที่คล้ายกันอีกรอบ มันไร้สาระและน่าหงุดหงิดที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับตนเอง”

และนางจางเธอก็ไม่ใช่ผู้ต้องตกในที่นั่งลำบากรายเดียว

ตามรายงานของสถานีตำรวจชอลวอน(철원경찰서) มีฟาร์มกว่า 8 แห่งรายงานความเสียหายแบบเดียวกันที่เกิดจากฝีมือ นายเอ จนถึงวันก่อนหน้านี้

นางจางเผยอีกว่า “มีข่าวลือว่ามีคนได้รับความเสียหายมากกว่า 20 รายซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ได้รับรายงาน”

นายหน้า

นาย คิม(45) ซึ่งทำไร่ในชอวอนกล่าวว่า “ฉันได้รับความเสียหายไปกว่า 4.4 ล้านวอน จริงๆแล้ว นายเอ ควรจะต้องถูกลงโทษขั้นสุดนะ”

หลังจากเริ่มมีการสอบสวนพบว่า นายเอ มีวิธีการลวงเงินชาวนาในทางเดียวกันในขณะที่ตนก็ตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน สถานีตำรวจคย็องจู (경주경찰서) ในคย็องซังบุกโด (경상북도) ได้เข้ารวบ นายเอ และทำการสอบสวนถึงเรื่องราวทั้งหมด

ทราบว่า นายเอ ได้รับเงินจำนวน 87 ล้านวอนจากเกษตรกรที่ตนไปลวงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ได้เริ่มมีการรายงานลักษณะคล้ายคลึงกันนี้แล้วทั่วประเทศ อาทิ ชอลวอน(철원), นัมวอน(남원) และ ดัมยาง (담양) และคาดว่าความเสียหายจะเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

แนวโน้มแรงงานภาคการเกษตร “เตรียมรับการขยายฟรีวีซ่า”

รัฐฯมีแผนจะใช้ประโยชน์จากแรงงานต่างชาติอย่างแข็งขัน เพื่อรับมือกับฤดูเกษตรกรรมที่เริ่มวุ่นวายในพื้นที่ชนบท

ขยายฟรีวีซ่า

ตามที่กระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท (농림축산식품부) ระบุในวันที่ 26 มีนาคม จะมีการต่ออายุใบอนุญาตการจ้างงาน (E-9) ที่ทำงานในภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์

แผนดังกล่าวนั้นก็คือ จะมีการขยายระยะเวลาการพำนักและส่งเสริมกิจกรรมการจ้างงานแรงงานต่างชาติในระบบ E-9 ในภาคส่วนอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งจะขยายเวลาพำนักให้กับผู้ที่สิ้นสุดระยะเวลาพำนักในระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 31 ธันวาคมปีนี้

รายละเอียดที่แน่นอนจะมีการเปิดเผยหลังการประชุมในวันที่ 28 มีนาคม

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท กำลังดำเนินการตามมาตรการเพื่อรองรับอุปสงค์และอุปทานในด้านกำลังคน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่มกำลังคนเข้าสู่พื้นที่ชนบทตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป

อย่างแรกเลย 6 อันดับแรกที่มีความต้องการกำลังคนสูง และ 25 พื้นที่ที่อุปทานและอุปสงค์กำลังคนที่ตกในที่นั่งลำบากในปีที่แล้ว จะได้รับการคัดเลือกเพื่อรองรับอุปทานและอุปสงค์กำลังคนเป็นอันดับต้นๆ

ขยายฟรีวีซ่า

ที่สำคัญคือ สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협중앙회) จะดำเนินการตั้งศูนย์นายหน้าหากำลังคนในเมืองและขยายขอบเขตของการจัดหางานไปยังเขตเมืองต่างๆในท้องถิ่น ซึ่งอย่างที่ทราบดีแล้วว่าในปีนี้ มีการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 8,000 คนภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (E-9) และ 11,472 ที่มาจากแรงงานตามฤดูกาล (C-4, H-8) จะได้รับการจัดสรรไปยัง 86 เมืองและมณฑลที่ต้องการกำลังคน

แรงงานตามฤดูกาลที่มาจากต่างประเทศจะได้รับการว่าจ้างโดยสหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협) ที่ได้รับการคัดเลือกโดยรัฐบาลท้องถิ่น และเป็นหน่วยงานจัดหาคนงานให้กับเกษตรกรตามโครงการนำร่องแรงงานตามฤดูกาลในที่สาธารณะ (공공형 계절근로 시범사업)

เมื่อเกษตรกรยื่นขอจำนวนคนและระยะเวลาที่ต้องการ สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협) จะส่งแรงงานต่างชาติในสังกัดออกไปตามจุด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

อนุมัติแล้วแรงงานตามฤดูกาล ‘เพิ่มยอด 216% จากปีก่อน’

กระทรวงยุติธรรมประกาศเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2022 ว่าได้ตัดสินใจที่จะนำเข้าแรงงานตามฤดูกาล 11,550 คนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในพื้นที่ชนบท

