เตือน! อย่าเพิ่งเชื่อ นายหน้า พาเข้าเกาหลี

เนื่องจากคนไทยมากกว่า 140,000 คนอาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย นั่นทำให้การตรวจคนเข้าเมืองยากขึ้นตามไปด้วยเมื่อมีคนไทยเดินทางเข้าเกาหลี

นายหน้า

ดังนั้นนายหน้าไทยหลายต่อหลายคนจึงพยายามที่จะยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวมากขึ้น

อีกทั้ง ชาวไทยหลายคนก็กำลังแห่กันเดินทางเข้าไปเกาะเชจู เนื่องจากไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องขออนุญาตเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA ซึ่งจากสถิติของด่านตรวจคนเข้าเมืองเชจูได้ปฎิเสธชาวไทยไปแล้ว 60% ของผู้ที่ต้องการเข้าเกาะเชจู ปัจจุบันเกาะเชจูก็กำลังถูกผลักดันให้ใช้ระบบ K-ETA

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความยากลำบากในการเข้าสู่เกาหลี การปล่อยโฆษณาของนายหน้าไทยเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินทางเข้าเกาหลีก็ยังคงเกลื่อนตามโซเชียลในประเทศไทย

นายหน้า

นายหน้ารายหนึ่งอ้างว่าหากชำระเงิน 49,000 บาทให้ เขาจะยอมบอกวิธีขอใบเดินทางเข้าและวีซ่าปลอมๆให้ แต่พวกเขาจะไม่รับประกันการเข้าเมือง 100%

นอกจากนี้ แม้ว่าบางคนจะโชคดีที่ผ่านตม.และเข้าเกาหลีได้ แต่ก็ต้องชำระเงิน 5,000 บาท ให้กับนายหน้าเพื่อหางานทำในเกาหลีใต้

ด้วยการเข้าเกาหลีและแอบทำงานโดยมิได้เป็นไปตามกฎหมาย ที่คุณจะต้องกังวลก็หนีไม่พ้นเรื่องของการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ยิ่งเวลานี้จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีในปัจจุบันมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงส่งผลให้มีการปราบปรามเข้มมากขึ้นเพื่อลดจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมาย

นายหน้า

อย่างไรก็ตาม การที่นายหน้าได้ป่าวประกาศโฆษณาชวนเชื่อนั้นก็เพื่อประโยชน์ของตนเองทั้งสิ้น ทั้งที่แจ้งไว้ชัดว่าไม่รับประกันการเข้าเมืองได้ 100% แล้วด้วย ควรเป็นประเด็นที่ฉุกให้คิดก่อนตัดสินใจเชื่อ

สถานการณ์ของชาวไทยในเกาหลีใต้ในปัจจุบันมีกว่า 140,000 คนอาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย เรียกได้ว่ามากกว่าจำนวนชาวจีนและเวียดนามที่อยู่อย่างผิดกฎหมายรวมกันเสียอีก

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่อุปทานได้ว่านักท่องเที่ยวไทยต้องงดเดินทางเข้าเกาหลีใต้ในช่วงนี้ เว้นแต่จำนวนคนไทยผิดกฎหมายจะลดลงก่อน เพราะอาจจะช่วยให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะลดความเข้มงวดลงบ้าง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

“จ่ายมาก่อน…เดี๋ยวส่งคนไทยไปให้” นายหน้าหัวใสเชิ่ดเงินเกษตรกรเกาหลี

“ฉันอารมณ์เสียที่ต้องมาเสีย 3.3 ล้านวอน จริงๆ ฉันไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรหากไม่มีเงินนั้น แต่ฉันโกรธและเหนื่อยมาก เพราะทำแบบนี้เท่ากับเป็นทำสวนในอนาคตของฉันต้องมาพังลงน่ะสิ”

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นางจาง (55) ผู้ดูแลสวนปลูกมะเขือเทศในกึนนัม-มย็อน ชอวอน-กุน คังวอนโด (강원도 철원군 근남면) ทั้งโกรธพร้อมกับเล่าประสบการณ์ล่าสุดของเธอ

