ก.ยุติธรรมหยุดปราบปรามผีน้อย แต่กลับเกิดปัญหาการกักกันโรคแทน

 

นี่เป็นเพราะสถานการณ์การตื่นตระหนกของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ในหมู่พวกเขาเกิดจุดบอดในการกักกันขึ้นด้วย เนื่องจากมีการปิดกันโอกาสการเดินทางออกนอกประเทศของแรงงานผีน้อยที่อยู่ในเกาหลีใต้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีการระบาดของการติดเชื้อ COVID-19 ให้เห็นซึ่งมีการแพร่ระบาดในหอพักของแรงงานอพยพในประเทศสิงคโปร์

 

ผีน้อย

 

ทางด้านรัฐบาลเกาหลีใต้เองได้หยุดปราบปรามผู้อพยพที่ผิดกฎหมายไปแล้วสักระยะ แถมยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจและรักษาหากพบการติดเชื้ออีกต่างหาก

อย่างไรก็ตามผู้อพยพที่ผิดกฎหมายเองก็ยังคงมีความกังวลเพราะไม่มีงานทำมากขึ้น และบ้างก็กลับไปยังประเทศบ้านเกิดของพวกเขาเองหากเผอิญโดนปราบปราม ผู้อพยพหลายคนก็ทุกข์ใจกับสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเอาใจใส่และมีมาตรการเพื่อป้องกันผู้อพยพผิดกฎหมายไม่ให้กลายเป็นกลุ่มหรือแหล่งแพร่เชื้อโควิดใหม่

 

[1] “ฉันเป็นผู้ลักลอบเข้าเมือง”

ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ผิดกฎหมายในยางซาน, คย็องซังนัมโดได้รายงานตัวกลับไปเวียดนามเพราะกลัวการระบาดของโควิด-19 แต่รัฐบาลเวียดนามกลับปฏิเสธที่จะรับตัวตัวพลเมืองตนเองกลับเข้าประเทศโดยอ้างว่าจะมีการนำเชื้อ COVID-19 ไปแพร่ในประเทศปลายทาง

ทำให้ชาวเวียดนามที่โดนปฏิเสธเข้าเวียดนามกลุ่มนั้นได้กลายมาเป็นคนตกงานในเกาหลี นายจ้างก็ไล่ออกเพราะพิษเศรษฐกิจ เขาจึงต้องมาอาศัยอยู่กับเพื่อนที่บ้านพักเพื่อนรอวันที่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

 

ผีน้อย

 

ปัจจุบันมีผู้อพยพผิดกฎหมายเกือบ 400,000 คนอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ซึ่งผู้อพยพผิดกฎหมายไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหน้ากากตามร้านขายยา ในกรณีเช่นนี้หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มพวกเขา ย่อมมีแนวโน้มที่จะมีการกลับมาแพร่กระจายอีกครั้งในเกาหลี
นายจ้างเกาหลีบางคนบอกว่า การป้องกันการติดเชื้อโควิด COVID-19 มันกำลังทำให้ผู้อพยพผิดกฎหมายต้องถูกจำกัดบริเวณและอาจมีความเป็นไปได้หากจะเกิดการระบาดในหมู่พวกเขา และอีกอย่างเหมือนสิทธิมนุษยชนของผู้อพยพผิดกฎหมายเองก็พลอยถูกคุกคามไปด้วยเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการคุ้มครองชาวเกาหลีแต่การจัดการกับผู้อพยพผิดกฎหมายก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน รวมไปทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการกักกันเพิ่มเติมนั้นก็ควรจะมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

 

[2] อาจพบการติดเชื้อ COVID-19 มากขึ้นหากคำนึงถึงดูแลคนมีวีซ่า

ตามที่กระทรวงยุติธรรมเผยในวันที่ 17 เมษายนจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายในเกาหลีใต้อยู่ที่ 394,368 คน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563

ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 17.4 ของจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมด (2,271,300)

 

ผีน้อย

 

จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายใน 4 ปี จาก 210,000 นับตั้งแต่ปี 2559 นี้เป็นเพียงเคสที่ชาวต่างชาติเดินทางมาเกาหลีด้วยวีซ่าระยะสั้นแล้วไม่ได้เดินทางกลับเท่านั้น

ปัญหาคือพวกเขาไม่ได้รับการกักกันโรคในตอนที่พวกเขาเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดและโดนปฏิเสธกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม, มองโกเลีย,และเนปาล ซึ่งเป็นประเทศที่ปฏิเสธที่จะรับพลเมืองกลับ
ในบางประเทศรวมถึงประเทศไทยก็มีการส่งผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศแต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนักที่กลับได้

นอกจากนี้แล้วผู้ที่ไม่มีบัตรลงทะเบียนชาวต่างชาติจะไม่สามารถซื้อหน้ากากได้

ปัญหาสิทธิมนุษยชนก็มาเกิดขึ้นในบางโรงงาน

 

Udaya Lai หัวหน้าสหภาพแรงงานกล่าว

“โรงงานในพาจู, คย็องกีโด ไม่อนุญาตให้ลูกจ้างออกจากที่พัก”

“แล้วจะให้ทำไง พวกเขาไม่สามารถจะรักษาระยะห่างทางสังคมได้ … เพราะต้องมาติดอยู่ในกลุ่มคนงานด้วยกัน … “

 

ผีน้อย

 

นายจ้างเกาหลีบังคับให้แยกกักคนงานต่างชาติเป็นกลุ่มเนื่องจากกลัวการติดเชื้อ COVID-19

ประจวบเหมาะกับภาวะพิษเศรษฐกิจ อาจทำให้เกิดจุดบอดที่จะนำมาซึ่งการติดเชื้อได้

เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแย่ลงเพราะการระบาดของ COVID-19 ผู้อพยพผิดกฎหมายจึงเป็นกลุ่มแรกที่ถูกไล่ออก เพราะไม่มีสัญญาจ้างงานอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงไม่มีการประกันการช่วยเหลือ

ทั้งเป็นการยากที่จะต้องมาชำระค่าเช่าบ้านรายเดือน ทำให้พวกเขาต้องมาอาศัยอยู่เป็นกลุ่ม

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษ

“เราจำเป็นต้องจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการแยกกักกันตัวเองหรืออย่างน้อยก็ลดการปราบปรามลงก่อน”

“ในการปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายยิ่งทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นซ่อนตัวมากขึ้น ยิ่งพวกเขาหลบซ่อนตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจัดการได้ยากขึ้นเท่านั้น”

 

ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้หยุดการปราบปรามที่ทำงามมาอย่างเข้มงวดก่อนหน้า เหลือเพียงทำการปราบปรามหากมีการรายงานเข้าไป

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ตม. ยุติปราบปรามมุ่งป้องกันโคโรนา

 

กระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการศูนย์ให้บริการตรวจคนเข้าเมือง (외국인 종합안내센터 ☎ 1345) ตลอดเวลา เพื่อต่อต้านไวรัสโคโรนาตัวใหม่ที่กำลังแพร่ระบาด

โดยทางกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองตลอด 24 ชั่วโมง (☎1345) เพื่อตอบสนองการดูแลอย่างทั่วถึง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม กระทรวงยุติธรรมประกาศว่าจะมีการดำเนินการสนับสนุนศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองตลอด 24 ชั่วโมงโดยเริ่มจากวันที่ 31 มกราคม และจะมีการเสริมสร้างการล่ามในการให้ขอใช้บริการด้านศูนย์บริการป้องกันและควบคุมโรค (질병관리본부 상담센터 ☎ 1339)

ศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองจะให้บริการกว่า 20 ภาษา และรวมถึงภาษาไทยด้วยในวันธรรมดา ตั้งแต่ 18.00 น. ถึงเวลา 9:00 น. ของวันถัดไป จะให้บริการเพียงใน 3 ภาษาเท่านั้น – นั่นคือ เกาหลี อังกฤษ และจีน ตลอดทั้งสัปดาห์