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมได้จัดประชุม ณ ศูนย์โซลโกลด์เบอเซ็นเตอร์ (Seoul Global Center) ในเมืองจงโนกู กรุงโซล และยืนยันจำนวนแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการนำเข้าถึง 216% จากเดิมเพียงแค่ 5,342 คนที่ได้รับมอบหมายในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว

นอกจากนี้จำนวน MOU ที่ลงนามระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศและต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 16 ฉบับในปีที่แล้ว (543 รายการ) เป็น 65 ฉบับในปีนี้

แรงงานตามฤดูกาล

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. กระทรวงยุติธรรมได้รับใบสมัครจากรัฐบาลท้องถิ่น 88 แห่งทั่วประเทศ (3,575 ครัวเรือนเกษตรกรรมและประมง รวมทั้ง 44 องค์กร) ในช่วงครึ่งปีแรก

เกษตรกร ชาวประมง และรัฐบาลท้องถิ่นที่พลาดการสมัครในครั้งนี้จะได้รับใบสมัครภายในเดือนมิถุนายน 2022 อีกครั้ง โดยจะได้รับมอบหมายผ่านสภาการจัดสรรแรงงานตามฤดูกาล ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคม

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมได้หาวิธีปรับปรุงระบบโดยปรับปรุงระบบแรงงานตามฤดูกาลเพื่อแก้ปัญหากำลังคนในหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านประมง และประชุมหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “เราจะร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมง และสนับสนุนกำลังคนที่จำเป็นอย่างแข็งขันเพื่อมีส่วนร่วมในการทำงานตามฤดูกาล”

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ใหม่!ผุด คก. จ้างงานอาราไบท์ ถูกกฎหมาย ผีน้อยรุ่งหรือร่วง?

กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทได้ประกาศเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 ถึงการเตรียมดำเนินการโครงการนำร่อง นำเข้าแรงงานสาธารณะตามฤดูกาล (คล้ายงานรับจ้างรายวัน) คาดต้องการเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

จ้างงานอาราไบท์

โครงการนี้ถือเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยจะเป็นการดำเนินการในลักษณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเป็นหลักในการจัดจ้างแรงงานต่างชาติผ่านกลุ่มสหกรณ์เพื่อการเกษตรตามแต่ละพื้นที่ทั่วเกาหลี โดยรัฐฯจะมีการช่วยเหลือรับ-ส่งแรงงานเข้าไปสนับสนุนฟาร์มที่ต้องการกำลังคนในระยะสั้นที่น้อยกว่า 1 เดือน

ดังนั้นภายใต้ระบบงานตามฤดูกาลที่มีอยู่ รัฐบาลได้มีความพยายามที่จะต่อยอดโครงการเพื่อเกษตรกรที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจ้างแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลซึ่งจะบินตรงเข้ามาจากต่างประเทศ โดยคาดว่าจะมีการมอบวีซ่าประเภทระยะสั้น 3 เดือน (วีซ่า C-4) หรือไม่ก็ระยะ 5 เดือน (วีซ่า E-8) ให้กับกลุ่มแรงงานกลุ่มนี้ จะถือเป็นการช่วยให้เกษตรกรที่ขาดแคลนกำลังคนแต่ต้องการจ้างแรงงานเพียงแค่ให้สิ้นสุดระยะเก็บเกี่ยวซึ่งน้อยกว่า 1 เดือน ได้มีโอกาสว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย

จ้างงานอาราไบท์

ระบบนำเข้าแรงงานสาธารณะตามฤดูกาล ดำเนินการในลักษณะที่รัฐบาลท้องถิ่นจะรวบรวมข้อมูลและคัดเลือกกลุ่มสหกรณ์เพื่อการเกษตรตามพื้นที่ชนบทให้มาเป็นตัวกลางในการดำเนินการจ้างงานแรงงานต่างชาติ กลุ่มสหกรณ์เพื่อการเกษตรจะเป็นผู้จ่ายค่าแรงให้กับแรงงานโดยตรงแทนนายจ้าง ซึ่งก็จะมีการจัดตั้งคณะทำงานด้านการเกษตร รวมทั้งหัวหน้าคณะทำงานในท้องถิ่นและจัดหาแรงงานให้แก่เกษตรกรขึ้นมาดูแลระบบ

แรงงานกลุ่มนี้เมื่อเดินทางเข้ามาในเกาหลีจะต้องเข้าพักตามที่พักที่รัฐบาลท้องถิ่นจัดหาให้ตลอดการเข้าพำนักและการส่งแรงงานไปยังฟาร์มต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น สิ่งที่ดีงามคือเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าจ้างให้แก่สหกรณ์เพื่อการเกษตรก่อน (ซึ่งจะมีการคำนวณล่วงหน้าโดยปรึกษาหารือกับทางราชการส่วนท้องถิ่นและสหกรณ์การเกษตร) นี่จึงอาจเป็นหนทางในการลดปัญหาการค้างจ่ายค่าแรงต่อแรงงานได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตามในปีนี้ รัฐบาลท้องถิ่น 4 แห่ง อาทิ มูจู, อิมชิลในจอลลาบุกโด (전북 무주와 임실), บูยอจากชุงชองนัมโด (충남 부여), และโกรยอจากคย็องบุก (경북 고령) ได้ออกมาขานรับโครงการดังกล่าวและยื่นเรื่องขอแรงงานไว้แล้วกว่า 320 คน