เมื่อต้นเดือนมีนาคม นางจาง ได้รับโทรศัพท์จากนายเอ(40) ซึ่งรู้จักกันเพราะเขาช่วยส่งแรงงานต่างชาติมายังฟาร์มเธอ และเขาก็ได้ส่งแรงงานไทยเข้ามา 3 คน

นายเอ เรียกร้องให้นางจางจ่ายเงินให้ตนทั้งหมด 3.3 ล้านวอน โดย 1.1 ล้านวอนต่อ 1 แรงงาน เขาบอกว่าแรงงานจำเป็นต้องนำมาใช้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่าออกวีซ่า

นายหน้า

และด้วยเหตุโควิด-19 ในปัจจุบันที่ลากยาวมายาวนานทำให้การหาแรงงานต่างชาติเดินทางเข้ายากขึ้น เธอจึงเชื่อและส่งเงินให้นายเอในที่สุด

ปีที่แล้ว นายเอ มีประวัติการจัดการแรงงานไทยในชอวอน (철원) มาก่อน ตัวเธอจึงไม่สงสัยในเรื่องนี้มากนัก

นายเอ เองก็สัญญาว่าจะส่งแรงงานไทย 3 คนเข้ามาภายในวันที่ 15 เมษายน และทั้งคู่ก็ติดต่อกันเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็น 2 วันก่อนวันที่สัญญาไว้ นายเอ ก็ตัดขาดการติดต่อทั้งหมดและหายตัวไป

นายหน้า

นางจางถึงกับตกอยู่ในความสับสน

เนื่องจากมีการสั่งต้นกล้ามะเขือเทศจำนวนมากเพื่อให้คนไทยได้เริ่มทำการเกษตรในปีนี้ เธอเพิ่งเริ่มปลูกต้นกล้ามะเขือเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากคนงานสามคนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดเธอ แต่เธอกลับกำลังจะต้องสูญเสียการลงทุนในการทำสวนมะเขือเทศในอนาคตอันใกล้

เพราะการปลูกมะเขือเทศต้องใช้การทำงานด้วยมือของแรงงานทุกวัน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติเองก็ยังหายากในฤดูทำไร่ทำนาเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการแรงงานช่วยงานเป็นอย่างมาก

นางจางเผยว่า “ฤดูร้อนครั้งที่แล้ว แรงงานต่างชาติ 3 คนเลิกทำการเกษตรและหนีไป แต่ปีนี้ยังต้องมาเจอเหตุการณ์ที่คล้ายกันอีกรอบ มันไร้สาระและน่าหงุดหงิดที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับตนเอง”

และนางจางเธอก็ไม่ใช่ผู้ต้องตกในที่นั่งลำบากรายเดียว

ตามรายงานของสถานีตำรวจชอลวอน(철원경찰서) มีฟาร์มกว่า 8 แห่งรายงานความเสียหายแบบเดียวกันที่เกิดจากฝีมือ นายเอ จนถึงวันก่อนหน้านี้

นางจางเผยอีกว่า “มีข่าวลือว่ามีคนได้รับความเสียหายมากกว่า 20 รายซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ได้รับรายงาน”

นายหน้า

นาย คิม(45) ซึ่งทำไร่ในชอวอนกล่าวว่า “ฉันได้รับความเสียหายไปกว่า 4.4 ล้านวอน จริงๆแล้ว นายเอ ควรจะต้องถูกลงโทษขั้นสุดนะ”

หลังจากเริ่มมีการสอบสวนพบว่า นายเอ มีวิธีการลวงเงินชาวนาในทางเดียวกันในขณะที่ตนก็ตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน สถานีตำรวจคย็องจู (경주경찰서) ในคย็องซังบุกโด (경상북도) ได้เข้ารวบ นายเอ และทำการสอบสวนถึงเรื่องราวทั้งหมด

ทราบว่า นายเอ ได้รับเงินจำนวน 87 ล้านวอนจากเกษตรกรที่ตนไปลวงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ได้เริ่มมีการรายงานลักษณะคล้ายคลึงกันนี้แล้วทั่วประเทศ อาทิ ชอลวอน(철원), นัมวอน(남원) และ ดัมยาง (담양) และคาดว่าความเสียหายจะเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

จำคุกนายหน้าหักค่าหัวผีน้อย

 

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ศาลแขวงกลางกรุงโซล (서울중앙지방법원) ได้ตัดสินให้คนไทย A (33) คนที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายคนเข้าเมืองให้จำคุก 8 เดือนพร้อมคุมประพฤติ 2 ปี

A (33) ถูกฟ้องในข้อหารับเงิน 300,000 วอนถึง 600,000 วอนจากผู้หญิงชาวไทยกว่า 30 คนตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2019 ถึงมิถุนายน 2020 และจัดจ้างงานตามบาร์และสถานบันเทิง (유흥주점)

ผู้หญิงไทยและ A (33) ได้รับการยืนยันว่าอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย

 

ผีน้อย

 

จากผลการสืบสวนพบว่า A (33) ได้โพสต์โฆษณาผ่านทาง Facebook ด้วยการเชิญชวนให้มาสมัครงานบาร์และสถานบันเทิงในเกาหลี

ผู้หญิงไทยที่สนใจก็จะส่งรูปถ่ายเข้ามาให้คัดตัว และแล้วพวกเธอก็จะได้ทำงานตามบาร์บันเทิงทั่วประเทศรวมถึงโซลและอุลซานด้วย

 

ผู้พิพากษาซงซึงฮอนกล่าว

“อาชญากรรมของการจ้างงานชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมายส่งผลร้ายต่อสังคมโดยรวมหลายประการรวมถึงเป็นบ่อนทำลายประสิทธิภาพของนโยบายการเข้าเมืองของประเทศ และสนับสนุนให้ชาวต่างชาติอยู่อย่างผิดกฎหมาย”

“อาชญากรรมเกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้นโทษของอาชญากรรมจึงไม่เบา”

 

ผีน้อย

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีจำคุก 8 เดือน และรอลงอาญา 2 ปี นั้นเนื่องมาจาก A (33) ยอมรับถึงการก่ออาชญากรรมทั้งหมด และสำนึกตนทำให้ศาลเห็นถึงเหตุผลในการก่ออาชญากรรม อีกทั้ง A ไม่เคยมีประวัติการถูกลงโทษทางอาญาในเกาหลีมาก่อน

 

ผีน้อย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

จับผีน้อยต่างชาติ 536 ราย

จับผีน้อยต่างชาติ 536 ราย

ผีน้อย

สรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมหลังการปราบปราบ ผีน้อยต่างชาติ รวมไปถึงนายหน้าและนายจ้างที่กระทำโดยผิดต่อกฏหมาย

 

กระทรวงยุติธรรมเผยยอดการจับกุมนายหน้า 46 ราย ผีน้อยชาวต่างชาติ 536 ราย และนายจ้าง 39 ราย รวมเป็นมีผู้ถูกจับได้ทั้งหมด 621 ราย

กระทรวงยุติธรรมจับกุมนายหน้า 1 ราย จาก 46 โบรกเกอร์ที่ผิดกฎหมายในเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นเริ่มมีการปราบปรามอย่างจริงจังขึ้นเรื่อยๆ

มีนายหน้า 21 คนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีโดยไม่มีการควบคุมตัว

นอกจากนี้ยังจับนายจ้างที่ผิดกฎหมาย 39 คนและอยู่ในขั้นฟ้องร้องอีก 3 คนโดยไม่มีการควบคุมตัว

และนายหน้า 36 คนถูกปรับจากการกระทำครั้งนี้

ชาวต่างชาติ 536 คนที่ถูกจับถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมกล่าว
“การให้ความสำคัญกับการปราบปรามหน่วยงานการจ้างงานและนายหน้าซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มจำนวนแรงงานผีนั้นก็ เพื่อขัดขวางช่องทางการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพผิดกฎหมาย”

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซูวอนได้บุกเข้าโจมตีบริษัทจัดหางาน 2 แห่ง ที่เป็นผู้แนะนำที่พักให้ชาวต่างชาติและหางานให้อีกด้วย ผลจากการจับกุมที่ซูวอนจับได้ 5 ราย (นายหน้าและนายจ้างผิดกฎหมาย)

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยางจู ได้จับกุมคู่สมรสไทย – เกาหลีที่ว่าจ้างคนไทยอย่างผิดกฎหมายหลังจากเข้าประเทศเกาหลีใต้ ภรรยาชาวไทยถูกจับ แต่สามีชาวเกาหลี กลับไม่ถูกกักขัง

กระทรวงยุติธรรมได้แจ้งรัฐบาลท้องถิ่นและกรมสรรพากรเพื่อขอลงโทษผู้บริหารและตัวแทนนายหน้า

ส่งผลให้ทั้ง 2 บริษัทจัดหางานถูกระงับชั่วคราว

นอกจากนั้นแล้ว บริษัท 21 แห่งที่ไม่จ่ายภาษีก็ยังต้องเสียภาษีเพิ่ม

กระทรวงยุติธรรมจะตามหานายหน้าที่ส่งเสริมการเข้าเมืองและการจ้างงานที่ผิดกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

บุกสัมภาษณ์ สาวไทยในร้านนวด

บุกสัมภาษณ์ สาวไทยในร้านนวด

ร้านนวด

บุกสัมภาษณ์ สาวไทยใน ร้านนวด เผยชีวิตสาวนวดมิสวยหรู ตั้งใจมานวดจริงแต่ก็ยังโดนนายจ้างให้ทำมากกว่าที่ตกลงก่อนจะเดินทางมาเกาหลี มีทั้งช่วยลูกค้า และโดนข่มขืนอยู่บ่อยครั้ง

 

นักข่าวได้สืบค้นเกี่ยวกับการให้บริการนวดแผนไทยผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทำให้พบผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

มีเรื่องราวมากมายที่เขียนโดยชาวเกาหลี เช่น การตรวจสอบการค้าประเวณี และการพยายามข่มขืน

สถานอาบอบนวดแผนไทยถูกอธิบายในสองประเภทหลักๆ

จะมีประเภทที่กระตุ้นแขกผู้ชายโดยเสนอเชิญชวนให้ทำกิจกรรมทางเพศด้วยมือ โดยเรียกค่าบริการ “30,000 วอน” หรือไม่ก็ ประเภทที่พวกเธอไม่สามารถต้านทานแขกได้ จนต้องถูกข่มขืนหรือถูกทำร้าย

นักข่าวได้ทำการสัมภาษณ์ในร้านนวดแห่งหนึ่ง

เขาเข้าไปเหมือนกับว่าเป็นแขกและเปิดเผยตัวตนในห้องนวดและขอสัมภาษณ์อย่างลับๆ

ตอนแรกนักข่าวตั้งใจจะสัมภาษณ์คนไทยหนึ่งหรือสองคนจากร้านนวดนอกสถานที่

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

 

ร้านนวด

 

พนักงานนวดไทยมีเวลาหยุดพักเพียง 2วัน ต่อเดือน

ตอนที่พวกเธอหยุดงาน พวกเธอจะอยู่เป็นกลุ่มในบ้านพักอาศัย

นั่นเพราะหากพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับได้ในขณะที่เดินออกไปข้างนอก พวกเธอจะถูกบังคับให้ออกจากประเทศ

นักข่าวสัมภาษณ์โดยใช้โปรแกรมแปลภาษาทางอินเทอร์เน็ต

พนักงานนวดของไทยกล่าวว่ามีการข่มขืน, การค้างจ่ายค่าแรง, และการล่วงละเมิดทางเพศภายในร้านนวด

ความต้องการค้าประเวณีหรือการล่วงละเมิดทางเพศถือเป็นเรื่องปกติ

สาวๆจากสถานอาบอบนวดไทยกล่าวว่า พวกเธอเห็นด้วยกับนายหน้า เกี่ยวกับเงื่อนไขการค้าประเวณีก่อนจะเดินทางมาเกาหลี

มีการตัดสินใจล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นตัวเลือก การนวด, การกระทำทางเพศที่คล้ายคลึงกันโดยใช้มือ, หรือการค้าทางเพศ

แต่หลังจากมาถึงเกาหลี ตัวเลือกพวกนั้นก็จะถูกละเว้นในร้านนวด

ลูกค้าเกาหลีส่วนใหญ่ต้องการเซ็กส์มากกว่า

 

ร้านนวด

 

แขกชาวเกาหลีพยายามสัมผัสร่างกายของหญิงไทยหรือถอดเสื้อผ้า

บางคนยืนยันว่าหากพวกเขาปฏิเสธแขกจะลงมือตีพวกเขา

ไม่ว่าจะเป็นร้านนวดจริงๆ หรือ นวดแฝง ต่างก็มีประสบการณ์ได้รับความเสียหาย

ผู้หญิงไทยที่เข้ามาเกาหลีเพื่อนวดนั้น 2 ใน 10 คน กล่าวว่า นายจ้างบังคับให้พวกเธอทำกิจกรรมทางเพศที่คล้ายคลึงกัน

แต่ไม่มีหมอนวดไทยแจ้งความเขาไปในระบบ

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสถานอาบอบนวดคือสาเหตุที่ไม่เปิดเผยต่อโลกภายนอก

พนักงานนวดไทยไม่สามารถพูดได้

มีเหตุผลที่คนไทยต้องอยู่นิ่งๆเงียบๆ

นี่เป็นเพราะในเกาหลีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายหากมิใช่คนตาบอด ก็ไม่ควรทำงานนวด

คนไทยเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและทำงานผิดกฎหมาย

หากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าปราบปราม พวกเธอก็จะถูกบังคับให้ออกจากประเทศทันที

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถแจ้งความใดๆได้ แม้ว่าตนจะถูกทำร้ายแค่ไหน

คนไทยส่วนใหญ่ที่ให้สัมภาษณ์มาจากพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทย

พวกเขามาเกาหลีเพื่อเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว

พวกเธอมักจะถูกทำร้ายหากหารายได้ๆน้อย และโดนไล่ออก

หลังจากวิดีโอคลิป คนเกาหลีหลายคนถามว่าทำไมนักข่าวถึงสนับสนุนคนผิดกฎหมาย

 

ร้านนวด

 

แม้ว่าคนไทยจะต้องรับผิดชอบต่อการเข้าพักที่ผิดกฎหมาย แต่ทำไมพวกเขาจะต้องเผชิญกับความรุนแรงและการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ เพื่อเป็นการตอบแทนการเข้าพักที่ผิดกฎหมาย?

มีการจับนายจ้างที่จ้างคนไทยให้ทำงานนวด พร้อมปรับกว่า 2 ล้านวอน

แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับนายหน้า

เพราะไม่มีการใช้ความรุนแรงจากทั้งทางนายจ้างหรือนายหน้า เนื่องจากสมัครใจกันเข้ามาเองทั้งสิ้น

หมอนวดไทย นายจ้างและนายหน้า ล้วนแต่ทำผิดกฎหมาย แต่กลับมีเพียงหมอนวดไทยเท่านั้นที่ต้องมารับผิดชอบ

มีแต่ผู้อ่อนแอเท่านั้นที่เป็นทุกข์…

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

กวาดล้างนายหน้า ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

กวาดล้างนายหน้า ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

 

นายหน้า ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม ระบาด เกิดกรณีการยื่นคำร้องขอลี้ภัยปลอมๆขึ้นเป็นอย่างมาก นายหน้าหลายคนโดนจับและโดนตัดสินจำคุก 1 ปีขึ้นไป

 

 

ทำไมเอเจนซี่ขอสถานะผู้ลี้ภัยให้ชาวต่างชาติถึงได้เพิ่มขึ้นนัก?

 

หากชาวต่างชาติที่วีซ่ากำลังจะหมดอายุยื่นขอลี้ภัยเขาหรือเธอจะถูกเปลี่ยนเป็นวีซ่า G-1 และจะมีการออกบัตรลงทะเบียนผู้พำนักให้ชั่วคราว

การเข้าพักของวีซ่าประเภท G-1 มีระยะเวลาเวลา 3 เดือน แต่สามารถยืดเวลาการเข้าพักได้

นั่นทำให้เอเจ้นซี่ที่ขอรับขอสถานะผู้ลี้ภัยเร่งกำลังหารายได้ โดยทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายยื่นขอระยะเวลาพำนัก

 

ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

 

นาย A เอเจ้นซี่คัดเลือกเพื่อนร่วมชาติชาวจีนผ่านทาง ‘WeChat’

เขาเป็นชาวจีนที่ให้บริการการยื่นสมัครขอสถานะผู้ลี้ภัย โดยได้ให้ความช่วยเหลือชาวจีนให้เดินทางผ่านเข้ามาทางเกาะเชจู โดยติดต่อผ่าน WeChat ตลอด ก่อนส่งพวกเขาเข้าไปยังกรุงโซล

การดูแลทุกอย่างอยู่ภายใต้ค่าใช้จ่าย 9.35 ~ 11.55 ล้านวอนต่อคนเพื่อแลกกับการเปลี่ยนสถานะการอยู่อาศัย

ภายหลังนาย A ถูกจับได้ เขาถูกตัดสินให้จำคุกเกาหลีเป็นเวลา 1 ปี

 

ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

 

นาย B เป็นเจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์เคสขอสถานะกว่า 1,000 เคส

เขาเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของกระทรวงยุติธรรม เขามีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร และทำธุรกิจใต้โต๊ะเช่นนี้เพื่อเงิน

เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า การเป็นตัวแทนขอสถานะให้ผู้ลี้ภัยสามารถทำเงินได้เป็นจำนวนมาก  นาย B ก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันดีว่ามีเกณฑ์ใดบ้างที่จะถูกปฏิเสธและเขาได้ทำการวิเคราะห์เพื่อหาหนทางในการได้รับสถานะผู้ลี้ภัยโดยเขาวิเคราะห์เคสกว่า 1,000 ราย

หลังจากวิเคราะห์เหตุผลแล้ว นาย B ได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 นาย B ยื่นใบสมัครผู้ลี้ภัยปลอมไปกว่า 35 ใบในช่วงเวลาหนึ่งปี

หลังนาย B ถูกจับกุม เขาถูกตัดสินจำคุก 2 ปี

 

ขอสถานะผู้ลี้ภัยปลอม

นาย C  เป็นผู้มีประสบการณ์การสมัครขอสถานะผู้ลี้ภัย

เขาได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ลี้ภัยจากประเทศไทยเพื่อนำเสนอบทเรียนส่วนตัวต่อคนไทย

โดยเขาได้บอกกล่าวให้คนไทยใช้เหตุผลผิด ๆ ในการขอสถานะ และดูเขาเป็นตัวอย่าง เหมือนตนเป็นกูรูผู้รู้ดีในด้านนี้

อย่างไรก็ตาม นาย C ก็ถูกตำรวจจับและถูกตัดสินให้จำคุกหนึ่งปี

 

Rep. Gang Seok-ho กล่าว

“ผู้ลี้ภัยที่แท้จริงควรได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง  แต่สำหรับผู้ลี้ภัยจอมปลอม และนายหน้า ควรได้รับการลงโทษอย่างเข้มงวดตามหลักเกณฑ์และบทลงโทษตามกฎหมาย”

 

Cr = JOINS