 

โคโรนา

 

กระทรวงยุติธรรมวางแผนที่จะให้บริการการแปลแบบ 3 ทาง พร้อมกับคำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมการป้องกันเพื่อให้แน่ใจว่าหากมีอาการคล้ายไวรัสโคโรนาตัวใหม่นี้ก็สามารถรายงานไปยังศูนย์บริการที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีได้อย่างรวดเร็ว.

กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจยกเว้นการรายงานผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยติดเชื้อจะไม่ถูกรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหลังการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโคโรนา

ภายใต้มาตรา 92-2 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมืองกระทรวงการต่างประเทศแจ้งข้อยกเว้น (불법체류 통보의무 면제제도) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานผีน้อยที่ถูกตรวจสอบหรือปราบปรามตามสถาบันทางการแพทย์

 

โคโรนา

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงกล่าวว่า

“หากชาวต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนาชนิดใหม่นี้ พวกเขาควรตรวจสอบกับสถาบันทางการแพทย์ เช่น ศูนย์สาธารณสุขเพื่อตรวจหาการติดเชื้อทันที”

 

เมื่อวันที่ 28 กระทรวงยุติธรรมขอให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกระทรวงสาธารณสุข (보건복지부 질병관리본부) ใช้ประโยชน์จากการแจ้งการละเว้นแรงงานผีครั้งนี้อย่างจริงจัง (불법체류 통보의무 면제제도) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดบอดในการเช็คผู้ป่วยที่อาจติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมจะตัดสินเองว่าจะดูแลชาวต่างชาติทุกคนที่สงสัยจะติดเชื้อหรือไม่นั้น ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการตรวจสอบว่าพวกเขามีอาการน่าสงสัยว่าจะติดเชื้อผ่านการซักประวัติและการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายในช่วงก่อนเข้ารับการรักษาของศูนย์คุ้มครองชาวต่างชาติ

 

โคโรนา

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ไทย-เกาหลีร่วมมือปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ

ปราบปรามยาเสพติด

การนำยาเสพติดเข้ามาในเกาหลีใต้นั้นได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆเป็นอย่างมากจากเพียงไม่กี่กรัมในอดีต พุ่งทะยานเป็นหลายหมื่นเม็ดในระยะเวลาสั้นๆ จนต้องมีการส่งเสริมและเสริมสร้างการร่วมมือกันระหว่างไทยเกาหลีเพื่อการปราบปรามที่จริงจจังและเข้มงวดต่อไป

 

 

เนื่องจากปริมาณยาบ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเพิ่มสูงขึ้น การดำเนินคดีจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปราบปรามโดยด่วน ทางเกาหลีใต้จึงได้มีการร่วมมือกับทางสำนักงานคณะกรรมการปราปรามยาเสพติดแห่งประเทศไทย

จากการฟ้องร้องคดีเมื่อวันที่ 10 ก.ย. มีการเผยถึงการนำเข้ายาบ้าจำนวนเพียง 131 กรัมจากปี 2003 – 2007 แต่กลับพบว่าการนำเข้าพุ่งเพิ่มขึ้นเป็น 1.267 กิโลกรัมในปี 2013

และในเดือนกรกฎาคมปีนี้มีการนำยาบ้าเข้ามาถึง 10.015 กิโลกรัม ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบ 12 ปี ที่มีการลักลอบขนส่งเข้ามา

 

ปราบปรามยาเสพติด

 

ยาบ้าถูกผลิตขึ้นในประเทศไทยและประเทศพม่า และเป็นยาที่รู้จักกันดีว่าเป็นยากระตุ้นกำลัง, กระตุ้นความตื่นเต้นและรวมถึงทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ด้วย

การได้รับในปริมาณมากเกิดไปนั้นจะนำไปสู่ภาวะโรคจิตตก, กระวนกระวาย, กลัวและเกิดภาพหลอน และที่สำคัญมันจะทำลายปอดและไต เพราะมันจะทำให้ไตทำงานหนักเกินไปหากเสพติดเป็นเวลานาน

แก๊งลักลอบค้ายาเสพติดไทยลักลอบนำเข้าสารเสพติดเหล่านี้มาให้แกก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ โดยอาศัยการจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ และจากการดำเนินคดีพบว่าพวกเขาแจกจำหน่ายให้กับแรงงานต่างชาติในราคาประมาณ 50,000 วอนต่อหนึ่งเม็ด

 

ปราบปรามยาเสพติด

 

นอกจากนั้นแล้วจำนวนการตรวจจับยาบ้าในเกาหลีนั้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ในเดือนมิถุนายนสำนักงานอัยการเขตปูซานตรวจยึดยาอี 997 กรัม และยาบ้า 14,118 เม็ด ซึ่งถูกลักลอบขนเข้าประเทศผ่านทางเครื่องบินจากประเทศไทย

สำนักงานอัยการเขตแทจอนและสำนักงานอัยการเขตแดกูยังได้ตรวจยึดยาบ้า 594 เม็ดจากแทจอน และยึดได้อีกกว่า 10,100 เม็ดจากแทกู ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกลักลอบนำเข้ามาโดยส่งผ่านทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศจากประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคมและเมษายนที่ผ่านมา

ทางการได้มีการเพิ่มความแข็งแกร่งในการปราบปรามมากขึ้น โดยจัดตั้งระบบการร่วมมือแบบเรียลไทม์กับทางสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งประเทศไทย เพื่อป้องกันการจัดจำหน่ายยาบ้าภายในประเทศ

ปราบปรามยาเสพติด

 

ในเดือนมีนาคมปีนี้ได้มีการให้ข้อมูลแก่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการลักลอบขนค้ายาบ้า 30,000 เม็ดเข้ามาในประเทศเกาหลี เพื่อเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยพร้อมกับหน่วยงานสืบสวนในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโจทก์กล่าว
“เรากำลังดำเนินการตรวจสอบหาผู้ผลิตในต่างประเทศและผู้รับนำเข้ามาในประเทศไปพร้อมๆกัน เพื่อป้องกันการทะลักเข้าและการแพร่กระจายของยาบ้าที่นำเข้าและออกจากเกาหลี”

อย่างไรก็ตามได้มีการกล่าวอีกว่า “การลักลอบขนยาบ้าซึ่งเคยเพิ่มขึ้นในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ ตอนนี้ได้ลดลงเป็นอย่างมากตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ร้านนวดตำแตง โดนเล็งปราบปรามหนักยันสิ้นมีนา

ร้านนวดตำแตง

ร้านนวดตำแตง เป็นเป้าหมายหลักของเจ้าหน้าที่ตม.ที่โดนเพ็งเล็งตลอดมีนาคมนี้ แถมชาวต่างชาติไทยยังขึ้นชื่อด้านการทำงานประเภทนี้เป็นอันดับหนึ่งอีกเสียด้วย

 

“การนวดที่มีจุดประสงค์เพื่อการมีเพศสัมพันธ์” กำลังทะลักล้นอินเทอร์เน็ต … ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจงว่ากำลังจะทำการปราบปรามการค้าบริการทางเพศข้ามประเทศให้สิ้นเสีย

หากคุณลองค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ “นวดแผนโบราณ” มีเว็บไซต์มากมายที่เกี่ยวข้องกับร้านนวดแฝงในทางที่ผิด

จำนวนร้านนวดได้นำไปสู่การแสดงถึงการทบทวนเพิ่มเติมองเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ถึงกระนั้นกลับพบจำนวนร้านนวดแฝงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตำรวจวางแผนที่จะปราบปรามการค้าประเวณีที่มีการจ้างชาวต่างชาติให้สิ้นภายในเดือนหน้า

เนื้อหาที่ทบทวนในการปราบปรามร้านนวดแผนไทยส่วนใหญ่จะมีเรื่องเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ หรือการกระทำที่คล้ายๆกัน (ตำแตง) และการบริการเช่นนั้นมักจะจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า
“งานนวดแฝงที่ยอมให้มีเพศสัมพันธ์หรือการกระทำในลักษณะคล้ายๆกับมีเพศสัมพันธ์(ตำแตง) เป็นวิธีการค้าประเวณี ซึ่งถูกพบบว่ามีการจ้างชาวต่างชาติมากที่สุด”

 

ร้านนวดตำแตง

 

จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการปราบปรามธุรกิจที่ผิดกฎหมายกว่า 2,369 แห่ง เมื่อปีที่แล้ว 65.6% (1,554) เป็นห้องนวดแฝงและห้องคริสรูม (Kiss room)

ในหมู่จำนวนเหล่านั้นพบว่าเป็นร้านนวดแฝง 1,445 แห่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจนวดแผนไทยกำลังขยายตัวและการค้าขายทางเพศส่วนใหญ่ก็มีสัญชาติไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่ามีชาวต่างชาติ 355,126 คน ที่พำนักอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย เมื่อปีที่แล้ว

ในหมู่พวกเขามีชาวไทย 138,591 คน (ร้อยละ 39)

ตำรวจเชื่อว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกจ้างโดยผู้ประกอบการค้าบริการทางเพศที่ผิดกฎหมาย

ตำรวจวางแผนที่จะปราบปรามธุรกิจที่จ้างชาวต่างชาติที่พำนักอย่างผิดกฎหมายเป็นเวลาหกสัปดาห์จนถึงวันที่ 31 มีนาคม

 

ร้านนวดตำแตง

 

ที่ตำรวจนั้นให้ความสนใจกับการปราบปรามการค้าประเวณีที่มีการจ้างชาวต่างชาติ ก็เนื่องจากมีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้เกิดขึ้นมามากมายและสตรีต่างชาติที่ถูกว่าจ้างก็ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัย

ผู้ตรวจสอบจำนวนมากจะมีการระดมกำลังเข้าตรวจสอบธุรกิจที่ส่อแววผิดกฎหมาย เช่น ร้านนวด, ห้องกระจก, และห้องจูบ

เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระหว่างการปราบปรามตำรวจ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงและมีการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนด้วย

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า
“ธุรกิจผิดกฎหมายที่มีพฤติกรรมส่อไปทางค้าประเวณีจะเป็นเป้าหมายหลักของการปราบปรามครั้งนี้”
“เราจะร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมและตรวจสอบการค้ามนุษย์ข้ามชาติและการค้าประเวณี”

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เชจูออกกฎเข้มงวด ปราบปรามนายหน้าหางาน

เชจูออกกฎเข้มงวด ปราบปรามนายหน้าหางาน

ปราบปรามนายหน้าหางาน

เชจูออกตัว ปราบปรามนายหน้าหางาน ย้ำนายหน้าหางานทั้งหลายว่า มิอาจตั้งตัวหางานให้แรงงาน E-9, H-7 ได้เพราะหน้าที่นี้มีให้แค่โคยงเซ็นเตอร์เท่านั้นนะจ๊ะ

 

 

เมืองเชจูกล่าวว่ามีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งในการปราบปรามนายหน้าหางานในปี 2019

จากการตรวจสอบการจ้างงานในปี 2018 ทำให้เมืองเชจูมีการดำเนินการปราบปรามกว่า 22 ราย และมีการออกใบเตือน 4 ราย รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาอีก 2 ราย

ผู้ต้องหาทั้งสองรายไม่ได้ลงทะเบียนธุรกิจแถมยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนายหน้าหางานมากเกินไป

 

ปราบปรามนายหน้าหางาน

นอกจากนี้ห้ามมิให้มีการจัดเตรียมชาวต่างชาติ H-2 หรือ E-9

「ตามพระราชบัญญัติการจ้างงาน ฯลฯ ของแรงงานต่างชาติ」

บริษัทจัดหางาน

「외국인근로자 고용 등에 관한 법률」에는‘직업안정기관이 아닌 자는 외국인근로자의 선발, 알선, 그 밖의 채용에 개입해서는 아니’되며, 이를 위반하여 H-2 또는 E-9인 외국인의 취업에 개입할 시 1년 이하의 징역 또는 1천만원 이하의 벌금에 처하도록 규정되어 있다.

มีเพียงศูนย์จัดหางาน (고용센터) เท่านั้นที่สามารถมีส่วนร่วมในการจ้างงานชาวต่างชาติ H-2 และ E-9

ถ้ามีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องติดคุกหนึ่งปีหรือปรับ 10 ล้านวอน

 

Cr = JEJUTWN

โนแรปัง แหล่งมั่วสุมของคุณปู่วัย 77

โนแรปัง แหล่งมั่วสุมของคุณปู่วัย 77

โนแรปัง

 

คุณปู่วัย 77 ใช้เวลาและเงินตามโนแรปัง (ห้องคาราโอเกะ) ในโซควีโพ, โพชอนเมียน (Seogwipo, pyoseonmyeon)

ด้วยโฆษณาเชิญชวน สาวๆสวยๆ นั่งดริ๊งค์ นั่งบริการตลอดเวลาที่สนุกสนานอยู่ในคาราโอเกะ นั่นทำให้คุณปู่วัยนี้เห็นห้องคาราโอเกะเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับพวกเขาไปเสียแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่คุณปู่ทั้งหลายเพลิดเพลินกับความบันเทิง เป็นช่วงเวลา 3 -4 ชั่วโมงต่อวัน พวกเขาต้องจ่ายค่าบริการ 200,000 ~ 300,000 วอน โดยรายได้ส่วนใหญ่ของคุณปู่เหล่านี้มาจากการปลูกและขายส้ม

 

โนแรปัง

 

ในขณะนี้ภูมิภาคเชจูได้เข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุผู้สูงอายุขี้เหงาไปเสียแล้ว ในเขต จอลชอนเมียน, โซควีโพ กำลังเกิดปัญหาทางสังคมขึ้น เนื่องจากมีสถานบันเทิงในพื้นที่มากขึ้น

ดังนั้นเมืองโซควีโพจะเข้าสู่การบังคับใช้การควบคุม โดยจะมีการตรวจเช็คสถานบันเทิงกว่า 44 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 10 ไปจนถึงวันที่ 21 ของเดือนนี้

ตามการสำรวจสถานบันเทิงอย่างห้องคารโอเกะจะมีค่าบริการรายชั่วโมง โดยเฉลี่ยต่อหัวสำหรับสาวๆที่ให้บริการเป็นเพื่อนแขก ตกหัวละ 30,000 วอนต่อคน/ชั่วโมง และ 50,000 วอนต่อ 2 ชั่วโมง

เพื่อเป็นการปราบปรามแรงงานผิดกฎหมายตามสถานบันเทิงอย่างจริงจัง ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจเข้มในเขตพื้นที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวดตามแผลที่วางไว้ต่อไป

เจ้าหน้าที่ของเมืองโซควีโพ กล่าวว่า “ขณะนี้มีปัญหาทางสังคมเกิดขึ้น ซึ่งมาจากสถานบันเทิงสำหรับผู้สูงอายุ เช่น เกิดปัญหาครอบครัว เพราะการหนีเที่ยวของเหล่าคุณปู่ทั้งหลาย ทางเราจะต้องกำจัดและปราบปรามอย่างจริงจังและพยายามจะไม่ให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เป็นอันตราย “

 

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย โรงงานผลิตซุนแด

ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย โรงงานผลิตซุนแด

ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย

‘มีการจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ณ โรงงาน ผลิตซุนแด (Sundae) ใน ชุงบุก, อึมซองกุน (Chungbuk,  Eumseong-gun)

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเมืองชอนจู (Cheongju) รวบแรงงาน ผิดกฎหมาย 9 คน หนึ่งในนั้นเป็นชาวไทยวัย 30 ปี ไปยังที่พักพิงชั่วคราว ในข้อหาละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

 

ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย
‘SBS NEWS’

 

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม แรงงานผิดกฎหมายถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ขณะ ที่ทำงานในโรงงานผลิตซุนแด

อย่างไรก็ตาม, บริษัทนี้ได้รับการยอมรับจากหน่วยรับรองด้านการจัด การความปลอดภัยด้านอาหารของเกาหลีใต้ โดยบริษัทได้รับการประเมิน ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิต, การแปรรูป, การทำอาหาร,  การจัดจำหน่ายวัตถุดิบของอาหาร และกำหนดและควบคุมองค์ประกอบ การจัดการที่สำคัญ แต่กลับมีการจ้างงานแรงงานผิดกฎหมายที่ไม่ได้ ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติที่ถูกต้องเข้ามาทำงาน

 

 

ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย
SUNDAE KOREA FOOD

 

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชองจู (Cheongju) กล่าวว่า “มีคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย 10 กว่าคนหนีออกไปได้ขณะมีการ เข้าจับกุม”

กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายถูกจับ ถูกเนรเทศตามขั้นตอนต่อไป”

 

Cr = SBS NEWS

รวบ ผีน้อย สาวไทยคาร้านไนท์คลับในโพฮัง

รวบ ผีน้อย สาวไทยคาร้านไนท์คลับในโพฮัง

ผีน้อย

 

จับกุมหญิงไทยผู้ช่วยไนค์คลับได้ในโพฮัง (Pohang)

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจรวบนายจ้างและ ผู้ช่วยสาวชาวไทย แรงงานผิดกฎหมายได้ ณ ไนท์คลับในโพฮัง ซึ่งพบว่ามีการค้าประเวณีแอบแฝงอยู่ด้วย

 

ผีน้อย

นายจ้างชาวเกาหลี นาย Nam (47 ปี) และหญิงไทย นางสาว A (อายุ 20 ปี) ถูกจับกุมด้วยข้อหาเดียวกัน

นางสาว A เดินทางเข้ามาในเกาหลีในฐานะนักท่องเที่ยวและแอบ ทำงานเป็นผู้ช่วยในไนท์คลับนี้ได้ประมาณเดือนกว่าๆ ก่อนถูกจับได้

 

ผีน้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า “ขณะนี้เรากำลังสืบสวนนายหน้าจัดหางาน ให้กับหญิงไทยคนดังกล่าวให้ทำงานในไนท์คลับนี้” และขณะนี้กำลังอยู่ ในระหว่างการบังคับให้ปล่อยตัวให้กลับไทย โดยติดแบล็คลิสต์ห้ามเข้า ประเทศ ซึ่งระยะเวลาการห้ามเข้าขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเข้าพัก และการรับจ้างทำงานโดยผิดกฎหมาย “

 

Cr =KYOUNGBUK

 

ควรอ่าน!!!! มุมมองของคนเกาหลี ต่อ ผีน้อยในเกาหลี

ควรอ่าน!!!! มุมมองของคนเกาหลี ต่อ ผีน้อยในเกาหลี

ผีน้อยในเกาหลี

ในปีนี้จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายของไทยเพิ่มขึ้น 90,000 คน ในบรรดา
คนต่างด้าวผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในเกาหลีทั้งหมดกว่า 350,000 คนประเทศไทยเป็นชาติที่ลักลอบเข้ามามากที่สุดถึง 150,000 คน ซึ่ง ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า นั่นเป็นตัวเลขที่มากกว่าแรงงานจีน 70,000 รายที่ลักลอบเข้ามาในเกาหลีใต้

ตามที่กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่า มีผู้อพยพผิดกฎหมายชาวไทยประมาณ 30,000 คนที่อาศัยอยู่ใน ภาคเหนือของจังหวัดคยองกีโด

 

ผีน้อยในเกาหลี

ส่วนใหญ่มักจะรวมกันอยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอในโพชอน(Pocheon) และทำงานในฟาร์มสัตว์ปีก และสถานอาบอบนวด คนไทยไม่ค่อยสนใจ ศึกษาภาษาเกาหลีอาจจะเพราะด้วยนิสัยของพวกเขา แต่พวกเขายัง คงรวมตัวเป็นกลุ่มและโชว์การใช้ชีวิตของตัวเองผ่านไลฟ์สดตามโซเซียล มิเดีย

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเขามักเล่นการพนัน หรือ ไม่ก็ลักลอบขน ยาบ้าเข้าสู่ประเทศ

 

ผีน้อยในเกาหลี

เหตุผลที่ผู้อพยพชาวไทยได้เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้มีการวิเคราะห์ว่านโยบาย ของรัฐบาลไทยน่าจะมีส่วนสำคัญ

ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองได้รับการปล่อยปะละเลยอย่างมากในช่วง โอลิมปิกฤดูหนาว Pyeongchang และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทาง มาท่องเที่ยวโอลิมปิกเป็นวีซ่าท่องเที่ยวในช่วง 90 วันที่ผ่านมายังคง อาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายในเกาหลี

 

ผีน้อยในเกาหลี

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ สำหรับ คนไทยแล้ว “เกาหลีได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศหาเงินได้ง่าย” ทำให้มี กรณีของ SMEs ที่ต้นทุนต่ำในประเทศเกาหลี มีการจัดจ้างแรงงานไทยที่
ผิดกฎหมายมากขึ้น เพราะทนทำงานหนักแม้จะได้ค่าแรงต่ำ

 

ผีน้อยในเกาหลี

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมจึงมีนายหน้าแบบผิดกฎหมายมากขึ้น คนขับรถ แท็กซี่, ผู้ร่วมธุรกิจขนาดเล็ก, และคนไทยที่ได้สัญชาติเกาหลีได้กระจัด กระจายอยู่ทั่วประเทศเป็นโบรกเกอร์ที่คอยให้คำแนะนำ และคอยซ่อนผู้
อพยพผิดกฎหมาย หรือ เสนอ, ติดต่องานให้กับชาวไทยผิดกฎหมาย

 

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “งานนวดของคนไทยเป็นงานที่ ผิดกฎหมายทั้งหมด” แนวโน้มของการเพิ่มจำนวนผู้ลี้ภัยที่ผิดกฎหมาย เป็นปัญหาทางสังคมที่ร้ายแรง นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย

ผีน้อยในเกาหลี

เนื่องด้วยการเพิ่มขึ้นของผู้อพยพชาวไทยที่ผิดกฎหมายมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการ ออกตรวจสอบ ดังนั้นนโยบายการยื่นระยะเวลาการรายงานตัวกลับ ถิ่นฐานโดยสมัครใจจึงมีกำหนดจนถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีหน้า เมื่อ ครบกำหนดเวลาประกาศ ทางการจะเริ่มแผนการเสริมการปราบปราม อย่างจริงจังในอีกระดับขึ้น

ดูเหมือนว่าการปราบปรามผีน้อยในเกาหลีจะไม่ใช้การปราบปรามเพียง ระยะสั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะทางการเกาหลีเริ่มเห็นความสำคัญในการ ขับไล่ผีน้อยไทยอย่างจริงจังมากกว่าทุกครั้งที่เคยมี!!!!

อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการดำเนินการตามนโยบายยังคงเหลืออยู่ ที่เหลือคงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผีน้อยทั้งหลายแล้วล่ะ

 

ผีน้อยในเกาหลี

 

CR = NEWS1