จ้างงานอาราไบท์

ทั้งนี้ทั้งนั้นกระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท ยังอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องอนุมัติโครงการต่อกระทรวงยุติธรรมอยู่ และคาดว่าจะมีการตัดสินในขั้นสุดท้ายในวันที่ 25 ก.พ. นี้ (วันพรุ่งนี้) ที่สภาพิจารณาการจัดสรรแรงงานตามฤดูกาลซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงยุติธรรม

อี ด็องมิน (Lee Deok-min) หัวหน้าแผนกการจัดการกำลังคนของกระทรวงเกษตรและอาหารกล่าวว่า “เราคาดว่าโครงการแรงงานสาธารณะตามฤดูกาลของภาครัฐจะสามารถตอบสนองความต้องการระยะสั้นให้กับเกษตรกรที่กำลังคนไม่เพียงพอ ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิตามช่วงฤดูทำนาที่ต้องการกำลังคนเป็นอย่างมาก”

หากโครงการนี้คลอดและประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ แรงงานผีน้อย ที่ทำงานอาราไบท์อาจตกที่นั่งลำบากก็เป็นได้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

วีเกษตรเกาหลี ปีนี้ตั้งเป้า 8,000 คน เพิ่ม 25%

ปีนี้ (2022) จำนวนแรงงานต่างชาติในภาคเกษตรที่สามารถเข้าประเทศเกาหลีผ่านระบบใบอนุญาตจัดจ้างงาน (วีซ่า E-9) มีการตั้งไว้ที่ราวๆ 8,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากปีที่แล้ว

กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทได้ประกาศเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการตาม “มาตรการฟื้นฟูแรงงานต่างชาติในภาคเกษตรประจำปี 2022”

โดยแผนที่จะปรับใหม่ครั้งนี้มีการลดมาตรฐานให้สำหรับฟาร์มขนาดเล็กให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้

ดังนั้นในปีนี้ ไม่ว่าจะฟาร์มสัตว์ปีก, ฟาร์มสุกรขนาดเล็กก็จะสามารถจัดจ้างแรงงานต่างชาติได้ด้วย

วีเกษตรเกาหลี

ปกติแล้วในอดีตฟาร์มสุกรที่มีพื้นที่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร และฟาร์มสัตว์ปีกที่มีพื้นที่น้อยกว่า 2,000 ตารางเมตรจะ ไม่สามารถยื่นเรื่องขอจัดจ้างแรงงานต่างชาติได้ แต่ตอนนี้ หากขนาดฟาร์มสุกรตั้งแต่500 ถึง 1,000 ตารางเมตร และ 1,000 ตารางเมตร ถึง 2,000 ตารางเมตร จะสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ถึง 2 คน

นอกจากนี้ ในกรณีของฟาร์มพริกปาปริก้าที่เดิมทีให้จัดจ้างแรงงานต่างชาติสูงสุดที่ 20 คนได้มีการปรับขยายให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้สูงสุดถึง 25 คน ทั้งนี้ทั้งนั้นจะคำนึงถึงแนวโน้มของโรงเรือนเพาะปลูกว่ามีขนาดใหญ่เพียงใด

กระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท เองก็มีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือปัญหาการเข้า-ออกประเทศเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ไว้อีกด้วย อาทิ แรงงานต่างชาติ (ประมาณ 4,500 คน) ที่จะพำนักอยู่และสัญญาจ้างงานจะหมดลงในระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 12 เมษายน ปีนี้ (2022) ถือว่าได้รับการขยายวีซ่าต่ออัตโนมัติอีก 1 ปี

วีเกษตรเกาหลี

เมื่อเร็ว ๆ นี้จำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 ได้เพิ่มขึ้น หลังจากการมาถึงของ 252 คนในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ต่อมาเดือนธันวาคมก็มีการนำเข้าแรงงานอีก 242 คน และ 398 คนในเดือนมกราคมปีนี้ตามลำดับ อย่างไรเสียคาดว่าเดือนนี้จะมีต่างชาติเดินทางเข้ามามากกว่า 400 คน

ในกรณีของแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล (วีซ่า C-4 และ E-8) รัฐบาลท้องถิ่น 53 แห่งได้ยื่นเรื่องสมัครเข้ามาประมาณ 10,000 คนในปีนี้ ณ เวลานี้พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการตรวจคัดกรองก่อนการเดินทางเข้าเมืองอยู่

อี ด็อก-มิน หัวหน้าฝ่ายการจัดการกำลังคนจากกระทรวงการเกษตรและอาหารกล่าว

“เราจะร่วมกันทำงานและติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าการนำเข้าแรงงานจะไม่มีการสะดุดในระหว่างการนำเข้าแรงงานต่างชาติ”

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว